
ชาติใหม่ข้าจะไม่หวนคืนชะตาเดิม
ตอน 2
หนังสือเล่มหนาถูกปิดลงหลังอ่านถึงตัวอักษรสุดท้าย ตอนจบบริบูรณ์ของนิยายที่ไม่มีเอ่ยถึงตัวละครอย่างสวี่ซือเหยา เป็นเพียงตัวประกอบที่โผล่ออกมาแค่ไม่กี่บทให้รู้เหตุจูงใจของตัวร้ายเท่านั้น สวี่ซือเหยาไม่รู้ว่าควรประหลาดใจกับอะไรก่อนดี ระหว่างการค้นพบว่าโลกของเธอเป็นเพียงนวนิยายเรื่องหนึ่งในโลกใบนี้ แล้วโลกใบนี้ก็อาจเป็นเพียงนวนิยายในโลกอื่นด้วยเหมือนกัน
หญิงสาวอดีตคุณหนูสกุลสวี่ ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างทารกหญิงคนหนึ่ง ที่พ่อแม่บังเอิญตั้งชื่อให้เหมือนกับชาติก่อนไม่มีผิดเพี้ยน เธอเติบโตขึ้นมาในบทบาทของหญิงสาวธรรมดาใช้ชีวิตสมวัยโดยที่ความทรงจำยังหลงเหลือ
คิดดูดี ๆ แล้วที่กล่าวมาอาจไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่สุดยอดมากมายอะไร เพราะหากนิยายเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดแล้วล่ะก็ เธอก็ได้ค้นพบความจริงบางอย่างที่น่าตกใจกว่า พี่ชายของเธอที่เคยเกลียดเขานักหนา หลังเธอตายเขากลับตามแก้แค้นทุกคน เอาคืนให้อย่างเลือดเย็น ตระกูลหลักถูกเล่นงานยับเยินอย่างไร้ความปรานี แต่สุดท้ายเขาที่ถูกวางบทให้เป็นตัวร้ายก็ตายอย่างน่าเศร้า
สวี่ซือเหยาเจ็บในอกทุกครั้งที่นึกถึงฉากเหล่านั้นผ่านตัวอักษร หากเธอใช้สมองพิจารณาสักหน่อย อาจไม่ตามืดบอดกระทั่งตาย อาจทำให้เขาไม่ต้องมีจุดจบน่าเศร้า และเธอเองก็ไม่ต้องตายอย่างน่าสมเพช ถูกคนที่เชื่อใจหลอกใช้และปอกลอกจนกระทั่งหมดประโยชน์
ส่วนคนที่ได้เจอก่อนตายและมอบความเมตตาจัดพิธีส่งวิญญาณให้เป็นครั้งสุดท้าย คือพระเอกของนิยายเรื่องนั้นที่กลับมาจากสนามรบหลังเสร็จศึกสงคราม และไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นอดีตสามีที่ความจำเสื่อมจำเธอไม่ได้และเริ่มต้นใหม่กับนางเอกอย่างมีความสุข
"เฮ่อ…" สวี่ซือเหยาถอนหายใจ เหยียดขาออกบนที่นอนหนานุ่ม ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับอดีตสามีที่สูญเสียความทรงจำลืมเธอกับลูกไปหมดสิ้น ขณะที่เธอจดจำได้ทุกอย่างและตายอย่างน่าสังเวท แต่นั่นเป็นเรื่องอดีตเพราะเธอตายแล้วคงกลับไปแก้ไขหรือแก้ตัวใหม่ไม่ได้ แม้อยากจะกล่าวขอบคุณพี่ชาย แต่ตะโกนให้ตายเขาก็คงไม่ได้ยิน
มีหรือไม่นะ วิธีที่จะส่งความในใจกลับไปหา...
สิ่งที่ติดค้างในใจเธอมากที่สุดตอนนี้ คือการที่เธอเข้าใจผิดพี่ชาย ตั้งแต่เขาจากไปจวบจนเธอตายก็ไม่มีโอกาสได้พบหน้าอีกเลย
สวี่ซือเหยาดำเนินชีวิตปกติต่อไป แต่เนื้อหาของนิยายเรื่องนั้นยังติดค้างอยู่ในใจจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต...
กลิ่นเหม็นอับที่โชยคลุ้งจมูกเหมือนอยู่ในโรงเตี๊ยมราคาถูก ทำให้สวี่ซือเหยาข่มตานอนต่อไม่ไหว อีกทั้งเสียงโวยวายหลาย ๆ เสียงที่เอ่ยโต้คารมกันอยู่นี้ก็หนวกหูเกินจะหลับลง
"ลากนางออกมา ทำงามหน้าเช่นไรถึงได้มาเกลือกกลั้วกับคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้!"
"ใจเย็นก่อนเถอะเจ้าค่ะท่านพี่ เดี๋ยวซือเหยาจะตกใจเอานะเจ้าคะ" คล้ายเป็นเสียงแม่เลี้ยงที่ไม่ได้ยินมานานหลายสิบปี นี่นางฝันถึงเรื่องราวเก่า ๆ อย่างนั้นหรือ
จะฝันสักทีก็ให้เป็นเรื่องสำราญใจอย่างการได้พบหน้าพี่ชายฝาแฝดอีกครา หรือเป็นภาพฝันในจินตนาการที่ไม่ได้เสียลูกและสามีไปยังดีเสียกว่า
ทว่าความฝันก็ไม่ปล่อยให้หญิงสาวใช้ความคิดได้นานนัก
"นี่ข้าก็ใจเย็นที่สุดแล้ว เจ้าดูเสียสิ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ ทำตัวสตรีกร้านโลกมากกกอดบุรุษที่ไม่ได้แต่งงานด้วยเสียได้!" เสียงของท่านพ่อจากชาติก่อน ช่างชัดเจนเหมือนพึ่งได้ยินผ่านมาเมื่อวาน
"ลากนางออกมา!" เขาสั่งเสียงกร้าว
เป็นตอนนี้เองที่สวี่ซือเหยารู้สึกตัว แขนเธอถูกบ่าวหญิงสองคนช่วยกันฉุดกระชากให้ลุกขึ้นและลากกลับไปที่จวน สวี่ซือเหยารู้สึกมึนงงจนเอ่ยอันใดไม่ออก นี่นางเห็นภาพลวงตาหรือนี่เป็นความฝันกันแน่ ทำไมทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิมยันกระเบื้องหลังคาที่แตกออกมุมหนึ่ง แม้จะผ่านกาลเวลาไปนานแต่สิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจกลับจดจำรายละเอียดได้ดี สวี่ซือเหยาถูกผลักให้คุกเข่าลงกลางห้อง สวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยและผมเผ้าไม่ได้จัดทรงให้เข้าที่ ความเจ็บแสบที่เข่ากระแทกลงพื้นเมื่อครู่นี้ทำให้นางตื่นเต็มตา
อา…ข้าเข้าใจแล้ว
หากไม่มีประสบการณ์ที่ได้อ่านหนังสือหลากหลายมาก่อนหน้านี้ล่ะก็ เธอคงสติแตกเป็นแน่ สวี่ซือเหยานั่งนิ่งไม่พูดจายามบิดากล่าวโทษ
"คิดอะไรอยู่ถึงได้ไปเอาผู้ชายแบบนั้นมาเป็นสามี!"
ตัวนางถูกวางยาปลุกกำหนัด ในห้องนั้นก่อนหน้านี้ก็มีแต่กำยานจากหอนางโลมจุดไว้ทุกมุมห้อง แต่พอเช้ามาก็ถูกเก็บออกไปหมด เรื่องที่ดูออกได้อย่างชัดเจนขนาดนี้ แต่ทำไมตอนนั้นนางถึงโง่เง่าเชื่อคำสตรีผู้นั้นไปได้กัน
"ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือไง ทำขายหน้ามาถึงข้าขนาดนี้แล้ว!"
บุรุษที่ให้ความสำคัญกับบรรดาศักดิ์มีสิทธิ์อันชอบอะไรมาเรียกร้องทวงถามจากบุตรีที่ไม่เคยเหลียวแล แม้แต่บุตรชายแท้ ๆ ยังขับไล่ไสส่งออกไปได้ แม้สวี่ซือเหยาจะก้มหน้าลงต่ำเหมือนนอบน้อมและยอมรับความผิด แต่ภายใต้เงาหน้าที่ไม่มีใครเห็นนั้น ดวงตาคู่งามกลับมีประกายแน่วแน่
นางปล่อยให้เรื่องดำเนินไปอย่างที่ควรเป็น อย่างน้อยก็จนกว่าจะโดนไล่ออกจากบ้านที่มีแต่งูพิษคอยแว้งกัดนี่
"เอานางไปขังไว้ที่หอบรรพชน!"
สวี่ซือเหยาถูกบ่าวลากไปอย่างไม่ให้เกียรติอีกเช่นเคย ประตูปิดสนิทพร้อมเสียงลงกลอนจากด้านนอกทำให้นางผ่อนคลายลงมาก ที่หอบรรพชนนี้มีแต่นางเพียงลำพัง ไม่ต้องมีสายตาคู่ไหนจ้องมองจับผิดตลอดเวลา สวี่ซือเหยาจึงได้ใช้เวลานี้ทบทวนกับตัวเองเพราะมันผ่านมาร่วมสองชาติด้วยกันทำให้นางหลงลืมเรื่องราวบางอย่างไปบ้าง มีเพียงเรื่องของพี่ชายที่ยังติดค้างอยู่ภายในใจ จึงทำให้นางจดจำได้ไม่ลืมแม้จะหมดลมหายใจจากชาติก่อนก็ตาม
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ พี่ชายฝาแฝดของนางถูกใส่ร้ายและถูกขับไล่ออกจากตระกูลไป โดยผู้วางแผนอยู่เบื้องหลังก็คือฮูหยินรองที่อดีตนางเคยเชื่อใจนักหนา กระทั่งถูกเป่าหูจนตามืดบอดก็ยังไม่รู้ตัว พาลนึกเกลียดพี่ชายของตนไปด้วยตัวนางช่างโง่เขลาเสียจริงให้คนอื่นจูงจมูกมาตั้งหนึ่งชาติภพ
ต้องขอบคุณหนังสือเล่มนั้นที่ทำให้สวี่ซือเหยาได้พบความจริง ไม่อย่างนั้นการกลับมาครั้งนี้อาจเดินหมากพลาดอีกครั้ง ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้นางได้ย้อนกลับมาในโลกใบนี้ แต่ต่อไปนี้นางจะไม่ได้เดินตามเส้นเรื่องของหนังสือเรื่องนั้นอีกเด็ดขาด ใครจะเป็นตัวประกอบก็เป็นไปแต่นางจะใช้ชีวิตในชาตินี้ให้ดี นางลูบท้องของนางอย่างเฝ้าหวังว่าลูกน้อยของนางจะกลับมาเกิดกับนางอีกครั้ง
"เทียบเวลาและเหตุการณ์ ตอนนี้พี่ชายน่าจะกำลังเดินทางไปที่ชายแดน ถ้าข้าไม่เป็นอะไร เขาก็ไม่จำเป็นต้องแก้แค้น" สวี่ซือเหยาคำนวนเวลาพร้อมหมายมั่นในใจว่าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม หากไม่แล้วคงตกต่ำไม่ต่างจากชาติก่อนที่เลวร้ายบัดซบสิ้นดี
"พู่กัน ๆ" นางเอ่ยพึมพำพลางมองหาสิ่งที่ต้องการ
ในหอบรรพชนมีพู่กัน หมึก และม้วนกระดาษเตรียมเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว แต่ถูกเก็บไว้ในหีบใบไหนนางก็ไม่มั่นใจ สตรีร่างระหงเดินวนดูตามจุดต่าง ๆ ในหอบรรพชนจนพบกับตู้เก็บสองหลัง เปิดเข้าไปก็พบว่าฝั่งหนึ่งใช้เก็บอุปกรณ์กราบไหว้ อีกฝั่งเป็นม้วนกระดาษและแท่นหมึก
"อยู่นี่เอง"
คุณหนูของจวนไอค่อกแค่กหลังเผลอสูดฝุ่นเข้าไป หอบรรพชนไม่ได้มีคนมาทำความสะอาดนานขนาดไหนกันจึงทำให้สำลักจนเจ็บคอเช่นนี้ แต่สวี่ซือเหยาไม่เห็นจำเป็นต้องใส่ใจเลย อีกไม่นานก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว คิดได้ดังนั้นก็หยิบเครื่องเขียนออกมาหนึ่งชุด นำมันมากางแล้วเขียนเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่
ชีวิตนี้นางจะไม่พลาดแบบเดิมนางต้องรอด และสามีกับลูกที่นางเสียไป นางก็จะยอมปล่อยให้หลุดมืออีก
กว่าจะสำนึกได้ก็สายเกินแก้ บางคนพบจุดจบที่ไม่อาจทำอะไรได้อีกไปตลอดกาล แต่สวี่ซือเหยายังได้รับโอกาสให้กลับมาไม่ว่าด้วยเหตุใด นางขอใช้มันเพื่อไม่ให้จบแบบเดิมตามปลายปากกานักเขียน ชาตินี้นางมีสมองและสองมือไม่ต้องถูกลิขิตโดยปลายปากกานักเขียนอีกแล้ว
ความสัมพันธ์และเหตุการณ์ใหญ่ที่มีต่อชีวิตของนางถูกลากโยงเส้นเชื่อมต่อกัน จุดชีวิตบัดซบของสวี่ซือเหยาล้วนมีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ มาจากการกระทำไม่ก็คำพูดของผู้เป็นแม่เลี้ยง
สวี่ซือเหยาใช้เวลาหลายชั่วยามในการใคร่ครวญอยู่ในหอบรรพชน บ่าวไพร่เพียงยกสำรับอาหารมาแล้วเรียกให้นางไปเอา บิดายังไม่หายโกรธจึงต้องทนทุกข์อยู่เช่นนี้ ใครมองมาก็คงคิดอย่างนั้น แต่สวี่ซือเหยากลับอยากให้มันยืดเยื้อออกไป นางจะได้วางแผนได้รับกุมมากขึ้น
อย่างน้อยต่อจากนี้ก็มีเรื่องหนึ่งที่นางหมายมาดไว้แล้วว่าจะทำ เพื่อไม่ให้ตัวเองตกอับเช่นกาลก่อน อย่างเช่นการหาเงินเข้าบ้าน หากนางมีเงินไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรย่อมสะดวกมากขึ้น สวี่ซือเหยาค่อย ๆ คิดค่อย ๆ จัดการ เพราะบางเรื่องมันนานจนนางลืมเรื่องราวอดีตไปบ้างแล้ว
แต่อย่างน้อยนางก็ได้เปรียบที่รู้เหตุการณ์สำคัญล่วงหน้าหลายเรื่อง แม้จะอ่านหนังสือมาหลายรอบ แต่หนังสือไม่อาจบรรยายรายละเอียดเชิงลึกของตัวประกอบไว้ ฉะนั้นนางต้องพึ่งพาตัวเองให้รอดพ้นวิกฤตชีวิตจากชาติก่อนให้ได้
คุณอาจจะชอบ





