ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?เกิดชาติใหม่สามีผู้เกลียดชังอยากตามง้อ

แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?เกิดชาติใหม่สามีผู้เกลียดชังอยากตามง้อ

ชาติก่อน เหมยหว่านอิ๋งต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการแต่งงานที่ไร้รักกับเผยเยี่ยน สามีที่ชิงชังนางจนหนีไปชายแดน ซ้ำร้ายเมื่อนางอุ้มท้องตามไปกลับพบว่าเขามีหญิงอื่นในใจ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่นางต้องปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาเกียรติ ยามเมื่อได้รับโอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่ในชาตินี้ นางจึงตั้งมั่นที่จะตัดขาดและหลบหนีจากเขาไปให้ไกลที่สุดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เจียงหนาน ทว่าเมื่อข่าวลือเรื่องการวิวาห์ครั้งใหม่ของนางแพร่ออกไป อดีตสามีผู้เคยเย็นชาอย่างเผยเยี่ยนกลับบุกเข้ามาพังพิธีในห้องหอด้วยความโกรธแค้นและหึงหวงอย่างบ้าคลั่ง พร้อมประกาศกร้าวทวงคืนสิทธิ์ความเป็นสามีที่นางไม่มีวันหลีกหนีได้พ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไม่แต่งงานกับเผยเยี่ยน

เหมยหว่านอิ๋งมีท่าทีเด็ดเดี่ยว

ฮูหยินเหมยน้ำตาไหลพราก "เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากเจ้าไม่แต่งจะทำเช่นไร เจ้าไม่มีทางถอยแล้วนะ!"

"แม่รู้จักเผยเยี่ยนดี เขาจะต้องแต่งให้เจ้าเป็นภรรยาเอก ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจแน่"

การที่ฮูหยินเหมยเลือกเดินหมากตานี้ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง

ราชวงศ์ได้รับรองสถานะของเผยเยี่ยนกลับคืนมาแล้ว

เขาคือพระโอรสสายตรงองค์โตของฮองเฮาตำหนักกลาง ทว่าตอนประสูติกลับถูกสับเปลี่ยนกับทารกที่สิ้นพระชนม์ในครรภ์ หลังจากนั้นสายเลือดที่ประสูติในวังหลวงล้วนเป็นองค์หญิง ไม่มีองค์ชายอีกเลย

ด้วยแรงกดดัน ฝ่าบาทจึงทรงรับบุตรหลานเชื้อพระวงศ์มาเป็นโอรสบุญธรรม และสถาปนาขึ้นเป็นรัชทายาท

บัดนี้เมื่อเผยเยี่ยนได้รับการยอมรับกลับคืนมา เขาจึงกลายเป็นหนามยอกอกของรัชทายาท

ทว่าจิตใจคนย่อมลำเอียง ระหว่างสายเลือดแท้ๆ กับหลานชาย คนทั่วไปย่อมต้องเลือกอย่างแรก

ตำแหน่งรัชทายาทเริ่มสั่นคลอนแล้ว!

การที่รัชทายาทดึงดันจะคอยรังควานอาอิ๋ง ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการขับเคี่ยวกับเผยเยี่ยน

เขามองอาอิ๋งเป็นดั่งของรางวัล ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกเพียงใดก็ต้องแย่งชิงนางมาให้ได้

ตระกูลที่มองสถานการณ์ออก ล้วนไม่มีใครอยากเกี่ยวดองกับตระกูลเหมย เพราะเกรงว่าจะถูกหางเลขไปด้วย

ต่อให้มีบัณฑิตหนุ่มไฟแรงกล้าเสี่ยง เขาก็ไม่อาจปกป้องอาอิ๋งได้อยู่ดี

นอกจากเผยเยี่ยนแล้ว ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นอีก

ฮูหยินเหมยเคยไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเพื่อขอพระราชทานความเมตตาให้บุตรสาว แต่กลับถูกฮองเฮาบ่ายเบี่ยงปัดตกไป

ตระกูลเหมยในยามนี้ไม่อาจเป็นกำลังเสริมให้เผยเยี่ยนได้ ฮองเฮาจึงไม่ได้เห็นพวกนางอยู่ในสายตา

ฮูหยินเหมยเคยเอ่ยถึงความกังวลนี้กับเผยเยี่ยนแล้ว ซึ่งเผยเยี่ยนก็แสดงจุดยืนว่า เขาจะปกป้องเหมยหว่านอิ๋ง ทว่าไม่อาจแต่งงานกับนาง

เขามองเหมยหว่านอิ๋งเป็นเพียงน้องสาว ไม่ได้มีความรักฉันชู้สาวมอบให้

เผยเยี่ยนมีนิสัยเย็นชา สิ่งใดที่ตัดสินใจแล้วย่อมไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ ฮูหยินเหมยจึงจนปัญญาจะจัดการกับเขา

เดิมทีนางคิดจะค่อยๆ หาวิธีให้เผยเยี่ยนยอมตกลงปลงใจกับงานมงคลครั้งนี้

ทว่าทางฝั่งรัชทายาทกลับรุกไล่บีบคั้น ถึงขั้นทูลขอราชโองการสมรสจากฝ่าบาทแล้ว

ฝ่าบาทไม่ได้ทรงอนุญาต ทว่าก็ไม่ได้ทรงปฏิเสธ

ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ กลับมีข่าวลือแว่วมาว่าฮองเฮากำลังจะคัดเลือกพระชายาให้เผยเยี่ยน

ฮูหยินเหมยมีบุตรสาวเพียงคนเดียว นางย่อมไม่อาจรอจนถึงทางตันแล้วค่อยมาดิ้นรนหาหนทาง

จึงตัดสินใจทำเรื่องนี้ให้รู้แล้วรู้รอด บังคับบีบคั้นเผยเยี่ยนเสียเลย

เขาอาจจะโกรธเคือง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ต่อให้โกรธแค้นปานใดก็ย่อมต้องเจือจาง

อย่างไรเสียตระกูลเหมยก็มีบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อเขา อีกทั้งเขากับอาอิ๋งก็เติบโตมาด้วยกัน ผูกพันฉันเพื่อนสมัยเด็กมานับสิบปี

บัดนี้เรื่องราวสำเร็จลุล่วงแล้ว ทว่าไม่รู้เหตุใด บุตรสาวกลับไม่ยอมแต่งให้เผยเยี่ยนเสียอย่างนั้น

ช่างสร้างเวรกรรมเสียจริง!

ฮูหยินเหมยร้อนใจดั่งไฟสุมทรวง "ความบริสุทธิ์ของลูกผู้หญิงสำคัญเพียงใด หากเจ้าไม่แต่งให้เขา แล้วจะไปแต่งให้ใครได้อีก"

เหมยหว่านอิ๋งเบือนหน้าหนี ปลายนิ้วเรียวเช็ดหยาดน้ำตาที่หางตา "เช่นนั้นข้าก็จะไม่แต่ง ขอเป็นสาวเทื้อไปชั่วชีวิตเจ้าค่ะ"

"เหลวไหล!"

อารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้หน้าอกของฮูหยินเหมยกระเพื่อมขึ้นลง "รัชทายาทมีนิสัยดุดันเอาแต่ใจ ใช่คนที่เจ้าเพียงบอกว่าไม่แต่งแล้วจะรับมือได้ง่ายๆ หรือ"

เหมยหว่านอิ๋งเพิ่งจะกลับมาเกิดใหม่ ประสบการณ์ในชาติก่อนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้พัวพันกันยุ่งเหยิงไปหมด สมองของนางสับสนวุ่นวายยิ่งนัก

ไม่อาจสงบจิตสงบใจขบคิดสิ่งใดได้เลย

"เผยเยี่ยนไม่มีทางทอดทิ้งไม่ไยดีแน่ ข้า... ข้าไม่อยากกักขังเขาไว้ ฝืนใจไปก็ไม่มีความสุขเจ้าค่ะ"

ฮูหยินเหมยปวดใจจนอยากจะร้องไห้ อาอิ๋งของพวกนางช่างจิตใจดีและอ่อนต่อโลกเหลือเกิน

อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสมหวังอยู่แล้ว แต่นางยังอุตส่าห์ไปนึกถึงความรู้สึกของเผยเยี่ยนอีก

ลำแขนบอบบางของเหมยหว่านอิ๋งถูกสวมกอด นางได้ยินมารดาพึมพำกับตัวเอง "เป็นแม่ที่เลอะเลือนเอง แม่ทำร้ายเจ้าแล้ว"

สองแม่ลูกร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า แม่นมหลิวเห็นแล้วก็รู้สึกบีบรัดในหัวใจ นางเป็นแม่นมของเหมยหว่านอิ๋ง จึงมีความผูกพันกับนางอย่างลึกซึ้ง

"เรื่องนี้ปิดบังคนนอกได้ แต่ปิดบังคนผู้นั้นไม่ได้นะเจ้าคะ มิเช่นนั้นคนที่ต้องเสียเปรียบก็คือพี่อิ๋งของพวกเรา เขา..."

พูดไม่ทันจบก็ถูกเหมยหว่านอิ๋งพูดแทรกขึ้น

เหมยหว่านอิ๋งจับมือมารดาพลางอ้อนวอน "ท่านแม่ อย่าให้เขารู้เรื่องนี้นะเจ้าคะ ถือเสียว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น"

ในชาติก่อน เผยเยี่ยนแต่งงานกับนางก็จริง แต่เขาก็เกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ

เพียงวันที่สองของการแต่งงาน เขาก็เดินทางไปด่านชายแดน ทิ้งให้นางเฝ้าเรือนหลังใหญ่โตเพียงลำพัง ปล่อยนางไว้ตามยถากรรม

ความหมางเมินก็เหมือนมีดทื่อที่ค่อยๆ เฉือนเนื้อคนให้ทรมานจนตายได้!

เหมยหว่านอิ๋งไม่อยากลิ้มรสความรู้สึกนั้นเป็นหนที่สอง

ยิ่งไม่อยากไปแย่งชิงความโปรดปรานกับสตรีอื่น

นางไม่อยากถูกรังเกียจ จนสุดท้ายต้องตายในเรือนหลังที่พร้อมจะกลืนกินผู้คน!

เหมยหว่านอิ๋งเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูล ได้รับความรักความเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก นางไร้เดียงสา น่ารักน่าถนอม ปกติมักจะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเสมอ

มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ทำให้นางร้องไห้ได้อย่างเจ็บปวดถึงเพียงนี้

คนแรกคือบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว

อีกคนก็คือเผยเยี่ยน

หัวใจของฮูหยินเหมยเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด นางร้อนรนจนขาดสติจึงเลือกเดินหมากตานี้ ตอนนี้แม้แต่โอกาสให้เสียใจภายหลังก็ไม่มีอีกแล้ว

นางหลับตาลงช้าๆ "แม่ไม่อาจปกป้องเจ้าไปได้ชั่วชีวิต เจ้าต้องแต่งให้เผยเยี่ยน"

เผยเยี่ยนมีฐานะสูงส่ง ความสามารถล้นเหลือ เขาคือที่พึ่งพิงที่ดีที่สุดสำหรับอาอิ๋ง

เหมยหว่านอิ๋งดึงปิ่นปักผมออก ก่อนจะจ่อเข้าที่ลำคอของตนเองดั่งที่เคยเกิดขึ้นในความฝัน

"ไม่ว่าจะเลือกทางใดล้วนไม่มีจุดจบที่ดี สู้ข้าชิงปลิดชีพตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ ยังจะดีกว่า!"

ฮูหยินเหมยหน้าถอดสี รีบพุ่งเข้าไปแย่งปิ่นในมือบุตรสาวแล้วโยนทิ้งลงพื้น

นางมีบุตรสาวเพียงคนเดียว

นี่คือแก้วตาดวงใจของนาง!

นางสวมกอดเหมยหว่านอิ๋งแน่น "ไม่แต่งแล้ว ไม่แต่งแล้ว แม่จะไม่บังคับเจ้าอีกแล้ว..."

