ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

หลินจิงซูผู้เคยมีชีวิตล้มเหลวเพราะครอบครัวที่เห็นแก่ตัว ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ย้อนเวลากลับไปยังปี 1990 เธอจึงใช้ความรู้จากอนาคตเข้าคว้าโอกาสทองทางธุรกิจเพื่อสร้างฐานะจนมั่งคั่งและก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้ทรงอิทธิพล การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ได้ต้องการเพียงความสำเร็จ แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเอาคืนและบดขยี้ทุกคนที่เคยสร้างความเจ็บปวดให้เธอในอดีตอย่างสาสม ท่ามกลางสมรภูมิการค้าที่เธอกลายเป็นผู้คุมเกมทั้งหมด
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 ป้ารองให้ร้าย (1)

หลินจิงซูอธิบายด้วยท่าทีใจเย็น

“ความจริงหนูก็ควรอยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละค่ะ แต่เพราะแม่ค่อนข้างวิตกกังวลกับเรื่องที่ว่าจะเลือกสร้อยทองแบบไหนให้หลานสาวดี แม่ก็เลยชวนหนูออกมาเลือกซื้อด้วยกัน คงเห็นว่ารุ่นราวคราวเดียวกัน น่าจะชอบอะไรเหมือนๆกันก็แค่นั้น”

“แล้วทำไมต้องมาเดินในตรอกเปลี่ยวๆแบบนี้ด้วยล่ะ? แทนที่จะเลือกไปตามเส้นทางปกติ?”

อู๋ซิ่วเหลียนยังคงยืนกรานไม่ยอมแพ้

ขณะที่ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังจะปริปากอธิบาย จู่ๆหลินจิงซูก็โบกมือห้าม และอาสาเป็นคนตอบเอง

“คนมันจะปล้นต่อให้เดินกลางถนนมันก็ปล้นอยู่ดี ถ้าเลือกได้ หนูกับแม่ก็ไม่อยากเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ เงินก็ถูกฉกไปต่อหน้าต่อตา แล้วแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อสร้อยทองให้พี่สาวได้ล่ะ ตอนนี้ควรหาวิธีเอาเงินคืนมาก่อนเถอะ”

หลินจิงซูตระหนักดีว่า หากติงเสวี่ยเหม่ยตอบไปตามตรงเรื่องที่อู๋ซินเหลียนเป็นคนแนะนำให้เธอมาเส้นทางนี้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะมีช่องทางตอบโต้กลับคืนได้

อู๋เสวี่ยเหม่ยแอบตะลึงงันชั่วขณะ ไม่คิดไม่ฝันว่าหลินจิงซูจะพูดออกมาอย่างนั้น

ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่านังเด็กนี่เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยล่ะ?

“อู๋ซิ่วเหลียน ช่วยดูสภาพของเสวี่ยเหม่ยกับจิงซูน้อยหน่อยเถอะ เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยเลือดขนาดนี้ ทั้งคู่อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเพื่อไปซื้อสร้อยทองให้ลูกสาวเธอนะ ทำไมถึงได้พูดจาเหมือนคนใจจืดใจดำได้ขนาดนี้นะ? ไม่ไร้มนุษยธรรมเกินไปหน่อยรึไง?”

“ดูยังไงเสวี่ยเหม่ยก็เพิ่งถูกโจรปล้นชัดๆ ไม่เห็นจะเหมือนคนลอบมาหาชู้เลยสักนิด”

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว เสวี่ยเหม่ยเป็นผู้หญิงใสซื่อจิตใจงามจะตายใครๆก็รู้ อย่างเธอน่ะเหรอจะกล้าคบชู้ได้?”

“เอาล่ะ เดี๋ยวฉันไปแจ้งตำรวจให้เองแล้วกัน”

พริบตาที่ได้ยินว่าใครบางคนกำลังจะไปแจ้งตำรวจ อู๋ซิ่วเหลียนก็รีบร้องตะโกนลั่นด้วยความหงุดหงิดขึ้นว่า “ไม่ต้อง” สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคืองใจ จะไม่ให้เธอรู้สึกโกรธได้ยังไงล่ะ? เธอเพิ่งจะประกาศปาวๆว่าติงเสวี่ยเหม่ยนัดชู้มาพบที่นี่ แต่คนเหล่านี้กลับทำให้เธอต้องหน้าแตกชนิดหมอไม่รับเย็บ!

