
แต่งงานกับอาเล็ก
ตอน 3
ทว่าวินาทีถัดมา ตู้เซียวเซียวกลับไม่ได้ถูกสลัดออกอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้
ทว่าฝ่ายชายกลับปรายตามองเธอด้วยสายตาเอ็นดูซะอย่างนั้น ช้อนตาขึ้น น้ำเสียงคมกริบ
“ไม่ได้ยินหรือไง วันนี้คืองานหมั้นของฉันกับเซียวเซียว ต่อไปเธอคืออาสะใภ้เล็กของนาย เรียกอาสะใภ้สิ”
ลี่จื่อคั่วเบิกตากว้างด้วยความอึ้ง
อยู่ ๆ เขาก็นึกถึงรูปถ่ายใบหนึ่งที่เคยเห็นในกระเป๋าสตางค์ของลี่โม่เป่ยขึ้นมาได้ พอย้อนกลับมามองคนทั้งสองที่ยืนเคียงคู่กันอยู่ตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวชนิดที่ยากจะอธิบายได้ก็พลันปะทุขึ้นในใจทันที
หรือว่าหรือว่าสองคนนี้จะแอบมีอะไรกันมาตั้งแต่แรกแล้ว!
เป็นไปไม่ได้!
ใครไม่รู้บ้างว่าลี่โม่เป่ยถูกวินิจฉัยร่างกาย ว่าไม่แม้แต่จะมีลูกได้ ชาตินี้ไม่คิดจะแต่งงาน แล้วก็ยิ่งไม่คิดจะเข้าใกล้ผู้หญิงด้วย
“ตู้เซียวเซียว คุณใช้วิธีสกปรกอะไรไปอ่อยอาเล็กของผมกัน ทำไมคุณถึงได้ทำตัวร่าน……”
“พลั่ก!”
ทว่าเขายังไม่ทันจะพูดจบประโยค เขาก็ถูกลี่โม่เป่ยเตะเข้าที่ข้อพับเข่าแบบเต็มแรง
“พูดจาหยาบคาย ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ คุกเข่าขอโทษซะ”
ลี่จื่อคั่วร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกเหมือนกับว่ากระดูกหัวเข่าแหลกละเอียดไปแล้ว มันเจ็บจนใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับกระดาษ
เขาไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้
ทว่าความเจ็บปวดกลับช่วยเรียกสติสัมปชัญญะของเขาให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
เขาข่มความโกรธเอาไว้ ดวงตาแดงก่ำราวกับชอกช้ำระกำใจ
“เซียวเซียว ผมรู้ว่าคุณกำลังโกรธผมอยู่ แต่เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นขายของนะ คุณอย่าตัดสินใจทำอะไรแล้วมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต เพียงเพราะอยากจะประชดผมเลยจะดีกว่า พวกเราเป็นคู่รักในวัยเด็กที่โตมาด้วยกัน ผมรู้จักคุณดีที่สุด คุณลองคิดดูให้ดีแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ดีไหม?”
เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกไปช้า ๆ
ราวกับนำตัวเองมาวางถวายอยู่ตรงหน้าตู้เซียวเซียวอีกครั้ง ขอเพียงยื่นมือมาคว้าไว้ เธอก็จะได้ครอบครองเขาดั่งใจหวัง
หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าบีบจนลี่จื่อคั่วสารภาพรักได้อย่างจริงใจแบบนี้ ตู้เซียวเซียวคงจะซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากไปแล้ว
ทว่าภาพเหตุการณ์ในชาติก่อนกลับเปรียบเสมือนคมมีดที่กำลังกรีดแทงหัวใจของเธอทีละฉาก
เธอจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนโง่อีก
เมื่อรับรู้ได้ถึงร่างกายที่เกร็งเขม็งของชายข้างกาย ตู้เซียวเซียวก็ซุกไซ้เข้าไปในอ้อมกอดของเขาอย่างออดอ้อน
“ลี่โม่เป่ย หลานชายคนโตของเรานี่ตลกจริง ๆ เลยนะคะ แค่โตมาด้วยกันก็คิดว่าเป็นคู่รักในวัยเด็กแล้วเหรอ? ถ้างั้นฉันกับคุณก็ถือเป็นคู่รักในวัยเด็กเหมือนกันสิ สมัยเด็กตอนที่ฉันหกล้มจนได้แผลถลอก คุณเป็นคนอุ้มฉันกลับบ้าน ถ้าลองนับดูแล้ว คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่อุ้มฉันเลยนะ คุณต้องรับผิดชอบฉันด้วยนะคะ”
ร่างกายของลี่โม่เป่ยค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เขายกมือใหญ่ ๆ ขึ้นมาโอบรอบเอวของเธอเอาไว้อย่างฉับพลัน
“คุณยังจำได้ด้วยเหรอ?”
