
แต่งงานกับอาเล็ก
ตอน 2
พ่อตู้ที่ได้สติกลับมาเป็นคนแรก โกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาในทันที
“นังลูกไม่รักดี แกพูดบ้าอะไรออกมาห้ะ คุณลี่เป็นอาของจื่อคั่ว ลำดับศักดิ์ระหว่างพวกแกคืออากับหลานนะ แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!!”
เยว่กุ้ยเซียงกลัวว่าจะทำให้ลี่โม่เป่ยโกรธ แล้วยึดสินสอดคืน จึงรีบลุกขึ้นมาดึงเธอออกไปทันที
“เด็กคนนี้นี่เลอะเลือนไปใหญ่แล้ว นึกจะพูดอะไรก็พูด ไปสงบสติอารมณ์ในห้องรับรองเดี๋ยวนี้”
เธอเป็นคนที่แรงเยอะมาก พอเข้าถึงตัวได้ก็พยายามจะกระชากแขนของตู้เซียวเซียวอย่างสุดกำลัง
ตู้เซียวเซียวไม่สามารถดิ้นหลุดได้
ถ้าวันนี้เปลี่ยนแปลงการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้
ด้วยนิสัยของพ่อตู้ เขาจะต้องหาเจ้าหน้าที่มาจัดการจดทะเบียนสมรสให้เธอกับลี่จื่อคั่วภายในคืนนี้อย่างแน่นอน
ดีไม่ดีอาจถึงขั้นจับเธอมัดมือชกส่งขึ้นเตียงของลี่จื่อคั่วเพื่อรวบหัวรวบหางเลยก็ได้ จะได้เป็นหลักประกันว่าความร่วมมือระหว่างตระกูลลี่และตระกูลตู้จะมั่นคงสืบไป
ในชาติก่อน เธอต้องจำยอมแต่งงานกับลี่จื่อคั่วทั้งแบบนี้
เวลานี้การร่วมมือกับลี่โม่เป่ยคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว
เมื่อเห็นว่ากำลังจะถูกลากออกไป เธอก็ร้อนรนจนขอบตาแดงก่ำ ขณะเดียวกันก็คิดหาทางว่าจะเอาตัวรอดยังไง
จู่ ๆ ลี่โม่เป่ยที่ตีหน้าขรึม และเงียบมาตลอดก็พูดขึ้นมาว่า
“คุณต้องคิดให้ดีนะ”
ไม่มีคำตำหนิ ไม่มีการสะบัดหน้าเดินหนีไป
หากแต่เป็นการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงเอ่ยถามออกมาอย่างจริงจัง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้ง
ดวงตาของตู้เซียวเซียวเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอเดิมพันถูกแล้ว
เธอรีบผละออกมาจากเยว่กุ้ยเซียงที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แล้วก็เดินเข้าไปยืนข้างลี่โม่เป่ยด้วยความกล้าหาญ
เรือนร่างบอบบางนุ่มนิ่มแทบจะแนบชิดไปกับท่อนแขนของเขาอยู่แล้ว
ใบหน้าน้อย ๆ ที่เงยขึ้นมาดูขาวอมชมพู งดงามราวกับตุ๊กตา แม้ดวงตาจะบวมช้ำเล็กน้อยจากการร้องไห้ แต่ก็ยังคงทอประกายสุกสกาวดุจดวงดาว
“ฉันคิดดีแล้ว ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบแน่นอนค่ะ”
ลี่โม่เป่ยไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด เขาขมวดคิ้วเข้มพลางจ้องมองเธอเขม็ง แล้วก็เอ่ยถามว่า
“ทำไมล่ะ?”
