ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

ชีวิตใหม่ของดาราสาวในร่างคุณหนูสามตระกูลเว่ยเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งภารกิจหาเลี้ยงชีพที่แสนหนักหน่วง การรับมือกับคนริษยาที่จ้องทำลาย และวีรกรรมสุดแสบของน้องชายตัวดีที่คอยสร้างปัญหาให้ตามแก้ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ยอดบัณฑิตแห่งต้าซานยังตามรุกจีบหวังพิชิตใจนางอีกด้วย แม้เส้นทางการเป็นเว่ยหย่งฮวาจะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่นางก็พร้อมจะฝ่าฟันทุกวิกฤตเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ขจรขจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน
ตอน
แชร์

ตอน 2

"นายท่าน แย่แล้วขอรับ!"

ชายคนหนึ่งเปิดประตูพุ่งพรวดเข้ามา ร้องบอกหน้าตาตื่น

"เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ พูดสิ"

ด้วยความรีบร้อนมากจึงหายใจไม่ทัน เอ่ยบอกไปก็หอบไป

"ทางการ คนของทางการขอรับ!"

"มาทำข้อตกลงกันหน่อยดีกว่าน่า เถ้าแก่" แม้จะโดนมัดมือไพร่หลังอยู่เช่นนี้ก็ไม่มีความหวาดกลัวในแววตาของนาง

"ท่านหญิงฉลาดหลักแหลมมากจริง ๆ ข้านับถือเลย" เขายกมือยอมแพ้แล้วโยนเชือกให้นาง

เว่ยหย่งฮวาคิดว่าเขายอมง่ายดายกว่าที่คาด นึกว่าจะจับนางเป็นตัวประกันอีกสักครั้งเสียอีก แต่ได้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่าทำให้เรื่องบานปลายนักเลย หลังจากได้อิสรภาพคืนมานางก็เดินออกไปด้านนอก คนของใต้เท้าเผิงยืนล้อมด้านนอกไว้หมดโดยมีเจ้าตัวยืนอยู่ด้านหน้าสุดกับอู๋ซือหนิง พอเห็นนางออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งสองก็โล่งใจ

เถ้าแก่เจ้าของโรงพนันให้คนของตนจัดหาที่นั่งมาให้ทั้งสามคน

"เรามาเจรจากันหน่อยดีกว่า"

"ท่านหญิงต้องการอะไรเชิญว่ามาได้เลย"

"หนี้ที่น้องชายข้าเสียพนันไป ข้าจะใช้คืนให้ แต่เจ้าต้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปที่นั่นอีก ส่วนความผิดของเจ้าที่ปล่อยให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าไปร่วมเล่นพนันขันต่อ ข้าจะยอมปิดตาข้างหนึ่ง แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว"

ตั้งแต่เมื่อก่อนหญิงสาวมีโอกาสมากมายที่จะฟ้องร้องแต่ก็ไม่ได้ทำ ตอนนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองใจดีเกินไปจริงๆ แต่เว่ยหย่งฮวาในตอนนั้นไม่ใช่นาง ก็เป็นการตัดสินใจที่สมกับเป็นนางผู้อ่อนหวานและขี้สงสารคนนั้นแล้ว

แต่เว่ยหย่งฮวาไม่ใช่คนที่จะใจอ่อนได้ตลอด หากนางอยู่มาจนถึงจุดนี้เช่นเดียวกัน อาจจะตบะแตกยิ่งกว่าอดีตนักแสดงสาวก็เป็นได้ เพราะการกระทำของน้องชายชวนโมโหจริงๆ

"เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว" เขาก็ไม่อยากถูกทางการไล่บี้แค่เด็กคนหนึ่ง

"หากเจ้าไม่ยอมให้เขาเข้าไปตั้งแต่แรก เรื่องก็คงไม่มาถึงจุดนี้"

"ท่านหญิงกล่าวถูกต้อง ข้าต้องเริ่มกรวดขันคนของข้าใหม่เสียแล้ว"

"ตกลงตามนี้ จนกว่าน้องชายข้าจะสำนึกได้ก็รบกวนเจ้าช่วยเล่นละครต่อไปหน่อยก็แล้วกัน"

สกุลเว่ยในยามนี้มันคลื่นใต้น้ำที่รอวันกระเพื่อม ภายในจวนนี่สงบเหมือนทุกอย่างเป็นปกติดี แต่ความกังวลใจของคุณชายน้อยรังแต่จะเพิ่มมากขึ้น ผ่านมาร่วมสามราตรีเขาก็ยังไม่ได้ข่าวของพี่สาวเลย เด็กหนุ่มทั้งสั่นกลัวอย่างขี้ขลาด กังวลจนนอนไม่หลับกินไม่ได้แต่ก็ยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้เลย

ยิ่งเห็นแบบนี้เว่ยจงเจ๋อผู้เป็นบิดายิ่งไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ ได้ เห็นได้ชัดเลยว่าครั้งนี้บุตรชายคนเล็กของเขาต้องได้รับบทเรียน เพราะหากครั้งนี้ใจดียอมอ่อนข้อให้ล่ะก็ ครั้งต่อไปที่เกิดเรื่องอาจจะเลวร้ายกว่านี้ และครั้งนี้หากไม่ใช่ว่าบุตรสาวรู้ตัวก่อนแล้วก็ มันก็คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นไปแล้วเช่นกัน

หากพวกเขาไม่เตรียมตัวไว้ก่อนก็คงไม่กล้าที่จะให้บุตรสาวหายไปหลายวันขนาดนี้ แต่เพราะมั่นใจคนของตัวเองและได้เจรจาลับกับเจ้าของโรงพนันไว้แล้วจึงยอมให้บุตรสาวลงมือทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้เพื่อจะดัดนิสัยบุตรชายคนเล็กซึ่งทำให้เขาผิดหวังจริง ๆ

"ฮูหยิน ข้าล่ะหนักใจจริงๆ"

"ท่านพี่ใจเย็นๆ เถอะนะเจ้าคะ ให้เวลาลูกได้ไตร่ตรองดูสักหน่อย เพราะพวกเราก็ผิดด้วยส่วนหนึ่งที่ตามใจเขามากไป"

"ข้านึกภาพไม่ออกเลย ถ้าฮวาฮวาไม่ได้รู้เรื่องมาก่อนจะเป็นอย่างไร"

หลานฮูหยินก็หนักใจเป็นอย่างมาก เข้าใจความกังวลของสามี นางก็อยากรีบจบเรื่องนี้ให้ได้เร็วๆ แต่ครั้งนี้จะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด

เว่ยอวี่หยุนใบหน้าสีเขียวและหมองคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน เขาเดินใจลอยไปตามถนนจนมาถึงหน้าจวนของอู๋ซือหนิง จำได้ว่าพี่สาวสนิทสนมกับบุรุษผู้นี้อยู่ เขาเคาะประตูเรียกโดยไม่ตั้งใจ ตกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ใจลอยได้มากขนาดนี้ สติเขาหายไปยังที่ใดแล้วก็ไม่ทราบ

ประตูบานคู่ด้านหน้าถูกเปิดออก เป็นตงฟางที่ออกมารับแขก

"คุณชายน้อยเว่ยนี่เอง มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ"

"ใต้เท้าอู๋อยู่หรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาสักหน่อย"

"อยู่ขอรับ ข้าจะไปเรียนนายท่านให้ คุณชายเชิญรอที่ศาลาสักครู่"

ตงฟางรีบเข้าไปรายงานนายตน พออู๋ซือหนิงได้ยินว่าน้องชายของท่านหญิงมาขอพบก็วางมือจากธุระที่กำลังติดพัน

"เชิญคุณชายเข้ามา"

ส่วนด้านข้างถูกใช้เป็นสถานที่รับรองแขกผู้มาเยือน เว่ยอวี่หยุนที่ปกติมักจะพูดจาเจื้อยแจ้ว ตอนนี้เงียบเหมือนเป็นคนละคน

"คุณชายมีเรื่องอะไรหรือ"

"ใต้เท้าได้ยินข่าวที่พี่สาวข้าหายตัวไปหรือไม่"

"ท่านหญิงหายตัวไปอย่างนั้นเหรอ!?"

