ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตำนานตาม่วง

ตำนานตาม่วง

ยอดนักฝึกสัตว์สาวดวงตาสีม่วงจากศตวรรษที่ 24 กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างหญิงมีครรภ์ที่ถูกทรมานจนเสียศูนย์ ทั้งดวงตาและพลังถูกทำลาย ซ้ำร้ายลูกชายยังถูกชิงตัวไป เธอจึงต้องออกเดินทางพร้อมลูกสาวเพื่อทวงคืนทุกอย่างด้วยเนตรสีม่วงทรงพลังที่สยบสัตว์ร้ายได้ทั่วหล้า จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ผู้ลักพาตัวลูกชายเธอไปพร้อมข้อเสนอสุดป่วนที่หวังจะครอบครองทั้งตัวเธอและลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมกอดเพียงผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ไม่…… เจ้าควักลูกตาข้าไปแล้ว เจ้าปล่อยลูกของพวกเราไปเถิด!”

ณ อาณาจักรเทียนอันแห่งดินแดนชางหลาน

ยามค่ำคืนที่มหามณเฑียรหลวง

มู่ชิงเกอที่ร่างกายอ่อนแอกำลังนอนฟุ๊บอยู่บนแท่นบูชา พลังจิตของนางถูกดูดไปจนหมด ข้อเท้าที่เรียวเล็กก็ถูกตัดไป ดวงตาทั้งสองข้างของนางโบ๋แห้งเกอะไปด้วยลอยเลือด

เลือดของนางไหลลงมาตามแท่นบูชา ย้อมทับบันไดแห่งสวรรค์ทั้งเก้าสิบเก้าขั้น

ส่วนนางกำลังแบกท้องโต ๆ นอนรอความตายอยู่บนแท่นบูชาอย่างหมดสภาพ

แต่……

ในตอนกลางวันนางยังเป็นองค์หญิงเฟิงหนิงผู้สูงศักดิ์ของอาณาจักรเทียนอันอยู่เลย นางไม่เพียงแต่เกิดมามีหน้าตาสะสวยงดงามจนน่าพิศวงเท่านั้น แต่ตอนอายุสิบเก้านางยังได้เป็นปรมาจารย์ระดับสูงในหมู่นักสื่อวิญญาณ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงดังกึกก้องไปทั่วโลกอีกด้วย

ถึงแม้ว่าซวนหยวนหยูผู้เป็นคู่หมั้นของนาง จะทำนางตั้งครรภ์ตั้งแต่ยังอายุน้อย แต่โชคดีที่หลังจากนางท้องเขาก็จะดูแลนางเป็นอย่างดีทุกวัน อีกทั้งยังให้สัตปฏิญาณว่าจะมาขอพรให้กับงานมงคลสมรสที่มหามณเฑียรหลวงอีกด้วย

ในสายตาของนางมีเพียงเรื่องที่น่ายินดีสองเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น

ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ จู่ ๆ มู่ชิงอวี่ผู้เป็นน้องสาวบุญธรรมของมู่ชิงเกอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ใบหน้าที่เหมือนกับนางทุกประการปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านาง

หลังจากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ความฝันทุกอย่างพังลงในชั่วพริบตา

“ท่านพี่ ท่านยังโง่เขลาและไร้เดียงสาเหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ จนถึงตอนนี้แล้วท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ ลูกในท้องของท่านไม่ใช่ลูกของเฮียหยูเสียหน่อย!”

“หึ นังสารเลวยังไม่สำนึกอีก อวี่เออร์ของข้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ดีกว่าเจ้าเป็นพันเป็นหมื่นเท่า!! !”

เมื่อได้ยินว่าซวนหยวนหยู และมู่ชิงอวี่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย มู่ชิงเกอก็รู้สึทรมานราวกับจะขาดใจ

ที่แท้คนที่ขืนใจนางในคืนนั้น ก็คือผู้อื่น.....

แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ เด็กก็เป็นผู้ที่บริสุทธิ์ไม่ใช่หรือไร?

