ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บัดซบสิ้นดี! เกิดใหม่ทั้งทีกลับต้องอุ้มท้องให้ทรราช

บัดซบสิ้นดี! เกิดใหม่ทั้งทีกลับต้องอุ้มท้องให้ทรราช

จ้าวเหม่ยต้องพบจุดจบอันคาดไม่ถึงเมื่อเครื่องทำน้ำอุ่นขัดข้องจนช็อตเธอเสียชีวิตขณะกำลังอ่านนิยายและก่นด่าตัวเอกที่เป็นทรราชผู้โหดเหี้ยม แต่โชคชะตากลับเล่นตลกส่งวิญญาณของเธอให้มาเกิดใหม่ในร่างพระสนมของทรราชคนนั้นพอดี ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นเธอต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกเดิมหรือยอมจำนนต่อโชคตาที่ต้องอุ้มท้องทายาทให้กับชายที่เธอเคยตราหน้าเอาไว้ มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและบทสรุปที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
ตอน
แชร์

ตอน 2

จ้าวเหม่ยยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาอยู่ในร่างของเหม่ยหรง เกิดใหม่ทั้งทีกลับต้องมาเป็นเมียทรราช ชาติก่อนนางไปทำเวรทำกรรมอะไรหรือเปล่า ก็ไม่นะ แล้วเหตุใดถึงได้ซวยแบบนี้

โชคยังดีที่ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาฮ่องเต้เทียนฉีไม่ได้มาหานางสามวันแล้ว จ้าวเหม่ยเลยได้มีเวลาพักหายใจแล้วคิดทบทวนว่าจะทำยังไงดี

ถ้าลองฆ่าตัวตายล่ะ? แต่ชาติก่อนนางตายไปแล้ว แล้วจะกลับไปได้ยังไง

โธ่เอ๊ย หรือว่านางจะต้องติดในร่างนี้ตลอดไป

“ไม่นะ หื้อออ ฉันอยากกลับไปเกิดใหม่” แทนที่จะมาติดแหง็กในร่างนี้ แต่ถ้าเกิดใหม่ไปอยู่ในร่างไก่ล่ะ? ไม่ถูกฆ่าตายเป็นอาหาร? แต่ก็ยังดีกว่าเป็นเกิดเป็นเมียทรราชอยู่ดีนั่นแหละ

นางกำนัลที่อยู่ด้านนอกรีบเข้ามา “อิงซิน” ผู้นี้เป็นบ่าวรับใช้ของแม่นางเหม่ยหรงตั้งแต่อยู่จวนสกุลเหลย ยังดีที่นางได้รับความทรงจำของร่างนี้มาด้วย อีกทั้งเคยอ่านในนิยายพวกนั้น เลยรู้เรื่องทั้งหมด จึงไม่ได้ทำอะไรผิดแผกไปจากเดิม แต่วันนี้นางเริ่มทนไม่ไหวเพราะรู้ว่าจะต้องอยู่ในร่างนี้ตลอดไป

เขาตายตอนไหน? ในหนังสือก็ไม่บอกด้วยสิ บอกแค่ว่าเขากลายเป็นทรราชที่ได้รับการยกย่องว่าทั้งเมตตาและโหดเหี้ยมในเวลาเดียวกัน ตลอดรัชสมัยที่เขาปกครองนั้น ขุนนางล้วนไม่กล้าฉ้อราษฎร์บังหลวง ประชาชนกินดีอยู่ดี เภทภัยไม่เคยเกิด ต่างอยู่สงบสุข เป็นฮ่องเต้ที่อายุยืนที่สุดประวัติศาสตร์

เดี๋ยวนะ อายุยืนที่สุด...

“...” ใบหน้าของจ้าวเหม่ยซีดแล้วซีดอีก ในตอนนี้นางไม่อาจทำใจได้อีก จังหวะที่คิดว่าจะทำยังไงดีนั้น

ขันทีก็เข้ามารายงาน “คืนนี้ฝ่าบาทจะเสด็จ สนมเฟยโปรดเตรียมปรนนิบัติให้ดี”

ให้ดีกับบิดาเจ้าสิ ใครใช้ให้เขามาเล่า สายตานางบอกเช่นนั้นจนขันทีที่มารายงานเริ่มรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาทั่วร่าง เลยรีบหลบสายตาแล้วรีบออกไปทันที

“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวไปจัดการก่อนนะเพคะ” อิงซินที่หน้าซีดกว่ากลัวว่าฮ่องเต้เทียนฉีจะไม่พอใจ ก็รีบจะไปจัดการเตรียมพร้อมให้ดี

“ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น บอกทุกคนไปพักผ่อน ส่วนเจ้าก็ดับไฟให้สนิท”

“คะ คุณหนู เอ่อ สนมเฟยเพคะ หากทำเช่นนี้เกรงว่าฝ่าบาทจะไม่พอพระทัยได้นะเพคะ เช่นนี้แล้วพระสนมจะลำบากอีก” คืนนั้นสนมเหม่ยหรงแผลงฤทธิ์ไปไม่น้อย เลือดลมแตกซ่านจนกระทั่งตัวเองสิ้นลม นางจึงเข้ามาอาศัยร่างนี้แทน

“เจ้าก็ด้วย หลบไปให้ไกล เรื่องในคืนนี้ข้าจะจัดการเอง”

“แต่ว่าคุณหนู” น้ำตาอิงซินเหมือนจะไหลออกมาแล้ว บ่าวคนนี้จงรักภักดีกับคุณหนูเหม่ยหรงอย่างมาก ถึงแม้เหม่ยหรงจะเป็นบุตรสาวของแม่ทัพ แต่นางก็มีพี่ชายอีกคนที่มีนามว่า จื้อหลิน เพราะเป็นน้องสาวที่มีพ่อและพี่ชายจึงปกป้องตามใจตั้งแต่เด็ก จึงเป็นเพียงสตรีอ่อนแอคนหนึ่ง รู้จักแค่ปักผ้า ร้องเพลง เต้นรำ อย่างที่สตรีทั่วไปรู้กัน

แต่เรื่องสำคัญอย่างดาบ ธนู ขี่ม้า ล้วนเป็นสิ่งที่นางไม่เคยเรียนรู้มาก่อน เมื่อถูกบีบบังคับเข้าวังหลวงจึงไม่แปลกที่นางจะกลั้นใจตายทันที มาถึงตอนนี้โชคดีหน่อยที่ของพวกนั้นนางล้วนเรียนรู้มาจากภพก่อน ไม่ว่าจะดาบ ธนู ขี่ม้า หรือแม้แต่ปืน ว่ายน้ำ เทควันโด เรียกได้ว่าเมื่อผสมรวมกับคุณหนูเหม่ยหรง นางก็เก่งทุกอย่างได้พอเหมาะพอเจาะพอดี

ดูสิว่าฮ่องเต้ทรราชผู้นั้นหรือจะสู้สตรียุคสองพันแบบนาง

ฮ่องเต้เทียนฉีมองรอบตำหนักที่มืดสนิท เหล่านางกำนัลขันทีไม่มีสักคน แถมไฟในตำหนักก็มืดเช่นเดียวกัน ดวงตาเขาหรี่ลง กรามขบกันด้วยรู้ว่าคำสั่งนี้ไม่ใช่ผู้ใดนอกจากเจ้าของตำหนัก

เขาเข้าไปด้านใน ขันทีพยายามจะจุดไฟ แต่ “ไม่ต้อง” เขาชอบความมืดที่สุด ยิ่งตอนกลางคืนที่ล่าสัตว์ตัวน้อยอย่างกระต่ายหรือว่ากวางพวกนั้น

“ออกไป”

สายตาหลิวกงกงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว รีบก้มหน้าออกไปตามคำสั่งทันที ในใจก็คิดว่าสนมเฟยนั้นหาเรื่องตายชัดๆ พรุ่งนี้คงได้เห็นผ้าสีขาวประดับตำหนักเป็นแน่

ฮ่องเต้เทียนฉีหันมองรอบตำหนักทุกย่างก้าวเขาเหมือนคนที่กำลังจะล่าสัตว์อยู่ในป่า พยายามเอียงหูฟังโดยรอบ แม้แต่ลมหายใจเขาก็ยังรู้สึกได้

นางอยู่ไหน?