ตู้เซียวเซียวรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่าย ๆ
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเธอจะต้องทำให้เขาเกิดความระแวงสงสัยอย่างแน่นอน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ประกาศก้องว่า “ลี่จื่อคั่วเห็นว่าฉันกำพร้าแม่แต่เด็ก ไม่มีใครคอยหนุนหลัง ก็เลยมารังแกกันด้วยการมีชู้ก่อนแต่ง ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ฉันขอเป็นอาสะใภ้ของเขาดีกว่า เอาให้เขาโมโหจนอกแตกตายไปเลย อีกอย่างฉันทั้งยังสาว สุขภาพแข็งแรง หน้าตาก็สะสวย ถึงแต่งกับอาเล็กไป อาเล็กก็ไม่เสียเปรียบหรอกค่ะ!”
ดื้อรั้นเอาแต่ใจเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ
พ่อตู้โกรธจนตัวสั่นไปหมด
“นังลูกเวร แกทำตระกูลตู้ขายขี้หน้าจนไม่มีชิ้นดีแล้ว”
แต่ใครจะไปคิดว่าลี่โม่เป่ยจะเว้นช่วงไปชั่วขณะ แล้วจู่ ๆ ก็ย้อนถามพ่อตู้ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“การแต่งงานกับผมมันทำให้ตระกูลตู้ขายหน้ามากเลยเหรอ?”
ประโยคดังกล่าวเล่นเอาพ่อตู้ถึงกับจุกจนแทบกระอักเลือดเลยทีเดียว
เขารีบละล่ำละลักขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ว่า “ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ เพียงแต่ว่า…...”
ทว่าวินาทีต่อมา ลี่โม่เป่ยกลับไม่ได้สนใจพ่อตู้อีก เขาสาวเท้าเดินตรงไปข้างหน้า เรือนร่างสูงสง่าภายใต้ชุดสูทสีดำสั่งตัดพิเศษขับเน้นบุคลิกที่ดูสุขุมนุ่มลึกและสูงส่งเหนือใคร เขาประกาศก้องกลางห้องโถงว่า
“วันนี้ขออนุญาตเปลี่ยนงานนี้เป็นงานหมั้นระหว่างผมกับเซียวเซียวแทนนะครับ แขกทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้จะได้รับสิทธิพิเศษในการร่วมทำธุรกิจกับตระกูลลี่ก่อน อีกสักครู่สามารถติดต่อผู้ช่วยของผมได้เลยครับ”
หลังจากสิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ตกอยู่ท่ามกลางความฮือฮาขึ้นมาทันที
นี่....นี่ไม่ใช่แค่การออกหน้าหนุนหลังตู้เซียวเซียว หรือยอมรับสถานะของเธออย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่มันยังเป็นคำเตือนกลาย ๆ ด้วยว่าห้ามให้ใครเอาเรื่องนี้ไปปากโป้งข้างนอกเป็นอันขาด!
ยังไงซะโอกาสที่จะได้ร่วมธุรกิจกับตระกูลลี่ ต่อให้จะต้องตบตีแย่งชิงกันจนหัวร้างข้างแตกก็ใช่ว่าจะคว้ามาได้ง่าย ๆ ซะเมื่อไหร่
แต่ว่าไอ้ฉากพลิกล็อกที่เปลี่ยนตัวจากว่าที่หลานสะใภ้กลายมาเป็นภรรยาของคุณอาแบบปุบปับเนี่ย มันก็น่าระทึกใจจริง ๆ นั่นแหละนะ!
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของตู้เซียวเซียวก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขายอมรับข้อเสนอของเธอแล้วสินะ!
เธอรีบรุดเข้าไปควงแขนของเขาไว้ทันที จากนั้นก็ยืนเชิดหน้าเคียงข้างเขาด้วยความภาคภูมิใจ
เมื่อเห็นสถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในชั่วพริบตา ลี่จื่อคั่วก็ถึงกับยืนงงทำอะไรไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่ทีเดียว
เขามองมือของตู้เซียวเซียวที่กอดเกี่ยวท่อนแขนของลี่โม่เป่ยไว้แน่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะตวาดด้วยเสียงที่ดุดันว่า
“ตู้เซียวเซียว คุณอย่ามาลามปามให้มันมากนัก นี่อาเล็กของผมนะ!”
คุณอาจจะชอบ