“ซิ่วเหลียน มีโจรปล้นเงินไปก็ต้องไปแจ้งตำรวจสิ แปลกตรงไหน? ไม่แน่ว่าถ้าตำรวจตามตัวคนร้ายพบได้เร็ว บางทียังอาจมีโอกาสได้เงินคืนบ้าง!”

ป้าผาง เพื่อนข้างบ้านพยายามอธิบาย

อู๋ซิ่วเหลียนมีสีหน้าท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตอบโต้กลับไปว่า

“ใครจะไปรู้ล่ะว่า พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยถูกโจรปล้นเงินไปจริงๆรึเปล่า? และที่สำคัญ ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงตำรวจขึ้นมาจริงๆ นี่ไม่เท่ากับทำให้ตระกูลหลินของเราต้องอับอายขายขี้หน้างั้นเหรอ?”

หลินจิงซูแทบอยากจะหัวเราะเยาะกับคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆของอู๋ซิ่วเหลียนซะเหลือกิน เหตุผลที่ทำให้เธอดูร้อนใจมากเมื่อมีคนจะแจ้งตำรวจก็ชัดเจนอยู่แล้ว นั่นเพราะเธอเป็นพวกเดียวกับคนร้ายยังไงล่ะ

หลินจิงซูยิ้มเยาะ แล้วเอ่ยตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ป้ารอง แม่หนูจะโกหกทำไมกัน ในเมื่อเรื่องนี้แม่มีแต่เสียกับเสีย? และเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แม่จะไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ ที่สำคัญ เงินนั่นเป็นของพ่อกับแม่ที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบกันมา ใครจะบ้าจัดฉากขโมยเงินตัวเองได้? บ้ารึเปล่า?”

“ไม่มีใครอยากให้เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองหรอก ทั้งหนูทั้งแม่เพิ่งจะเสียเงินที่อุตส่าห์เก็บออมกันมา ทางที่ดีควรแจ้งตำรวจโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าไม่มีเงินก้อนนี้ จะหาเงินที่ไหนไปซื้อสร้อยทองให้ลูกสาวป้าได้จริงมั้ยคะ?”

ผู้คนรอบข้างต่างลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

“ถูกต้องแล้ว ที่จิงซูน้อยพูดมาล้วนมีเหตุมีผล”

“เสวี่ยเหม่ยจะขโมยเงินตัวเองไปเพื่ออะไรกัน?”

ป้าผาง เพื่อนบ้านมือวางอันดับหนึ่งในเรื่องการนินทาประจำหมู่บ้าน เธอชักจะรู้สึกคันปากหยุบหยิบจนเกินควบคุมแล้วตอนนี้ ท้ายที่สุด ก็อดพูดจาไร้สาระแสดงความเห็นออกมาไม่ได้

“นี่ นี่ อย่าหาว่าพี่อย่างโน้นอย่างงี้เลยนะ ถ้าจะพูดถึงเรื่องคาวๆแบบนี้ ฉันว่าผู้ชายอย่างคุณหลินเองนั่นแหละที่ดูมีแนวโน้มจะคบชู้มากกว่าอีก ก็ว่าไม่ได้นะ เขาหน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดนั้น แถมคารมในเรื่องผู้หญิงก็ใช่ย่อยซะด้วย ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลยสิ ควรเป็นเสวี่ยเหม่ยมากกว่าที่ต้องกังวล!”

ได้ยินป้าผางนินทาไฟแลบต่อหน้าเช่นนี้ กลับกลายเป็นอู๋ซิ่วเหลียนที่หน้าถอดสีซีดเผือด ริมฝีปากแข็งทื่อหยุดขยับกะทันหัน ยืนนิ่งไม่ไหวติงใดๆอยู่ครู่ใหญ่

หลินจิงซูเป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นปฏิกิริยานี้ของอู๋ซิ่วเหลียน เธอหรี่ตาเฝ้ามองอย่างระมัดระวัง

เพราะอะไรกันอู๋ซิ่วเหลียนจึงต้องมีปฏิกิริยาเช่นนี้ด้วย จู่ๆเธอก็ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อได้ยินป้าผางพูดถึงเรื่องหลินชิงอี้พ่อของเธอ?

หรือเป็นไปได้ไหมที่พวกเขาทั้งคู่จะ…

เรื่องนี้ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้สักทีเดียว!