สตรีผู้นี้หาญกล้าขัดคำสั่งเขา คงไม่กลัวตายแล้วกระมัง ดี ถ้าเช่นนั้นคืนนี้เขาจะฆ่านาง แล้วส่งศพนางเป็นของขวัญให้เจี่ยหย่ง เขาคิดว่าคงดีไม่น้อยเลยทีเดียว

จ้าวเหม่ยนั่งอยู่ในเงามืดบนต้นไม้ด้านนอกหน้าต่างมองคนด้านในอยู่ พลางกินผลอิงเถาในมืออย่างเอร็ดอร่อย ภายใต้แสงจันทร์ดวงตาหมาป่าผู้นั้นกระหายความตายอย่างไม่ปิดบัง

ส่วนนางเรื่องอะไรจะอยู่ในตำหนักให้โง่

ระหว่างที่กำลังชมเรื่องสนุก นางคิดว่าฮ่องเต้เทียนฉีคงโมโหแล้วเสด็จออกไปทันที แต่ที่ไหนได้ เขาวนอยู่รอบห้อง พอไม่เห็นนางเขาก็ล้มตัวนอนในตำหนัก สั่งขันทีแขวนโคมไฟ ยกเลิกภารกิจทั้งหมด แถมยังขัดประเพณีที่ว่าฮ่องเต้ไม่ค้างที่ตำหนักสนมอีก

ให้เขานอนน่ะนางไม่เป็นไรหรอก แต่คืนนี้นางจะนอนไหนล่ะ จ้าวเหม่ยหันมองรอบตำหนัก ลืมไปว่าไล่ทุกคนไปหมดแล้ว ครั้นจะเดินออกนอกตำหนักก็ไม่รู้จะไปทิศทางไหน

อย่างที่เขาบอกว่า หนทางบนถนนยังง่ายกว่าเดินในวังหลวง ในสภาพเช่นนี้นางไม่ควรออกนอกตำหนักด้วยซ้ำ พอเห็นว่าแสงเทียนในห้องดับลงแล้ว

จ้าวเหม่ยก็ลงจากต้นไม้ ดีที่นางเลือกแต่งชุดขันที คิดว่าจะเดินไปไหนมาไหนก็คล่องตัว

ฟุ่บ... เสียงเหยียบใบไม้ทำให้นางแทบหยุดลมหายใจ เพราะกลัวคนด้านในจะได้ยิน นางยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่งรอจังหวะว่ามีอะไรเคลื่อนไหวหรือเปล่า พอไม่มีก็พ่นลมหายใจโล่งอกออกมา คิดว่าจะเดินไปยังห้องด้านหลังอาจจะมีห้องว่างสักห้องให้นางนอนในคืนนี้

แต่จังหวะที่กำลังก้าวไปนั้น

“สนมเฟยจะไปไหน”

ตัวนางเย็นวาบ นี่คนหรือผีกันแน่ แค่นางขยับนิดเขาก็รู้ตัวมาโผล่อยู่ด้านหน้านางแล้ว แถมมืดขนาดนี้ นางแต่งกายเป็นขันทีอีก เขามองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าเป็นนาง

“ฝะ ฝ่าบาท” นางยิ้มสู้แล้วย่อตัวคำนับ

“หม่อมฉันเห็นว่าฝ่าบาทบรรทมแล้ว เลยไม่รบกวน คิดว่าจะไปพักที่ห้องด้านหลังเพคะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เชิญฝ่าบาทบรรทมเถอะเพคะ”

จ้าวเหม่ยขยับ คิดจะว่าวิ่งผ่านไปเลย แต่ก็ถูกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นฮ่องเต้หิ้วคอเสื้อนางแล้วยกตัวขึ้นสูงราวกับว่านางเหมือนกระต่ายตัวหนึ่ง

“คิดหรือว่าจะหนีเรารอด”

นางไม่คิดว่ารอดหรอก แค่คิดว่าขอให้พ้นคืนนี้ก็พอ “ฝ่าบาทมีสนมตั้งมากมายในวังหลวง เหตุใดไม่ไปตำหนักอื่นเล่า”

“เราก็มาแล้วไง เพราะตอนนี้ในวังหลังมีเจ้าเพียงคนเดียว”

แค่กๆ ไหนบอกว่าฮ่องเต้ล้วนมีสนมนับพัน ขันทีนางกำนัลอีกนับหมื่น เหตุใดเขาถึงมีสนมเฟยเพียงคนเดียว ระหว่างที่นางกำลังโต้เถียงนั้น เขาก็อุ้มนางขึ้นพาดบ่า

ในใจของจ้าวเหม่ยสาปแช่งคนป่าเถื่อนตรงหน้า สมควรแล้วที่ถูกเรียกว่าทรราช

“ฝ่าบาท หม่อมฉันเป็นสตรีนะเพคะ จะทรงถนอมหยกหน่อยไม่ได้หรือเยี่ยงไร”

