
ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)
ตอน 2
"นายท่าน แย่แล้วขอรับ!"
ชายคนหนึ่งเปิดประตูพุ่งพรวดเข้ามา ร้องบอกหน้าตาตื่น
"เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ พูดสิ"
ด้วยความรีบร้อนมากจึงหายใจไม่ทัน เอ่ยบอกไปก็หอบไป
"ทางการ คนของทางการขอรับ!"
"มาทำข้อตกลงกันหน่อยดีกว่าน่า เถ้าแก่" แม้จะโดนมัดมือไพร่หลังอยู่เช่นนี้ก็ไม่มีความหวาดกลัวในแววตาของนาง
"ท่านหญิงฉลาดหลักแหลมมากจริง ๆ ข้านับถือเลย" เขายกมือยอมแพ้แล้วโยนเชือกให้นาง
เว่ยหย่งฮวาคิดว่าเขายอมง่ายดายกว่าที่คาด นึกว่าจะจับนางเป็นตัวประกันอีกสักครั้งเสียอีก แต่ได้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่าทำให้เรื่องบานปลายนักเลย หลังจากได้อิสรภาพคืนมานางก็เดินออกไปด้านนอก คนของใต้เท้าเผิงยืนล้อมด้านนอกไว้หมดโดยมีเจ้าตัวยืนอยู่ด้านหน้าสุดกับอู๋ซือหนิง พอเห็นนางออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งสองก็โล่งใจ
เถ้าแก่เจ้าของโรงพนันให้คนของตนจัดหาที่นั่งมาให้ทั้งสามคน
"เรามาเจรจากันหน่อยดีกว่า"
"ท่านหญิงต้องการอะไรเชิญว่ามาได้เลย"
"หนี้ที่น้องชายข้าเสียพนันไป ข้าจะใช้คืนให้ แต่เจ้าต้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปที่นั่นอีก ส่วนความผิดของเจ้าที่ปล่อยให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าไปร่วมเล่นพนันขันต่อ ข้าจะยอมปิดตาข้างหนึ่ง แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว"
ตั้งแต่เมื่อก่อนหญิงสาวมีโอกาสมากมายที่จะฟ้องร้องแต่ก็ไม่ได้ทำ ตอนนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองใจดีเกินไปจริงๆ แต่เว่ยหย่งฮวาในตอนนั้นไม่ใช่นาง ก็เป็นการตัดสินใจที่สมกับเป็นนางผู้อ่อนหวานและขี้สงสารคนนั้นแล้ว
แต่เว่ยหย่งฮวาไม่ใช่คนที่จะใจอ่อนได้ตลอด หากนางอยู่มาจนถึงจุดนี้เช่นเดียวกัน อาจจะตบะแตกยิ่งกว่าอดีตนักแสดงสาวก็เป็นได้ เพราะการกระทำของน้องชายชวนโมโหจริงๆ
"เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว" เขาก็ไม่อยากถูกทางการไล่บี้แค่เด็กคนหนึ่ง
"หากเจ้าไม่ยอมให้เขาเข้าไปตั้งแต่แรก เรื่องก็คงไม่มาถึงจุดนี้"
"ท่านหญิงกล่าวถูกต้อง ข้าต้องเริ่มกรวดขันคนของข้าใหม่เสียแล้ว"
"ตกลงตามนี้ จนกว่าน้องชายข้าจะสำนึกได้ก็รบกวนเจ้าช่วยเล่นละครต่อไปหน่อยก็แล้วกัน"
สกุลเว่ยในยามนี้มันคลื่นใต้น้ำที่รอวันกระเพื่อม ภายในจวนนี่สงบเหมือนทุกอย่างเป็นปกติดี แต่ความกังวลใจของคุณชายน้อยรังแต่จะเพิ่มมากขึ้น ผ่านมาร่วมสามราตรีเขาก็ยังไม่ได้ข่าวของพี่สาวเลย เด็กหนุ่มทั้งสั่นกลัวอย่างขี้ขลาด กังวลจนนอนไม่หลับกินไม่ได้แต่ก็ยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้เลย
ยิ่งเห็นแบบนี้เว่ยจงเจ๋อผู้เป็นบิดายิ่งไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ ได้ เห็นได้ชัดเลยว่าครั้งนี้บุตรชายคนเล็กของเขาต้องได้รับบทเรียน เพราะหากครั้งนี้ใจดียอมอ่อนข้อให้ล่ะก็ ครั้งต่อไปที่เกิดเรื่องอาจจะเลวร้ายกว่านี้ และครั้งนี้หากไม่ใช่ว่าบุตรสาวรู้ตัวก่อนแล้วก็ มันก็คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นไปแล้วเช่นกัน
หากพวกเขาไม่เตรียมตัวไว้ก่อนก็คงไม่กล้าที่จะให้บุตรสาวหายไปหลายวันขนาดนี้ แต่เพราะมั่นใจคนของตัวเองและได้เจรจาลับกับเจ้าของโรงพนันไว้แล้วจึงยอมให้บุตรสาวลงมือทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้เพื่อจะดัดนิสัยบุตรชายคนเล็กซึ่งทำให้เขาผิดหวังจริง ๆ
"ฮูหยิน ข้าล่ะหนักใจจริงๆ"
"ท่านพี่ใจเย็นๆ เถอะนะเจ้าคะ ให้เวลาลูกได้ไตร่ตรองดูสักหน่อย เพราะพวกเราก็ผิดด้วยส่วนหนึ่งที่ตามใจเขามากไป"
"ข้านึกภาพไม่ออกเลย ถ้าฮวาฮวาไม่ได้รู้เรื่องมาก่อนจะเป็นอย่างไร"
หลานฮูหยินก็หนักใจเป็นอย่างมาก เข้าใจความกังวลของสามี นางก็อยากรีบจบเรื่องนี้ให้ได้เร็วๆ แต่ครั้งนี้จะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด
เว่ยอวี่หยุนใบหน้าสีเขียวและหมองคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน เขาเดินใจลอยไปตามถนนจนมาถึงหน้าจวนของอู๋ซือหนิง จำได้ว่าพี่สาวสนิทสนมกับบุรุษผู้นี้อยู่ เขาเคาะประตูเรียกโดยไม่ตั้งใจ ตกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ใจลอยได้มากขนาดนี้ สติเขาหายไปยังที่ใดแล้วก็ไม่ทราบ
ประตูบานคู่ด้านหน้าถูกเปิดออก เป็นตงฟางที่ออกมารับแขก
"คุณชายน้อยเว่ยนี่เอง มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ"
"ใต้เท้าอู๋อยู่หรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาสักหน่อย"
"อยู่ขอรับ ข้าจะไปเรียนนายท่านให้ คุณชายเชิญรอที่ศาลาสักครู่"
ตงฟางรีบเข้าไปรายงานนายตน พออู๋ซือหนิงได้ยินว่าน้องชายของท่านหญิงมาขอพบก็วางมือจากธุระที่กำลังติดพัน
"เชิญคุณชายเข้ามา"
ส่วนด้านข้างถูกใช้เป็นสถานที่รับรองแขกผู้มาเยือน เว่ยอวี่หยุนที่ปกติมักจะพูดจาเจื้อยแจ้ว ตอนนี้เงียบเหมือนเป็นคนละคน
"คุณชายมีเรื่องอะไรหรือ"
"ใต้เท้าได้ยินข่าวที่พี่สาวข้าหายตัวไปหรือไม่"
"ท่านหญิงหายตัวไปอย่างนั้นเหรอ!?"
"..."
"ไม่เลย ข้าไม่ได้ข่าว หายไปนานหรือ ยังเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเสมือนไม่รู้จริงๆ ว่านางหายไป การแสดงนี้ตงฟางยกนิ้วให้เลย
"ท่านอู๋ไม่รู้จริงๆ ด้วยสินะ คือว่า…พี่หญิงของข้าถูกลักพาตัว แต่ท่านพ่อไม่อยากให้เปล่าประกาศเพราะกลัวนางจะเสียเกียรติ"
"เช่นนี้เอง ข้าเข้าใจความคิดของบิดาท่าน" อู๋ซือหนิงทำหน้าตาเคร่งเครียดตาม
"เข้าใจอะไร มันร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยหรือ" เว่ยอวี่หยุนขมวดคิ้ว
"คุณชายท่านฟังข้านะ พี่สาวท่านเป็นสตรีที่งดงามอันดับต้น ๆ ของแคว้น เดี๋ยวนี้พวกโจรใจทรามก็ใช่ว่าจะหมดไป หากไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน คิดว่าจะมีการลักพาตัวหญิงสาวไปทำไม"
"เอ่อ..." เว่ยอวี่หยุนพูดไม่ออก เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยเพราะรู้แก่ใจตัวเองว่าตนคือต้นเหตุ
"คุณชายคาดไม่ถึงเรื่องนี้เลยอย่างนั้นหรือ?"
"คือ ข้าเข้าใจแล้ว" เด็กหนุ่มบอกเสียงหงอย ๆ จะพูดก็พูดไม่ออกว่าตนทำอะไรลงไปเหตุการณ์ถึงได้เป็นเช่นนี้ เขากลับไปโดยที่ในหัวยังค้างคาหาวิธีแก้ไม่ได้
เว่ยอวี่หยุนเดินผ่านหน้าโรงพนัน ตัดสินใจเข้าไปขอเสี่ยงอีกครั้ง
"เถ้าแก่อยู่ไหม" หลังจากคนของโรงพนันเห็นหน้าเขาก็ทำหน้าเฉยเมย แต่ครั้งนี้เขาพยักหน้าให้
"ขอพบเถ้าแก่ได้หรือเปล่า"
"ชั้นสอง"
"ขอบใจ"
เว่ยอวี่หยุนเดินขึ้นบันไดทั้งที่ยังใจลอยอยู่ เขามองหาห้องที่ดูหรูหราหรือมีบรรยากาศที่พอจะบอกได้ว่าเถ้าแก่อยู่ในห้องนั้น เพราะบนนี้ไม่มีป้ายหรืออะไรเลย แม้แต่คนคุ้มกันก็ไม่มี จะตะโกนเรียกก็รู้สึกว่าอาจจะโดนลากออกไปแทน จนสุ่มดวงเปิดเจอห้องห้องหนึ่งที่เถ้าแก่นั่งอยู่ พออีกฝ่ายเห็นเขาก็ยิ้มกว้าง แต่เป็นยิ้มที่ถึงดวงตา
"คุณชายเว่ย เชิญเลยเชิญ ลมอะไรหอบมาล่ะ"
"ข้าอยากมาขอยกเลิกสัญญา"
"หืม? พูดถึงสัญญาอะไรกัน?"
"สัญญาที่ข้าต้องชดใช้ตอนที่พนันแพ้"
"สัญญาเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วท่านจะยกเลิกได้อย่างไร" ชายผู้มีประสบการณ์ทำหูทวนลม
"ข้าอยากได้ตัวพี่สาวคืน"
"โห ท่านอยากได้ตัวนางคืนแล้วมีอะไรมาแลก คงไม่คิดว่าข้าจะคืนให้เฉย ๆ ใช่ไหม"
"เจ้าต้องการอะไร" เสียงของเด็กหนุ่มเครียดเขม็งขึ้นมา
"สิ่งที่ติดค้างคือท่านแพ้พนัน ก็หาเงินจำนวนนั้นมาคืนข้าสิ เรื่องง่ายแค่นี้เอง"
เว่ยอวี่หยุนเงียบไปไม่นานก็ตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"เข้าใจแล้ว"
ก่อนเขาจะออกไปเถ้าแก่ก็เอ่ยไล่หลังทิ้งท้ายไว้ "เร่งมือหน่อยก็ดีนะ ไม่รู้ของแลกเปลี่ยนจะบุบสลายไปตรงไหนบ้างหากทิ้งไว้นาน"
เว่ยอวี่หยุนกัดฟันกรอดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้เขาเป็นคนเริ่มเขาก็ต้องเป็นคนจบ เด็กหนุ่มเดินออกไปจากสถานที่ซึ่งยั่วยวนให้ลุ่มหลงในโลกีย์ เขากลับไปที่บ้านและรื้อของในห้องออกมาขนานใหญ่
"คุณชายตั้งใจจะทำอะไรขอรับนั่น" ผู้ติดตามคนสนิทเข้ามาก็ตกใจ เพราะเห็นห้องเละเทะไปหมดราวกับโจรขึ้น
"เจ้ามาช่วยข้าหาหน่อย ของอะไรที่พอมีมูลค่าบ้างเอาออกมาจากกล่องให้หมด"
"ขอรับ?" แม้ไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามคำสั่ง บางทีเจ้านายของเขาอาจจะวิตกกังวลจนสติแตกไปแล้วก็เป็นได้
สองนายบ่าวรื้อห้องกระจุยกระจาย คืนนั้นตะเกียงของหอนอนคุณชายน้อยถูกจุดเอาไว้ตลอดจนถึงเช้า หนิงชิงชิงที่ผ่านไปดูกันเป็นครั้งคราวเห็นดังนั้นก็รีบไปรายงานคุณหนูของนาง
บ่ายวันต่อมาเว่ยอวี่หยุนก็กลับไปสถานที่เดิมอีกครั้ง พูดประโยคเดิมกับคนที่รอต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหน้า อีกฝ่ายก็ตอบคำเดิมกลับมาเช่นเมื่อวาน พอรู้แล้วว่าเถ้าแก่อยู่ห้องไหนเขาก็เดินเข้าไปทันทีวางถุงเงินจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะ
"ตรวจนับดูแล้วคืนพี่สาวเข้ามา"
"เร็วกว่าที่คิด น่าประทับใจ" สีหน้าของชายผู้อาวุโสกว่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาตรวจนับดูเหรียญเงินทุกเหรียญอย่างใจเย็น
"ครบถ้วน น่านับถือจริงๆ ตามที่ตกลงคุณชายได้ตัวพี่สาวของท่านคืน"
"นางอยู่ไหน"
"โรงนาร้างนอกเมือง"
"ถ้าเจ้าเล่นตุกติกแล้วก็ข้าจะกลับมาจัดการเจ้าหน้า" เขาชี้หน้าอีกฝ่ายคาดโทษไว้อย่างเสียมารยาท แต่ตอนนี้ไม่มีเรื่องมารยาทให้ถือ เว่ยอวี่หยุนยืมม้าของที่บ้านแต่บึงไปที่โรงนาร้างนอกเมือง กระท่อมไม้แห่งหนึ่งอยู่ตรงหน้า เขาเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าทันทีที่มันหยุด ผลักประตูเข้าไปก็พบกับหญิงสาวที่ถูกมัดผ้าปิดตาและถูกพันธนาการแขนไพล่หลังไว้
"ท่านพี่!" เว่ยอวี่หยุนเข้าถึงตัวนางได้ก็รีบแก้มาให้
หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา มองหน้าน้องชายงงๆ
"หยุนหยุน?"
"ท่านพี่ท่านไม่เป็นไรนะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
เขาถามนางด้วยเสียงร้อนใจ จับมุมซ้ายหมุนขวาดูว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ แล้วก็ถอนหายใจโล่งอกออกมาเมื่อดูเหมือนว่านางจะปลอดภัยดี แต่ก็ยังวางใจไม่ได้จนกว่าจะให้ท่านหมอได้ตรวจ เว่ยอวี่หยุนประคองพี่สาวที่ดูอ่อนเพลียขึ้นหลังม้า แล้วควบขี่่อาชาไปที่โรงหมอในเมือง
"อะไรกัน นี่เจ้ามาช่วยพี่เหรอ" นางยิ้มทั้งหน้าซีด ยกมือแต่แก้มเขาเหมือนอยากพิสูจน์ว่านี่ความฝันหรือความจริง
เว่ยหย่งฮวาหน้าไร้สีเลือดฝาดเพราะผัดแป้งสีขาวจนเต็มหน้า สวมบทบาทนักแสดงทำตัวเป็นคนป่วยแสนอ่อนแอที่ไม่ได้กินข้าวกินน้ำ แม้ความจริงเถ้าแก่จะเลี้ยงอาหารนางดีมาก แต่ถ้าน้องชายมาเห็นว่านางปากแดงแก้มเปล่งปลั่งใครจะเชื่อว่านางถูกลักพาตัวมา
"เจ้าหาข้าเจอได้อย่างไร"
"ท่านพี่ ท่านนอนก่อนก็ได้ ดูไร้เรี่ยวแรงมากรู้ตัวหรือไม่ แต่นั่นก็เป็นความผิดของข้าเอง ข้าขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ท่านต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"
"จะเป็นความผิดของเจ้าได้อย่างไร ข้าโดนลักพาตัวมา มีใครบงการพวกนั้นได้หรือ"
ในลำคอเด็กหนุ่มรู้สึกขมปร่า ความจริงยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกเจ็บปวด เกือบก้าวพลาดไปแล้ว หากเรื่องนี้สายเกินแก้คงเป็นแผลใจเขาไปตลอดชีวิตและไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ตลอดไป
"ไว้ให้ท่านหมอตรวจแล้วข้าจะพาท่านไปเลี้ยงอาหารนะ ตอนนี้หลับตานอนเถอะ อีกเดี๋ยวก็ถึงโรงหมอแล้ว"
คุณอาจจะชอบ