"..."

"ไม่เลย ข้าไม่ได้ข่าว หายไปนานหรือ ยังเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเสมือนไม่รู้จริงๆ ว่านางหายไป การแสดงนี้ตงฟางยกนิ้วให้เลย

"ท่านอู๋ไม่รู้จริงๆ ด้วยสินะ คือว่า…พี่หญิงของข้าถูกลักพาตัว แต่ท่านพ่อไม่อยากให้เปล่าประกาศเพราะกลัวนางจะเสียเกียรติ"

"เช่นนี้เอง ข้าเข้าใจความคิดของบิดาท่าน" อู๋ซือหนิงทำหน้าตาเคร่งเครียดตาม

"เข้าใจอะไร มันร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยหรือ" เว่ยอวี่หยุนขมวดคิ้ว

"คุณชายท่านฟังข้านะ พี่สาวท่านเป็นสตรีที่งดงามอันดับต้น ๆ ของแคว้น เดี๋ยวนี้พวกโจรใจทรามก็ใช่ว่าจะหมดไป  หากไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน คิดว่าจะมีการลักพาตัวหญิงสาวไปทำไม"

"เอ่อ..." เว่ยอวี่หยุนพูดไม่ออก เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยเพราะรู้แก่ใจตัวเองว่าตนคือต้นเหตุ

"คุณชายคาดไม่ถึงเรื่องนี้เลยอย่างนั้นหรือ?"

"คือ ข้าเข้าใจแล้ว" เด็กหนุ่มบอกเสียงหงอย ๆ จะพูดก็พูดไม่ออกว่าตนทำอะไรลงไปเหตุการณ์ถึงได้เป็นเช่นนี้ เขากลับไปโดยที่ในหัวยังค้างคาหาวิธีแก้ไม่ได้

เว่ยอวี่หยุนเดินผ่านหน้าโรงพนัน ตัดสินใจเข้าไปขอเสี่ยงอีกครั้ง

"เถ้าแก่อยู่ไหม" หลังจากคนของโรงพนันเห็นหน้าเขาก็ทำหน้าเฉยเมย แต่ครั้งนี้เขาพยักหน้าให้

"ขอพบเถ้าแก่ได้หรือเปล่า"

"ชั้นสอง"

"ขอบใจ"

เว่ยอวี่หยุนเดินขึ้นบันไดทั้งที่ยังใจลอยอยู่ เขามองหาห้องที่ดูหรูหราหรือมีบรรยากาศที่พอจะบอกได้ว่าเถ้าแก่อยู่ในห้องนั้น เพราะบนนี้ไม่มีป้ายหรืออะไรเลย แม้แต่คนคุ้มกันก็ไม่มี จะตะโกนเรียกก็รู้สึกว่าอาจจะโดนลากออกไปแทน จนสุ่มดวงเปิดเจอห้องห้องหนึ่งที่เถ้าแก่นั่งอยู่ พออีกฝ่ายเห็นเขาก็ยิ้มกว้าง แต่เป็นยิ้มที่ถึงดวงตา

"คุณชายเว่ย เชิญเลยเชิญ ลมอะไรหอบมาล่ะ"

"ข้าอยากมาขอยกเลิกสัญญา"

"หืม? พูดถึงสัญญาอะไรกัน?"

"สัญญาที่ข้าต้องชดใช้ตอนที่พนันแพ้"

"สัญญาเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วท่านจะยกเลิกได้อย่างไร" ชายผู้มีประสบการณ์ทำหูทวนลม

"ข้าอยากได้ตัวพี่สาวคืน"

"โห ท่านอยากได้ตัวนางคืนแล้วมีอะไรมาแลก คงไม่คิดว่าข้าจะคืนให้เฉย ๆ ใช่ไหม"

"เจ้าต้องการอะไร" เสียงของเด็กหนุ่มเครียดเขม็งขึ้นมา

"สิ่งที่ติดค้างคือท่านแพ้พนัน ก็หาเงินจำนวนนั้นมาคืนข้าสิ เรื่องง่ายแค่นี้เอง"

เว่ยอวี่หยุนเงียบไปไม่นานก็ตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

"เข้าใจแล้ว"

ก่อนเขาจะออกไปเถ้าแก่ก็เอ่ยไล่หลังทิ้งท้ายไว้ "เร่งมือหน่อยก็ดีนะ ไม่รู้ของแลกเปลี่ยนจะบุบสลายไปตรงไหนบ้างหากทิ้งไว้นาน"

เว่ยอวี่หยุนกัดฟันกรอดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้เขาเป็นคนเริ่มเขาก็ต้องเป็นคนจบ เด็กหนุ่มเดินออกไปจากสถานที่ซึ่งยั่วยวนให้ลุ่มหลงในโลกีย์ เขากลับไปที่บ้านและรื้อของในห้องออกมาขนานใหญ่

"คุณชายตั้งใจจะทำอะไรขอรับนั่น" ผู้ติดตามคนสนิทเข้ามาก็ตกใจ เพราะเห็นห้องเละเทะไปหมดราวกับโจรขึ้น

"เจ้ามาช่วยข้าหาหน่อย ของอะไรที่พอมีมูลค่าบ้างเอาออกมาจากกล่องให้หมด"

"ขอรับ?" แม้ไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามคำสั่ง บางทีเจ้านายของเขาอาจจะวิตกกังวลจนสติแตกไปแล้วก็เป็นได้

สองนายบ่าวรื้อห้องกระจุยกระจาย คืนนั้นตะเกียงของหอนอนคุณชายน้อยถูกจุดเอาไว้ตลอดจนถึงเช้า หนิงชิงชิงที่ผ่านไปดูกันเป็นครั้งคราวเห็นดังนั้นก็รีบไปรายงานคุณหนูของนาง

บ่ายวันต่อมาเว่ยอวี่หยุนก็กลับไปสถานที่เดิมอีกครั้ง พูดประโยคเดิมกับคนที่รอต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหน้า อีกฝ่ายก็ตอบคำเดิมกลับมาเช่นเมื่อวาน พอรู้แล้วว่าเถ้าแก่อยู่ห้องไหนเขาก็เดินเข้าไปทันทีวางถุงเงินจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะ

"ตรวจนับดูแล้วคืนพี่สาวเข้ามา"

"เร็วกว่าที่คิด น่าประทับใจ" สีหน้าของชายผู้อาวุโสกว่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาตรวจนับดูเหรียญเงินทุกเหรียญอย่างใจเย็น

"ครบถ้วน น่านับถือจริงๆ ตามที่ตกลงคุณชายได้ตัวพี่สาวของท่านคืน"

"นางอยู่ไหน"

"โรงนาร้างนอกเมือง"

"ถ้าเจ้าเล่นตุกติกแล้วก็ข้าจะกลับมาจัดการเจ้าหน้า" เขาชี้หน้าอีกฝ่ายคาดโทษไว้อย่างเสียมารยาท แต่ตอนนี้ไม่มีเรื่องมารยาทให้ถือ เว่ยอวี่หยุนยืมม้าของที่บ้านแต่บึงไปที่โรงนาร้างนอกเมือง กระท่อมไม้แห่งหนึ่งอยู่ตรงหน้า เขาเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าทันทีที่มันหยุด ผลักประตูเข้าไปก็พบกับหญิงสาวที่ถูกมัดผ้าปิดตาและถูกพันธนาการแขนไพล่หลังไว้

"ท่านพี่!" เว่ยอวี่หยุนเข้าถึงตัวนางได้ก็รีบแก้มาให้

หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา มองหน้าน้องชายงงๆ

"หยุนหยุน?"

