
หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
ตอน 2
หยางจื้อซีกลับมาจากตักน้ำที่ลำธารเดินเข้ามาในห้องครัว ในโถข้าวมีข้าวสารอยู่ไม่กี่กำมือ หลังจากสำรวจห้องครัวจนพอใจแล้วและเห็นว่านอกจากข้าวไม่กี่กำมือนั้นแล้วยังมีเกลืออีกนิดหน่อย นอกจากนั้นไม่มีอะไรอีก ถือได้ว่าเป็นห้องครัวที่ว่างเปล่า โจ๊กที่ต้มในแต่ละวันมีน้ำมากกว่าข้าว เมล็ดข้าวแทบจะมองไม่เห็นเสียด้วยซ้ำ
“น้องรอง เจ้าดูแลท่านแม่กับน้องชายให้ดี ข้าจะขึ้นเขาเผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง”
“พี่หญิงใหญ่ วันนี้พักผ่อนอยู่ที่บ้านอย่าขึ้นไปบนภูเขาอีกเลย” หยางอันจับมือพี่สาวเอาไว้แน่น ราวกับว่าหยางจื้อซีจะหนีไป
หยางเจวี๋ยเองยังรีบเข้าไปกอดหยางจื้อซีแล้วพูดว่า “พี่สาว ข้าไม่อยากกินไข่อีกแล้ว อย่าไปภูเขาอีก มันทำให้ข้ากลัว”
ที่บ้านมีแม่ไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ เดิมทีหยางจื้อซีเลี้ยงเอาไว้เพื่อให้น้องชายน้องสาวมีไข่กิน และยังมีท่านแม่ที่ป่วยอยู่อีก วันนี้หยางอันเสนอให้ขายไก่เพื่อแลกกับอาหาร หยางจื้อซีคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ได้รับอิทธิพลจากผู้อื่นอย่างง่ายดาย แต่เมื่อเห็นความไว้วางใจและความผูกพันในสายตาของหยางเจวี๋ย และความกังวลในสายตาของหยางอัน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในใจ
หลังจากที่เติบโตมาในองค์กรมืดมาตั้งแต่เด็ก ที่นั่นไม่มีความอบอุ่นและความจริงใจ ขนาดที่ว่าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่นางไว้ใจยังสามารถหักหลังและฆ่านางได้ แต่ไม่ใช่กับโลกใหม่ใบนี้ ตอนนี้มีทั้งพ่อแม่ ทั้งยังมีน้องสาวน้องชาย หยางจื้อซีสาบานกับตัวเองในใจว่าจะต้องพยายามทำให้ครอบครัวเล็ก ๆ ที่ได้รับมานี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้จงได้
“ถ้าไม่ไปที่ภูเขาเพื่อหาอาหาร เราจำเป็นที่จะต้องแลกแม่ไก่แก่เป็นอาหารจริง ๆ” หยางจื้อซีวางมือบนหัวของหยางเจวี๋ยอย่างช่วยไม่ได้และมองไปที่หยางอัน
“ข้าจะเอาไปแลกอาหารที่ร้านในหมู่บ้านเดี๋ยวนี้” หยางอันหันหลังกลับและวิ่งไปอย่างมีความสุขราวกับว่ามีเรื่องดี ๆ
หยางจื้อซีส่ายหัวแล้วพูดกับหยางเจวี๋ยว่า “น้องชายจะไม่มีไข่ให้กินอีกในอนาคต”
หยางเจวี๋ยกอดเอวพี่สาวแน่นแล้วพูดว่า “ข้าไม่อยากกินไข่ ข้าแค่อยากให้พี่สาวคนโตของข้ามีอาหารกิน และเราทุกคนมีอาหารกิน” เมื่อวานนี้เขาเห็นพี่สาวกลับมาและมีเลือดเต็มตัว มันทำให้เขาตกใจมาก เขาคิดว่าพี่สาวคนโตจะตายจากเขาไปเสียแล้ว นอกจากท่านแม่แล้วพี่สาวคนโตเลี้ยงดูเขามาอย่างดี ท่านพ่อเองก็ไม่อยู่บ้าน หากว่าเกิดอันใดขึ้นกับพี่สาวไม่รู้ว่าครอบครัวของเขาจะสูญเสียไปมากเท่าใด เพราะหยางเจวี๋ยรักพี่สาวอย่างหยางจื้อซีมาก เขาจึงกลัวว่านางจะจากเขาไป
เสียงเล็ก ๆ ของน้องชายนำมาซึ่งพลังราวกับว่ามีเวทมนตร์และทำให้หัวใจของหยางจื้อซีรู้สึกอบอุ่น นางยื่นมือไปบีบแก้มกลม ๆ ของหยางเจวี๋ย จากนั้นก็อุ้มเขาขึ้นมา ทันใดนั้นหยางเจวี๋ยก็เบิกตากว้าง เขามองไปที่หยางจื้อซีแล้วจ้องมองไปที่พื้นด้วยความประหลาดใจ
จากนั้นก็หรี่ตาลงและยิ้มกว้าง ถึงแม้ว่าที่บ้านจะยากจนแต่เขาก็ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีและเขาเองก็อ้วนนิดหน่อย กลัวว่าพี่สาวคนโตและพี่สาวคนที่สองที่ผอมบางของเขาจะไม่สามารถอุ้มเขาได้ เป็นเวลานานแล้วที่พี่สาวคนโตของเขาไม่ได้อุ้มเขาและยกตัวเขาให้สูงขนาดนี้
มีเสียง ‘ปัง’ เบา ๆ ข้างนอก หยางจื้อซีเดินออกจากห้องครัวโดยอุ้มน้องชายเอาไว้ มองตามแผ่นหลังน้องสาวที่อุ้มแม่ไก่วิ่งออกไป
“เอาล่ะ น้องรองไปแลกอาหารแล้ว พวกเรามาล้างหม้อและต้มน้ำรอก่อน” หยางจื้อซีวางน้องชายลงไปบนม้านั่งตัวเล็กหน้าเตา จากนั้นก็พับแขนเสื้อแล้วเริ่มทำงาน
เมื่อเทียบกับโลกที่เดิมที่จากมา บ้านที่แข็งแรงถูกสร้างมาอย่างดี บนถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ บนท้องฟ้ามีเครื่องบิน แต่สำหรับที่นี่และบ้านหลังนี้ที่ผนังมีรูรั่วจากทุกทิศทุกทางและหลังคารั่วเช่นเดียวกัน เมื่อมองดูแล้วทำให้หยางจื้อซีรู้สึกถึงความหดหู่อย่างบอกไม่ถูก บ้านสภาพเช่นนี้จะอยู่ได้กี่ฝนกี่หนาวกัน
แต่ในความหดหู่นั้นกลับมีความรู้สึกเงียบสงบและสบายใจ ไม่ต้องใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังทุกย่างก้าว ไม่ต้องกลัวว่าวันนี้จะพลาดท่าเสียทีให้กับฝ่ายตรงข้ามในยามที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้กระทั่งพลาดถูกตำรวจจับ หยางจื้อซีเริ่มล้างหม้อเติมน้ำ จุดไฟ เติมฟืน สิ่งเหล่านี้หยางจื้อซีไม่เคยทำมาก่อน แต่เมื่อเริ่มลงมือทำจริง ๆ ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรยากสำหรับนางเลย
“น้องชายช่วยพี่สาวดูไฟจะได้หรือไม่ เมื่อไหร่ที่เหลือฟืนเพียงสองท่อน ให้เติมฟืนเข้าไปอีกหนึ่งท่อน เข้าใจหรือไม่” หยางจื้อซีชี้ไปที่เตาแล้วบอกหยางเจวี๋ยแล้วหันไปทำความสะอาดบ้าน เสื้อผ้าของพี่น้องสามคนของตระกูลหยาง ทั้งหมดถูกทำขึ้นด้วยเสื้อผ้าเก่าของหลิวซื่อกับหยางซานหลาง
แม้ว่าเสื้อผ้าจะดูสะอาดสะอ้านแต่เต็มไปด้วยรอยปะเต็มไปหมด แต่ละคนก็มีสองชุดหรือสามชุด ซึ่งถือเป็นความมั่งคั่งที่หาได้ยากสำหรับครอบครัวที่ยากจน โชคดีที่หยางจื้อซีมีเสื้อผ้าอยู่สองชุดเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นนางไม่รู้จะเอาเสื้อผ้าที่ไหนมาผลัดเปลี่ยน
หยางจื้อซีเก็บกวาดบ้านจากนั้นก็ไปที่ห้องของหลิวซื่อ เอากระโถนออกไปเทและเก็บถ้วยยาออกไป จากนั้นก็นำเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทั้งหมดออกไปซัก หลิวซื่อเห็นว่าลูกสาวได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ยอมพักผ่อน นางรู้สึกปวดใจมาก เดิมทีมันควรเป็นหน้าที่ของมารดาเช่นนางที่จะต้องดูแลเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้งสามคน
“จื้อซี วางงานพวกนี้ลงก่อน เหตุใดเจ้าไม่นอนพักก่อนเล่า อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี อย่าลุกขึ้นมาทำงานพวกนี้เลย เจ้าควรพักผ่อนให้มากกว่านี้” หลิวซื่อมองดูลูกสาวด้วยสายตารู้สึกผิดและเสียใจ
“ท่านแม่ ข้าสบายดีไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ไม่มีอันใดร้ายแรง ท่านแม่นอนพักผ่อนให้มากจะเป็นการดีที่สุด ส่วนเรื่องในบ้านท่านแม่วางใจได้ ข้าสามารถดูแลน้อง ๆ ได้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”
“แม่ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องลำบากขนาดนี้”
“ไม่มีอันใดต้องขอโทษข้า ท่านแม่เพียงรักษาตัวให้หายดีก็พอ นี่เป็นสิ่งที่ข้ากับน้อง ๆ ต้องการเจ้าค่ะ”
หยางจื้อซีมองเห็นความรักของมารดาที่หลิวซื่อมองมา ความรักความอบอุ่นของมารดานี้นางไม่เคยได้รับเลยในชาติที่แล้ว นางเติบโตมาในสถานที่ที่ฝึกฝนและเข่นฆ่ากันเท่านั้น หยางจื้อซีอดไม่ได้ที่จะคิดว่าบางทีพระเจ้าอาจจะสงสารเลยให้ได้มีโอกาสเดินทางข้ามเวลามายังโลกนี้ เพียงเพื่อให้มีครอบครัวที่มีทั้งพ่อ แม่ น้องชาย น้องสาว แทนที่หยางจื้อซีคนเดิมที่ตายไปแล้ว หยางจื้อซียังจมอยู่กับความคิดของตัวเองในขณะที่ซักเสื้อผ้า และในช่วงเวลาสั้น ๆ นางก็ซักผ้าในกะละมังขนาดใหญ่เสร็จเรียบร้อย
มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบตรงมา เดิมทีหยางจื้อซีไม่ได้ใส่ใจกับมันในตอนแรก แต่ในตอนที่กำลังตากผ้าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงเปิดประตูเข้ามาในลานบ้าน หยางจื้อซีก็รีบเดินออกไปดูว่าใครที่เข้ามาบ้านของนางในเวลานี้
คนที่มานั้นเป็นชายหนุ่มผิวคล้ำและดูแข็งแกร่ง เมื่อเขาเห็นหยางจื้อซีออกมา เขาก็โบกมือเรียกหยางจื้อซีทันทีและตะโกนว่า “จื้อซี เจ้ารีบไปดู ป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้ากำลังทุบตีน้องสาวของเจ้า ป้าสะใภ้ของเจ้าบอกว่า ไก่ที่หยางอันเอาไปที่ร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านนั้นน้องสาวของเจ้าขโมยมันมาจากบ้านใหญ่ ตอนนี้นางจึงกำลังทุบตีน้องสาวของเจ้า”
“อันเอ๋อร์ จื้อซีรีบไปดูอันเอ๋อร์เร็วเข้า” หลิวซื่อที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในลานบ้านตะโกนออกมาจากด้านในห้อง นางทั้งตกใจและวิตกกังวล
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” หยางจื้อซีตะโกนตอบหลิวซื่อ จากนั้นก็อุ้มหยางเจวี๋ยเข้าไปในห้องของมารดาแล้วกำชับน้องชายให้ดูแลท่านแม่ให้ดี
“น้องชายอยู่บ้านดูแลท่านแม่เข้าใจหรือไม่ พี่สาวจะไปพาพี่รองของเจ้ากลับมา ทำได้หรือไม่”
“ข้าทำได้ พี่สาวไม่ต้องห่วง” หยางเจวี๋ยตอบพี่สาวด้วยดวงตาแดงก่ำ
หยางจื้อซีออกมาจากห้องของหลิวซื่อ จากนั้นก็วิ่งไปยังร้านขายของชำหน้าหมู่บ้านด้วยความรวดเร็ว หลี่ฝานที่เป็นคนวิ่งมาบอกหยางจื้อซีตกใจมากเมื่อเห็นนางวิ่งไปด้วยความเร็วจนเขาไม่สามารถตามทันได้
“หยางจื้อซีไปได้ยาดีมาจากไหนกัน ดูเหมือนว่านางจะแข็งแรงมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ” หลี่ฝานบ่นพึมพำจากนั้นก็รีบวิ่งตามหลังหยางจื้อซีไปทันที
“มาดูสิสะใภ้ใหญ่บ้านหยางกำลังทุบตีลูกสาวของครอบครัวซานหลางอีกแล้ว”
“ทำไมข้าได้ยินว่าหยางอันไปบ้านใหญ่ของตระกูลหยางเพื่อขโมยไก่แล้วโดนชุ่ยฮวาจับได้ ดังนั้นนางจึงตามมาทุบตีหยางอันที่ร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านไม่ใช่หรือ ?”
“แต่ข้ารู้มาว่าครอบครัวของซานหลางก็เลี้ยงไก่แก่ที่มีขนสีเขียวเช่นนี้ หยางจื้อซีกับหยางอันมักจะปฏิบัติต่อไก่ของพวกเขาเหมือนสมบัติ ไก่ตัวนี้เลี้ยงเอาไว้เพื่อให้หยางเจวี๋ยได้มีไข่กิน หากไม่ใช่ว่าอาหารที่บ้านหมดและหยางจื้อซีได้รับบาดเจ็บเมื่อวาน เด็กคนนี้คงไม่เอาไก่มาแลกเปลี่ยนเป็นอาหารเป็นแน่”
“ตระกูลหยางผู้เฒ่านี้ทำผิดจริง ๆ เด็กสามคนนั้นหิวมาก ข้ารู้สึกเศร้าเมื่อมองดูหยางจื้อซีที่เป็นเด็กหญิงอายุสิบสามปี แต่นางสูงไม่เท่าลูกสาวของข้าที่อายุเพียงสิบปีด้วยซ้ำ”
หยางจื้อซีเดินตรงไปจนสุดทางเข้าหมู่บ้าน ขาทั้งสองข้างวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว แต่หูของนางยังทำงานได้ดี คอยฟังการสนทนาของชาวบ้านหลายคนจากที่ใกล้และไกล แต่นางไม่ได้หยุดเพื่อพูดคุยกับชาวบ้านเหล่านี้ นางเร่งความเร็ววิ่งผ่านฝูงชนราวกับลมกรรโชะแรง และตรงไปยังแหล่งที่มาของคำสาปแช่งด่าทอที่สุดจะทนฟังได้มาจากทางเข้าหมู่บ้าน
“เพ้ย! คนที่วิ่งผ่านไปคือจื้อซีของบ้านซานหลางใช่ไหม ?”
ชาวบ้านหยุดพูดคุยกันทันที พวกเขาพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นและวิ่งตามหยางจื้อซีไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
“เร็วเข้า ตรงนั้น” ชาวบ้านรีบวิ่งไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
“ทุกคนรีบไปดู”
ในเวลานี้หลายคนรวมตัวกันในพื้นที่โล่งหน้าร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านป่าหมอก หยางอันยืนอยู่หน้าร้านขายของชำโดยอุ้มแม่ไก่ตัวหนึ่งและจ้องมองไปที่ร้านขายของชำ ส่วนด้านหน้าของหยางอันตอนนี้คือชุ่ยฮวาสะใภ้ใหญ่หยางที่กำลังยืนสาปแช่งด่าทออยู่ ไม่ว่าชุ่ยฮวาจะอ้าปากด่าทอสาปแช่งอย่างไร หยางอันเพียงแต่ยืนมองป้าสะใภ้ใหญ่ที่แสนร้ายกาจด้วยดวงตาแดงก่ำ และไม่ยอมปล่อยมือจากแม่ไก่ที่อุ้มอยู่แม้ว่าจะถูกป้าสะใภ้คนนี้ทุบตีก็ตาม
คุณอาจจะชอบ