“เจ้าปีนต้นไม้กระโดดลงมาราวกับบุรุษ แถมยังแต่งกายเป็นขันทียังเรียกตัวเองว่าสตรีอีกเหรอ” ปลายเสียงลากยาวจนนางขนลุก

“โอ๊ย” ไม่ทันขาดคำก็โยนนางบนเตียง คราวนี้ไม่ตายก็คงพิการไปตลอดชีวิต แค่คิดว่าต้องติดอยู่ในวังหลวงในสภาพเช่นนี้คงได้ทรมานกว่าเดิมอีก

นางหรือจะสู้ชะตาบัดซบ จ้าวเหม่ยก็รีบลุกขึ้นอย่างไว เขาก็จับแขนนางกดไวกว่า นี่คนหรือหมากันแน่ ทำไมกัดไม่ปล่อยเช่นนี้

“หม่อมฉันเจ็บเพคะ”

“เจ้าก็เลิกหนี เราก็จะได้เลิกจับ”

สายตานางมองคนตรงหน้า จริงเหรอถ้านางเลิกหนีเขาจะปล่อยนาง หากเพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้นนางมองเห็นรอยยิ้มหมาป่า “ถ้าหม่อมฉันตายไปแล้ว พระองค์จะมีใครปรนนิบัติเพคะ ในเมื่อทั้งวังมีเพียงหม่อมฉัน” จ้าวเหม่ยพูดด้วยน้ำเสียงหวานจนน่าขนลุก

ขู่อะไรไม่ได้ก็ยกเรื่องนี้มาขู่ ฮึ ฮ่องเต้เทียนฉีไม่นึกมาก่อนเลยว่าเหม่ยหรงจะมีนิสัยเช่นนี้ สตรีตรงหน้าเมื่อก่อนเคยดูถูกเขาเช่นไร ต่อให้สิบปีแก้แค้นก็ยังไม่สาย คิดว่าเขาพิศวาสนางหรือ สำหรับเขาแล้วไม่เคยมี ที่ทำไปล้วนเพื่อแก้แค้นเท่านั้น

“เราไม่กลัวหรอก เจ้าตายก็ดีจะได้ประหยัดไปหนึ่งคน ค่อยหาคนมาแทนที่เจ้า คิดว่าคงหาไม่ยาก”

บัดซบสิ้นดี เขามันชั่วช้าคิดฆ่าคนเหมือนผักปลา ในใจนางตอนนี้คิดว่าถ้าดื้อรั้นไปเกรงจะทำให้ยิ่งถูกฆ่าเร็ว หากอ่อนไปก็เกรงว่าจะกลายเป็นเบี้ยล่างเขาไปตลอดชีวิต

“ถ้าเช่นนั้นแล้วให้หม่อมฉันปรนนิบัติฝ่าบาทเถอะเพคะ”

ได้ยินเสียงหวานอีกรอบ ปามูเซอก็คิดว่านางจะต้องมีแผนอื่นเป็นแน่ แต่การที่จับกระต่ายเช่นนี้ก็ไม่นึกสนุก ถ้าเช่นนั้นก็เล่นตามน้ำสักหน่อยจะเป็นไรไป

เขาปล่อยมือนางเป็นอิสระ “แล้วเจ้าจะทำอันใดให้เราพอใจ หรือจะใช้กายเจ้าปรนนิบัติเรา”

บิดาท่านน่ะสิ จ้าวเหม่ยแช่งชักหักกระดูกไปหลายรอบก็ขยับร่างลงจากเตียง เดินไปด้านหลังฉากยกอ่างน้ำอุ่นกับผ้าขาวมาวางบนโต๊ะข้างเตียง

“ฝ่าบาททรงเหนื่อยมาทั้งวัน ให้หม่อมฉันเช็ดเนื้อตัวให้เถอะเพคะ”

ไม่รู้ว่านางมาไม้ไหน แต่เขาก็อยากรู้จึงเล่นตามน้ำไปอีก มองเหม่ยหรงหยิบผ้ามาบิดแล้วมาเช็ดตรงหน้าผากให้เขา ใกล้เพียงเอื้อมนั้นเขาจ้องมองนางไม่กระพริบตา

“ในใจเจ้าคงนึกเจ็บใจที่ต้องปรนนิบัติเรา”

“หม่อมฉันไม่ได้คิดเช่นนั้น”

“อย่างนั้นรึ ที่ผ่านมาเจ้าเองไม่ใช่เหรอที่ดูถูกเรา ปรามาสเราว่าเป็นแค่ลูกสนมต่างเผ่าไม่มีอะไรเทียบเท่ากับผ้าเช็ดเท้าของเจ้า”

