ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

ชีวิตใหม่ของดาราสาวในร่างคุณหนูสามตระกูลเว่ยเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งภารกิจหาเลี้ยงชีพที่แสนหนักหน่วง การรับมือกับคนริษยาที่จ้องทำลาย และวีรกรรมสุดแสบของน้องชายตัวดีที่คอยสร้างปัญหาให้ตามแก้ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ยอดบัณฑิตแห่งต้าซานยังตามรุกจีบหวังพิชิตใจนางอีกด้วย แม้เส้นทางการเป็นเว่ยหย่งฮวาจะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่นางก็พร้อมจะฝ่าฟันทุกวิกฤตเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ขจรขจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน
ตอน
แชร์

ตอน 2

"นายท่าน แย่แล้วขอรับ!"

ชายคนหนึ่งเปิดประตูพุ่งพรวดเข้ามา ร้องบอกหน้าตาตื่น

"เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ พูดสิ"

ด้วยความรีบร้อนมากจึงหายใจไม่ทัน เอ่ยบอกไปก็หอบไป

"ทางการ คนของทางการขอรับ!"

"มาทำข้อตกลงกันหน่อยดีกว่าน่า เถ้าแก่" แม้จะโดนมัดมือไพร่หลังอยู่เช่นนี้ก็ไม่มีความหวาดกลัวในแววตาของนาง

"ท่านหญิงฉลาดหลักแหลมมากจริง ๆ ข้านับถือเลย" เขายกมือยอมแพ้แล้วโยนเชือกให้นาง

เว่ยหย่งฮวาคิดว่าเขายอมง่ายดายกว่าที่คาด นึกว่าจะจับนางเป็นตัวประกันอีกสักครั้งเสียอีก แต่ได้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่าทำให้เรื่องบานปลายนักเลย หลังจากได้อิสรภาพคืนมานางก็เดินออกไปด้านนอก คนของใต้เท้าเผิงยืนล้อมด้านนอกไว้หมดโดยมีเจ้าตัวยืนอยู่ด้านหน้าสุดกับอู๋ซือหนิง พอเห็นนางออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งสองก็โล่งใจ

เถ้าแก่เจ้าของโรงพนันให้คนของตนจัดหาที่นั่งมาให้ทั้งสามคน

"เรามาเจรจากันหน่อยดีกว่า"

"ท่านหญิงต้องการอะไรเชิญว่ามาได้เลย"

"หนี้ที่น้องชายข้าเสียพนันไป ข้าจะใช้คืนให้ แต่เจ้าต้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปที่นั่นอีก ส่วนความผิดของเจ้าที่ปล่อยให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าไปร่วมเล่นพนันขันต่อ ข้าจะยอมปิดตาข้างหนึ่ง แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว"

ตั้งแต่เมื่อก่อนหญิงสาวมีโอกาสมากมายที่จะฟ้องร้องแต่ก็ไม่ได้ทำ ตอนนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองใจดีเกินไปจริงๆ แต่เว่ยหย่งฮวาในตอนนั้นไม่ใช่นาง ก็เป็นการตัดสินใจที่สมกับเป็นนางผู้อ่อนหวานและขี้สงสารคนนั้นแล้ว

แต่เว่ยหย่งฮวาไม่ใช่คนที่จะใจอ่อนได้ตลอด หากนางอยู่มาจนถึงจุดนี้เช่นเดียวกัน อาจจะตบะแตกยิ่งกว่าอดีตนักแสดงสาวก็เป็นได้ เพราะการกระทำของน้องชายชวนโมโหจริงๆ

"เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว" เขาก็ไม่อยากถูกทางการไล่บี้แค่เด็กคนหนึ่ง

"หากเจ้าไม่ยอมให้เขาเข้าไปตั้งแต่แรก เรื่องก็คงไม่มาถึงจุดนี้"

"ท่านหญิงกล่าวถูกต้อง ข้าต้องเริ่มกรวดขันคนของข้าใหม่เสียแล้ว"

"ตกลงตามนี้ จนกว่าน้องชายข้าจะสำนึกได้ก็รบกวนเจ้าช่วยเล่นละครต่อไปหน่อยก็แล้วกัน"

