
เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา
ตอน 2
ปาริชาติ POV:
ฉันตัดสินใจจะเดินหนีออกไปจากนรกขุมนี้ให้เร็วที่สุด ทันทีที่ฉันเห็นรถยนต์ของศิว เพื่อนสนิทของฉันกำลังแล่นเข้ามา ฉันจึงเร่งฝีเท้าขึ้น
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะก้าวพ้นประตูโรงพยาบาล ร่างของฉันก็ถูกกระชากกลับมาอย่างแรง มือปริศนาหลายคู่เข้ามารวบตัวฉันไว้แน่น จนฉันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
"อื้อออ..." เสียงครางในลำคอของฉันถูกกลืนหายไป เมื่อมีผ้าถูกยัดเข้ามาในปากของฉันอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็มีพยาบาลเข้ามาหาฉันพร้อมเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ที่ทำให้ฉันรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง พวกเขาจับฉันมัดติดกับเตียงอย่างแน่นหนา
ฉันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดเมื่อเข็มขนาดใหญ่ปักลงบนเส้นเลือด เสียงฉีดของเหลวบางอย่างที่ทำให้ร่างกายฉันไร้เรี่ยวแรง เลือดของฉันถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็วจนฉันรู้สึกวิงเวียนไปหมด
"คุณพุฒิคะ คนไข้มีภาวะโลหิตจางรุนแรงนะคะ ถ้ายังดูดเลือดออกไปอีกอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ" เสียงของหมอดังขึ้นอย่างกังวล
"ฉันไม่สนใจ!" เสียงของพุฒิดุดันและเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง "ลลิตาต้องปลอดภัยก่อน ส่วนปาริชาติ เธอจะตายก็ช่างมัน!"
หมอและพยาบาลต่างพากันก้มหน้ารับคำสั่งอย่างจำยอม ฉันได้แต่ปล่อยให้ร่างกายของฉันถูกทรมานต่อไป มันคงเป็นสิ่งที่ฉันต้องชดใช้ให้กับความรักที่ฉันมีให้เขา
พุฒิเดินเข้ามาใกล้ฉัน เขาใช้มือเรียวสวยของเขามาลูบแก้มฉันเบาๆ "เธอต้องอดทนไว้ ปาริชาติ" คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเยาะเย้ย
ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะทำกับฉันได้ถึงขนาดนี้ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะตายอยู่รอมร่อ แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น ลลิตาก็ไอค่อกแค่กเสียงดังขึ้นมา
"ลลิตาเป็นอะไรไป!" พุฒิหันไปมองลลิตาด้วยความตกใจ "ดูดเลือดเพิ่มอีก! เร็วเข้า!"
"คุณพุฒิคะ ไม่ได้นะคะ ถ้ายังดูดเลือดเพิ่มอีก คนไข้จะ...!" หมอพยายามทักท้วง
"ฉันบอกว่าฉันไม่สน! ทำตามที่ฉันสั่ง! ลลิตาต้องมาก่อน!" พุฒิตะคอกเสียงดัง
ฉันพยายามรวบรวมแรงทั้งหมด ก่อนจะพยักหน้าให้หมอทำตามที่พุฒิสั่ง ฉันไม่อยากจะทนอยู่แบบนี้อีกต่อไปแล้ว ฉันอยากจะตายให้มันจบๆ ไปซะ
"ปาริชาติ! อย่ามาแกล้งตายนะ!" พุฒิตะคอกใส่ฉัน "เธอคิดว่าฉันจะไม่รู้หรือไง ว่าเธอเป็นคนยังไง! เธอมันเจ้าเล่ห์เพทุบาย!"
"คุณพุฒิคะ..." เสียงของลลิตาดังขึ้นมาอีกครั้ง
พุฒิรีบวิ่งกลับไปหาลลิตาทันที เขาไม่ได้หันมามองฉันเลยแม้แต่น้อย
ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ฉันหวนนึกถึงวันเก่าๆ ที่พุฒิเคยดูแลฉันอย่างดี เขาเคยเป็นคนอ่อนโยนและใจดีกับฉันมาก
เขามักจะคอยดูแลฉันไม่ห่าง คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ คอยเช็ดตัวให้ฉันในวันที่ฉันไม่สบาย เขาเคยกระซิบข้างหูฉันว่า "ปาริชาติ เธอคือผู้หญิงคนเดียวของฉัน ฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหน"
ฉันจำได้ดี วันที่รักของเราเริ่มเปลี่ยนไป มันเริ่มต้นจากวันที่เขาพบสัญญาฉบับหนึ่ง สัญญาที่ระบุว่าปาริชาติ ขจรเดช ยินดีเข้าพิธีแต่งงานกับเขาเพื่อใช้หนี้ที่ครอบครัวเป็นหนี้เขา
เขาไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "เธอเป็นแค่ของซื้อของขายไม่ใช่เหรอปาริชาติ! อย่าคิดว่าจะได้อะไรไปมากกว่านี้!"
เขาปิดกั้นหัวใจไม่ยอมให้ฉันเข้าไป เขาไม่เคยเชื่อใจฉันเลยแม้แต่น้อย
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่เคยแตะต้องตัวฉันอีกเลย สายตาที่เขามองมาที่ฉันก็มีแต่ความรังเกียจและความเย็นชา
คำสัญญาที่เคยหวานซึ้งในวันวาน ตอนนี้มันกลายเป็นมีดที่กรีดแทงหัวใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันพยายามแล้ว พยายามที่จะทำให้เขากลับมารักฉันเหมือนเดิม แต่ฉันก็เหนื่อยเกินไปแล้ว ฉันไม่เหลือแรงที่จะรักเขาอีกต่อไป
ฉันหลับตาลงอย่างช้าๆ ปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินสติของฉันไปอย่างช้าๆ
คุณอาจจะชอบ





