ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

อลิส เจนี่ ร็อกส์ ต้องเผชิญโชคชะตาใหม่ในร่างหลิวตาน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตในยุค 80 ท่ามกลางการกดขี่จากครอบครัวปู่ย่าที่ปฏิบัติกับบ้านรองเหมือนคนรับใช้ เมื่อได้รับโอกาสมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอจึงมุ่งมั่นนำพาพวกเขาสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด แม้ระบบที่ได้รับมาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และสร้างความหนักใจให้เธออยู่บ่อยครั้ง แต่หลิวตานก็ไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ถึงจุดสูงสุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

เวลาล่วงเลยเข้าปีที่สองตั้งแต่การมาที่นี่ของหลิวตาน ตอนนี้เธอคือนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 แล้ว หลิวตานยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำฟาร์มผักของเธอเป็นอย่างดี และไม่ลืมดูแลคนในบ้านเป็นอย่างดีตามสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้

หลิวตานคบหากับสือหยวนเฟิงเป็นเรื่องที่คนในบ้านรับรู้ตั้งแต่วันแรก ก่อนตกลงเธอได้ถามตัวเองและตัดสินใจไม่ปกปิดเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ถึงแม้ว่าในยุคนี้การคบหาไม่ผ่านครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่ดีก็ตาม ส่วนบ้านของสือหยวนเฟิงหลิวตานไม่ได้สนใจ ให้คนรักของเธอเป็นคนไปจัดการเอาเอง

หลิวตงตง จ้าวเหม่ย เป็นพ่อแม่ที่ตามใจลูก การคบหาของลูกสาวถือว่าอยู่ในสายตา มีเพียงความห่วงใยและอยากให้ระมัดระวังตัวไม่อยู่ด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสอง เพราะไม่อยากให้หลิวตานมีชื่อเสียงเสียหาย และนอกจากพ่อแม่แล้วพี่น้องของหลิวตานกับบ้านอาสามย่อมรู้

ทุก ๆ วันหยุด สือหยวนเฟิงจะมาหาหลิวตานที่บ้านเพื่อชวนทำงานในฟาร์ม และในแต่ละวันหน้าที่ของเขาคือการให้อาหารสัตว์ในฟาร์มบางส่วน ในตอนแรกหลิวตานไม่ได้คิดเลี้ยงสัตว์เอาไว้เลย เธอมองว่ามันยุ่งยาก ต้องให้อาหารสัตว์เช้า เย็น ไหนจะสัตว์บางชนิดที่ต้องให้กลางวันอีก ไม่เหมือนผักที่ให้แค่เช้า เย็น

สัตว์ในฟาร์มไม่เคยซื้อสักตัวหลิวตานได้รับมันมาจากระบบทำฟาร์ม การขายสัตว์มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะที่บ้านไม่ได้เลี้ยง เธอจึงทำทีซื้อสัตว์มาจากในเมืองแล้วเลี้ยงเอาไว้ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม รู้ตัวอีกทีฟาร์มของเธอมีทั้งวัว หมู ปลา ไก่ แพะ และม้า

“เดือนนี้มีลูกค้าสั่งผักคะน้า 200 ชั่ง ผักกาด 300 ชั่ง แล้วก็ผักใต้ดินรวมกัน 300 ชั่ง อีกสองวันจะเริ่มส่งผักให้ลูกค้า อาคิดว่าช่วงบ่ายพรุ่งนี้จะเตรียมผักใต้ดินไว้ให้ลูกค้าเลย” หลิวซือหานบอกหลานสาว

หลิวตานพยักหน้าหลังได้ยินคำสั่งซื้อ “อาสามคะ เดือนนี้ไม่มีคำสั่งซื้ออีกแล้วเหรอคะ ฉันได้ยินว่าเดือนก่อนมีคนมาสั่งล่วงหน้าผักกาด 500 ชั่ง”

“มีสิ แต่เขาจะให้คำตอบเร็ว ๆ นี้”

“อ้อ”

วันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียนตอนเช้าหลิวตานเลยเข้าฟาร์มเพราะตอนกลางวันจะไปบ้านของคนรัก เธอเพิ่งรับภารกิจขายผักหนึ่งพันชั่งมาภายในเดือนนี้ต้องขายให้ได้ เลยใส่ใจเรื่องข้างในเป็นพิเศษ เพราะเดือนที่แล้วยอดขายได้เพียง 950 ชั่งเท่านั้น

“จริงสิ อานำข้าวไปขายได้ 500 หยวน เท่ากับที่พ่อของหลานทำปีที่แล้วเลย”

ที่นาในส่วนของพ่อแม่หลิวตานปล่อยให้พวกเขาทำกันเองเธอไม่ได้เข้าไปยุ่งเลย ปีแรกสร้างรายได้นิดเดียวเพราะที่บ้านทำเก็บไว้กินมากกว่าขาย พอปีนี้หลิวตานมองว่าไหน ๆ ก็ทำเก็บไว้กินแล้ว ลองเพิ่มส่วนผลิตแล้วขายจะช่วยสร้างรายได้อย่างมาก ทำให้ครึ่งปีนี้ที่ผ่านมาได้มากกว่าปีที่แล้วเสียอีก และครึ่งปีหลังยังมีผลผลิตให้ขายอีกมาก

“ดีแล้วค่ะ”

เธอคิดที่จะสร้างเงินให้พ่อแม่แล้วจะไม่ให้เงินส่วนแบ่งของฟาร์มอีก ก่อนหน้านี้ที่แบ่งให้เพราะทั้งสองเข้ามาช่วย แต่ตอนนี้พวกเธอไม่จำเป็นต้องนำเข้าไปขายเองแล้ว มีลูกค้ามารับที่หน้าฟาร์มและเป็นพี่น้องที่ช่วยกันทำเอง

หลังเดินดูฟาร์มอีกเล็กน้อยหลิวตานค่อยมาอาบน้ำและเตรียมตัวรอให้สือหยวนเฟิงมารับที่บ้าน ถึงตอนนี้ที่บ้านมีเกวียนวัว รถม้า แต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนใช้กันแล้ว บ้านสือเองยังมีรถยนต์และคนรักอาสามารับเอง

จ้าวเหม่ยเดินเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว มองลูกสาวกำลังแต่งตังถึงกับน้ำตาคลอแล้วเดินเข้ามาใกล้ ใช้แปรงหวีผมให้ก่อนถักเปียทั้งสองข้าง “ไปบ้านคนอื่นก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ”

หลิวตานยิ้มอ่อนมองกระจกสะท้อนตัวเอง “แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ อยู่กับหยวนเฟิงไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันหรอก อีกอย่างฉันไปแค่ไม่นานตอนบ่ายก็กลับแล้ว”

“เสี่ยวตานของแม่โตแล้วจริง ๆ”

‘เสี่ยวตาน!’

“เอ๋” จ้าวเหม่ยชะเง้อหน้าออกจากหน้าต่างมองหาคนที่ร้องเรียกก่อนเผยรอยยิ้มกว้าง “หยวนเฟิงมารับลูกสาวของแม่แล้ว เสี่ยวตานเปลี่ยนชุดเถอะ แม่จะออกไปรอข้างนอก”

“ค่ะแม่”

ผู้เป็นแม่ยิ้มให้ลูกสาวแล้วเดินออกไปหาคนรักของลูกสาวที่แต่ก่อนเราทั้งสองรู้จักกันในฐานะเพื่อนลูกกับแม่เพื่อน แต่ตอนนี้มันต่างกันออกไปแล้ว “หยวนเฟิงนั่งก่อนนะจ๊ะ เสี่ยวตานแต่งตัวยังไม่เสร็จน้าจะไปเอาน้ำมาให้”

สือหยวนเฟิงรีบปฏิเสธ “ไม่เป็นไรครับคุณน้า ผมเพิ่งดื่มน้ำมาเอง”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นน้าจะออกไปดูฟาร์มแล้ว อย่าพาเสี่ยวตานมาส่งค่ำนะจ๊ะ” จ้าวเหม่ยไม่ลืมกำชับอีกฝ่าย เพราะกลัวว่าคนในหมู่บ้านจะทำชื่อเสียงของลูกสาวเสียหาย

“ครับ”

สือหยวนเฟิงรอหลิวตานไม่นานทั้งคู่เลยเดินออกจากบ้านไปหน้าหมู่บ้านที่มีรถยนต์จอดรับอยู่ ในหมู่บ้านไม่ค่อยมีรถยนต์เข้ามานอกจากพ่อค้า แม่ค้ารับผัก และทั้งหมดล้วนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่รถยนต์ของสือหยวนเฟิงมันต่างกัน

ระหว่างเดินผ่านหน้าบ้านหลิว หลิวอี้ผิงนั่งอยู่หน้าบ้านมองหลิวตานกับสือหยวนเฟิงไม่วางตา ทำให้เธอไม่สบายใจเดินมาบังอีกฝ่ายทั้งที่รู้ว่ายังมองเห็นอยู่ “พวกเรารีบเดินเถอะ ก่อนกลับบ้านอยากแวะซื้อของเดี๋ยวจะมืดก่อน”

“ได้”

ทั้งคู่รีบเดินออกจากหมู่บ้านขึ้นรถยนต์ที่มีคนขับรถรออยู่ สือหยวนเฟิงอายุสิบห้าปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถเอง ซึ่งหลิวตานมองว่าพ่อของเขาเคร่งครัดเป็นอย่างมาก เพราะทหารบางบ้านชอบให้ท้ายลูกชายกระทำความผิด ต่างจากบ้านนี้ที่หลิวตานเห็นว่าอะไรที่สือหยวนเฟิงทำได้กับทำไม่ได้

หน้าบ้านตระกูลสือเป็นบ้านหลังใหญ่ทำเอาหลิวตานอดมองรอบ ๆ ไม่ได้ มันเหมือนกับว่าที่นี่มีกลิ่นอายโบราณ เพราะถึงตัวบ้านจะทันสมัยขึ้นแต่ของตกแต่งบางอย่างกลับเป็นของโบราณ ไม่เสียชื่อบ้านท่านนายพลจริง ๆ ถัดเข้าไปข้างในรั้วบ้านจะมองเห็นสวนให้นั่งเล่น มีโต๊ะ เก้าอี้ ไว้ให้นั่งจิบน้ำชา

รถจอดลงหน้าบ้านทันทีที่ลงจากรถสือหยวนเฟิงเดินนำเข้าไปในบ้านทันที ได้ยินเสียงหัวเราะก่อนจะหยุดลงทันทีที่หลิวตานเดินตามหลังสือหยวนเฟิงเข้าไป

เสียงทุ้มของผู้ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมา “มากันแล้วหรือ”

“พ่อครับ แม่ครับ นี่คือหลิวตานคนรักของผมที่เล่าให้ฟัง เสี่ยวตานนี่พ่อกับแม่ของฉันเอง” สือหยวนเฟิงแนะนำให้รู้จัก

“สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า” หลิวตานทำความเคารพก่อนกวาดสายตาไปมองน้องชาย น้องสาวของสือหยวนเฟิง ก่อนเผยรอยยิ้ม “คุณหนูสือ คุณชายสือ”

ท่านนายพลสือโบกมือ “คุณหนู คุณชายอะไรกัน เรียกเสี่ยวฝานกับเสี่ยวเหยาเถอะ” เขาไม่หันไปมองภรรยาเลยสักนิด “มาแล้วก็นั่งเถอะ จะได้กินข้าวแล้วออกไปจิบชากันด้านนอก ลุงให้คนเตรียมเอาไว้ให้พวกเธอแล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”

ติงเหม่ยฟางแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาเล็กน้อยก่อนจับลูกสาวที่มีสีหน้าไม่ต่างกันนั่งลงเก้าอี้ข้างกาย ก่อนสั่งแม่บ้านให้จัดอาหารขึ้นโต๊ะ “ป้าฉีนำอาหารออกมาเถอะ”

หลิวตานทำสีหน้าแปลกใจครู่หนึ่งก่อนกลับมาเป็นปกติ เธอเพิ่งรู้ว่าบ้านของสือหยวนเฟิงมีแม่บ้านด้วย จำได้ว่าสือหยวนเฟิงบอกว่าไม่อยากรับประทานอาหารฝีมือของแม่ แต่ที่บ้านมีแม่บ้านนี่นา

“ได้ยินว่าบ้านของเธอทำฟาร์มหรือ” ท่านนายพลสือหันมาถามพลางตักผักกาดผัดน้ำปลาใส่ถ้วย

“ใช่ค่ะ ที่บ้านรองหลิวของเราทำฟาร์มผักค่ะ ปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว ผักส่วนมากเป็นผักกาดเพราะมันกรอบและหวาน” หลิวตานยิ้มออกมาเมื่อนึกได้ว่าผักกาดตรงหน้าคือผักจากบ้านของเธอ

“ผักกาดมันก็เป็นผักทั่วไป”

สือหยวนเฟิงยิ้มแห้งหลังแม่ของเขาเอ่ยขึ้นมา “ผักกาดของฟาร์มหลิวไม่เหมือนที่อื่นจริง ๆ ครับแม่ ผมลองเข้าไปเรียนรู้แล้วต้องทำหลายขั้นตอนมาก กว่าจะได้ผักแต่ละต้น”

“โอ้” ท่านนายพลสือแปลกใจ “แม้กระทั่งหยวนเฟิงของเรายังเคยเข้าไปเรียนรู้หรือ” ที่แปลกใจเพราะภรรยาเลี้ยงลูกชายมาอย่างดี งานบ้าน งานนอกบ้านไม่ให้ทำนอกจากการเรียน

“ฟาร์มหลิวมีขั้นตอนการปลูกและรดน้ำที่ต่างจากที่อื่นค่ะ ต้องเตรียมดินเอาไว้ด้วย”

อาหารมื้อกลางวันของวันนี้ต่างจากทุก ๆ วัน เพราะท่านนายพลสือสนใจผักกาดในฟาร์มที่หลิวตานเป็นคนปลูก จึงสอบถามหลายแนวทางเผื่อได้นำไปปลูกผักที่กองทัพบ้างเพื่อลดค่าใช้จ่ายในกองทัพ ซึ่งหลิวตานยินดีที่จะบอกแต่ถึงบอกไปผลผลิตที่ได้ก็ไม่ได้เท่าที่ฟาร์มของเธอได้ปลูก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักพฤกษศาสตร์สาวผู้ใช้ชีวิตในห้องวิจัยมานาน ตัดสินใจอาสาเข้าร่วมทีมสำรวจป่าเหอหนานอันตรายที่เคยคร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน แม้เพื่อนร่วมงานจะคัดค้าน แต่เธอก็เลือกเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเพื่อเก็บตัวอย่างพืชหายากในพื้นที่ลึกลับที่เทคโนโลยีล้ำสมัยยังเข้าไม่ถึง ทว่าในวันที่เจ็ดของการเดินทาง การค้นพบดอกไม้ประหลาดท่ามกลางป่าลึกกลับนำพาเธอไปสู่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เมื่อการสัมผัสเพียงครั้งเดียวทำให้เธอหมดสติไปพร้อมกับแสงสว่างปริศนาที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
9.1
โชคชะตาเล่นตลกกับขวัญยิกา ดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตที่ต้องหลุดมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวในยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดฝัน ทว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ต้องเผชิญกับบทลงโทษด้วยการถูกโบยอย่างทารุณในทันที ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและวิกฤตอันตรายที่ถาโถมเข้ามา สาวมั่นยุคใหม่จะสามารถใช้ไหวพริบเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า
8.2
เมื่ออดีตสปายนักฆ่าฝีมือฉกาจต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ใจยักษ์ผู้แสนชั่วร้าย ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ด้วยพลังลมปราณและอันตรายรอบด้าน เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่มีทั้งหมดเพื่อปกป้องเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์และใสซื่อที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงและการต่อสู้สุดระทึกเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง พวกเขาจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่ศัตรูจ้องเล่นงานทุกย่างก้าว