อ้า... ดูเหมือนเรื่องนี้จะคุ้นๆ เหมือนนางจะอ่านผ่านๆ ตอนที่ปามูเซอกลับมาจากเผ่าเข่อจีตอนชันษาที่สิบ คราวนั้นเขาถูกทั้งองค์รัชทายาทเจี่ยหย่ง และคุณหนูเหม่ยหรงกลั่นแกล้งหลอกพาเขาไปขังในตำหนักเย็น แอบเอาข้าวสุนัขให้กิน แถมยังแกล้งผลักเขาตกน้ำอีก ล้อเขาว่าเป็นองค์ชายป่าเถื่อนไร้มารยาท ยังมีอะไรอีกนะที่สองคนนี้ทำ

ปามูเซอแตะคางจ้าวเหม่ยให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา “เราพูดความจริงเจ้าถึงกับพูดไม่ออกเชียวรึ”

ก็เป็นความจริงนางจะพูดออกได้เช่นไร แต่นั่นมันคุณหนูเหม่ยหรง ไม่ใช่นางเสียหน่อย

“ครั้งนั้นหม่อมฉันโง่เขลาเบาปัญญา เล่นไปตามประสาเด็กไม่รู้จักคิดจึงทำให้ฝ่าบาทแค้นเคืองพระทัยมาจนถึงบัดนี้ หากบัดนี้หม่อมฉันโตแล้ว ย่อมไม่ทำเช่นนี้อีก” นางยกมือขึ้นจะแตะแก้มคนตรงหน้า

ปามูเซอก็ปัดทิ้งเสียจนจ้าวเหม่ยแช่งด่าในใจเขาไปอีกรอบ

“แล้วใครกันที่เมื่อคืนยังสาปแช่งให้เราตาย เรียกพี่ชายเจ้ามาช่วยชีวิต จับเราแยกร่างด้วยม้าห้าส่วน โยนร่างให้แร้งกินนอกกำแพงวัง”

คนฟังหน้าซีดลงเรื่อยๆ เพราะเรื่องพวกนี้ล้วนไม่ได้อยู่ในหัวของนาง อาจจะเพราะเป็นช่วงก่อนหน้าที่คุณหนูเหม่ยหรงจะตาย เลยทำให้นางจำเรื่องนี้ไม่ได้

“ฝ่าบาทล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว เรื่องพวกนี้หม่อมฉันล้วนเสียสติไปชั่วครู่เท่านั้น แต่เมื่อได้เสพสมภิรมย์หวานชื่นกับฝ่าบาทแล้ว หม่อมฉันก็ได้รู้ว่าฝ่าบาทเป็นบุรุษที่เร่าร้อนยิ่งนัก” นางก็เป็นสตรียุคสองพัน เหตุใดจะต้องเขินอายเรื่องพวกนี้กันเล่า พูดไปแล้วก็เห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบ สงสัยคงตกใจเช่นกันที่ได้ยินนางกล้าพูด

มือนางไม่อยู่นิ่ง แตะลูบแผ่นอกเขา จากนั้นก็ลูบไล้ลงมาแล้ววนขึ้นไปใหม่ “หรือฝ่าบาทไม่พอพระทัยหม่อมฉัน ถ้าไม่พอพระทัยจริงเหตุใดวันนี้ถึงเสด็จมาอีกหรือเพคะ หรือว่าคิดถึงหม่อมฉัน อยากให้หม่อมฉันทำเช่นนั้นอีก”

คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากัน ดวงตาหรี่ลงจับตามองคนตรงหน้า หรือนางจะเสียใจจนขาดสติไปถึงได้พูดจาหน้าไม่อายออกมาเช่นนี้