เนิ่นนานให้หลัง เหมยหว่านอิ๋งจึงถูกส่งตัวกลับเรือนของตน

นางมีโรคตา ทำให้ใช้ชีวิตในยามค่ำคืนไม่สะดวกนัก ด้วยเหตุนี้ โคมไฟในเรือนของนางจึงมีมากกว่าที่อื่น

แสงสว่างเจิดจ้าทั่วทั้งเรือน ทำให้เหมยหว่านอิ๋งรู้สึกเบาใจลงในที่สุด

บ่าวไพร่ที่คอยปรนนิบัติเห็นขอบตาของเหมยหว่านอิ๋งแดงก่ำก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามสิ่งใด

วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของท่านแม่ทัพ ทุกปีเมื่อถึงวันนี้ คุณหนูจะต้องร้องไห้อย่างหนักเสมอ

เมื่อเตรียมน้ำร้อนเสร็จสรรพ ติงเซียงก็ประคองเหมยหว่านอิ๋งไปอาบน้ำ

พลางเอ่ยเตือนให้นางระมัดระวังฝีเท้า

เมื่อมาถึงห้องอาบน้ำ ติงเซียงตั้งใจจะช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมยหว่านอิ๋ง

ทว่ากลับถูกเหมยหว่านอิ๋งห้ามไว้ "เจ้าออกไปรอข้างนอกเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก"

ติงเซียงไม่กล้าพูดจามากความ เกรงว่าจะทำให้นางสะเทือนใจ

วันนี้เป็นวันสำคัญ

นางเพียงจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับการอาบน้ำให้เรียบร้อย แล้วจึงถอยออกไป

ติงเซียงไม่ได้เดินไปไหนไกล นางยืนรออยู่หลังม่าน หากมีสิ่งใดเคลื่อนไหว นางก็จะได้ยินเป็นคนแรก

เหมยหว่านอิ๋งปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก ถัดจากไหปลาร้าลงไป ปรากฏรอยแดงประปรายดุจดอกเหมยร่วงหล่นสู่สายตา

ผิวของนางขาวผ่อง เพียงร่องรอยเล็กน้อยก็ไม่อาจปิดบังได้

จุดที่หนักหนาที่สุด ยังคงมีรอยนิ้วมือหลงเหลืออยู่

เขาออกแรงหนักมากจริงๆ

ในชาติก่อน ยามที่ทอดมองรอยเหล่านี้ เหมยหว่านอิ๋งกลับรู้สึกหอมหวาน

ขอเพียงเป็นสิ่งที่เผยเยี่ยนมอบให้ ต่อให้เจ็บปวดเพียงใดนางก็เต็มใจรับไว้ด้วยความยินดี

ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกหวาดผวาเมื่อได้เห็น

นางลอบด่าทอเผยเยี่ยนว่าเป็นเดรัจฉาน ภายนอกดูไม่หมกมุ่นในสตรี ใช้ชีวิตสงบเสงี่ยมไร้กิเลส ทว่าแท้จริงแล้วกลับป่าเถื่อนราวกับสัตว์ป่า ที่แทบจะกลืนกินนางลงท้องเสียให้ได้

เหมยหว่านอิ๋งนึกขึ้นมาได้ว่า ในคืนเข้าหอของพวกเขาในชาติก่อน เผยเยี่ยนไปนอนที่ห้องหนังสือ ทำให้นางต้องเสียหน้าครั้งใหญ่

ทว่าก่อนจะจากไป เขากลับบุกเข้ามาในห้องหออย่างกะทันหัน

ภายใต้ผ้าม่านมุ้งสีแดง เผยเยี่ยนไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด การกระทำของเขาหยาบคายรุนแรงราวกับจะบีบขยี้นางให้แหลกสลาย

หลังจากเสร็จกิจ เขาก็ทิ้งคำพูดเย็นชาไว้ประโยคหนึ่ง แล้วสะบัดหน้าเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ภายในใจของเหมยหว่านอิ๋งรู้สึกจุกแน่นและปวดร้าวอย่างแสนสาหัส

หากนางไม่ดื้อดึงจนเกินไป เผยเยี่ยนก็น่าจะเป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่งกระมัง

นางค่อยๆ พ่นลมหายใจออกยาวๆ ขับไล่ความขุ่นเคืองในใจให้มลายหายไป

สวรรค์ยังเมตตาที่มอบโอกาสให้นางได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

หากนางยังขืนวิ่งตามเผยเยี่ยนอีก นางก็คงเป็นคนโง่งมแล้ว!

