ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก

เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก

เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
ตอน
แชร์

ตอน 1

หลังการล้อมเมืองอย่างยาวนานถึงสามเดือนจบลง

เมืองอวีก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อทัพของแคว้นลู่ แม่ทัพหานชางเหยียนนำกำลังทหารกว่าสามหมื่นนายเข้าไปเหยียบยังที่ทำการเจ้าเมืองอย่างอาจหาญ

การรบครานี้นับว่าเสียกำลังไพร่พลของแคว้นลู่น้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยเพราะเป็นการล้อมเมืองอวีเอาไว้อย่างยาวนานจนไม่สามารถส่งเสบียงอาหารเข้าไปภายในได้จนทำให้เมืองอวีต้องยอมแพ้เพราะกำลังจะอดตาย

อีกประการหนึ่งที่ทำให้เมืองอวียอมแพ้นั่นเป็นเพราะฝ่าบาทแคว้นเฝินผู้ซึ่งเป็นผู้ครองเมืองอวีถูกขุนนางถ่อยกล่าวหาว่าเจ้าเมืองอวีคิดคดทรยศสวามิภักดิ์แก่แคว้นลู่จึงทำให้ฝ่าบาทหลงเชื่อและมีโทสะไม่ยอมยกทัพมาช่วยเหลือ

สุดท้ายแล้วเมืองอวีจึงต้องจำยอมแพ้อย่างไร้กำลังหนุนหลัง

ฮ่องเต้แคว้นลู่มีพระราชโองการเร่งด่วนมอบสมรสพระราชทานให้หานชางเหยียนกับบุตรสาวเจ้าเมืองอวี นามเมิ่งสืออีอย่างเร่งด่วน

แม้ว่าหานชางเหยียนจะเกลียดคนสกุลเมิ่งเพียงใดเพราะในอดีตท่านปู่ของเขาได้ออกรบกับคนสกุลเมิ่ง ในสงครามอันยาวนานครานั้นได้ตกลงสงบศึกกันชั่วคราวเพราะอากาศที่หนาวจัด

แต่คนสกุลเมิ่งกลับใช้วิธีสกปรกไม่ยอมทำตามที่ตกลงยังลอบทำร้ายลับหลังฉีกสัญญากองทัพอย่างไร้ยางอายและสังหารท่านปู่จนตาย

หลังจากนั้นไม่พอคนเจ้าเล่ห์ยังตัดศีรษะของท่านปู่เสียบประจานบนกำแพงเมืองอย่างยาวนานจนศีรษะเหือดแห้งเหลือเพียงโครงกระดูก

หานชางเหยียนเสียบิดามารดาไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาจึงถูกท่านปู่ท่านย่าเลี้ยงมาและคาดหวังให้เขาเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของสกุลหานคนต่อไป

หานชางเหยียนเคารพรักท่านปู่มากกว่าผู้ใดในโลกนี้ แค้นนี้เขาจึงจำฝังใจและต้องให้คนสกุลเมิ่งชดใช้คืน บัดนี้เขาทำสำเร็จแล้วแต่เขาต้องรับบุตรสาวของพวกศัตรูมาเป็นภรรยาจึงทำให้เขาไม่พอใจยิ่งนัก

ทว่าเขาก็ไม่อาจขัดรับสั่งได้ดังนั้นสมรสพระราชทานจึงได้จัดงานมงคลขึ้นอย่างเรียบง่ายแม้ว่าเจ้าสาวของเขานั้นจะงดงามเพียงใดหานชางเหยียนก็ไม่แม้แต่คิดจะชายตาแล และในที่สุดเขาก็สืบรู้มาจนได้ว่าสมรสพระราชทานนั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

แท้ที่จริงแล้วเป็นเจ้าเมืองอวีบิดาของเมิ่งสืออีที่เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอดไม่ให้เขาเข่นฆ่าคนสกุลเมิ่งด้วยเรื่องในอดีตที่คนสกุลเมิ่งได้ก่อเอาไว้

ดังนั้นเจ้าเมืองอวีจึงคิดเกี่ยวดองเอาไว้ให้เขากลายเป็นบุตรเขยของตนเองเพื่อลบล้างเรื่องทุกอย่างให้จบสิ้น และฮ่องเต้แคว้นลู่ก็ทรงเห็นด้วยกับเรื่องนี้

เพราะเหตุนี้จึงทำให้หานชางเหยียนยิ่งเกลียดคนสกุลเมิ่งเข้ากระดูกดำที่เจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก

เมิ่งสืออีกลับไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเป็นที่รังเกียจของสามีเพียงนั้น นางเป็นเพียงสตรีในห้องหอที่วัน ๆ เอาแต่เย็บปักถักร้อยอยู่ในเรือน