สกุลเว่ยในยามนี้มันคลื่นใต้น้ำที่รอวันกระเพื่อม ภายในจวนนี่สงบเหมือนทุกอย่างเป็นปกติดี แต่ความกังวลใจของคุณชายน้อยรังแต่จะเพิ่มมากขึ้น ผ่านมาร่วมสามราตรีเขาก็ยังไม่ได้ข่าวของพี่สาวเลย เด็กหนุ่มทั้งสั่นกลัวอย่างขี้ขลาด กังวลจนนอนไม่หลับกินไม่ได้แต่ก็ยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้เลย

ยิ่งเห็นแบบนี้เว่ยจงเจ๋อผู้เป็นบิดายิ่งไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ ได้ เห็นได้ชัดเลยว่าครั้งนี้บุตรชายคนเล็กของเขาต้องได้รับบทเรียน เพราะหากครั้งนี้ใจดียอมอ่อนข้อให้ล่ะก็ ครั้งต่อไปที่เกิดเรื่องอาจจะเลวร้ายกว่านี้ และครั้งนี้หากไม่ใช่ว่าบุตรสาวรู้ตัวก่อนแล้วก็ มันก็คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นไปแล้วเช่นกัน

หากพวกเขาไม่เตรียมตัวไว้ก่อนก็คงไม่กล้าที่จะให้บุตรสาวหายไปหลายวันขนาดนี้ แต่เพราะมั่นใจคนของตัวเองและได้เจรจาลับกับเจ้าของโรงพนันไว้แล้วจึงยอมให้บุตรสาวลงมือทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้เพื่อจะดัดนิสัยบุตรชายคนเล็กซึ่งทำให้เขาผิดหวังจริง ๆ

"ฮูหยิน ข้าล่ะหนักใจจริงๆ"

"ท่านพี่ใจเย็นๆ เถอะนะเจ้าคะ ให้เวลาลูกได้ไตร่ตรองดูสักหน่อย เพราะพวกเราก็ผิดด้วยส่วนหนึ่งที่ตามใจเขามากไป"

"ข้านึกภาพไม่ออกเลย ถ้าฮวาฮวาไม่ได้รู้เรื่องมาก่อนจะเป็นอย่างไร"

หลานฮูหยินก็หนักใจเป็นอย่างมาก เข้าใจความกังวลของสามี นางก็อยากรีบจบเรื่องนี้ให้ได้เร็วๆ แต่ครั้งนี้จะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด

เว่ยอวี่หยุนใบหน้าสีเขียวและหมองคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน เขาเดินใจลอยไปตามถนนจนมาถึงหน้าจวนของอู๋ซือหนิง จำได้ว่าพี่สาวสนิทสนมกับบุรุษผู้นี้อยู่ เขาเคาะประตูเรียกโดยไม่ตั้งใจ ตกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ใจลอยได้มากขนาดนี้ สติเขาหายไปยังที่ใดแล้วก็ไม่ทราบ

ประตูบานคู่ด้านหน้าถูกเปิดออก เป็นตงฟางที่ออกมารับแขก

"คุณชายน้อยเว่ยนี่เอง มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ"

"ใต้เท้าอู๋อยู่หรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาสักหน่อย"

"อยู่ขอรับ ข้าจะไปเรียนนายท่านให้ คุณชายเชิญรอที่ศาลาสักครู่"

ตงฟางรีบเข้าไปรายงานนายตน พออู๋ซือหนิงได้ยินว่าน้องชายของท่านหญิงมาขอพบก็วางมือจากธุระที่กำลังติดพัน

"เชิญคุณชายเข้ามา"

ส่วนด้านข้างถูกใช้เป็นสถานที่รับรองแขกผู้มาเยือน เว่ยอวี่หยุนที่ปกติมักจะพูดจาเจื้อยแจ้ว ตอนนี้เงียบเหมือนเป็นคนละคน

"คุณชายมีเรื่องอะไรหรือ"

"ใต้เท้าได้ยินข่าวที่พี่สาวข้าหายตัวไปหรือไม่"

"ท่านหญิงหายตัวไปอย่างนั้นเหรอ!?"

"..."

