
หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก
ตอน 2
แสงแดดรำไรยามเช้าตรู่ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างสีขาวบางเบาพลิ้วไหวกระทบเข้ากับใบหน้าขาวเนียนดุจหิมะของหมิงหลิ่งฟางที่นอนอยู่บนเตียงไม้สีดำหลังใหญ่แกะสลักลายอย่างประณีต เปลือกตาสีไข่ค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนกระพริบตาถี่ ๆ ขนตายาวแพรหนากระพือขึ้นลงราวกับปีกผีเสื้อ
ครั้นพอฟื้นคืนสติขึ้นมาหลินฟางก็ใช้สายตาสำรวจไปรอบ ๆ ที่นี่คือที่ไหนกัน นางพยายามขยับร่างกายหมายจะลุกขึ้นนั่งเพื่อจะได้เห็นชัดขึ้น แต่กลับรู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นจากมือใครบางคนที่กุมมือของนางไว้แน่น
หลินฟางเหลือบมองไปยังข้างเตียงก็พบสตรีนางหนึ่ง สวมอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นสีทองอย่างประณีต มวยผมที่เกล้าไว้ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ดูจากการแต่งกายแล้วคาดว่าสตรีผู้นี้คงเป็นสตรีวัยกลางคน นางกำลังฟุบหลับอยู่ข้างเตียงทั้งมือของนางก็ยังกุมมือของหลินฟางเอาไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะสูญเสียนางไปอีกครั้งอย่างไรอย่างนั้น
ในขณะที่หลินฟางกำลังย่นคิ้วอย่างสงสัย นางมาอยู่ที่ไหนแล้วผู้นี้เป็นใคร จู่ ๆ นางก็รู้สึกปวดหัวราวกับว่ามีเข็มนับพันมาทิ่มแทงจนหัวแทบจะระเบิดออกมา
หลินฟางยกมือขึ้นกุมศีรษะไว้อย่างเจ็บปวดทรมาน ร่างกายของนางสั่นเทาเหงื่อเป็นเม็ดผุดขึ้นเต็มใบหน้า คล้ายกับว่ามีบางสิ่งถาโถมเข้ามาใส่ในหัวของนางราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากที่ไหลพุ่งทะลักเข้ามา ความทรงจำทั้งหมดเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตไหลเวียนกลับเข้ามาอีกครั้ง
แม้ความทรงจำก่อนหน้านี้จะยังไม่ค่อยชัดเจนนักหรือฟังเองก็รู้สึกสับสนไม่น้อย แต่เมื่อเห็นสตรีวัยกลางคนที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงแล้ว นางก็ถึงกับน้ำตาเอ่อคลอในดวงตาคู่งาม มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าสตรีผู้นี้เป็นใคร
ใช่แล้วนางคือหลีซูฮวามารดาผู้ให้กำเนิดของนางในอดีต มารดาของนางยังมีชีวิตอยู่ ดีจริงๆ
แม้ว่านางจะพบกับเรื่องราวอันเจ็บปวดและโหดร้ายจนต้องตายจากโลกปัจจุบัน แต่การที่ได้กลับมาพบกับมารดาได้มาอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้มันกลับทำให้นางรู้สึกตื้นตันใจอยู่ไม่น้อย คุ้มแล้วเท่านี้ก็คุ้มแล้วนางไม่ขออะไรอีกต่อไปจะรักษาครอบครัวที่รักนางไว้ให้ดี
หากอดีตสามารถแก้ไขได้จริงตามที่ตาแก่ผู้นั้นว่า นางจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายครอบครัวที่สมบูรณ์ของนางแม้จะแลกด้วยชีวิตก็ตาม
“อ้าว! ฟางเอ๋อร์เจ้าตื่นหรือเหตุใดจึงไม่ปลุกแม่เล่า แล้วเจ้าร้องไห้ทำไมกันเจ็บตรงไหนหรือ เดี๋ยวแม่จะให้คนไปเรียกหมอมา”
ฮูหยินหลีตื่นขึ้นมาเมื่อพบว่าบุตรสาวของนางฟื้นขึ้นมาแล้วก็ดีใจมาก แต่ก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นว่าใบหน้างามของบุตรสาวเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา นางกลัวเหลือเกินว่าบุตรสาวจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก
“ท่านแม่!”
