
ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
ตอน 3
การพบหน้าครอบครัวคนรักอย่างจริงจังครั้งแรกของหลิวตานเธอมองว่ามันไม่เป็นที่ประทับใจสำหรับแม่และน้องสาวของเขาเท่าไร สำหรับท่านนายพลสือกับน้องชายของเขาหลิวตานค่อนข้างเข้ากันได้ดี ท่านนายพลสือให้ความสำคัญกับอาชีพหรือสิ่งที่ต่อยอดในอนาคตได้
สือหยวนเฟิงทั้งที่รู้สถานการณ์ดีแต่ไม่คิดยอมแพ้ แม่และน้องสาวไม่ชอบคนรัก เขารู้ดีว่าทั้งสองมีความชอบและไม่ชอบอะไรบ้าง จึงชวนหลิวตานไปที่บ้านทุกเย็นเพื่อทำอาหารให้สองแม่ลูกได้ลิ้มรส
ถึงแม้รู้ว่าตอนนี้มันยังไม่เหมาะสำหรับการกลับบ้านตอนเย็นแต่หลิวตานคิดดูแล้ว สือหยวนเฟิงยังยอมทำอะไรเพื่อเธอหลายอย่าง เพียงแค่เอาใจบ้านของเขาเธอย่อมทำได้ ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาบ้านสือจึงได้กินอาหารมื้อเย็นฝีมือหลิวตาน
แต่ว่าสัปดาห์นี้มีคำสั่งซื้อมากและหลิวตานยังวุ่นกับเรื่องในฟาร์มจึงไม่ได้ไปทำอาหารที่บ้านสือ เป็นเหตุให้สือหยวนเฟิงต้องหิ้วปิ่นโตมาที่บ้านหลิวเพื่อรับอาหารไปให้แม่และน้องสาวของเขาเอง โดยที่จ้างหลิวตานทำอาหารให้
“หากคุณนายสือแต่งหลานสาวของฉันหลิวอี้ผิงเข้าบ้าน ผักที่คุณนายสือรับจากฟาร์มหลิวของเราจะได้ส่วนลดครึ่งหนึ่ง” ย่าหลิวแต่งตัวดูดีจนคนในหมู่บ้านที่เดินผ่านต้องร้องทักเอ่ยขึ้น
ตอนนี้ครอบครัวหลิวรวมตัวกันที่บ้านตระกูลสือเพื่อหารือเรื่องงานแต่ง ก่อนหน้านี้ย่าหลิวได้รู้จากคนอื่นว่าหลานสาวของตนเองสนิทกับลูกชายของบ้านนี้และยังมีการซื้อขายจึงคิดอยากได้ด้ายแดงของคนอื่นมาเป็นของหลานสาวตนเอง
ติงเหม่ยฟางทำการค้ามานานหลายสิบปีมองครอบครัวหลิวตรงหน้าอย่างนึกรังเกียจ “แต่งอะไรกัน หยวนเฟิงของเราอายุยังน้อยกว่าจะแต่งงานได้ตั้งอีกหลายปี ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าฟาร์มของบ้านหลิวจะยั้งยืนไหม”
ก่อนแต่งงานกับสามีติงเหม่ยฟางเคยเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่มาก่อน และยังได้เรียนรู้การค้ามามากมาย พอแต่งงานเรื่องการค้าขายของเธอไม่เป็นรองใคร และการค้าขายของบ้านไม่เกี่ยวกับการหาสะใภ้หรือเขย ถึงแม้จะไม่ชอบว่าที่ลูกสะใภ้แต่ติงเหม่ยฟางไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในความสัมพันธ์นี้
ปู่หลิวสีหน้าย่ำแย่มองคุณนายที่ภรรยาบอกจะเชื่อพวกเขา “คนในชนบทย่อมเชื่อฟังพ่อแม่ พ่อแม่เชื่อฟังปู่ย่า คุณนายสือคงไม่รู้ว่าบ้านหลิวรักกันแค่ไหน ขอเพียงผมเอ่ยปากการแต่งงานครั้งนี้หรือส่วนลดย่อมเป็นไปตามที่คุยกันเอาไว้”
“เหลวไหล!” ติงเหม่ยฟางตวาดสร้างความตกใจให้บ้านหลิวที่ยกโขยงมากดดัน “ตระกูลสือทำการค้ามากมายเพียงส่วนลดใช่ว่าจะแต่งเข้ามาได้ง่าย ๆ ให้แต่งกับหลิวอี้ผิงผู้นี้ สู้แต่งงานกับคู่ค้าใหญ่ไม่ดีกว่าหรือ”
ก่อนหน้านี้ติงเหม่ยฟางไม่ชอบหลิวตานเพราะรู้สึกว่าลูกชายของตนเองนั้นมีชาติตระกูล หลิวตานไม่คู่ควร แต่ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าเธอเริ่มชอบหลิวตานบ้างแล้ว และลองให้สามีหยั่งเชิงขอส่วนลดที่มากกว่าคนอื่น ปรากฏว่าหลิวตานผู้มีสิทธิ์เด็ดขาดไม่ยอมลดราคาให้แม้แต่น้อย
กล่าวว่าการตั้งราคาของฟาร์มหลิวในตอนนี้เกินหน้าเกินตาฟาร์มอื่นแต่พวกเขาไม่ยอมลดราคา มิหนำซ้ำยังตั้งราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีคู่ค้ามาก หากลดราคาลงและลูกค้าคนอื่นรู้จะทำให้บ้านของพวกเขาขาดรายได้ตรงนี้ อาจรวมถึงการก่อปัญหาในอนาคต ซึ่งติงเหม่ยฟางเข้าใจในจุดนี้ดี
หลิวเทาผู้เป็นพ่อหลิวอี้ผิงยิ้มประจบ “คุณนายสือคงไม่รู้ อี้ผิงของเราเรียนหนังสือเก่งและสามารถช่วยเหลืองานคุณนายสือได้ เพียงแต่งงานเข้าไปย่อมสร้างประโยชน์ให้”
“เหอะ” ติงเหม่ยฟางมองครอบครัวหลิวด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “หยวนเฟิงกำลังจะหมั้นหมายเร็ว ๆ นี้ เรื่องการแต่งงานเป็นไปไม่ได้ แม่หนูนี้หน้าตาดีอยู่บ้างก็ให้ไปแต่งงานกับคนอื่นเถอะ”
“พวกเราเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณนายเลยมาเสนอก็เท่านั้น”
“ใช่ ๆ” สะใภ้ใหญ่คันปากมากพอเห็นช่องว่างเลยเอ่ยแทรกขึ้น “หลิวอี้ผิงของพวกเราดีกว่าหลิวตานเป็นไหน ๆ เด็กคนนั้นเรียนไม่เก่ง ออกจากบ้านเช้า เย็น ไหนจะทำการค้าอีก สู้หลิวอี้ผิงไม่ได้”
“ไสหัวไป!”
ติงเหม่ยฟางตวาดทันทีที่ได้ยิน ทำการค้าหรือตอนนี้มันสมัยไหนแล้ว ขนาดตระกูลสือเป็นตระกูลทหารยังไม่ทิ้งการค้าเลย บ้านหลิวช่างไม่รู้อะไรเสียเลย
สมาชิกบ้านหลิวสะดุ้งไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะกล้าขึ้นเสียง เพราะคิดว่าคงไว้หน้าหลิวตานบ้าง ปู่หลิวหลบหลังภรรยาอย่างเคย เป็นภาพที่ทำให้เจ้าบ้านอยากหัวเราะ
“ตระกูลสือค้าขายคงไม่เหมาะกับลูกสาวของเธอ อีกทั้งได้ยินว่าบ้านของพวกคุณกับบ้านเสี่ยวตานไม่ยุ่งเกี่ยวกันแล้ว” ติงเหม่ยฟางมีรอยยิ้มแต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มพร้อมกับเน้นคำว่าเสี่ยวตาน ให้รู้ว่าตอนนี้เธอยอมรับว่าที่สะใภ้ผู้นี้แล้ว
“บ้านรองหลิวเนรคุณ!”
“ป้าฉีส่งแขก!”
บ้านหลิวไปบ้านตระกูลสือหลายวันแล้วแต่เรื่องเพิ่งถึงหูหลิวตานที่กลับมาเรียนหลังปิดภาคเรียน เธอเพิ่งรู้ว่าบ้านหลิวไปเสนอหลิวอี้ผิงให้แต่งงานกับสือหยวนเฟิงแลกกับส่วนลดในฟาร์มของเธอ แต่ถูกไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา
เรื่องการแต่งงานหลิวตานมองว่าเป็นเรื่องรองแต่เรื่องหลักคือฟาร์มของเธอที่ถูกนำไปต่อรอง “บ้านหลิวกล้าดียังไงใช้ชื่อฟาร์มของคนอื่นไปต่อรอง!”
หลิวตานรู้เรื่องนี้ตอนกลับเข้าหมู่บ้านพอดี ทำให้ตอนนี้มีเพียงเธอ น้องชาย และน้องสาวเท่านั้น เป็นช่วงที่คนในหมู่บ้านกำลังเลิกงานพอดีจึงเข้ามาดู
“อะไร หล่อนมาหาเรื่องบ้านใหญ่แบบนี้พ่อแม่ของหล่อนไม่รู้หรือไง” สะใภ้ใหญ่กลับบ้านมาถึงก่อนคนอื่น มองหลานจากบ้านรอง บ้านสามมายืนขวางหน้าจึงหงุดหงิด
“มาหาเรื่อง? บ้านใหญ่นำฟาร์มของบ้านฉันไปเสนอขายให้คนอื่น ฉันต้องมาหาเรื่องอย่างนั้นหรือ” สิ่งที่หลิวตานพูดทำให้คนรอบข้างตกใจ
ทุกคนรู้ว่าบ้านใหญ่ บ้านรอง และบ้านสาม ไม่เผาผีกันแล้ว แต่ใครจะคิดว่าเรื่องที่บ้านใหญ่ทำงามหน้าเอาไว้บ้านรองจะไม่ไว้หน้าเช่นเดียวกัน
สะใภ้ใหญ่ชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินคนซุบซิบ ก่อนหน้านี้รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องบ้านใหญ่กระจายไปทั่วหมู่บ้านแล้ว แต่ยังไม่มีคนปักใจเชื่อมากนักจนกระทั่งนังเด็กพวกนี้มาที่บ้าน
“โวยวายอะไรบ้านคนอื่น!” เป็นย่าหลิวเดินมาถึงบ้านก่อนคนอื่นเลยเห็นว่าหน้าบ้านกำลังถูกมุง
หลิวตานเห็นต้นเหตุเดินตามหลังผู้เป็นย่าจึงเอ่ย “เรื่องที่พวกคุณพาหลิวอี้ผิงไปเสนอแต่งงานกับคนอื่น ทั้งยังเสนอฟาร์มของฉันให้พวกเขาไปอีก ลืมแล้วหรือเรื่องสัญญาก่อนหน้านี้”
ถึงแม้จะเป็นการเสนอส่วนลดแต่ก็เหมือนกับการขายฟาร์มของเธอไปด้วย หากลูกค้ารู้เข้าบ้านหลิวจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ก่อนหน้านี้บ้านหลิวยืดอกบอกคนหมู่บ้านอื่นว่าเป็นฟาร์มของพวกเขาเธอไม่ได้เข้าไปแก้ข่าว แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม
หลิวอี้ผิงเชิดหน้า “ญาติผู้น้องหมายถึงอะไร ย่าแค่หวังดีหาผู้ชายดี ๆ ให้พี่เท่านั้น”
“หาผู้ชายดี ๆ?” หลิวตานหัวเราะ “แล้วฟาร์มของบ้านฉันไปเกี่ยวอะไรกันด้วย” เธอรู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ หากพ่อแม่ของสือหยวนเฟิงตอบตกลง หลังจากนั้นพวกเขาจะมาบังคับพวกเธอในการลดราคาให้
หลิวเทาไม่ชอบเด็กบ้านรองอยู่แล้วเริ่มโมโห “ในเมื่อชื่อฟาร์มหลิวที่มาจากชื่อตระกูลมันย่อมเป็นของตระกูลหลิว”
“อ้อ” เธอพยักหน้าเพราะฟาร์มของเธอไม่มีชื่อจริง แต่หลายคนรู้จักในชื่อฟาร์มหลิวเพราะมาจากแซ่ “ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงต้องไปเจอกันที่สถานีตำรวจแล้ว ในเมื่อสัญญาไม่เป็นสัญญาและทำให้ฟาร์มได้รับความเสียหาย”
“เสียหายอะไร” หลิวอี้ผิงกรอกตาไปมา “แค่นี้จะเสียหายหรือ พูดแบบนี้ใครจะไปเชื่ออะไรได้ หลักฐานไม่มี”
“นั่นสิ” สะใภ้ใหญ่เสริมลูกสาว
“อาสวี่ไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านว่าต้องการพยานแยกบ้าน พวกเราจะไปคุยกันที่สถานีตำรวจ” หลิวตานหันไปบอกน้องชายที่ยืนด้านหลังมองนิ่ง ๆ
“ครับ”
“จะเอาอะไร!”
เพียงหันหลังย่าหลิวก็ร้อนรนแล้วเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่บ้านหลิวทำเป็นเรื่องที่แย่และผิด หากเรื่องถึงสถานีตำรวจจริงบ้านหลิวถึงคราวจบสิ้นแล้ว ตอนนี้จึงได้แต่ยอมบ้านรองไปก่อน
หลิวตานยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำเอาทุกคนตาโต “300 หยวน”
มันเป็นเงินที่หลิวตานคิดว่าบ้านหลิวจ่ายได้และเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายย่าหลิวจึงควักเงินที่เพิ่งเริ่มเก็บได้ออกจ่ายเพื่อไม่ให้บ้านรองหลิวเอาเรื่อง
หลิวตงตง จ้าวเหม่ยหลังถูกคนไปตามก็มาถึงตอนที่บ้านใหญ่หลิวจ่ายเงินให้ลูกสาวแล้ว นอกจากคำแดกดันจากบ้านใหญ่นอกจากนั้นก็เป็นเสียงด่าทอคนในบ้านหลิวกันเอง
คุณอาจจะชอบ