"ไม่เลย ข้าไม่ได้ข่าว หายไปนานหรือ ยังเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเสมือนไม่รู้จริงๆ ว่านางหายไป การแสดงนี้ตงฟางยกนิ้วให้เลย

"ท่านอู๋ไม่รู้จริงๆ ด้วยสินะ คือว่า…พี่หญิงของข้าถูกลักพาตัว แต่ท่านพ่อไม่อยากให้เปล่าประกาศเพราะกลัวนางจะเสียเกียรติ"

"เช่นนี้เอง ข้าเข้าใจความคิดของบิดาท่าน" อู๋ซือหนิงทำหน้าตาเคร่งเครียดตาม

"เข้าใจอะไร มันร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยหรือ" เว่ยอวี่หยุนขมวดคิ้ว

"คุณชายท่านฟังข้านะ พี่สาวท่านเป็นสตรีที่งดงามอันดับต้น ๆ ของแคว้น เดี๋ยวนี้พวกโจรใจทรามก็ใช่ว่าจะหมดไป  หากไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน คิดว่าจะมีการลักพาตัวหญิงสาวไปทำไม"

"เอ่อ..." เว่ยอวี่หยุนพูดไม่ออก เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยเพราะรู้แก่ใจตัวเองว่าตนคือต้นเหตุ

"คุณชายคาดไม่ถึงเรื่องนี้เลยอย่างนั้นหรือ?"

"คือ ข้าเข้าใจแล้ว" เด็กหนุ่มบอกเสียงหงอย ๆ จะพูดก็พูดไม่ออกว่าตนทำอะไรลงไปเหตุการณ์ถึงได้เป็นเช่นนี้ เขากลับไปโดยที่ในหัวยังค้างคาหาวิธีแก้ไม่ได้

เว่ยอวี่หยุนเดินผ่านหน้าโรงพนัน ตัดสินใจเข้าไปขอเสี่ยงอีกครั้ง

"เถ้าแก่อยู่ไหม" หลังจากคนของโรงพนันเห็นหน้าเขาก็ทำหน้าเฉยเมย แต่ครั้งนี้เขาพยักหน้าให้

"ขอพบเถ้าแก่ได้หรือเปล่า"

"ชั้นสอง"

"ขอบใจ"

เว่ยอวี่หยุนเดินขึ้นบันไดทั้งที่ยังใจลอยอยู่ เขามองหาห้องที่ดูหรูหราหรือมีบรรยากาศที่พอจะบอกได้ว่าเถ้าแก่อยู่ในห้องนั้น เพราะบนนี้ไม่มีป้ายหรืออะไรเลย แม้แต่คนคุ้มกันก็ไม่มี จะตะโกนเรียกก็รู้สึกว่าอาจจะโดนลากออกไปแทน จนสุ่มดวงเปิดเจอห้องห้องหนึ่งที่เถ้าแก่นั่งอยู่ พออีกฝ่ายเห็นเขาก็ยิ้มกว้าง แต่เป็นยิ้มที่ถึงดวงตา

"คุณชายเว่ย เชิญเลยเชิญ ลมอะไรหอบมาล่ะ"

"ข้าอยากมาขอยกเลิกสัญญา"

"หืม? พูดถึงสัญญาอะไรกัน?"

"สัญญาที่ข้าต้องชดใช้ตอนที่พนันแพ้"

"สัญญาเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วท่านจะยกเลิกได้อย่างไร" ชายผู้มีประสบการณ์ทำหูทวนลม

"ข้าอยากได้ตัวพี่สาวคืน"

"โห ท่านอยากได้ตัวนางคืนแล้วมีอะไรมาแลก คงไม่คิดว่าข้าจะคืนให้เฉย ๆ ใช่ไหม"

"เจ้าต้องการอะไร" เสียงของเด็กหนุ่มเครียดเขม็งขึ้นมา

"สิ่งที่ติดค้างคือท่านแพ้พนัน ก็หาเงินจำนวนนั้นมาคืนข้าสิ เรื่องง่ายแค่นี้เอง"

เว่ยอวี่หยุนเงียบไปไม่นานก็ตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

"เข้าใจแล้ว"

ก่อนเขาจะออกไปเถ้าแก่ก็เอ่ยไล่หลังทิ้งท้ายไว้ "เร่งมือหน่อยก็ดีนะ ไม่รู้ของแลกเปลี่ยนจะบุบสลายไปตรงไหนบ้างหากทิ้งไว้นาน"

เว่ยอวี่หยุนกัดฟันกรอดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้เขาเป็นคนเริ่มเขาก็ต้องเป็นคนจบ เด็กหนุ่มเดินออกไปจากสถานที่ซึ่งยั่วยวนให้ลุ่มหลงในโลกีย์ เขากลับไปที่บ้านและรื้อของในห้องออกมาขนานใหญ่

"คุณชายตั้งใจจะทำอะไรขอรับนั่น" ผู้ติดตามคนสนิทเข้ามาก็ตกใจ เพราะเห็นห้องเละเทะไปหมดราวกับโจรขึ้น

"เจ้ามาช่วยข้าหาหน่อย ของอะไรที่พอมีมูลค่าบ้างเอาออกมาจากกล่องให้หมด"

"ขอรับ?" แม้ไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามคำสั่ง บางทีเจ้านายของเขาอาจจะวิตกกังวลจนสติแตกไปแล้วก็เป็นได้

สองนายบ่าวรื้อห้องกระจุยกระจาย คืนนั้นตะเกียงของหอนอนคุณชายน้อยถูกจุดเอาไว้ตลอดจนถึงเช้า หนิงชิงชิงที่ผ่านไปดูกันเป็นครั้งคราวเห็นดังนั้นก็รีบไปรายงานคุณหนูของนาง

บ่ายวันต่อมาเว่ยอวี่หยุนก็กลับไปสถานที่เดิมอีกครั้ง พูดประโยคเดิมกับคนที่รอต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหน้า อีกฝ่ายก็ตอบคำเดิมกลับมาเช่นเมื่อวาน พอรู้แล้วว่าเถ้าแก่อยู่ห้องไหนเขาก็เดินเข้าไปทันทีวางถุงเงินจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะ

"ตรวจนับดูแล้วคืนพี่สาวเข้ามา"

"เร็วกว่าที่คิด น่าประทับใจ" สีหน้าของชายผู้อาวุโสกว่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาตรวจนับดูเหรียญเงินทุกเหรียญอย่างใจเย็น

"ครบถ้วน น่านับถือจริงๆ ตามที่ตกลงคุณชายได้ตัวพี่สาวของท่านคืน"

"นางอยู่ไหน"

"โรงนาร้างนอกเมือง"

"ถ้าเจ้าเล่นตุกติกแล้วก็ข้าจะกลับมาจัดการเจ้าหน้า" เขาชี้หน้าอีกฝ่ายคาดโทษไว้อย่างเสียมารยาท แต่ตอนนี้ไม่มีเรื่องมารยาทให้ถือ เว่ยอวี่หยุนยืมม้าของที่บ้านแต่บึงไปที่โรงนาร้างนอกเมือง กระท่อมไม้แห่งหนึ่งอยู่ตรงหน้า เขาเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าทันทีที่มันหยุด ผลักประตูเข้าไปก็พบกับหญิงสาวที่ถูกมัดผ้าปิดตาและถูกพันธนาการแขนไพล่หลังไว้

"ท่านพี่!" เว่ยอวี่หยุนเข้าถึงตัวนางได้ก็รีบแก้มาให้

หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา มองหน้าน้องชายงงๆ

"หยุนหยุน?"

"ท่านพี่ท่านไม่เป็นไรนะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

เขาถามนางด้วยเสียงร้อนใจ จับมุมซ้ายหมุนขวาดูว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ แล้วก็ถอนหายใจโล่งอกออกมาเมื่อดูเหมือนว่านางจะปลอดภัยดี แต่ก็ยังวางใจไม่ได้จนกว่าจะให้ท่านหมอได้ตรวจ เว่ยอวี่หยุนประคองพี่สาวที่ดูอ่อนเพลียขึ้นหลังม้า แล้วควบขี่่อาชาไปที่โรงหมอในเมือง

"อะไรกัน นี่เจ้ามาช่วยพี่เหรอ" นางยิ้มทั้งหน้าซีด ยกมือแต่แก้มเขาเหมือนอยากพิสูจน์ว่านี่ความฝันหรือความจริง