หลินฟางไม่สิในชาตินี้นางคือหมิงหลิ่งฟาง บุตรสาวคนเดียวของอัครเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือ แต่จะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นขอเพียงมีครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์เช่นนี้นางก็พึงพอใจแล้ว
หมิงหลิ่งฟางลุกขึ้นโผล่เข้าไปสวมกอดมารดาแน่นราวกับเด็กเล็ก อ้อมกอดอันอบอุ่นนางไม่ได้สัมผัสมันมานานเท่าไหร่แล้ว ฮูหยินหลีแม้จะยังงุนงงกับการกระทำของบุตรสาวแต่นางก็ไม่ได้ว่าอะไรทั้งยังดีใจด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้พวกนางไม่ได้ใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้มานานแค่ไหนแล้ว นางยกมือลูบผมของบุตรสาวยังแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความรักความอ่อนโยน
หลังจากสวมกอดมารดาจนพอใจแล้ว หมิงหลิ่งฟางก็ผละออกมาสำรวจมารดาอีกครั้งนี่นางไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่
“อะไรของเจ้าตื่นมาก็กลายเป็นเด็กเสียแล้วราวกลับกลัวว่าแม่จะหายอย่างไรอย่างนั้น”
หมิงหลิ่งฟางยกยิ้มกว้างยื่นมือไปจับมือมารดามากุมไว้พร้อมกับยกยิ้มกว้างแววตาเต็มไปด้วยความดีใจ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเหตุใดนางถึงมานอนป่วยอยู่แบบนี้ได้
“จริงสิเจ้าคะท่านแม่ แล้วเหตุใดข้าถึงมานอนป่วยจนทำให้พวกท่านเป็นกังวลเช่นนี้กันเล่า”
ฮูหยินหลีได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ บุตรสาวของนางจำไม่ได้หรือนี่ ไม่ใช่ว่าสมองของนางถูกกระทบกระเทือนจนจำความไม่ได้ไปแล้วหรอกหรือ โธ่! น่าสงสารเสียจริงลูกแม่ แต่ช่างเถอะอย่างไรนางก็กลับมาแล้วเรื่องนี้ทุกคนเองก็รู้
“ในวันนั้นท่านพ่อของเจ้าจัดงานวันเกิด คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเจ้าถูกใครบางคนผลักตกน้ำโดยที่ไม่ทันตั้งตัว โชคร้ายที่ศีรษะของเจ้านั้นไปถูกเข้ากับโขดหิน แม้ไม่ถึงตายแต่ก็สลบไม่ได้สติไปถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากพวกเขาไม่ทันเห็นว่าคนผู้นั้นเป็นใคร พวกเราเองก็พยายามตามหาคนทำอย่างเต็มกำลังแต่ก็ไม่พบ นึกแล้วก็น่าเจ็บใจนัก”
คิดถึงเหตุการณ์นั้นแล้วฮูหยินหลีก็อดเศร้าใจอย่างเสียไม่ได้ เพราะพวกนางไม่ได้ปกป้องดูแลบุตรให้ดีจึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น บุตรสาวของนางอายุเพียงสิบแปดปีก็ต้องมาพบเจอเรื่องพวกนี้เสียแล้ว
ผลักตกน้ำหรือ…
หมิงหลิ่งฟางยังคงค้างคาใจ ใครกันกล้ามาทำกับนางที่จวนของบิดาได้ นางพยายามหลับตาเค้นความทรงจำในอดีตเหตุการณ์นั้นค่อนข้างเลือนรางมาก
เหมือนคับคล้ายคับคราว่ามีสตรีผู้หนึ่งมาเบียดนางอยู่ด้านหลัง ในระหว่างที่นางยืนชมดอกบัวในสระโดยไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกว่ามีมือของใครบางคนผลักนางจากด้านหลังก่อนที่นางจะตกลงไปในสระบัวด้านข้างจวน
หากนางจำไม่ผิดสตรีผู้นั้นคาดว่าน่าจะเป็นหวงเจียวซิน บุตรสาวของเจ้ากรมการคลัง ที่ตามครอบครัวมาร่วมงานวันเกิดของบิดาที่จวนด้วยเช่นกัน
เหอะ! คนนิสัยร้ายกาจเช่นนั้นทำร้ายนางยังไม่พอยังจะกล้าหน้าด้านแสร้งมาตีสนิททำเป็นว่าหวังดีกับนาง ในอดีตนางช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริงหลงเชื่อคนโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน ครานี้นางจะไม่ยอมให้สตรีผู้นั้นมาหลอกลวงปั่นหัวนางเป็นครั้งที่สองได้อีก หากจะมีใครโง่เขลาคนผู้นั้นต้องไม่ใช่นาง!
หมิงหลิ่งฟางรู้สึกเจ็บใจทั้งโกรธแค้นอดีตสามีและสตรีผู้นั้นจนแทบอยากจะฆ่าให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ ให้สมกับสิ่งที่พวกมันทำกับนางไว้ หมิงหลิ่งฟางเผลอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
แต่หากนางจะเข้าไปแก้แค้นพวกมันตอนนี้ไม่เท่ากับว่านางหาเรื่องเอาครอบครัวไปสังเวยชีวิตให้กับพวกมันหรอกหรือ นางจะทำเรื่องโง่ ๆ เช่นในอดีตได้อย่างไร
ตอนนี้นางมีชีวิตใหม่แล้วสิ่งที่นางต้องทำเป็นอันดับแรกคือต้องรักษาครอบครัวเอาไว้ให้ดี การแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สายพวกมันจะต้องชดใช้ทุกสิ่งที่ทำไว้กับนางและครอบครัวของนาง
นางจะต้องค่อย ๆ คิดวางแผนอย่างรอบคอบเพราะคนพวกนั้นก็มิใช่สามัญ แต่ในเมื่อพวกมันทำชีวิตนางย่อยยับพังทลายได้นางก็จะทำคืนกับพวกมันเป็นร้อยเท่าพันทวีคอยดู นางจะทำให้พวกมันรับรู้ถึงรสชาติของความเจ็บปวดเจียนตายอย่างแน่นอน!
คุณอาจจะชอบ





