ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

อลิส เจนี่ ร็อกส์ ต้องเผชิญโชคชะตาใหม่ในร่างหลิวตาน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตในยุค 80 ท่ามกลางการกดขี่จากครอบครัวปู่ย่าที่ปฏิบัติกับบ้านรองเหมือนคนรับใช้ เมื่อได้รับโอกาสมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอจึงมุ่งมั่นนำพาพวกเขาสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด แม้ระบบที่ได้รับมาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และสร้างความหนักใจให้เธออยู่บ่อยครั้ง แต่หลิวตานก็ไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ถึงจุดสูงสุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

การพบหน้าครอบครัวคนรักอย่างจริงจังครั้งแรกของหลิวตานเธอมองว่ามันไม่เป็นที่ประทับใจสำหรับแม่และน้องสาวของเขาเท่าไร สำหรับท่านนายพลสือกับน้องชายของเขาหลิวตานค่อนข้างเข้ากันได้ดี ท่านนายพลสือให้ความสำคัญกับอาชีพหรือสิ่งที่ต่อยอดในอนาคตได้

สือหยวนเฟิงทั้งที่รู้สถานการณ์ดีแต่ไม่คิดยอมแพ้ แม่และน้องสาวไม่ชอบคนรัก เขารู้ดีว่าทั้งสองมีความชอบและไม่ชอบอะไรบ้าง จึงชวนหลิวตานไปที่บ้านทุกเย็นเพื่อทำอาหารให้สองแม่ลูกได้ลิ้มรส

ถึงแม้รู้ว่าตอนนี้มันยังไม่เหมาะสำหรับการกลับบ้านตอนเย็นแต่หลิวตานคิดดูแล้ว สือหยวนเฟิงยังยอมทำอะไรเพื่อเธอหลายอย่าง เพียงแค่เอาใจบ้านของเขาเธอย่อมทำได้ ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาบ้านสือจึงได้กินอาหารมื้อเย็นฝีมือหลิวตาน

แต่ว่าสัปดาห์นี้มีคำสั่งซื้อมากและหลิวตานยังวุ่นกับเรื่องในฟาร์มจึงไม่ได้ไปทำอาหารที่บ้านสือ เป็นเหตุให้สือหยวนเฟิงต้องหิ้วปิ่นโตมาที่บ้านหลิวเพื่อรับอาหารไปให้แม่และน้องสาวของเขาเอง โดยที่จ้างหลิวตานทำอาหารให้

“หากคุณนายสือแต่งหลานสาวของฉันหลิวอี้ผิงเข้าบ้าน ผักที่คุณนายสือรับจากฟาร์มหลิวของเราจะได้ส่วนลดครึ่งหนึ่ง” ย่าหลิวแต่งตัวดูดีจนคนในหมู่บ้านที่เดินผ่านต้องร้องทักเอ่ยขึ้น

ตอนนี้ครอบครัวหลิวรวมตัวกันที่บ้านตระกูลสือเพื่อหารือเรื่องงานแต่ง ก่อนหน้านี้ย่าหลิวได้รู้จากคนอื่นว่าหลานสาวของตนเองสนิทกับลูกชายของบ้านนี้และยังมีการซื้อขายจึงคิดอยากได้ด้ายแดงของคนอื่นมาเป็นของหลานสาวตนเอง

ติงเหม่ยฟางทำการค้ามานานหลายสิบปีมองครอบครัวหลิวตรงหน้าอย่างนึกรังเกียจ “แต่งอะไรกัน หยวนเฟิงของเราอายุยังน้อยกว่าจะแต่งงานได้ตั้งอีกหลายปี ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าฟาร์มของบ้านหลิวจะยั้งยืนไหม”

ก่อนแต่งงานกับสามีติงเหม่ยฟางเคยเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่มาก่อน และยังได้เรียนรู้การค้ามามากมาย พอแต่งงานเรื่องการค้าขายของเธอไม่เป็นรองใคร และการค้าขายของบ้านไม่เกี่ยวกับการหาสะใภ้หรือเขย ถึงแม้จะไม่ชอบว่าที่ลูกสะใภ้แต่ติงเหม่ยฟางไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในความสัมพันธ์นี้

ปู่หลิวสีหน้าย่ำแย่มองคุณนายที่ภรรยาบอกจะเชื่อพวกเขา “คนในชนบทย่อมเชื่อฟังพ่อแม่ พ่อแม่เชื่อฟังปู่ย่า คุณนายสือคงไม่รู้ว่าบ้านหลิวรักกันแค่ไหน ขอเพียงผมเอ่ยปากการแต่งงานครั้งนี้หรือส่วนลดย่อมเป็นไปตามที่คุยกันเอาไว้”

“เหลวไหล!” ติงเหม่ยฟางตวาดสร้างความตกใจให้บ้านหลิวที่ยกโขยงมากดดัน “ตระกูลสือทำการค้ามากมายเพียงส่วนลดใช่ว่าจะแต่งเข้ามาได้ง่าย ๆ ให้แต่งกับหลิวอี้ผิงผู้นี้ สู้แต่งงานกับคู่ค้าใหญ่ไม่ดีกว่าหรือ”

ก่อนหน้านี้ติงเหม่ยฟางไม่ชอบหลิวตานเพราะรู้สึกว่าลูกชายของตนเองนั้นมีชาติตระกูล หลิวตานไม่คู่ควร แต่ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าเธอเริ่มชอบหลิวตานบ้างแล้ว และลองให้สามีหยั่งเชิงขอส่วนลดที่มากกว่าคนอื่น ปรากฏว่าหลิวตานผู้มีสิทธิ์เด็ดขาดไม่ยอมลดราคาให้แม้แต่น้อย

กล่าวว่าการตั้งราคาของฟาร์มหลิวในตอนนี้เกินหน้าเกินตาฟาร์มอื่นแต่พวกเขาไม่ยอมลดราคา มิหนำซ้ำยังตั้งราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีคู่ค้ามาก หากลดราคาลงและลูกค้าคนอื่นรู้จะทำให้บ้านของพวกเขาขาดรายได้ตรงนี้ อาจรวมถึงการก่อปัญหาในอนาคต  ซึ่งติงเหม่ยฟางเข้าใจในจุดนี้ดี

หลิวเทาผู้เป็นพ่อหลิวอี้ผิงยิ้มประจบ “คุณนายสือคงไม่รู้ อี้ผิงของเราเรียนหนังสือเก่งและสามารถช่วยเหลืองานคุณนายสือได้ เพียงแต่งงานเข้าไปย่อมสร้างประโยชน์ให้”

“เหอะ” ติงเหม่ยฟางมองครอบครัวหลิวด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “หยวนเฟิงกำลังจะหมั้นหมายเร็ว ๆ นี้ เรื่องการแต่งงานเป็นไปไม่ได้ แม่หนูนี้หน้าตาดีอยู่บ้างก็ให้ไปแต่งงานกับคนอื่นเถอะ”

“พวกเราเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณนายเลยมาเสนอก็เท่านั้น”

“ใช่ ๆ” สะใภ้ใหญ่คันปากมากพอเห็นช่องว่างเลยเอ่ยแทรกขึ้น “หลิวอี้ผิงของพวกเราดีกว่าหลิวตานเป็นไหน ๆ เด็กคนนั้นเรียนไม่เก่ง ออกจากบ้านเช้า เย็น ไหนจะทำการค้าอีก สู้หลิวอี้ผิงไม่ได้”

“ไสหัวไป!”

ติงเหม่ยฟางตวาดทันทีที่ได้ยิน ทำการค้าหรือตอนนี้มันสมัยไหนแล้ว ขนาดตระกูลสือเป็นตระกูลทหารยังไม่ทิ้งการค้าเลย บ้านหลิวช่างไม่รู้อะไรเสียเลย

สมาชิกบ้านหลิวสะดุ้งไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะกล้าขึ้นเสียง เพราะคิดว่าคงไว้หน้าหลิวตานบ้าง ปู่หลิวหลบหลังภรรยาอย่างเคย เป็นภาพที่ทำให้เจ้าบ้านอยากหัวเราะ

“ตระกูลสือค้าขายคงไม่เหมาะกับลูกสาวของเธอ อีกทั้งได้ยินว่าบ้านของพวกคุณกับบ้านเสี่ยวตานไม่ยุ่งเกี่ยวกันแล้ว” ติงเหม่ยฟางมีรอยยิ้มแต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มพร้อมกับเน้นคำว่าเสี่ยวตาน ให้รู้ว่าตอนนี้เธอยอมรับว่าที่สะใภ้ผู้นี้แล้ว

“บ้านรองหลิวเนรคุณ!”

“ป้าฉีส่งแขก!”

บ้านหลิวไปบ้านตระกูลสือหลายวันแล้วแต่เรื่องเพิ่งถึงหูหลิวตานที่กลับมาเรียนหลังปิดภาคเรียน เธอเพิ่งรู้ว่าบ้านหลิวไปเสนอหลิวอี้ผิงให้แต่งงานกับสือหยวนเฟิงแลกกับส่วนลดในฟาร์มของเธอ แต่ถูกไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา

เรื่องการแต่งงานหลิวตานมองว่าเป็นเรื่องรองแต่เรื่องหลักคือฟาร์มของเธอที่ถูกนำไปต่อรอง “บ้านหลิวกล้าดียังไงใช้ชื่อฟาร์มของคนอื่นไปต่อรอง!”

หลิวตานรู้เรื่องนี้ตอนกลับเข้าหมู่บ้านพอดี ทำให้ตอนนี้มีเพียงเธอ น้องชาย และน้องสาวเท่านั้น เป็นช่วงที่คนในหมู่บ้านกำลังเลิกงานพอดีจึงเข้ามาดู

“อะไร หล่อนมาหาเรื่องบ้านใหญ่แบบนี้พ่อแม่ของหล่อนไม่รู้หรือไง” สะใภ้ใหญ่กลับบ้านมาถึงก่อนคนอื่น มองหลานจากบ้านรอง บ้านสามมายืนขวางหน้าจึงหงุดหงิด

“มาหาเรื่อง? บ้านใหญ่นำฟาร์มของบ้านฉันไปเสนอขายให้คนอื่น ฉันต้องมาหาเรื่องอย่างนั้นหรือ” สิ่งที่หลิวตานพูดทำให้คนรอบข้างตกใจ

ทุกคนรู้ว่าบ้านใหญ่ บ้านรอง และบ้านสาม ไม่เผาผีกันแล้ว แต่ใครจะคิดว่าเรื่องที่บ้านใหญ่ทำงามหน้าเอาไว้บ้านรองจะไม่ไว้หน้าเช่นเดียวกัน

สะใภ้ใหญ่ชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินคนซุบซิบ ก่อนหน้านี้รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องบ้านใหญ่กระจายไปทั่วหมู่บ้านแล้ว แต่ยังไม่มีคนปักใจเชื่อมากนักจนกระทั่งนังเด็กพวกนี้มาที่บ้าน

“โวยวายอะไรบ้านคนอื่น!” เป็นย่าหลิวเดินมาถึงบ้านก่อนคนอื่นเลยเห็นว่าหน้าบ้านกำลังถูกมุง

หลิวตานเห็นต้นเหตุเดินตามหลังผู้เป็นย่าจึงเอ่ย “เรื่องที่พวกคุณพาหลิวอี้ผิงไปเสนอแต่งงานกับคนอื่น ทั้งยังเสนอฟาร์มของฉันให้พวกเขาไปอีก ลืมแล้วหรือเรื่องสัญญาก่อนหน้านี้”

ถึงแม้จะเป็นการเสนอส่วนลดแต่ก็เหมือนกับการขายฟาร์มของเธอไปด้วย หากลูกค้ารู้เข้าบ้านหลิวจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ก่อนหน้านี้บ้านหลิวยืดอกบอกคนหมู่บ้านอื่นว่าเป็นฟาร์มของพวกเขาเธอไม่ได้เข้าไปแก้ข่าว แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม

หลิวอี้ผิงเชิดหน้า “ญาติผู้น้องหมายถึงอะไร ย่าแค่หวังดีหาผู้ชายดี ๆ ให้พี่เท่านั้น”

“หาผู้ชายดี ๆ?” หลิวตานหัวเราะ “แล้วฟาร์มของบ้านฉันไปเกี่ยวอะไรกันด้วย” เธอรู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ หากพ่อแม่ของสือหยวนเฟิงตอบตกลง หลังจากนั้นพวกเขาจะมาบังคับพวกเธอในการลดราคาให้

หลิวเทาไม่ชอบเด็กบ้านรองอยู่แล้วเริ่มโมโห “ในเมื่อชื่อฟาร์มหลิวที่มาจากชื่อตระกูลมันย่อมเป็นของตระกูลหลิว”

“อ้อ” เธอพยักหน้าเพราะฟาร์มของเธอไม่มีชื่อจริง แต่หลายคนรู้จักในชื่อฟาร์มหลิวเพราะมาจากแซ่ “ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงต้องไปเจอกันที่สถานีตำรวจแล้ว ในเมื่อสัญญาไม่เป็นสัญญาและทำให้ฟาร์มได้รับความเสียหาย”

“เสียหายอะไร” หลิวอี้ผิงกรอกตาไปมา “แค่นี้จะเสียหายหรือ พูดแบบนี้ใครจะไปเชื่ออะไรได้ หลักฐานไม่มี”

“นั่นสิ” สะใภ้ใหญ่เสริมลูกสาว

“อาสวี่ไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านว่าต้องการพยานแยกบ้าน พวกเราจะไปคุยกันที่สถานีตำรวจ” หลิวตานหันไปบอกน้องชายที่ยืนด้านหลังมองนิ่ง ๆ

“ครับ”

“จะเอาอะไร!”

เพียงหันหลังย่าหลิวก็ร้อนรนแล้วเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่บ้านหลิวทำเป็นเรื่องที่แย่และผิด หากเรื่องถึงสถานีตำรวจจริงบ้านหลิวถึงคราวจบสิ้นแล้ว ตอนนี้จึงได้แต่ยอมบ้านรองไปก่อน

หลิวตานยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำเอาทุกคนตาโต “300 หยวน”

มันเป็นเงินที่หลิวตานคิดว่าบ้านหลิวจ่ายได้และเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายย่าหลิวจึงควักเงินที่เพิ่งเริ่มเก็บได้ออกจ่ายเพื่อไม่ให้บ้านรองหลิวเอาเรื่อง

หลิวตงตง จ้าวเหม่ยหลังถูกคนไปตามก็มาถึงตอนที่บ้านใหญ่หลิวจ่ายเงินให้ลูกสาวแล้ว นอกจากคำแดกดันจากบ้านใหญ่นอกจากนั้นก็เป็นเสียงด่าทอคนในบ้านหลิวกันเอง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักพฤกษศาสตร์สาวผู้ใช้ชีวิตในห้องวิจัยมานาน ตัดสินใจอาสาเข้าร่วมทีมสำรวจป่าเหอหนานอันตรายที่เคยคร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน แม้เพื่อนร่วมงานจะคัดค้าน แต่เธอก็เลือกเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเพื่อเก็บตัวอย่างพืชหายากในพื้นที่ลึกลับที่เทคโนโลยีล้ำสมัยยังเข้าไม่ถึง ทว่าในวันที่เจ็ดของการเดินทาง การค้นพบดอกไม้ประหลาดท่ามกลางป่าลึกกลับนำพาเธอไปสู่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เมื่อการสัมผัสเพียงครั้งเดียวทำให้เธอหมดสติไปพร้อมกับแสงสว่างปริศนาที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
9.1
โชคชะตาเล่นตลกกับขวัญยิกา ดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตที่ต้องหลุดมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวในยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดฝัน ทว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ต้องเผชิญกับบทลงโทษด้วยการถูกโบยอย่างทารุณในทันที ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและวิกฤตอันตรายที่ถาโถมเข้ามา สาวมั่นยุคใหม่จะสามารถใช้ไหวพริบเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า
8.2
เมื่ออดีตสปายนักฆ่าฝีมือฉกาจต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ใจยักษ์ผู้แสนชั่วร้าย ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ด้วยพลังลมปราณและอันตรายรอบด้าน เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่มีทั้งหมดเพื่อปกป้องเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์และใสซื่อที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงและการต่อสู้สุดระทึกเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง พวกเขาจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่ศัตรูจ้องเล่นงานทุกย่างก้าว