เว่ยหย่งฮวาหน้าไร้สีเลือดฝาดเพราะผัดแป้งสีขาวจนเต็มหน้า สวมบทบาทนักแสดงทำตัวเป็นคนป่วยแสนอ่อนแอที่ไม่ได้กินข้าวกินน้ำ แม้ความจริงเถ้าแก่จะเลี้ยงอาหารนางดีมาก แต่ถ้าน้องชายมาเห็นว่านางปากแดงแก้มเปล่งปลั่งใครจะเชื่อว่านางถูกลักพาตัวมา

"เจ้าหาข้าเจอได้อย่างไร"

"ท่านพี่ ท่านนอนก่อนก็ได้ ดูไร้เรี่ยวแรงมากรู้ตัวหรือไม่ แต่นั่นก็เป็นความผิดของข้าเอง ข้าขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ท่านต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"

"จะเป็นความผิดของเจ้าได้อย่างไร ข้าโดนลักพาตัวมา มีใครบงการพวกนั้นได้หรือ"

ในลำคอเด็กหนุ่มรู้สึกขมปร่า ความจริงยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกเจ็บปวด เกือบก้าวพลาดไปแล้ว หากเรื่องนี้สายเกินแก้คงเป็นแผลใจเขาไปตลอดชีวิตและไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ตลอดไป

"ไว้ให้ท่านหมอตรวจแล้วข้าจะพาท่านไปเลี้ยงอาหารนะ ตอนนี้หลับตานอนเถอะ อีกเดี๋ยวก็ถึงโรงหมอแล้ว"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าที่เติบโตในองค์กรลับฐานะหนูทดลองผู้มีเลือดพิเศษ เธอถูกหล่อหลอมให้เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไร้ความรู้สึก และได้รับชิปมิติอัจฉริยะฝังในสมองเพื่อจัดเก็บทรัพยากร ทว่าความผิดพลาดจากการคิดค้นยายื้อชีวิตกลับเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือดจนหายนะแพร่กระจายไปทั่วตึกวิจัย เพื่อชดใช้ความผิดเธอจึงตัดสินใจระเบิดตึกทิ้งพร้อมกับตัวเอง แต่โชคชะตากลับนำพาเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเด็กน้อยกลางป่าทึบ พร้อมความทรงจำใหม่ที่พรั่งพรูเข้ามา
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะทำหน้าที่นางร้าย(ลับ)ให้ดีที่สุด
8.9
เมื่อฉินหลานเหอหลุดเข้ามาสวมบทบาทนางร้ายในเงามืด ภารกิจหลักของเธอคือการบงการให้นางเอกลงมือสังหารพระรองผู้แสนอันตรายตามบทเดิมที่ถูกกำหนดไว้ ทว่าในความเป็นจริงเธอกลับคลั่งไคล้และหลงเสน่ห์เขาจนถอนตัวไม่ขึ้น แทนที่จะวางแผนกำจัดเขาตามคำสั่ง เธอกลับมองว่าการหาทางใกล้ชิดและครอบครองเขาบนเตียงยังเป็นเรื่องที่ง่ายและน่าปรารถนาเสียยิ่งกว่าการทำตามพล็อตเรื่องที่แสนบ้าคลั่งนี้เสียอีก เธอจึงต้องเลือกระหว่างหน้าที่หรือหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย เสี้ยวอสูร
7.8
เมื่อเหล่าแม่ทัพสวรรค์ต้องโทษถูกเนรเทศสู่โลกมนุษย์ ร่างเทพกลับถูกเพลิงเผาผลาญจนกลายเป็นเทพอสูรกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ที่น่าเกรงขาม ซิ่นเฉิง นักรบหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีโกรธแค้นอย่างมากเมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดถูกบิดาขายให้เป็นภรรยาของเทียนอี้ แม่ทัพอสูรผู้ยิ่งใหญ่เพื่อแลกกับน้ำ เขาจึงบุกไปช่วยเธอถึงจวน แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าศัตรูคือมนุษย์หมาป่า พร้อมข้อเสนอสุดบีบคั้นที่เขาต้องเลือกว่าจะยอมสละน้องสาว หรือจะยอมเป็นฮูหยินของเทพอสูรตนนี้เสียเอง
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้