เมื่อเรือนร่างแช่ลงในถังอาบน้ำ สัมผัสกับผิวน้ำ ร่างกายบางจุดก็รู้สึกปวดแปลบขึ้นมา

สีหน้าของเหมยหว่านอิ๋งเคร่งเครียดขึ้นมา นางนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงรีบเรียกติงเซียงเข้ามา "เอาพู่กันกับกระดาษมาให้ข้า แล้วไปจัดยาตามเทียบยานี้มา"

ช่วงที่รักษาโรคตา เหมยหว่านอิ๋งได้เรียนรู้วิชาแพทย์พื้นฐานจากท่านหมอมาบ้าง

ติงเซียงถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย "คุณหนู ร่างกายไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ ให้บ่าวไปตามท่านหมอดีหรือไม่"

เหมยหว่านอิ๋งส่ายหน้า "สงสัยจะโดนความเย็นเข้า คงจะปวดท้องนิดหน่อย"

ติงเซียงคำนวณวันเวลาในใจ อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงรอบเดือนของคุณหนูแล้ว

หรือว่าอารมณ์ไม่แจ่มใสจนส่งผลกระทบกันนะ?

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “55624” บน webnovel เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Webnovel เพื่ออ่านต่อ
55624
คัดลอก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ติวสวาท ปิศาจร้อนรัก
9.6
ออสติน เบรเดน ปีศาจหนุ่มผู้ช่ำชองเรื่องกามารมณ์ถึงกับตกตะลึง เมื่อดรัลพร น้องสาวของเพื่อนสนิทบุกมาขอให้เขาเป็นติวเตอร์สอนบทเรียนรักเพื่อเปลี่ยนเธอให้เป็นสาวร้อนแรง แม้เขาจะพยายามหักห้ามใจเพราะแอบหลงรักเธอมาตั้งแต่เด็ก แต่ความไร้เดียงสาที่แสนยั่วยวนทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขาจึงตอบรับเป็นครูสอนบทสวาทโดยมีพรหมจรรย์ของเธอเป็นค่าตอบแทน พร้อมบทลงโทษสุดเร่าร้อนด้วยแส้ที่คอยกำราบไม่ให้เธอไปอ่อยชายอื่นนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย บัลลังก์แรเงา
9.3
เมื่อเจ้าหลวงแห่งสินทูรสิ้นพระชนม์ บัลลังก์จึงสั่นคลอนด้วยข่าวลือเรื่องชาติกำเนิดของรัชทายาทผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกชู้ มีเพียงพระธำมรงค์วงสำคัญที่เป็นสิ่งยืนยันสิทธิ์ในอำนาจ ท่ามกลางปริศนาที่รอการพิสูจน์เมื่อทรงเติบใหญ่ หญิงสาวลึกลับผู้ถวายดอกแก้วและคอยอารักขาจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริง หรือจะยิ่งตอกย้ำว่าพระองค์เป็นเพียงเงาบนบัลลังก์ที่ไร้ค่า การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและความรักจึงเริ่มต้นขึ้นในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ชายานอกนาม
9.7
คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องเผชิญมรสุมเมื่อถูกน้องสาวหักหลังจนถูกถอนหมั้นจากท่านอ๋องรูปงาม เยี่ยหลีหวังเพียงความสงบ แต่ฟ้ากลับส่งราชโองการบีบให้เธอเข้าพิธีวิวาห์ภายในสามวัน ว่าที่สวามีคือม่อซิวเหยา ท่านอ๋องที่เลื่องลือเรื่องความอัปลักษณ์ พิการ และมีดวงกินภรรยาจนอดีตชายาสองคนต้องตายอย่างมีเงื่อนงำ ทว่าเมื่อได้เผชิญหน้า ตัวตนที่แท้จริงของเขากลับพลิกผัน ชายตรงหน้าคือบุรุษผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและมากความสามารถ เบื้องหลังหน้ากากของคนไร้ค่าที่เขาสร้างขึ้นมานั้น ซุกซ่อนความลับอันตรายใดไว้กันแน่
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้