“จำได้สิคะ”
ตู้เซียวเซียวเชิดใบหน้าเล็ก ๆ ขึ้นอย่างทะนงตน เพื่อส่งยิ้มที่งดงามเจิดจรัสราวกับดอกท้อที่กำลังเบ่งบานให้กับเขา ก่อนจะหันไปปรายตามองลี่จื่อคั่วที่กำลังคุกเข่าชันเข่าอยู่บนพื้นด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม
“เมื่อกี้นี้ที่คุณบอกให้ฉันกลับไปคิดดี ๆ ฉันลองคิดอย่างละเอียดแล้วนะ สามีของฉันทั้งรวย ทั้งหล่อ แถมยังรู้จักถนอมน้ำใจคนอีก คุณมีตรงไหนไปเทียบกับเขาได้บ้างไม่ทราบ...…”
ยิ่งเธอพูดเท่าไหร่ สีหน้าของลี่จื่อคั่วก็ยิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้นเท่านั้น
ลี่โม่เป่ยหน้าชาไปชั่วขณะ ก่อนจะกวาดสายตามองลี่จื่อคั่วด้วยแววตาเย็นเยียบ
“นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังมีคราวหน้าอีก นายไสหัวออกจากตระกูลลี่ไปได้เลย”
หลังพูดจบ เขาก็โอบตู้เซียวเซียวที่กำลังงุนงงเดินออกไปข้างนอก
ทิ้งลี่จื่อคั่วและฝูงชนยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงไว้ด้านหลังทั้งอย่างนั้น
ลี่จื่อคั่วทำได้เพียงจ้องเขม็งแผ่นหลังของทั้งสองคนที่ค่อย ๆ ไกลห่างออกไปด้วยสายตาเคียดแค้น
เป็นไปไม่ได้ อีกอย่างต่อให้ตู้เซียวเซียวได้แต่งงานกับลี่โม่เป่ยแล้วยังไง ในเมื่อลี่โม่เป่ยเป็นหมันมีลูกไม่ได้ สุดท้ายแล้วเมื่อถึงเวลา สมบัติและกิจการทั้งหมดของตระกูลก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี!
……
เมื่อออกจากห้องจัดเลี้ยงมายังห้องรับรอง กระทั่งประตูปิดลง ฝ่ามือใหญ่ ๆ ของชายหนุ่มยังคงโอบกระชับเอวบางของตู้เซียวเซียวเอาไว้แน่น ขณะที่นั่งลงก็ดึงให้อีกฝ่ายนั่งลงบนตัก โดยไม่คิดจะปล่อยมือเพื่อให้เธอลุกออกไปเลยแม้แต่น้อย
น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความเย้ายวนชวนให้ใจสั่น
“ในเมื่อคุณบรรลุเป้าหมายแล้ว อีกเดี๋ยวจะไปกับผม หรือจะกลับบ้านตระกูลตู้?”
ตู้เซียวเซียวที่เพิ่งจะได้สติถึงกับหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
เมื่อนึกย้อนไปถึงสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของผู้คนในงานเมื่อกี้นี้แล้ว เธอจึงแกล้งเอียงคอเล็กน้อย แล้วก็จ้องไปที่ลี่โม่เป่ยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แกมหยอกเย้า ราวกับจิ้งจอกน้อยแสนซนตัวหนึ่ง
“คุณกลัวว่าพอกลับไปแล้วพวกเขาจะรังแกฉันเหรอคะ?”
เมื่อโดนเธออ่านใจออก ใบหูของชายหนุ่มก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที
คุณอาจจะชอบ