"ท่านพี่ท่านไม่เป็นไรนะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

เขาถามนางด้วยเสียงร้อนใจ จับมุมซ้ายหมุนขวาดูว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ แล้วก็ถอนหายใจโล่งอกออกมาเมื่อดูเหมือนว่านางจะปลอดภัยดี แต่ก็ยังวางใจไม่ได้จนกว่าจะให้ท่านหมอได้ตรวจ เว่ยอวี่หยุนประคองพี่สาวที่ดูอ่อนเพลียขึ้นหลังม้า แล้วควบขี่่อาชาไปที่โรงหมอในเมือง

"อะไรกัน นี่เจ้ามาช่วยพี่เหรอ" นางยิ้มทั้งหน้าซีด ยกมือแต่แก้มเขาเหมือนอยากพิสูจน์ว่านี่ความฝันหรือความจริง

เว่ยหย่งฮวาหน้าไร้สีเลือดฝาดเพราะผัดแป้งสีขาวจนเต็มหน้า สวมบทบาทนักแสดงทำตัวเป็นคนป่วยแสนอ่อนแอที่ไม่ได้กินข้าวกินน้ำ แม้ความจริงเถ้าแก่จะเลี้ยงอาหารนางดีมาก แต่ถ้าน้องชายมาเห็นว่านางปากแดงแก้มเปล่งปลั่งใครจะเชื่อว่านางถูกลักพาตัวมา

"เจ้าหาข้าเจอได้อย่างไร"

"ท่านพี่ ท่านนอนก่อนก็ได้ ดูไร้เรี่ยวแรงมากรู้ตัวหรือไม่ แต่นั่นก็เป็นความผิดของข้าเอง ข้าขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ท่านต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"

"จะเป็นความผิดของเจ้าได้อย่างไร ข้าโดนลักพาตัวมา มีใครบงการพวกนั้นได้หรือ"

ในลำคอเด็กหนุ่มรู้สึกขมปร่า ความจริงยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกเจ็บปวด เกือบก้าวพลาดไปแล้ว หากเรื่องนี้สายเกินแก้คงเป็นแผลใจเขาไปตลอดชีวิตและไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ตลอดไป

"ไว้ให้ท่านหมอตรวจแล้วข้าจะพาท่านไปเลี้ยงอาหารนะ ตอนนี้หลับตานอนเถอะ อีกเดี๋ยวก็ถึงโรงหมอแล้ว"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาพบรักพระรอง
8.0
ลี่ถัง สาวผู้คลั่งไคล้อนิเมะดันหลุดเข้าไปในร่างของ ซูหนี่ว์ นางร้ายเศรษฐีนีที่เอาแต่ตามตื๊อพระเอกอย่าง จางหย่ง จนเสียศักดิ์ศรี ทั้งที่เธอมีทุกอย่างเพียบพร้อมและมีพระรองแสนดีอยู่ข้างกายแท้ๆ เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในโลกการ์ตูน ลี่ถังจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมเดินตามรอยเดิมที่แสนโง่เขลา เธอตัดสินใจประกาศกร้าวว่าจะเขี่ยพระเอกทิ้งไปให้พ้นทาง แล้วหันมาคว้าหัวใจพระรองสุดหล่อผู้แสนอบอุ่นแทน เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนางร้ายให้มีความสุขในแบบที่เธอต้องการ
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์พี่เลี้ยงเด็ก
8.0
ฉู่หลิง แวมไพร์จากอนาคตถูกส่งตัวย้อนอดีตสู่แคว้นต้าหยวนหลังการทดลองเปลี่ยนแวมไพร์ให้เป็นมนุษย์ นางต้องสูญเสียพลังและเผชิญความหิวโหยท่ามกลางกลุ่มเด็กกำพร้าในหอนางโลมร้าง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องอดทนเป็นมนุษย์นานถึง 3 ปีเพื่อรอพลังกลับคืนมา แผนการสร้างกองทัพแวมไพร์จึงเริ่มจากการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อนางต้องขายซาลาเปาประทังชีวิตและรับมือกับโจวเฉิง ผู้นำหน่วยตรวจการผู้กุมอำนาจลับที่เข้ามาแทรกแซง ท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม นางจะปกป้องแหล่งอาหารและทวงคืนความยิ่งใหญ่ได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย พระชายาสารพัดพิษ
8.3
บุตรีสายตรงจวนเสนาบดีผู้เคยอ่อนโยนกลับต้องจบชีวิตอย่างอนาถพร้อมลูกในท้อง หลังถูกคนรักหักหลังและครอบครัวทรยศจนสิ้นตระกูล เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในวัยสิบสี่ปี นางจึงละทิ้งความเมตตาและลุกขึ้นมาทวงแค้น ป้าที่หวังอำนาจ น้องสาวจอมฉวยโอกาส และอดีตสามีโฉดจักต้องพินาศด้วยน้ำมือของนาง ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นที่นางก่อเพื่อเปลี่ยนโชคชะตา กลับมีบุรุษลึกลับก้าวเข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือในสงครามประสาทครั้งนี้อย่างไม่คาดคิด
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่มีสามีตามบอด
8.2
ลลิล หญิงโสดวัยสามสิบต้องข้ามเวลามาเกิดใหม่ในร่างของไพลิน สาวขี้โรคผู้ซูบผอมในชนบทอีสาน แม้ก่อนตายเธอจะปรารถนาสามีที่เพียบพร้อมและรักเธอจริง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อพี่สาวฝาแฝดอย่างเพียงตาหนีงานแต่งงานไปพร้อมเงินสินสอด ทิ้งจดหมายผลักภาระให้ไพลินต้องเข้าพิธีวิวาห์แทนกับชายหนุ่มผู้พิการทางสายตาที่ไม่เคยต้องการเธอเป็นคู่ครอง ท่ามกลางความวุ่นวายและร่างกายที่ไม่แข็งแรง ลลิลในร่างใหม่ต้องเผชิญกับชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรักในบรรยากาศบ้านทุ่งที่เรียบง่าย
หน้าปกนวนิยาย เบต้าปฏิเสธฉัน ฉันจึงช่วงชิงราชาของเขา
9.2
ในพิธีผูกพันธะที่ควรจะสมบูรณ์แบบ ภวินท์ เบต้าคู่หมั้นที่ฉันรักมาหกปีกลับทิ้งฉันไว้กลางแท่นบูชาเพื่อไปหาหญิงอื่น เขาประจานความอัปยศของฉันต่อหน้าสาธารณชนและราชันย์อัลฟ่าผู้ทรงอำนาจเพียงเพื่อปกป้องคนใหม่ ท่ามกลางความแตกสลายในคืนนั้น ฉันได้พบกับราชันย์อัลฟ่าโดยบังเอิญและยื่นข้อเสนอที่บ้าบิ่นออกไป ทว่าสัมผัสจากเขากลับเปิดเผยความจริงที่สั่นสะเทือนทั้งฝูง เมื่อชายผู้เป็นลุงของอดีตคู่หมั้นคือคู่แท้แห่งโชคชะตาที่แท้จริงของฉัน ถึงเวลาที่ฉันจะช่วงชิงทุกสิ่งคืนมา
หน้าปกนวนิยาย The End of Love สิ้นสุดทางรัก
9.3
ฉางอี้หง หญิงสาวผู้มีโฉมงามและกลิ่นกายหอมประหลาด มีร่างกายพิเศษที่สามารถสมานบาดแผลให้หายสนิทได้โดยไร้ร่องรอย เธอตกหลุมรัก ต้วนชางหลาง คู่หมั้นหนุ่มตั้งแต่แรกเห็นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ท่ามกลางความคลั่งรักที่โหมกระหน่ำ ชายหนุ่มเฝ้ารอคอยวันนี้มาแสนนานเพื่อที่จะได้ครอบครองและมอบสัมผัสรักอันเร่าร้อนให้แก่เธอเพียงผู้เดียว ทว่าภายใต้พรสวรรค์อันเหนือธรรมชาติและความสัมพันธ์ที่ดูดดื่มนี้ ชะตากรรมที่รอคอยหญิงสาวผู้แสนพิเศษคนนี้จะเป็นเช่นไรต่อไป