“เจ้ากำลังถ่วงเพลา” เขาดูออก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รวิกาญจน์เภตรา
9.4
ใต้ซากเรือสำเภาทองที่หลับใหลในอ่าวไทย ความรุ่งโรจน์แห่งสุโขทัยกลายเป็นเป้าหมายของเหล่านักล่าผู้ยอมแลกชีวิตเพื่อสมบัติมหาศาล ทว่าลึกลงไปกลับมีวิญญาณแค้นที่ถูกหักหลังและฆาตกรรมเฝ้ารอเวลาสะสางบัญชีหนี้เลือดอย่างทุกข์ทรมาน ขณะที่ชายผู้หนึ่งยังคงยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณรักเพียงนางเดียวทุกภพชาติ เมื่อกงล้อแห่งกรรมหมุนวนมาบรรจบอีกครั้ง ความลับและอาถรรพ์ใต้สมุทรจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์สัจธรรมแห่งการกระทำและการรอคอยที่ยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน
8.6
ตลอดสามปีในฐานะคู่ชีวิต มาร์ค อัลฟ่าผู้เย็นชาใช้ความบอบบางของฉันเป็นข้ออ้างเพื่อเหินห่าง ในวันครบรอบที่แสนเจ็บปวด เขาเลือกทิ้งฉันไว้กลางสายฝนเพื่อไปหาหญิงอื่นที่เขาบอกรักอย่างเต็มหัวใจ ท่ามกลางพายุที่พัดพาความหวังสุดท้ายให้พังทลาย ฉันกลับพบกับอัลฟ่าลึกลับผู้มีพลังอำนาจเหนือกว่าสามีเก่าอย่างมหาศาล สายตาคมกริบสีเงินคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันด้วยความโหยหา พร้อมคำประกาศกร้าวที่เปลี่ยนโชคชะตาของฉันไปตลอดกาลว่าฉันคือผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
8.2
เมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของฟาโรห์รามเสสจำต้องเปลี่ยนความรักที่มีต่อเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีให้กลายเป็นความแค้น หลังเขาถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจจนสูญเสียเหล่าทหารคนสนิท เขาปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงที่ตนรักสุดหัวใจมีส่วนรู้เห็นในแผนลวงครั้งนี้ แม้เนเฟอร์ติตีจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ท่ามกลางหยาดน้ำตา แต่ความภักดีที่เคยมีกลับพังทลายลง เมมนอนจึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นให้สิ้นสุดลงดั่งสายน้ำไนล์ที่ไม่ไหลย้อนกลับ
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค3
8.2
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในยุค 90 อันแสนคิดถึง แต่การกลับมาในหนนี้มีเป้าหมายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยเป็นฝ่ายวิ่งตามความรักและคอยตื้อชายในดวงใจจนเหนื่อยล้า ในชีวิตใหม่นี้เธอตัดสินใจที่จะวางตัวให้มีเสน่ห์และน่าค้นหา เพื่อเปลี่ยนกระดานให้เขากลายเป็นฝ่ายที่ต้องมาคอยตามจีบและตื้อเธอแทน เรื่องราวความรักที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับบทพิสูจน์ใจครั้งใหม่ที่เธอเป็นคนคุมเกม
หน้าปกนวนิยาย ถูกอัลฟ่าของฉันปฏิเสธ แต่ถูกมงกุฎของฉันทวงคืน
8.4
อัลฟ่าธามคู่แท้ของฉันเลือกฉลองให้ลูกของลิตา หมาป่าไร้ฝูง โดยเมินเฉยต่อฉันที่กำลังตั้งครรภ์ทายาทตัวจริงได้สี่เดือน เมื่อลิตาจัดฉากว่าถูกฉันทำร้าย ธามกลับใช้พลังอัลฟ่าขับไล่ฉันอย่างทารุณ ต่อมาเธอลงมือทำร้ายฉันจนเลือดออกหวังปลิดชีพลูกในครรภ์ พร้อมป้ายความผิดว่าฉันจะฆ่าลูกเธอ ธามเลือกช่วยลูกของลิตาและทิ้งฉันให้นอนรอความตายอย่างไม่ใยดี แต่ความลับสำคัญกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อครอบครัวของฉันมารอรับโอเมก้าที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่า แท้จริงแล้วคือเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์จากฝูงที่ทรงอำนาจที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด
9.5
หนานอัน พริตตี้สาวผู้โหยหาความรัก ยอมทำทุกทางเพื่อให้ได้ชายที่แอบชอบมาครอบครอง เธอตัดสินใจเดินทางไปยังศาลเจ้าลึกลับในชนบทตามคำแนะนำของแม่หมอเพื่อขอพรในคืนที่มืดมิดที่สุด ทว่าท่ามกลางบรรยากาศชวนขนลุกและคำทำนายปริศนาจากหญิงชราเฝ้าศาล เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อสายฟ้าฟาดลงมากลางศาลเจ้าอย่างรุนแรง ส่งร่างของเธอให้จมดิ่งสู่ความมืดมิด เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หนานอันกลับพบว่าโลกที่เธอเคยรู้จักได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตลอดกาล