ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

หยางจื้อซีกลับมาจากตักน้ำที่ลำธารเดินเข้ามาในห้องครัว ในโถข้าวมีข้าวสารอยู่ไม่กี่กำมือ หลังจากสำรวจห้องครัวจนพอใจแล้วและเห็นว่านอกจากข้าวไม่กี่กำมือนั้นแล้วยังมีเกลืออีกนิดหน่อย นอกจากนั้นไม่มีอะไรอีก ถือได้ว่าเป็นห้องครัวที่ว่างเปล่า โจ๊กที่ต้มในแต่ละวันมีน้ำมากกว่าข้าว เมล็ดข้าวแทบจะมองไม่เห็นเสียด้วยซ้ำ

“น้องรอง เจ้าดูแลท่านแม่กับน้องชายให้ดี ข้าจะขึ้นเขาเผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง”

“พี่หญิงใหญ่ วันนี้พักผ่อนอยู่ที่บ้านอย่าขึ้นไปบนภูเขาอีกเลย” หยางอันจับมือพี่สาวเอาไว้แน่น ราวกับว่าหยางจื้อซีจะหนีไป

หยางเจวี๋ยเองยังรีบเข้าไปกอดหยางจื้อซีแล้วพูดว่า “พี่สาว ข้าไม่อยากกินไข่อีกแล้ว อย่าไปภูเขาอีก มันทำให้ข้ากลัว”

ที่บ้านมีแม่ไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ เดิมทีหยางจื้อซีเลี้ยงเอาไว้เพื่อให้น้องชายน้องสาวมีไข่กิน และยังมีท่านแม่ที่ป่วยอยู่อีก วันนี้หยางอันเสนอให้ขายไก่เพื่อแลกกับอาหาร หยางจื้อซีคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ได้รับอิทธิพลจากผู้อื่นอย่างง่ายดาย แต่เมื่อเห็นความไว้วางใจและความผูกพันในสายตาของหยางเจวี๋ย และความกังวลในสายตาของหยางอัน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในใจ

หลังจากที่เติบโตมาในองค์กรมืดมาตั้งแต่เด็ก ที่นั่นไม่มีความอบอุ่นและความจริงใจ ขนาดที่ว่าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่นางไว้ใจยังสามารถหักหลังและฆ่านางได้ แต่ไม่ใช่กับโลกใหม่ใบนี้ ตอนนี้มีทั้งพ่อแม่ ทั้งยังมีน้องสาวน้องชาย หยางจื้อซีสาบานกับตัวเองในใจว่าจะต้องพยายามทำให้ครอบครัวเล็ก ๆ ที่ได้รับมานี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้จงได้

“ถ้าไม่ไปที่ภูเขาเพื่อหาอาหาร เราจำเป็นที่จะต้องแลกแม่ไก่แก่เป็นอาหารจริง ๆ” หยางจื้อซีวางมือบนหัวของหยางเจวี๋ยอย่างช่วยไม่ได้และมองไปที่หยางอัน

“ข้าจะเอาไปแลกอาหารที่ร้านในหมู่บ้านเดี๋ยวนี้” หยางอันหันหลังกลับและวิ่งไปอย่างมีความสุขราวกับว่ามีเรื่องดี ๆ

หยางจื้อซีส่ายหัวแล้วพูดกับหยางเจวี๋ยว่า “น้องชายจะไม่มีไข่ให้กินอีกในอนาคต”

หยางเจวี๋ยกอดเอวพี่สาวแน่นแล้วพูดว่า “ข้าไม่อยากกินไข่ ข้าแค่อยากให้พี่สาวคนโตของข้ามีอาหารกิน และเราทุกคนมีอาหารกิน” เมื่อวานนี้เขาเห็นพี่สาวกลับมาและมีเลือดเต็มตัว มันทำให้เขาตกใจมาก เขาคิดว่าพี่สาวคนโตจะตายจากเขาไปเสียแล้ว นอกจากท่านแม่แล้วพี่สาวคนโตเลี้ยงดูเขามาอย่างดี ท่านพ่อเองก็ไม่อยู่บ้าน หากว่าเกิดอันใดขึ้นกับพี่สาวไม่รู้ว่าครอบครัวของเขาจะสูญเสียไปมากเท่าใด เพราะหยางเจวี๋ยรักพี่สาวอย่างหยางจื้อซีมาก เขาจึงกลัวว่านางจะจากเขาไป

เสียงเล็ก ๆ ของน้องชายนำมาซึ่งพลังราวกับว่ามีเวทมนตร์และทำให้หัวใจของหยางจื้อซีรู้สึกอบอุ่น นางยื่นมือไปบีบแก้มกลม ๆ ของหยางเจวี๋ย จากนั้นก็อุ้มเขาขึ้นมา ทันใดนั้นหยางเจวี๋ยก็เบิกตากว้าง เขามองไปที่หยางจื้อซีแล้วจ้องมองไปที่พื้นด้วยความประหลาดใจ

จากนั้นก็หรี่ตาลงและยิ้มกว้าง ถึงแม้ว่าที่บ้านจะยากจนแต่เขาก็ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีและเขาเองก็อ้วนนิดหน่อย กลัวว่าพี่สาวคนโตและพี่สาวคนที่สองที่ผอมบางของเขาจะไม่สามารถอุ้มเขาได้ เป็นเวลานานแล้วที่พี่สาวคนโตของเขาไม่ได้อุ้มเขาและยกตัวเขาให้สูงขนาดนี้

มีเสียง ‘ปัง’ เบา ๆ ข้างนอก หยางจื้อซีเดินออกจากห้องครัวโดยอุ้มน้องชายเอาไว้ มองตามแผ่นหลังน้องสาวที่อุ้มแม่ไก่วิ่งออกไป

“เอาล่ะ น้องรองไปแลกอาหารแล้ว พวกเรามาล้างหม้อและต้มน้ำรอก่อน” หยางจื้อซีวางน้องชายลงไปบนม้านั่งตัวเล็กหน้าเตา จากนั้นก็พับแขนเสื้อแล้วเริ่มทำงาน

เมื่อเทียบกับโลกที่เดิมที่จากมา บ้านที่แข็งแรงถูกสร้างมาอย่างดี บนถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ บนท้องฟ้ามีเครื่องบิน แต่สำหรับที่นี่และบ้านหลังนี้ที่ผนังมีรูรั่วจากทุกทิศทุกทางและหลังคารั่วเช่นเดียวกัน เมื่อมองดูแล้วทำให้หยางจื้อซีรู้สึกถึงความหดหู่อย่างบอกไม่ถูก บ้านสภาพเช่นนี้จะอยู่ได้กี่ฝนกี่หนาวกัน

แต่ในความหดหู่นั้นกลับมีความรู้สึกเงียบสงบและสบายใจ ไม่ต้องใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังทุกย่างก้าว ไม่ต้องกลัวว่าวันนี้จะพลาดท่าเสียทีให้กับฝ่ายตรงข้ามในยามที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้กระทั่งพลาดถูกตำรวจจับ หยางจื้อซีเริ่มล้างหม้อเติมน้ำ จุดไฟ เติมฟืน สิ่งเหล่านี้หยางจื้อซีไม่เคยทำมาก่อน แต่เมื่อเริ่มลงมือทำจริง ๆ ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรยากสำหรับนางเลย

“น้องชายช่วยพี่สาวดูไฟจะได้หรือไม่ เมื่อไหร่ที่เหลือฟืนเพียงสองท่อน ให้เติมฟืนเข้าไปอีกหนึ่งท่อน เข้าใจหรือไม่” หยางจื้อซีชี้ไปที่เตาแล้วบอกหยางเจวี๋ยแล้วหันไปทำความสะอาดบ้าน เสื้อผ้าของพี่น้องสามคนของตระกูลหยาง ทั้งหมดถูกทำขึ้นด้วยเสื้อผ้าเก่าของหลิวซื่อกับหยางซานหลาง

แม้ว่าเสื้อผ้าจะดูสะอาดสะอ้านแต่เต็มไปด้วยรอยปะเต็มไปหมด แต่ละคนก็มีสองชุดหรือสามชุด ซึ่งถือเป็นความมั่งคั่งที่หาได้ยากสำหรับครอบครัวที่ยากจน โชคดีที่หยางจื้อซีมีเสื้อผ้าอยู่สองชุดเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นนางไม่รู้จะเอาเสื้อผ้าที่ไหนมาผลัดเปลี่ยน

หยางจื้อซีเก็บกวาดบ้านจากนั้นก็ไปที่ห้องของหลิวซื่อ เอากระโถนออกไปเทและเก็บถ้วยยาออกไป จากนั้นก็นำเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทั้งหมดออกไปซัก หลิวซื่อเห็นว่าลูกสาวได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ยอมพักผ่อน นางรู้สึกปวดใจมาก เดิมทีมันควรเป็นหน้าที่ของมารดาเช่นนางที่จะต้องดูแลเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้งสามคน

“จื้อซี วางงานพวกนี้ลงก่อน เหตุใดเจ้าไม่นอนพักก่อนเล่า อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี อย่าลุกขึ้นมาทำงานพวกนี้เลย เจ้าควรพักผ่อนให้มากกว่านี้” หลิวซื่อมองดูลูกสาวด้วยสายตารู้สึกผิดและเสียใจ

“ท่านแม่ ข้าสบายดีไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ไม่มีอันใดร้ายแรง ท่านแม่นอนพักผ่อนให้มากจะเป็นการดีที่สุด ส่วนเรื่องในบ้านท่านแม่วางใจได้ ข้าสามารถดูแลน้อง ๆ ได้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”

“แม่ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องลำบากขนาดนี้”

“ไม่มีอันใดต้องขอโทษข้า ท่านแม่เพียงรักษาตัวให้หายดีก็พอ นี่เป็นสิ่งที่ข้ากับน้อง ๆ ต้องการเจ้าค่ะ”

หยางจื้อซีมองเห็นความรักของมารดาที่หลิวซื่อมองมา ความรักความอบอุ่นของมารดานี้นางไม่เคยได้รับเลยในชาติที่แล้ว นางเติบโตมาในสถานที่ที่ฝึกฝนและเข่นฆ่ากันเท่านั้น หยางจื้อซีอดไม่ได้ที่จะคิดว่าบางทีพระเจ้าอาจจะสงสารเลยให้ได้มีโอกาสเดินทางข้ามเวลามายังโลกนี้ เพียงเพื่อให้มีครอบครัวที่มีทั้งพ่อ แม่ น้องชาย น้องสาว แทนที่หยางจื้อซีคนเดิมที่ตายไปแล้ว หยางจื้อซียังจมอยู่กับความคิดของตัวเองในขณะที่ซักเสื้อผ้า และในช่วงเวลาสั้น ๆ นางก็ซักผ้าในกะละมังขนาดใหญ่เสร็จเรียบร้อย

มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบตรงมา เดิมทีหยางจื้อซีไม่ได้ใส่ใจกับมันในตอนแรก แต่ในตอนที่กำลังตากผ้าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงเปิดประตูเข้ามาในลานบ้าน หยางจื้อซีก็รีบเดินออกไปดูว่าใครที่เข้ามาบ้านของนางในเวลานี้

คนที่มานั้นเป็นชายหนุ่มผิวคล้ำและดูแข็งแกร่ง เมื่อเขาเห็นหยางจื้อซีออกมา เขาก็โบกมือเรียกหยางจื้อซีทันทีและตะโกนว่า “จื้อซี เจ้ารีบไปดู ป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้ากำลังทุบตีน้องสาวของเจ้า ป้าสะใภ้ของเจ้าบอกว่า ไก่ที่หยางอันเอาไปที่ร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านนั้นน้องสาวของเจ้าขโมยมันมาจากบ้านใหญ่ ตอนนี้นางจึงกำลังทุบตีน้องสาวของเจ้า”

“อันเอ๋อร์ จื้อซีรีบไปดูอันเอ๋อร์เร็วเข้า” หลิวซื่อที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในลานบ้านตะโกนออกมาจากด้านในห้อง นางทั้งตกใจและวิตกกังวล

“ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” หยางจื้อซีตะโกนตอบหลิวซื่อ จากนั้นก็อุ้มหยางเจวี๋ยเข้าไปในห้องของมารดาแล้วกำชับน้องชายให้ดูแลท่านแม่ให้ดี

“น้องชายอยู่บ้านดูแลท่านแม่เข้าใจหรือไม่ พี่สาวจะไปพาพี่รองของเจ้ากลับมา ทำได้หรือไม่”

“ข้าทำได้ พี่สาวไม่ต้องห่วง” หยางเจวี๋ยตอบพี่สาวด้วยดวงตาแดงก่ำ

หยางจื้อซีออกมาจากห้องของหลิวซื่อ จากนั้นก็วิ่งไปยังร้านขายของชำหน้าหมู่บ้านด้วยความรวดเร็ว หลี่ฝานที่เป็นคนวิ่งมาบอกหยางจื้อซีตกใจมากเมื่อเห็นนางวิ่งไปด้วยความเร็วจนเขาไม่สามารถตามทันได้

“หยางจื้อซีไปได้ยาดีมาจากไหนกัน ดูเหมือนว่านางจะแข็งแรงมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ” หลี่ฝานบ่นพึมพำจากนั้นก็รีบวิ่งตามหลังหยางจื้อซีไปทันที

“มาดูสิสะใภ้ใหญ่บ้านหยางกำลังทุบตีลูกสาวของครอบครัวซานหลางอีกแล้ว”

“ทำไมข้าได้ยินว่าหยางอันไปบ้านใหญ่ของตระกูลหยางเพื่อขโมยไก่แล้วโดนชุ่ยฮวาจับได้ ดังนั้นนางจึงตามมาทุบตีหยางอันที่ร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านไม่ใช่หรือ ?”

“แต่ข้ารู้มาว่าครอบครัวของซานหลางก็เลี้ยงไก่แก่ที่มีขนสีเขียวเช่นนี้ หยางจื้อซีกับหยางอันมักจะปฏิบัติต่อไก่ของพวกเขาเหมือนสมบัติ ไก่ตัวนี้เลี้ยงเอาไว้เพื่อให้หยางเจวี๋ยได้มีไข่กิน หากไม่ใช่ว่าอาหารที่บ้านหมดและหยางจื้อซีได้รับบาดเจ็บเมื่อวาน เด็กคนนี้คงไม่เอาไก่มาแลกเปลี่ยนเป็นอาหารเป็นแน่”

“ตระกูลหยางผู้เฒ่านี้ทำผิดจริง ๆ เด็กสามคนนั้นหิวมาก ข้ารู้สึกเศร้าเมื่อมองดูหยางจื้อซีที่เป็นเด็กหญิงอายุสิบสามปี แต่นางสูงไม่เท่าลูกสาวของข้าที่อายุเพียงสิบปีด้วยซ้ำ”

หยางจื้อซีเดินตรงไปจนสุดทางเข้าหมู่บ้าน ขาทั้งสองข้างวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว แต่หูของนางยังทำงานได้ดี คอยฟังการสนทนาของชาวบ้านหลายคนจากที่ใกล้และไกล แต่นางไม่ได้หยุดเพื่อพูดคุยกับชาวบ้านเหล่านี้ นางเร่งความเร็ววิ่งผ่านฝูงชนราวกับลมกรรโชะแรง และตรงไปยังแหล่งที่มาของคำสาปแช่งด่าทอที่สุดจะทนฟังได้มาจากทางเข้าหมู่บ้าน

“เพ้ย! คนที่วิ่งผ่านไปคือจื้อซีของบ้านซานหลางใช่ไหม ?”

ชาวบ้านหยุดพูดคุยกันทันที พวกเขาพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นและวิ่งตามหยางจื้อซีไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน

“เร็วเข้า ตรงนั้น” ชาวบ้านรีบวิ่งไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน

“ทุกคนรีบไปดู”

ในเวลานี้หลายคนรวมตัวกันในพื้นที่โล่งหน้าร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านป่าหมอก หยางอันยืนอยู่หน้าร้านขายของชำโดยอุ้มแม่ไก่ตัวหนึ่งและจ้องมองไปที่ร้านขายของชำ ส่วนด้านหน้าของหยางอันตอนนี้คือชุ่ยฮวาสะใภ้ใหญ่หยางที่กำลังยืนสาปแช่งด่าทออยู่ ไม่ว่าชุ่ยฮวาจะอ้าปากด่าทอสาปแช่งอย่างไร หยางอันเพียงแต่ยืนมองป้าสะใภ้ใหญ่ที่แสนร้ายกาจด้วยดวงตาแดงก่ำ และไม่ยอมปล่อยมือจากแม่ไก่ที่อุ้มอยู่แม้ว่าจะถูกป้าสะใภ้คนนี้ทุบตีก็ตาม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย เงื่อนลวง
8.4
อัญมณี ช่างภาพสาวผู้มีชื่อพ้องกับนามปากกานักเขียนดัง ต้องเผชิญอันตรายเมื่อเธอถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการตายปริศนาของดวงดาว หลังไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนนักเขียน หมอชลทิศน้องชายผู้ตายและหลานสาวต่างสงสัยว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังตามข่าวลือ ขณะที่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าสยดสยอง อัญมณีและชลทิศต้องร่วมกันไขปริศนาเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริง ท่ามกลางความลับและเงื่อนงำที่ก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางอันตรายที่ล้อมรอบตัวพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย
9.2
ชีวิตของเลอาต้องเปลี่ยนไปเมื่อพบหนังสือนิยายวายปริศนาหน้าบ้าน ซึ่งเนื้อหาภายในกลับทำนายอนาคตว่าเธอจะต้องตาย และแฟนหนุ่มสุดที่รักจะกลายเป็นนายเอกในความสัมพันธ์แบบสามเรา เลอาจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและปกป้องคนรักจากชายหนุ่มสองคนที่จะเข้ามาแย่งชิง ท่ามกลางอันตรายจากฆาตกรลึกลับที่จ้องเอาชีวิต เธอจะสามารถขัดขวางเส้นทางนิยายน้ำเน่านี้และเอาตัวรอดจากความตายได้หรือไม่ เมื่อเหล่าพระเอกในนิยายยังคงตามตื๊อแฟนเธอไม่เลิกรา
หน้าปกนวนิยาย แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
8.6
เมื่อเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจำต้องผ่าศพลูกชายตัวเอง เธอพบว่าการตายที่ถูกระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายคือคดีฆาตกรรม แต่ระบบยุติธรรมกลับปกป้องคนผิดและปัดตกคำร้องของเธอถึงเจ็ดครั้ง ความแค้นนำไปสู่การลักพาตัวลูกสาวอธิบดีอัยการเพื่อทรมานออกสื่อหวังทวงคืนความจริง แม้คนรอบข้างจะพยายามเป่าหูว่าลูกเธอเป็นโรคซึมเศร้าผ่านจดหมายลาตายปลอม แต่รหัสลับในจดหมายกลับยืนยันว่าเขาถูกสังหาร เธอจึงเดินหน้าล้างแค้นด้วยเครื่องมือนิติเวชโดยไม่สนการบุกจับของเจ้าหน้าที่
หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร