
หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
ตอน 3
“...พวกเจ้าทุกคนคงลืมไปหมดแล้วว่าการที่พวกเจ้าอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่ได้รับความช่วยเหลือจากลุงใหญ่ของพวกเจ้าและคนบ้านใหญ่อย่างพวกเรา แต่เจ้ายังริเป็นหัวขโมยไก่ ส่งไก่ข้าคืนมาเดี๋ยวนี้”
ชุ่ยฮวายื่นมือออกไปจับหยางอันเพื่อแย่งไก่ แต่หยางอันหลบจากมือที่อ้วนท้วนเหมือนกีบหมูของชุ่ยฮวาได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งสองไล่ยื้อยุดฉุดกระชากเหมือนเหยี่ยวจับไก่ ชุ่ยฮวาโมโหแทบกระอักเลือด แต่ไม่สามารถแตะได้แม้กระทั่งชายเสื้อของหยางอัน ชุ่ยฮวาที่กำลังโกรธแค้นสุดขีดได้แต่ตะโกนสุดเสียงว่า
“พวกเจ้าทุกคนมาดูเจ้าสารเลวตัวน้อยนี่ เจ้าตัวไร้ประโยชน์คนนี้ที่ขโมยไก่จากบ้านของข้า เจ้าตัวที่ไร้ประโยชน์คนนี้ถูกสั่งสอนโดยหลิวซื่อนังผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น”
ทันใดนั้นหยางอันก็ตะโกนสวนกลับมาว่า “ข้าไม่ได้ขโมย นี่เป็นไก่ที่พวกเราพี่น้องเลี้ยงเอาไว้ที่บ้านของพวกเรา มันเป็นไก่ของครอบครัวเรา ข้าไม่ได้ขโมยไก่ของบ้านใหญ่มา เหตุใดท่านต้องใส่ความข้าด้วย แล้วท่านแม่ของข้าก็ไม่ได้เป็นหญิงไร้ยางอายอย่างที่ท่านกล่าวหา หากจะมีใครที่หน้าไม่อายและไร้ยางอายก็จะมีเพียงท่านเท่านั้นป้าสะใภ้ใหญ่ เหตุใดท่านไม่ดูบ้างว่าท่านเป็นคนไร้ยางอายขนาดไหน”
“เจ้า...นังเด็กสมควรตาย ข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ เจ้าตัวไร้ค่า” ชุ่ยฮวาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า แต่ไม่สามารถพูดอันใดออกมาได้ ทำได้เพียงชี้นิ้วใส่หยางอันอยู่เป็นนานสองนานจากนั้นก็เริ่มด่าทอสาปแช่งต่อ
“ครอบครัวของเจ้าน่ะรึจะสามารถเลี้ยงไก่ได้ พวกเจ้ามีความสามารถขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ใครมันจะไปรู้ว่าไก่ตัวนี้เป็นของบ้านเจ้าจริง ๆ หรือไม่ เจ้าสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าไก่ตัวนี้เป็นของเจ้าจริง ๆ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไก่ของบ้านข้า และข้าเห็นเจ้าขโมยมันมากับตาของข้าเอง เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วเจ้ายังไม่ยอมรับอีกรึ”
“นี่คือไก่ของบ้านข้า ข้าและน้องสาวไม่จำเป็นต้องพิสูจน์” จู่ ๆ หยางจื้อซีก็ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน นางเดินมายืนข้าง ๆ หยางอันเพื่อสนับสนุนน้องสาว
“พี่หญิงใหญ่” เมื่อหยางอันหันมองหยางจื้อซีที่เดินมาข้าง ๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำ หยางอันรู้สึกคับข้องใจเป็นอย่างมาก
หยางจื้อซีเดินไปหาน้องสาวแล้วยกมือลูบหัวของหยางอันอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัว เอาไก่ไปแลกอาหารเถอะ เรื่องนี้พี่สาวเช่นข้าจะจัดการเอง”
ชุ่ยฮวาได้ยินว่าหยางจื้อซีบอกให้หยางอันเอาไก่ไปแลกอาหารก็ตะโกนขึ้นสุดเสียง “แลกอาหาร แลกกับอะไร พวกสกปรกเช่นเจ้าใครจะกล้าแลกอาหารด้วย ข้าบอกเอาไว้เลยนะ ไก่ตัวนี้เป็นของบ้านข้า ข้าเห็นนังขี้แพ้นี่จับไก่จากบ้านข้ามากับตา หากว่าพวกแกพี่น้องกล้าที่จะเอามันไปแลกอาหาร ข้าจะไปแจ้งทางการและรายงานต่อเจ้าหน้าที่”
ชุ่ยฮวาขู่ออกมาเพราะคิดว่าสองพี่น้องจะกลัวเจ้าหน้าที่ทางการที่ตัวเองข่มขู่ แต่หารู้ไม่ว่าหยางจื้อซีวันนี้หาใช่หยางจื้อซีคนเมื่อวาน หยางจื้อซีหันกลับมามองชุ่ยฮวา เพียงแวบเดียวก็รู้สึกว่าบุคคลนี้ใจร้ายและเห็นแก่ตัว และใบหน้าของเธอน่ารังเกียจจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
“นี่คือผู้อาวุโสหรือ ไม่เพียงแต่ปากไม่ดีเท่านั้น แต่ยังใจดำและโหดเหี้ยมอีกด้วย”
ทันทีที่หยางจื้อซีพูดจบก็เดินเข้าไปหาชุ่ยฮวา จากนั้นก็ยกมือขึ้นตบหน้าชุ่ยฮวาเต็มแรง ชุ่ยฮวายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็รู้สึกเจ็บจนชาที่ใบหน้าของตัวเอง นางตกตะลึงไม่คิดว่าหยางจื้อซีจะกล้าตบตน
“นี่เจ้ากล้าตบข้าหรือ เจ้ากล้าตบข้า นังเด็กเวรสารเลวสมควรตาย!”
ชาวบ้านที่มาดูความสนุกสนานเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่คิดว่าหยางจื้อซีจะมีความกล้าถึงขนาดที่ตบชุ่ยฮวาที่เป็นป้าสะใภ้ของตัวเอง
“ข้าไม่เพียงกล้าตบเจ้า ข้ายังกล้าที่จะฆ่าเจ้าด้วย เจ้าเชื่อหรือไม่เล่า ?” หยางจื้อซีหลบฝ่ามือของชุ่ยฮวาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็หันกลับมาแล้วเดินไปข้างหลังชุ่ยฮวา คว้าผมของนางแล้วดึงอย่างแรงจากนั้นก็ลากชุ่ยฮวาออกมา
“อ๊า!” ชุ่ยฮวาร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากมือของหยางจื้อซี แต่ไม่สามารถดิ้นหลุดไปได้ ทุกคนตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวของหยางจื้อซี ราวกับว่านี่ยังจะใช่หยางจื้อซีคนที่มีเลือดท่วมตัวคนเมื่อวานนี้อีกหรือ แต่ดูเหมือนว่านางจะสบายดีแล้ว แรงดึงที่ผมของชุ่ยฮวามองดูแล้วนับว่าไม่น้อยเลย ทุกคนมองดูชุ่ยฮวากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเริ่มที่จะด่าทอสาปแช่งหยางจื้อซีทั้งครอบครัวอีกครั้ง หยางจื้อซีลากชุ่ยฮวาออกจากฝูงชน แต่เดินไปได้เพียงสามก้าวก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาบอกหยางอันว่า
“น้องรอง หลังจากที่แลกเปลี่ยนอาหารแล้วก็กลับไปทำอาหารรอข้า ส่วนหมาบ้าตัวนี้ข้าจะจัดการเอง แล้วข้าจะรีบกลับไป”
“หยางจื้อซี นังหมาป่าตาขาว พวกเจ้ามันเป็นพวกเลี้ยงไม่เชื่อง หากเจ้าทำอันใดข้า รับรองได้ว่าลุงใหญ่ของเจ้าและลูกพี่ลูกน้องของเจ้า รวมถึงปู่ย่าตายายของเจ้าไม่มีทางละเว้นเจ้าแน่”
หยางจื้อซีไม่สนใจคำด่าทอและสาปแช่งของชุ่ยฮวา ยังคงออกแรงลากให้ชุ่ยฮวาเดินตามนางมา ชาวบ้านที่เห็นเช่นนั้นต่างรีบตามไปเพื่อชมเรื่องสนุก หยางอันรีบนำไก่ไปแลกเป็นอาหารตามคำสั่งของพี่สาวทันที
“ท่านป้า ข้าขอแลกเป็นข้าวสารหนึ่งจินเจ้าค่ะ”
หานซื่ออดไม่ได้ที่จะเบ้ปากเมื่อได้ยินสิ่งที่หยางอันต้องการ จึงมองดูหยางอันแล้วพูดว่า “เฮ้ ชีวิตครอบครัวเจ้าก็ลำบากแบบนั้น ทำไมเจ้ายังเปลี่ยนมาเป็นข้าวสารอีกล่ะ ? เปลี่ยนเป็นธัญพืชไม่ขัดสีจะดีกว่านะ เจ้าสามารถทานอาหารที่มีธัญพืชไม่ขัดสีได้อีกสองสามมื้อ”
“ขอโทษด้วยท่านป้า พอดีท่านแม่ของข้าไม่สบายและท้องของนางไม่ค่อยดี นางไม่สามารถกินธัญพืชไม่ขัดสีได้”
“ตกลง ข้าเห็นว่าบ้านของเจ้าน่าสงสารแค่ไหน ข้าจะเอาข้าวสารมาให้เจ้า”
หยางอันไม่สนใจว่าป้าหานจะพึมพำบางอย่าง นางหันกลับมาและมองไปยังทิศทางที่หยางจื้อซีและคนอื่น ๆ จากไป นางอดไม่ได้ที่จะคิดในใจ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่พี่สาวคนโตมีพลังมากมายขนาดนี้
หยางจื้อซีลากชุ่ยฮวาเดินไปข้างหน้าโดยมีพวกชาวบ้านติดตามพวกเขามาที่นี่ ชาวบ้านที่กำลังดูความสนุกสนานอยู่ข้างหลังต่างคิดว่าเป็นชุ่ยฮวาเองที่สร้างปัญหาให้กับหยางอันในครั้งนี้ แต่ชุ่ยฮวากลับไม่คิดเช่นนั้น นางคิดว่านี่เป็นเรื่องครอบครัวของตระกูลหยาง ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานาและยังคงตามไปดูว่าหยางจื้อซีจะจัดการกับชุ่ยฮวาเช่นไร หรือว่าจะลากชุ่ยฮวากลับไปที่บ้านใหญ่หยางเพื่อขอให้ผู้เฒ่าหยางเป็นผู้ตัดสิน
แต่เมื่อทุกคนติดตามพวกเขาก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ชาวบ้านก็พูดขึ้นอย่างสงสัยว่า “นี่คือทางไปแม่น้ำ ไม่ใช่ทางไปบ้านของผู้เฒ่าหยางที่อยู่อีกด้านหนึ่ง นี่มันทิศทางตรงกันข้ามนี่”
“โอ้ จื้อซีคงเสียสติไปแล้วแน่ ๆ นางคงไม่ได้ต้องการจะฆ่าชุ่ยฮวาจริง ๆ ใช่หรือไม่”
ทันทีที่การเดานี้ออกมาทุกคนก็ตื่นตระหนก ตอนนี้ไม่มีใครสนใจที่จะดูความสนุก ผู้ชายหลายคนไล่ตามพวกเขาอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ทุกคนในตระกูลหยางที่ได้รับข่าวและเข้ามาก็เห็นหยางจื้อซีที่กำลังลากชุ่ยฮวาไปจนถึงแม่น้ำ
“ท่านแม่ ปล่อยท่านแม่ของข้า หยางจื้อซี ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องท่านแม่ของข้า ข้ารับรองได้เลยว่าข้าจะต้องฆ่าเจ้าแน่”
หยางจื้อซีหยุด หันกลับมามองหยางปิงที่กำลังวิ่งมาด้วยความรวดเร็ว ปากของเขาก็ตะโกนขู่ฆ่านาง หยางจื้อซียกชุ่ยฮวาด้วยมือข้างเดียวแล้วโยนชุ่ยฮวาออกไปไกลหลายหมี่ สุดท้ายชุ่ยฮวาก็ตกลงไปในแม่น้ำ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นี้ในระยะไกลต่างตกใจ เนื่องจากภาวะทุพโภชนาการเรื้อรัง หยางจื้อซีจึงสูงเท่ากับเด็กอายุสิบขวบเท่านั้น และแขนของนางก็ผอมแห้งเหมือนตะเกียบ
ในขณะที่ชุ่ยฮวาทั้งอ้วนและสูงกว่าหยางจื้อซีมาก แม้ว่าจะมีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือหลังจากที่หยางจื้อซีโยนชุ่ยฮวาลงแม่น้ำ นางก็หันหลังกลับและรีบเดินไปหาหยางปิง ในพริบตาเดียวหยางจื้อซีก็มาอยู่ตรงหน้าหยางปิง จากนั้นนางก็คว้าคอเสื้อของเขาด้วยมือข้างเดียว จากนั้นก็แค่นเสียงพูดที่สุดแสนจะเย็นชาว่า
“ทุกคนที่ต้องการให้ข้าตายได้ตายไปแล้ว และข้าก็ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนเจ้าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นเดียวกัน” หยางปิงที่อยู่ด้านข้างตกใจมากเมื่อได้ยินสิ่งที่หยางจื้อซีพูด
“หยางจื้อซี เจ้าบ้าไปแล้ว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าบอกให้ปล่อยข้า” หยางปิงพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากมือของหยางจื้อซี แต่ทว่าน่าเสียดายที่หยางจื้อซีไม่สนใจเสียงร้องคร่ำครวญของเขาสักนิด นางจับเขาโยนลงแม่น้ำตามแม่ของเขาไปทันที ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของคนบ้านใหญ่ที่วิ่งมาถึงพอดี หยางเป่ยตะโกนขึ้นด้วยความโมโหและตกใจ
“เจ้าไม่ใช่หยางจื้อซี เจ้าเป็นใคร เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่”
หยางจื้อซีอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มแล้วหันมาตอบหยางเป่ยว่า “ข้าบอกพวกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ใช่หยางจื้อซีคนเดิมเช่นเมื่อวาน ข้าไม่ใช่หยางจื้อซีที่จะยอมให้พวกเจ้ารังแกได้อีก หยางจื้อซีคนเมื่อวานได้ตายจากไปแล้ว ทำไมรึ พวกเจ้าไม่ดีใจหรือ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาพวกเจ้าต้องการให้เป็นเช่นนี้รึ มีอันใดไม่เข้าใจกัน การที่ข้าเป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากพวกเจ้า ครอบครัวพวกเจ้าบีบคั้นพวกเรา รังแกพวกเรามานานเท่าไรแล้ว ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว หากวันหน้าข้าจะฆ่าใครสักคนมันคงจะง่ายขึ้น และต่อไปนี้หากข้าเห็นว่าใครมันยังกล้ามารังแกครอบครัวของข้าอีก ข้าจะไม่มีทางละเว้นคนผู้นั้น”
“เจ้า...เจ้ามันปีศาจ เจ้ามันเป็นวิญญาณร้าย”
“ถึงข้าจะเป็นปีศาจหรือเป็นวิญญาณร้ายอย่างที่เจ้าว่า แต่ข้าก็ยังไม่มีจิตใจที่โหดเหี้ยมเช่นพวกเจ้า”
“เจ้ามันบ้าไปแล้ว เจ้ามันเป็นบ้าไปแล้ว” หยางเป่ยถอยหลังกรูดทันทีที่หยางจื้อซีเดินเข้ามาหาเขา ตอนนี้เขารู้สึกว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้าซึ่งเป็นหลานสาวของเขาแตกต่างไปจากเมื่อก่อนนี้มาก
คุณอาจจะชอบ