นึกถึงเรื่องพ่อ ในชีวิตก่อนหน้าของหลินจิงซู เขามักจะถูกอู๋ซิ่วเหลียนเป่าหูและชอบทำตัวสองมาตรฐาน ปฏิบัติต่อหลานสาวดีกว่าลูกแท้ๆของตัวเองเสียอีก! ถ้านำความเป็นไปได้ข้อนี้เข้ามาประกอบรวมกัน ก็ดูจะยิ่งชัดเจน

เพราะความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของคนทั้งสองเกินกว่าใครจะจินตนาการหยั่งถึงได้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะใจดีกับพี่สะใภ้และหลานสาวมากเสียยิ่งกว่าภรรยาและลูกของตัวเองอีก!

ในชาติที่แล้ว หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด หลินจิงซูต้องไปทำงานอยู่ในโรงงานผลิตอาหารแมวกระป๋อง ต่อมา ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน ขาของเธอเข้าไปติดในเครื่องจักรจึงส่งผลให้เธอพิการ

หลินจิงซูต้องใช้ชีวิตที่เหลือซุกหัวนอนอยู่ในห้องเช่ารูหนู ฝ่ายคนเป็นพ่อน่ะเหรอ ไม่เคยมาหาหรือมาเยี่ยมเยียนเธอเลยสักครั้ง จนเธอแทบจะลืมหน้าพ่อตัวเองไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการดูแลประคบประหงมหลานสาวคนนั้นยังไงล่ะ

หลินจิงซูเข้าใจมาโดยตลอดว่า เหตุผลส่วนใหญ่ที่พ่อเธอชอบมีอคติต่อเธอและแม่ ล้วนมาจากคำยุยงเป่าหูของอู๋ซิ่วเหลียนและลูกสาวของเธอ

ซึ่งเธอเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่า ผู้ชายคนนั้นจะถึงกับเชื่อใจและรักใคร่คนนอกทั้งสองนั้นมากกว่าภรรยาและลูกสาวแท้ๆของตัวเอง!

เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่แม่ของเธอถูกใส่ร้ายว่าเป็นชู้กับชายอื่น ก็ไม่มีเลยสักครั้งที่พ่อเธอจะคิดออกหน้ามาปกป้องใดๆ

และเมื่อครั้งที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องรูหนูอันโสมม ในที่สุดหลินจิงซูก็เริ่มคิดได้ ‘ท่ามกลางความสิ้นหวัง คงมีแต่ความตายคือทางออก’ ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต เธอก็ไม่สามารถยกโทษให้พ่อสารเลวคนนี้ได้ ไม่แม้แต่จะอโหสิกรรม…

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธนาการร้อนซ่อนสายใย
8.2
หญิงสาวผู้ยอมสละสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อช่วยเหลือน้องชายสุดที่รัก ต้องก้าวเข้าสู่พันธนาการของชายหนุ่มไร้หัวใจผู้ไม่เคยหยิบยื่นสิ่งใดให้ใครโดยไร้ข้อแลกเปลี่ยน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและเย็นชา เขากลับแสดงความหึงหวงออกมาจนทำให้เธอสับสนในหัวใจอย่างหนัก เมื่อความสม่ำเสมอไม่มีอยู่จริงและคำถามที่ค้างคาก็ไร้ซึ่งคำตอบ เธอจึงต้องเลือกว่าจะทนรอความชัดเจนจากปากของเขา หรือจะหันหลังเดินจากไปเพื่อยุติความทรมานในห้วงรักที่แสนวุ่นวายนี้ด้วยตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย โซ่ผูกรัก
9.7
เมื่อความรักสี่ปีจบลงด้วยความร้าวราน ธีร์กลับสั่งให้คนรักไปทำแท้งอย่างเลือดเย็นเพียงเพราะเขาไม่ต้องการเด็กและไม่ต้องการเธออีกต่อไป แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาเห็นแก่สายเลือดในครรภ์เพียงใด เขากลับสะบัดรักอย่างไม่ใยดีพร้อมโยนเงินชดเชยใส่หน้าเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ เธอถึงขั้นก้มกราบแทบเท้าและยื่นคำขาดว่าจะยอมตายไปพร้อมกับลูกหากถูกบังคับ แต่เขากลับตอบกลับมาอย่างไร้หัวใจว่าชีวิตหรือความตายของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
9.6
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวาย เมื่อเขาถูกคุกคามด้วยข้อเสนอที่เกินจะรับไหว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคส่วนตัวแต่เขาก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างเต็มกำลัง เพราะการยอมรับข้อเสนอนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เขาหวาดกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและชวนให้สับสนในความรู้สึกอย่างที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ซาตานตีตราแค้น
9.0
เมื่อ ‘เจ้าสาวตัวจริง’ คิดคดไม่รักษาสัญญาที่เคยให้กันไว้ ด้วยการส่ง ‘เจ้าสาวตัวปลอม’ มาเป็นตัวตายตัวแทน คนไม่โง่และไม่เคยยอมให้ใครลบคมง่ายๆ อย่าง ‘อัทธ์ อัฐเสนา’ จึงต้องดัดสันดานคนขี้โกงให้หลาบจำ ในเมื่อรังเกียจและเจ้าเล่ห์กันนักก็เอา ‘ความแค้น’ ไปแทน ‘หัวใจ’ แล้วกัน >>อัทธ์ อัฐเสนา<< ผู้ชายไทยวัย ๓๒ ชื่อไทยแท้ แต่สายเลือดของเขามีเลือดของแม่ชาวเวเนซุเอลาปนอยู่ครึ่งหนึ่ง เขาไม่เคยยอมเสียเปรียบใคร เมื่อรู้ว่าลูกน้องของพ่อคิดคดโกงแล้วเชิดเงินหนีไปอย่างลอยนวล เขาจึงไล่ล่าและจับทำสัญญาชดใช้หนี้พร้อมกับจ่ายดอกเบี้ย เพื่อแลกกับการไม่ลากเข้าคุก แต่ลูกสาวคนโกงกลับตอบแทนความใจดีของเขาด้วยการหลอกลวง >>มัดไหม<< เด็กสาววัย ๑๙ กำลังจะได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย แต่ผู้เป็นบิดากลับมาด่วนจากไป พร้อมกับทิ้งภาระอันแสนหนักอึ้งไว้ให้เด็กกำพร้าตัวเล็กๆ ต้องเผชิญ เมื่อหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ มัดไหมจำต้องใช้วิธี 'หลอกลวง' ผู้เป็นเจ้าหนี้และว่าที่เจ้าบ่าว ด้วยการส่งตัวพี่สาวคนสนิทไปทำหน้าที่แทน โดยไม่รู้เลยว่าผลของการกระทำครั้งนั้นจะทำให้ชีวิตของตัวเองตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่าเดิม >>เสาวรส<< น้ำตาและเสียงสะอื้นอันบาดใจของ คนที่รักเหมือนน้องสาว ทำให้หล่อนต้องเสียสละตัวเองเพื่อตอบแทนบุญคุณของครอบครัวมัดไหม โดยการมารับบทบาทเจ้าสาวตัวปลอมของอัทธ์ แต่เขาไม่ได้เป็นปิศาจร้ายอย่างที่คิด เสน่ห์ของเขาสั่นคลอนหัวใจของหล่อน ยิ่งใกล้ก็ยิ่งหวั่นไหว แต่จะทำเช่นไร ในเมื่อรู้ตัวเองดีว่าไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริงของเขา >>ธีระ<< เขาเติบโตมาภายใต้ร่มเงาของอัทธ์ อัทธ์เป็นทั้งพี่ชายและผู้มีพระคุณ แต่เขากลับรักคนที่ไม่ควรรักซึ่งอยู่ใกล้เกินเอื้อม สาวน้อยยกมือขึ้นกอดอกและทอดสายตาขึ้นมองท้องฟ้าในคืนเดือนแรมอย่างหนาวเหน็บเช่นเดียวกับคืนที่ได้รู้ว่าเสาวรสกับอัทธ์กำลังจะแต่งงานกัน หล่อนพยายามปล่อยตัวปล่อยใจและสลัดทิ้งความเศร้าสร้อยออกไปจากหัวใจ ทว่ามันก็ไม่สำเร็จเลยแม้แต่เสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยวูบโหวง เจ็บในอกลึกๆ ขอบตาร้อนผ่าว และน้ำใสๆ ในนั้นก็กำลังจะกลั่นออกมา หากว่าไม่มีอ้อมแขนของใครคนหนึ่งสอดมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่สัมผัสอุ่นๆ ที่กดลงบนซอกคอของหล่อน “อยู่นี่เองตามหาซะทั่วเลย” เสียงทุ้มคุ้นหูรำพึงขึ้นที่ข้างหูพร้อมด้วยสัมผัสหยอกเย้าคลอเคลียที่เริ่มจะหนักขึ้นๆ “ปล่อยค่ะคุณอัทธ์” “ไม่ปล่อย...ฉันคิดถึงเธอจะตายอยู่แล้ว รู้หรือเปล่ามัดไหม” “คุณไม่ควรทำแบบนี้นะคะ พรุ่งนี้คุณก็จะแต่งงานกับพี่รสแล้ว มัดไม่อยากให้พี่รสเสียใจ” “แล้วเธอล่ะ ไม่เสียใจสักนิดเลยเหรอที่ฉันกำลังจะแต่งงาน” “มัดยินดีต่างหากค่ะ คุณกับพี่รสเหมาะสมกันที่สุดแล้ว” มัดไหมพูดเสียงสั่นเครืออย่างหักห้ามความรู้สึกตัวเองไม่อยู่ ก่อนที่น้ำตาที่กลั้นเอาไว้จะไหลเป็นทางออกมาเป็นทาง “เธอเป็นอะไรหือ...” อัทธ์ถามด้วยเสียงงอนง้อ ห่วงหา ก่อนจะจับไหล่บางหมุนให้หล่อนหันมาเผชิญหน้า แม้จะมืดสลัวแต่เขาก็เห็นว่าหล่อนกำลังร้องไห้ นิ้วเรียวจึงเกลี่ยน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน “มัดเปล่าค่ะ” “เปล่าอะไร เห็นอยู่ว่าร้องไห้ขี้แย” เสียงทุ้มเอ่ยกระเซ้า นั่นยิ่งทำให้น้ำตาของมัดไหมไหลออกมามากกว่าเดิม หล่อนไม่อยากให้เขาอ่อนโยน ไม่อยากให้เขาทำตัวสนิทสนม เพราะแค่นี้หล่อนก็ตัดใจยากมากอยู่แล้ว “ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้กับมัด” “ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แต่จะเป็นไรไปมัดไหม ฉันก็แค่แต่งงานตามหน้าที่ ยังไงเธอก็ยังเป็นเมียฉันเหมือนเดิม” “มัดไม่ได้ต้องการอย่างนั้น” “แต่ฉันต้องการเธอมัดไหม ต้องการมาก...” น้ำเสียงนั้นฟังดูเว้าวอน ออดอ้อน เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนที่เรียวปากหยักจะทาบทับลงมาปิดบนปากของหล่อน เขาบดจูบอย่างเร่าร้อน เรียกร้อง จนมัดไหมอดไม่ได้ที่จะจูบตอบเขา จุมพิตนั้นจึงเป็นจุมพิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์โหยหา อาลัยอาวรณ์ และปรารถนากันและกันอย่างสุดซึ้ง
หน้าปกนวนิยาย ข้ามเวลามาพบองครักษ์
8.1
เมื่อนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอางจากโลกปัจจุบันต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ดึงดูดเธอให้ทะลุมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างปาฏิหาริย์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและไร้ซึ่งทักษะการเอาตัวรอดในด้านอื่น เธอจึงมีเพียงความรู้และความสามารถในการสร้างสรรค์เครื่องประทินโฉมเป็นอาวุธข้างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตบทใหม่ที่เธอต้องใช้ศาสตร์แห่งความงามเพื่อพิสูจน์คุณค่าและเอาชนะอุปสรรคในดินแดนต่างยุคแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ในค่ำคืนที่ฟ้าไร้ดาว
7.8
ขณะที่หมอฐิรดลเดินตามภัทรวรินทร์ไปอย่างเงียบเชียบ เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยวิ่งเข้าไปสวมกอดเธอพร้อมเรียกขานว่าแม่ ความจริงที่ปรากฏทำให้เขารู้สึกผิดและเสียใจจนก้าวขาไม่ออก ทว่าท่ามกลางความสับสนนั้น เด็กชายภัทรวินทร์กลับหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมตะโกนทักทายคำว่าพ่อออกมาด้วยความดีใจ ฐิรดลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ก่อนที่ลูกชายจะวิ่งตรงเข้ามาหาเขาในทันที ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนทรมาน