
ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
ตอน 2
เวลาล่วงเลยเข้าปีที่สองตั้งแต่การมาที่นี่ของหลิวตาน ตอนนี้เธอคือนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 แล้ว หลิวตานยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำฟาร์มผักของเธอเป็นอย่างดี และไม่ลืมดูแลคนในบ้านเป็นอย่างดีตามสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้
หลิวตานคบหากับสือหยวนเฟิงเป็นเรื่องที่คนในบ้านรับรู้ตั้งแต่วันแรก ก่อนตกลงเธอได้ถามตัวเองและตัดสินใจไม่ปกปิดเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ถึงแม้ว่าในยุคนี้การคบหาไม่ผ่านครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่ดีก็ตาม ส่วนบ้านของสือหยวนเฟิงหลิวตานไม่ได้สนใจ ให้คนรักของเธอเป็นคนไปจัดการเอาเอง
หลิวตงตง จ้าวเหม่ย เป็นพ่อแม่ที่ตามใจลูก การคบหาของลูกสาวถือว่าอยู่ในสายตา มีเพียงความห่วงใยและอยากให้ระมัดระวังตัวไม่อยู่ด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสอง เพราะไม่อยากให้หลิวตานมีชื่อเสียงเสียหาย และนอกจากพ่อแม่แล้วพี่น้องของหลิวตานกับบ้านอาสามย่อมรู้
ทุก ๆ วันหยุด สือหยวนเฟิงจะมาหาหลิวตานที่บ้านเพื่อชวนทำงานในฟาร์ม และในแต่ละวันหน้าที่ของเขาคือการให้อาหารสัตว์ในฟาร์มบางส่วน ในตอนแรกหลิวตานไม่ได้คิดเลี้ยงสัตว์เอาไว้เลย เธอมองว่ามันยุ่งยาก ต้องให้อาหารสัตว์เช้า เย็น ไหนจะสัตว์บางชนิดที่ต้องให้กลางวันอีก ไม่เหมือนผักที่ให้แค่เช้า เย็น
สัตว์ในฟาร์มไม่เคยซื้อสักตัวหลิวตานได้รับมันมาจากระบบทำฟาร์ม การขายสัตว์มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะที่บ้านไม่ได้เลี้ยง เธอจึงทำทีซื้อสัตว์มาจากในเมืองแล้วเลี้ยงเอาไว้ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม รู้ตัวอีกทีฟาร์มของเธอมีทั้งวัว หมู ปลา ไก่ แพะ และม้า
“เดือนนี้มีลูกค้าสั่งผักคะน้า 200 ชั่ง ผักกาด 300 ชั่ง แล้วก็ผักใต้ดินรวมกัน 300 ชั่ง อีกสองวันจะเริ่มส่งผักให้ลูกค้า อาคิดว่าช่วงบ่ายพรุ่งนี้จะเตรียมผักใต้ดินไว้ให้ลูกค้าเลย” หลิวซือหานบอกหลานสาว
หลิวตานพยักหน้าหลังได้ยินคำสั่งซื้อ “อาสามคะ เดือนนี้ไม่มีคำสั่งซื้ออีกแล้วเหรอคะ ฉันได้ยินว่าเดือนก่อนมีคนมาสั่งล่วงหน้าผักกาด 500 ชั่ง”
“มีสิ แต่เขาจะให้คำตอบเร็ว ๆ นี้”
“อ้อ”
วันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียนตอนเช้าหลิวตานเลยเข้าฟาร์มเพราะตอนกลางวันจะไปบ้านของคนรัก เธอเพิ่งรับภารกิจขายผักหนึ่งพันชั่งมาภายในเดือนนี้ต้องขายให้ได้ เลยใส่ใจเรื่องข้างในเป็นพิเศษ เพราะเดือนที่แล้วยอดขายได้เพียง 950 ชั่งเท่านั้น
“จริงสิ อานำข้าวไปขายได้ 500 หยวน เท่ากับที่พ่อของหลานทำปีที่แล้วเลย”
ที่นาในส่วนของพ่อแม่หลิวตานปล่อยให้พวกเขาทำกันเองเธอไม่ได้เข้าไปยุ่งเลย ปีแรกสร้างรายได้นิดเดียวเพราะที่บ้านทำเก็บไว้กินมากกว่าขาย พอปีนี้หลิวตานมองว่าไหน ๆ ก็ทำเก็บไว้กินแล้ว ลองเพิ่มส่วนผลิตแล้วขายจะช่วยสร้างรายได้อย่างมาก ทำให้ครึ่งปีนี้ที่ผ่านมาได้มากกว่าปีที่แล้วเสียอีก และครึ่งปีหลังยังมีผลผลิตให้ขายอีกมาก
“ดีแล้วค่ะ”
เธอคิดที่จะสร้างเงินให้พ่อแม่แล้วจะไม่ให้เงินส่วนแบ่งของฟาร์มอีก ก่อนหน้านี้ที่แบ่งให้เพราะทั้งสองเข้ามาช่วย แต่ตอนนี้พวกเธอไม่จำเป็นต้องนำเข้าไปขายเองแล้ว มีลูกค้ามารับที่หน้าฟาร์มและเป็นพี่น้องที่ช่วยกันทำเอง
หลังเดินดูฟาร์มอีกเล็กน้อยหลิวตานค่อยมาอาบน้ำและเตรียมตัวรอให้สือหยวนเฟิงมารับที่บ้าน ถึงตอนนี้ที่บ้านมีเกวียนวัว รถม้า แต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนใช้กันแล้ว บ้านสือเองยังมีรถยนต์และคนรักอาสามารับเอง
จ้าวเหม่ยเดินเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว มองลูกสาวกำลังแต่งตังถึงกับน้ำตาคลอแล้วเดินเข้ามาใกล้ ใช้แปรงหวีผมให้ก่อนถักเปียทั้งสองข้าง “ไปบ้านคนอื่นก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ”
หลิวตานยิ้มอ่อนมองกระจกสะท้อนตัวเอง “แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ อยู่กับหยวนเฟิงไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันหรอก อีกอย่างฉันไปแค่ไม่นานตอนบ่ายก็กลับแล้ว”
“เสี่ยวตานของแม่โตแล้วจริง ๆ”
‘เสี่ยวตาน!’
“เอ๋” จ้าวเหม่ยชะเง้อหน้าออกจากหน้าต่างมองหาคนที่ร้องเรียกก่อนเผยรอยยิ้มกว้าง “หยวนเฟิงมารับลูกสาวของแม่แล้ว เสี่ยวตานเปลี่ยนชุดเถอะ แม่จะออกไปรอข้างนอก”
“ค่ะแม่”
ผู้เป็นแม่ยิ้มให้ลูกสาวแล้วเดินออกไปหาคนรักของลูกสาวที่แต่ก่อนเราทั้งสองรู้จักกันในฐานะเพื่อนลูกกับแม่เพื่อน แต่ตอนนี้มันต่างกันออกไปแล้ว “หยวนเฟิงนั่งก่อนนะจ๊ะ เสี่ยวตานแต่งตัวยังไม่เสร็จน้าจะไปเอาน้ำมาให้”
สือหยวนเฟิงรีบปฏิเสธ “ไม่เป็นไรครับคุณน้า ผมเพิ่งดื่มน้ำมาเอง”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นน้าจะออกไปดูฟาร์มแล้ว อย่าพาเสี่ยวตานมาส่งค่ำนะจ๊ะ” จ้าวเหม่ยไม่ลืมกำชับอีกฝ่าย เพราะกลัวว่าคนในหมู่บ้านจะทำชื่อเสียงของลูกสาวเสียหาย
“ครับ”
สือหยวนเฟิงรอหลิวตานไม่นานทั้งคู่เลยเดินออกจากบ้านไปหน้าหมู่บ้านที่มีรถยนต์จอดรับอยู่ ในหมู่บ้านไม่ค่อยมีรถยนต์เข้ามานอกจากพ่อค้า แม่ค้ารับผัก และทั้งหมดล้วนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่รถยนต์ของสือหยวนเฟิงมันต่างกัน
ระหว่างเดินผ่านหน้าบ้านหลิว หลิวอี้ผิงนั่งอยู่หน้าบ้านมองหลิวตานกับสือหยวนเฟิงไม่วางตา ทำให้เธอไม่สบายใจเดินมาบังอีกฝ่ายทั้งที่รู้ว่ายังมองเห็นอยู่ “พวกเรารีบเดินเถอะ ก่อนกลับบ้านอยากแวะซื้อของเดี๋ยวจะมืดก่อน”
“ได้”
ทั้งคู่รีบเดินออกจากหมู่บ้านขึ้นรถยนต์ที่มีคนขับรถรออยู่ สือหยวนเฟิงอายุสิบห้าปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถเอง ซึ่งหลิวตานมองว่าพ่อของเขาเคร่งครัดเป็นอย่างมาก เพราะทหารบางบ้านชอบให้ท้ายลูกชายกระทำความผิด ต่างจากบ้านนี้ที่หลิวตานเห็นว่าอะไรที่สือหยวนเฟิงทำได้กับทำไม่ได้
หน้าบ้านตระกูลสือเป็นบ้านหลังใหญ่ทำเอาหลิวตานอดมองรอบ ๆ ไม่ได้ มันเหมือนกับว่าที่นี่มีกลิ่นอายโบราณ เพราะถึงตัวบ้านจะทันสมัยขึ้นแต่ของตกแต่งบางอย่างกลับเป็นของโบราณ ไม่เสียชื่อบ้านท่านนายพลจริง ๆ ถัดเข้าไปข้างในรั้วบ้านจะมองเห็นสวนให้นั่งเล่น มีโต๊ะ เก้าอี้ ไว้ให้นั่งจิบน้ำชา
รถจอดลงหน้าบ้านทันทีที่ลงจากรถสือหยวนเฟิงเดินนำเข้าไปในบ้านทันที ได้ยินเสียงหัวเราะก่อนจะหยุดลงทันทีที่หลิวตานเดินตามหลังสือหยวนเฟิงเข้าไป
เสียงทุ้มของผู้ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมา “มากันแล้วหรือ”
“พ่อครับ แม่ครับ นี่คือหลิวตานคนรักของผมที่เล่าให้ฟัง เสี่ยวตานนี่พ่อกับแม่ของฉันเอง” สือหยวนเฟิงแนะนำให้รู้จัก
“สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า” หลิวตานทำความเคารพก่อนกวาดสายตาไปมองน้องชาย น้องสาวของสือหยวนเฟิง ก่อนเผยรอยยิ้ม “คุณหนูสือ คุณชายสือ”
ท่านนายพลสือโบกมือ “คุณหนู คุณชายอะไรกัน เรียกเสี่ยวฝานกับเสี่ยวเหยาเถอะ” เขาไม่หันไปมองภรรยาเลยสักนิด “มาแล้วก็นั่งเถอะ จะได้กินข้าวแล้วออกไปจิบชากันด้านนอก ลุงให้คนเตรียมเอาไว้ให้พวกเธอแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
ติงเหม่ยฟางแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาเล็กน้อยก่อนจับลูกสาวที่มีสีหน้าไม่ต่างกันนั่งลงเก้าอี้ข้างกาย ก่อนสั่งแม่บ้านให้จัดอาหารขึ้นโต๊ะ “ป้าฉีนำอาหารออกมาเถอะ”
หลิวตานทำสีหน้าแปลกใจครู่หนึ่งก่อนกลับมาเป็นปกติ เธอเพิ่งรู้ว่าบ้านของสือหยวนเฟิงมีแม่บ้านด้วย จำได้ว่าสือหยวนเฟิงบอกว่าไม่อยากรับประทานอาหารฝีมือของแม่ แต่ที่บ้านมีแม่บ้านนี่นา
“ได้ยินว่าบ้านของเธอทำฟาร์มหรือ” ท่านนายพลสือหันมาถามพลางตักผักกาดผัดน้ำปลาใส่ถ้วย
“ใช่ค่ะ ที่บ้านรองหลิวของเราทำฟาร์มผักค่ะ ปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว ผักส่วนมากเป็นผักกาดเพราะมันกรอบและหวาน” หลิวตานยิ้มออกมาเมื่อนึกได้ว่าผักกาดตรงหน้าคือผักจากบ้านของเธอ
“ผักกาดมันก็เป็นผักทั่วไป”
สือหยวนเฟิงยิ้มแห้งหลังแม่ของเขาเอ่ยขึ้นมา “ผักกาดของฟาร์มหลิวไม่เหมือนที่อื่นจริง ๆ ครับแม่ ผมลองเข้าไปเรียนรู้แล้วต้องทำหลายขั้นตอนมาก กว่าจะได้ผักแต่ละต้น”
“โอ้” ท่านนายพลสือแปลกใจ “แม้กระทั่งหยวนเฟิงของเรายังเคยเข้าไปเรียนรู้หรือ” ที่แปลกใจเพราะภรรยาเลี้ยงลูกชายมาอย่างดี งานบ้าน งานนอกบ้านไม่ให้ทำนอกจากการเรียน
“ฟาร์มหลิวมีขั้นตอนการปลูกและรดน้ำที่ต่างจากที่อื่นค่ะ ต้องเตรียมดินเอาไว้ด้วย”
อาหารมื้อกลางวันของวันนี้ต่างจากทุก ๆ วัน เพราะท่านนายพลสือสนใจผักกาดในฟาร์มที่หลิวตานเป็นคนปลูก จึงสอบถามหลายแนวทางเผื่อได้นำไปปลูกผักที่กองทัพบ้างเพื่อลดค่าใช้จ่ายในกองทัพ ซึ่งหลิวตานยินดีที่จะบอกแต่ถึงบอกไปผลผลิตที่ได้ก็ไม่ได้เท่าที่ฟาร์มของเธอได้ปลูก
คุณอาจจะชอบ