มู่ชิงเกอทำได้เพียงอดทนเก็บความเจ็บปวดในใจเอาไว้ พยักหน้าอย่างเศร้า ๆ นางกัดฟันอดทนต่อคำกล่าวหาและการใส่ร้ายทุกอย่างจากพวกเขา แล้วขอร้องอ้อนวอนอย่างขมขื่น

“อ๋องจ้าว มู่ชิงอวี่...... พวกท่านก็ได้พลังจิตทั้งหมดของข้าไปแล้ว อีกทั้งยังควักดวงตาสีม่วงที่มีศาสตร์ตาทิพย์ของข้าไปแล้ว ตอนนี้ขอเพียงแค่พวกท่านยอมปล่อยลูกในท้องของข้าไป ข้าพร้อมที่จะให้พวกท่านได้ทุกอย่าง!”

แต่ใครจะไปรู้ เสียงของซวนหยวนหยูกลับยังคงเย็นชาอยู่

“มีเลือดของเด็กคนนี้ อวี่เออร์ถึงจะสามารถแทนที่เจ้าได้อย่างสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นข้าจะยอมรับไอ้เด็กเวรนี่ และฝืนทนอยู่ร่วมกับเจ้ามานานกว่าแปดเดือนไปทำไม!”

ความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวงและถูกทรยศ มันทำให้มู่ชิงเกอรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น

สุดท้ายนางก็ยังคงอ้อนวอนต่อมู่ชิงอวี่อย่างไม่ลดละ เสียงของนางแทบจะสั่นเครืออยู่แล้ว

“อวี่เออร์ ข้าขอร้องล่ะ เจ้าปล่อยลูกข้าไปเถิด! ข้ายังทำดีกับเจ้าไม่มากพออีกหรือ?”

“เจ้าก็ดีกับข้าอยู่หรอก……” ทันใดนั้นมู่ชิงอวี่ก็ขยับเข้าไปใกล้อย่างดุดัน แล้วก็พูดด้วยเสียงที่มีแค่มู่ชิงเกอได้ยินเพียงคนเดียวว่า “เพราะเหตุนี้ ข้าก็เลยทำให้เจ้าได้มีค่ำคืนที่สุขสันต์ แล้วก็มีไอ้มารหัวขนคนนี้มามาอย่างไรเล่า บัดนี้ข้าจะช่วยเจ้าดูแลมันเอง เจ้าตายไปอย่างสบายใจได้เลย!”

ขณะที่กำลังพูด นางก็เอามีดสั้นแทงเข้าไปที่ท้องของมู่ชิงเกอ

คมมีดกรีดลงบนท้อง แล้วเด็กก็ถูกดึงตัวออกมา

ในขณะเดียวกัน ลำแสงสีม่วงก็พุ่งข้ามท้องฟ้าอันมืดมิดลงมา

มู่ชิงเกอเจ็บปวดปางตาย นางร้องโหยหวนอยู่ท่ามกลางแอ่งเลือดราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังโกรธแค้นไม่มีผิด

“ต่อให้ข้าจะเป็นผีไปแล้ว ข้าก็จะไม่ปล่อย..... ไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่!”

“คงต้องขึ้นอยู่กับว่าคนสารเลวเช่นเจ้า จะยังโชคดีได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกรึเปล่าแล้วล่ะ!”

ซวนหยวนหยูเตะนางออกไปจากชั้นที่เก้าสิบเก้าของมหามณเฑียรหลวงอย่างแรง!

มู่ชิงเกอถูกเตะลงไปในเหวลึกราวกับว่าวที่เชือกขาด ภายในชั่วพริบตาร่างของนางก็หายไปท่ามกลางเมฆหมอก

ซวนหยวนหยูยืนกอดมู่ชิงอวี่อยู่บนแท่นบูชา ส่วนมู่ชิงอวี่ก็กำลังอุ้มเด็กเอาไว้ แล้วพวกเขาก็เดินจากไปพร้อมกันประหนึ่งสามคนพ่อแม่ลูก

ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่า จู่ ๆ ก็มีลำแสงของดวงตาสีม่วงพุ่งออกมาจากกลางหน้าผาด้านหลังของพวกเขา!

จากนั้นรัศมีอันแรงกล้าก็เปล่งออกมาจากตัวของมู่ชิงเกอ!

มู่ชิงเกอที่ไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้ว หอบหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง!

เจ็บเหลือเกิน!

นางไม่เพียงแต่เจ็บระบมไปทั้งร่างกายเท่านั้น แต่ดวงตาของนางยังมองไม่เห็นอีกด้วย!

ตอนนี้ในเบ้าตาของนางมีเพียงแสงสีม่วงจากศาสตร์ตาทิพย์ที่ยังหลงเหลืออยู่เท่านั้น ซึ่งช่วยให้นางมองเห็นได้อย่างเลือนราง

ภายใต้การมองเห็นที่แทบจะมืดสนิท ความทรงจำอันน่าเศร้าต่าง ๆ ก็พรั่งพรูขึ้นมาในหัวของนาง

มู่ชิงเกอนักฝึกดวงตาสัตว์อสูรอันดับหนึ่งในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดผู้สง่างาม ได้ข้ามเวลามาอยู่ในร่างของหญิงสาวผู้โชคร้ายคนหนึ่ง!

ทว่าด้วยความที่มู่ชิงเกอเป็นคนจำฝั่งใจมาตลอด ในเมื่อนางมารับช่วงต่อร่างของเจ้าของร่างเดิมแล้ว ความอัปยศอดสู และความเจ็บปวดทั้งหมดที่นางต้องแบกรับในวันนี้ ในภายภาคหน้านางจะส่งคืนกลับไปเป็นร้อยเท่าพันเท่า หากไม่ตายกันไปข้างนางจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!

ในช่วงเวลาสำคัญของความเป็นความตายนี้ นางไม่มีเวลามาคิดอะไรมากแล้ว

ขั้นแรกนางตวัดมือออกไป จิ้มจุดฝังเข็มสำคัญหลายจุดอย่างแรงเพื่อห้ามเลือด ทำให้เลือดแข็งตัว สามารถบรรเทาอาการปวดลงได้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
7.8
ปริม ทายาทสาวสุดเอาแต่ใจต้องมารับมือกับ อลัน แบรดฟอร์ด เลขาหนุ่มลูกครึ่งมาดเถื่อนที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือร้าย แม้เขาจะขี้หงุดหงิดและอายุห่างจากเธอถึงสิบปี แต่เขากลับยอมสยบกลายเป็นทาสรักให้คุณหนูจอมวีนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นเมื่อความใกล้ชิดปลุกปั่นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง ท่ามกลางการยั่วยวนและความดิบเถื่อนที่ปะทะกันอย่างดุเดือด เธอจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ทั้งดุดันและน่าหลงใหลขนาดนี้
หน้าปกนวนิยาย กรงรักราชาโจร
9.1
จัสซีเนียต้องกลายเป็นแพะรับบาปในกรงขังแห่งความแค้น เมื่อจาห์มาล์ ราชาโจรผู้เหี้ยมโหดจับตัวเธอมาลงทัณฑ์แทนความผิดที่พี่ชายและพ่อของเธอเป็นคนก่อ ท่ามกลางทะเลทรายอันห่างไกล หัวใจของเธอถูกย่ำยีอย่างทารุณด้วยแรงอาฆาตและราคะที่คุกรุ่น แม้เธอจะเพรียกหาความเมตตา แต่จอมโจรไร้หัวใจกลับเมินเฉยต่อความเจ็บปวดนั้น พร้อมมอบบทเรียนแสนป่าเถื่อนที่เผาไหม้ร่างเธอทั้งเป็นในฐานะเชลยไร้ค่าที่ต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยพรหมจรรย์และหยาดน้ำตาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ
9.0
สวี่กงเหมยบุตรีบุญธรรมของปรมาจารย์พิษได้รับภารกิจสำคัญในการดูแลและปรุงยารักษาเซวียนจางหย่งแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แม้เขาจะเป็นบุรุษสูงศักดิ์ที่ไม่เคยเหลียวแลหญิงใด แต่สาวน้อยชาวป่าที่กล้ายิงธนูใส่เขาตั้งแต่แรกพบกลับสั่นคลอนหัวใจเขาได้อย่างประหลาด ทั้งคู่เป็นดั่งไฟกับน้ำมันที่ขัดแย้งกันเสมอ ทว่าความใกล้ชิดตลอดการเดินทางสู่เมืองหลวงกลับเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลายเป็นความผูกพัน จนสายตาของท่านแม่ทัพมีไว้เพื่อเฝ้ามองเพียงนางผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...