ถึงสองแคว้นจะเป็นศัตรูกันแต่ชื่อเสียงการเป็นแม่ทัพผู้มีเมตตาไม่เข่นฆ่าชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องของหานชางเหยียนก็ลือกันกระฉ่อน

การศึกครานี้แม้เมืองอวีจะพ่ายแพ้ นอกจากอาหารที่ขัดสนแล้วทัพของหานชางเหยียนมิได้ทำให้ชาวบ้านได้รับความลำบากอย่างอื่น ทหารบาดเจ็บล้มตายน้อยยิ่งนักแม่ทัพหานเป็นบุรุษรูปงามแม้ภายนอกจะดูเย็นชาบ้างทว่าเขากลับมีใจที่เมตตากว่าผู้ใด

ชื่อเสียงนี้ของเขาทำให้นางยิ่งสงสัยว่าเขามีใบหน้าเป็นเช่นใดกันแน่

และเพียงได้พบหน้าเขาในวันแรก หัวใจน้อย ๆ ของสตรีที่แทบไม่ได้พบบุรุษใดเช่นคุณหนูเมิ่งสืออีก็พลันเต้นแรงขึ้น บุรุษผู้นั้นองอาจหล่อเหลาหาผู้ใดเทียบเคียงได้

หลังจากนั้นนางก็ได้รับสมรสพระราชทานจากฝ่าบาทแคว้นลู่ใจของเมิ่งสืออีจึงตกเป็นของว่าที่สามีได้อย่างง่ายดายนัก

ในวันแต่งงานเมิ่งสืออีอยู่ในชุดแต่งงานที่รีบเร่งจัดหาจึงมิได้งดงามและวิจิตรอย่างที่เคยฝันเอาไว้กระนั้นหัวใจของนางก็เปี่ยมสุข นางนั่งรอคอยเขาด้วยหัวใจที่เต้นระรัวกระทั่งครึ่งคืนผ่านไปนางจึงได้ยินเสียงประตูเปิดออก

ตั้งแต่เห็นหน้าเขาในวันที่รับสมรสพระราชทานวันนั้น นางกับเขายังไม่เคยพูดจากันเลยแม้แต่ประโยคเดียว ในคืนเข้าหอวันนี้นางเองก็ไม่รู้ว่าต้องพูดคำใดเช่นกัน ดังนั้นนางจึงได้แต่นั่งรอให้เขามาเปิดผ้าคลุมหน้าด้วยหัวใจเต้นระรัว

นางได้ยินเสียงน้ำถูกรินลงในจอก เมิ่งสืออีคิดว่าเขาอาจจะกำลังรินเหล้ามงคลอยู่กระมัง มือของนางสั่นโดยไม่อาจควบคุมนั่นคงเป็นเพราะนางตื่นเต้นจนเกินไป

ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ใบหน้าของนางเห่อร้อนขึ้นมาและแดงก่ำ หญิงสาวกลั้นรอยยิ้มเอาไว้อย่างขัดเขิน ในเวลานั้นนางกลับได้ยินเสียงเย็นของหานชางเหยียนเอ่ยว่า

"หึ สุนัขสกุลเมิ่งคิดจะส่งบุตรสาวปีนขึ้นที่สูงชดใช้ความผิดหรือ ฝันไปเถิดว่าข้าจะแตะต้องเจ้า"

เมิ่งสืออีนิ่งอึ้ง นางไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนเองได้ยิน คนผู้นั้นได้พูดคำว่า....สุนัขสกุลเมิ่งหรือ?

ดูเหมือนว่าหานชางเหยียนคงจะเมาสุราอย่างหนัก เขาคงดื่มไปไม่น้อยจึงได้กล่าวเพ้อเจ้อ

เมิ่งสืออีได้แต่ปลอบใจตนเองเช่นนั้น กระทั่งนางได้ยินเสียงข้าวของหล่นแตกกระจายพร้อมกับเสียงของหนัก ๆ หล่นกระแทกพื้น เมิ่งสืออีสะดุ้งครั้งแล้วครั้งเล่าแต่นางก็ไม่กล้าที่จะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกมาดู

นางไม่อาจทำผิดประเพณีได้ ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวนี้สมควรเป็นเจ้าบ่าวที่ต้องเปิดออก

เมิ่งสืออีไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นนางจึงเอ่ยถามเสียงสั่น

"ท่านพี่เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ"

นางได้ยินเสียงหัวเราะเย็นชาดังขึ้นมา หานชางเหยียนจ้องมองนางที่ยังนั่งอยู่บนเตียงนอนเพื่อรอคอยเขา

ในใจคิดว่านางคงหาทางเสวยสุขโดยการเป็นฮูหยินของเขาและใช้ความงามเข้าหลอกล่อ

ฉับพลันหานชางเหยียนก็บังเกิดความรู้สึกชิงชังขึ้นมาทันใด เขาจ้องนางดวงตาแข็งกร้าวยกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมดแล้วเขวี้ยงลงบนพื้นจนจอกสุราหยกแตกกระจาย

เมิ่งสืออีได้ยินพลันสะดุ้งโหยงอีกคราจู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบทำให้ร่างของนางสั่นเล็กน้อย หากว่านางเปิดผ้าคลุมหน้าออกและเห็นหน้าเขาในยามนี้คงหวาดกลัวจนวิ่งหนีไปเป็นแน่

หานชางเหยียนเห็นท่าทางของนางเช่นนั้นพลันแสยะยิ้ม

"สตรีแพศยา ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะวางท่าเป็นสตรีผู้อ่อนแอได้สักกี่น้ำ"

พูดจบเขาก็ถีบเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ จนล้มลงไปเพื่อข่มขวัญคน เมิ่งสืออีตกใจกับเสียงโครมครามและคำพูดกล่าวหาของเขาจนร่างกายแข็งค้างไปแล้ว

นางนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานโดยไม่รู้ว่าหานชางเหยียนออกจากห้องหอไปตั้งแต่เมื่อใด

บัดนี้ในห้องหอเงียบสงบนัก หลังจากนั้นราวครึ่งชั่วยามเมิ่งสืออีจึงตัดสินใจเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก

เมิ่งสืออีตะลึงงัน!

เมื่อเห็นว่าห้องหอที่ถูกประดับตกแต่งอย่างงดงามด้วยเครื่องประดับสีแดงบัดนี้ได้พังเสียหายยับเยิน กระทั่งโต๊ะกลางห้องก็พังลงไปกองที่พื้น

เมิ่งสืออีได้รับความตกใจจนแทบสิ้นสติกว่าที่นางจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่ ไม่มีคนของนางสักคนที่เข้ามาใกล้บริเวณนี้ นางคิดจะออกจากเรือนหอแต่กลับถูกทหารของหานชางเหยียนเฝ้าเอาไว้

และในยามนั้นนั่นเองที่นางเห็นหานชางเหยียนกำลังโอบกอดสตรีนางหนึ่งอยู่ที่สวนด้านหน้า ท่าทางของเขาเมามายอย่างหนัก ใบหน้าของเขาซุกไซร้ที่ลำคอของสตรีนางนั้น และนางผู้นั้นก็ทำท่าเอียงอายส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข

เมิ่งสืออีมองสามีด้วยหัวใจที่ปวดร้าว เขาไม่หันมามองนางเลยแม้แต่น้อยขณะที่พาสตรีนางนั้นเดินผ่านหน้าของนางไป

เข่าของเมิ่งสืออีอ่อนลงทันใด กระทั่งนางทรุดฮวบนั่งลงกับพื้น ทหารที่เฝ้านางเอ่ยเบา ๆ ว่า

"ฮูหยินสตรีนางนั้นเป็นแค่นางโลม ท่านอย่าถือสาท่านแม่ทัพเลยนะขอรับ"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย ตำหนักจันทรา ข้ามเวลารักนิรันดร์
9.5
โหยหาความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตของกาลเวลาและภพชาติ แม้กายจะห่างไกลกันคนละมิติ แต่สายใยความผูกพันยังคงสลักลึกอยู่ในหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง การเฝ้ารอคอยอันแสนยาวนานนี้มีเพียงจุดหมายเดียวคือการได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อเติมเต็มคำสัญญาที่เคยให้ไว้ เพียงแค่ได้สบตาหรือพานพบกันสักคราในชีวิตนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับปาฏิหาริย์ที่รอคอยมาแสนนานในตำหนักจันทราแห่งความทรงจำนิรันดร์
หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต
หน้าปกนวนิยาย นิยายจีนชุด ร้อนรักนางจิ้งจอกสาว
7.9
ปีศาจจิ้งจอกสาวผู้ฝึกตนมานานกว่าห้าร้อยปีจนสามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ ทว่าการจะรักษาชีวิตอันเป็นอมตะและคงความเยาว์วัยไว้ได้นั้น นางจำเป็นต้องคอยสูบเอาพลังหยางจากเหล่าบุรุษมาเป็นพลังงานเลี้ยงตนเอง ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามหยาดเยิ้มเกินต้านทาน นางจึงใช้เสน่ห์เย้ายวนล่อลวงเหยื่อให้ลุ่มหลงติดกับดัก เพื่อให้ชายเหล่านั้นยอมสละพลังชีวิตและร่างกายให้แก่นางอย่างเต็มใจในท้ายที่สุด