ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่มีสามีตามบอด

เกิดใหม่มีสามีตามบอด

ลลิล หญิงโสดวัยสามสิบต้องข้ามเวลามาเกิดใหม่ในร่างของไพลิน สาวขี้โรคผู้ซูบผอมในชนบทอีสาน แม้ก่อนตายเธอจะปรารถนาสามีที่เพียบพร้อมและรักเธอจริง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อพี่สาวฝาแฝดอย่างเพียงตาหนีงานแต่งงานไปพร้อมเงินสินสอด ทิ้งจดหมายผลักภาระให้ไพลินต้องเข้าพิธีวิวาห์แทนกับชายหนุ่มผู้พิการทางสายตาที่ไม่เคยต้องการเธอเป็นคู่ครอง ท่ามกลางความวุ่นวายและร่างกายที่ไม่แข็งแรง ลลิลในร่างใหม่ต้องเผชิญกับชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรักในบรรยากาศบ้านทุ่งที่เรียบง่าย
ตอน
แชร์

ตอน 3

ภายในห้องพักพิเศษสำหรับผู้ป่วย เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ กะพริบถี่ เพื่อปรับรูม่านตาให้รับกับแสงไฟในห้องได้ 

โอย! ทำไมถึงได้รู้สึกปวดระบมไปทั้งตัวแบบนี้ อากาศก็หนาวเย็นมากกว่าเมื่อวานเสียอีก ไพลินคิดในใจ ทำไมที่อีสานถึงได้หนาวนัก

ดวงตากลมกลอกมองไปทั่วห้องเล็ก ๆ แล้วเกิดคำถามขึ้นในใจ

            ที่นี่ที่ไหน?

            มีเครื่องปรับอากาศแต่ไม่ได้เปิดใช้งาน มีเพียงพัดลมที่ส่ายหน้าไปมา คงเพราะอากาศเย็นกระมัง

            ดวงตาดำขลับเหลือบมองขวดน้ำเกลือที่แขวนอยู่บนเสาน้ำเกลือ

            อือ! มันคือโรงพยาบาล ถูกต้องแล้วเธอตกบ่อน้ำในสวนหลังบ้านยาย เธอก็ต้องอยู่โรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลที่ไหนกันทำไมห้องถึงได้ดูโทรมนัก ทว่าอำเภอที่เธออยู่ก็เจริญมากแล้วไม่น่าจะมีห้องพักผู้ป่วยที่เก่าและโทรมแบบนี้ แล้วญาติพี่น้องของเธอหายไปไหนกันหมด

            ลลิลไล่สายตาตามสายน้ำเกลือที่ห้อยระยางลงมายังแขนเรียวเล็กของตน ดวงตากลมเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อมองเห็นแขนของตัวเองชัด ๆ ทำไมเธอถึงได้ผอมแห้งถึงเพียงนี้ ผิวขาวซีดไม่ได้ขาวนวลผ่องเหมือนผิวเดิมของเธอเลยแม้แต่น้อย

            แกรก! เสียงคนเปิดประตูเข้ามาก่อนที่เธอจะคิดอะไรต่อ

            ลลิลยิ้มแล้วหันมามองคนที่เดินเข้ามาในห้อง ในวินาทีแรกเธอคิดว่าเป็นพ่อกับแม่ของเธอ แต่แล้วหัวใจก็ต้องสลดวูบลงเมื่อเห็นชายหญิงแปลกหน้าเดินเข้ามาใกล้

            “ลิน! ลินฟื้นแล้วเหรอลูก” พาขวัญและสามีรีบปรี่เข้ามาหาลูกสาวด้วยความดีใจหัวใจทั้งสองเต้นรัวเร็วเพราะไม่คิดว่าลูกจะฟื้นขึ้นมาอีก ทั้งสองยืนขนาบข้างเตียงผู้ป่วยทั้งสองฝั่ง จับมือลูกสาวขึ้นมากุมไว้

            คิ้วเรียวของคนที่ถูกอ้างว่าเป็นลูกขมวดมุ่นเข้าหากัน ภาษาที่พวกเขาพูดกับเธอเป็นภาษาอีสานที่เธอคุ้นเคย

            ลูกอย่างนั้นหรือ? ลลิลได้แต่ครุ่นคิดในใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นสองผัวเมียนี้ถึงได้รู้จักชื่อเธอ  ลลิลมองหน้าชายหญิงข้างกายสลับกันไปมา หรือว่าเธอกำลังฝันไป

            “ลินลูกแม่ แม่คิดว่าจะไม่เห็นลินฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว” พาขวัญพูดพลางน้ำตาแห่งความยินดีไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ในวันที่ลูกสาวตกต้นไม้จนสลบไปนั้นหมอบอกว่าลูกของเธออาจกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปตลอดชีวิต แต่นี่เธอฟื้นขึ้นมาได้ราวกับมีปาฏิหาริย์

            ลลิลรู้สึกลำคอแห้งผากพยายามกลืนน้ำลายที่แทบจะไม่มีลงไปอย่างยากลำบาก “น้ำ” ลลิลบอกผู้เป็นแม่เสียงแหบแห้ง พาขวัญจึงกุลีกุจอหยิบน้ำในเหยือกพลาสติกมารินใส่แก้วให้ลูก

            “นี่จ้ะ” ผู้เป็นพ่อช่วยลูกสาวพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ยิ่งเห็นลูกอยู่ในสภาพนี้ก็ยิ่งสงสาร ปกติไพลินก็เป็นคนป่วยออด ๆ แอด ๆ อยู่แล้วพอตกต้นไม้สลบไปไม่ได้กินอะไรเลยก็ยิ่งผอมมากกว่าเดิม

            เช่นนั้นแล้วเรื่องที่พ่อกับแม่จะให้เธอเรียนต่อปริญญาตรีเหมือนกับพี่สาวจึงต้องหยุดไว้กลางครัน

            ลลิลพยายามรื้อฟื้นความทรงจำอีกครั้ง เธอกลับมาที่อีสานบ้านเกิด กินข้าวกับครอบครัวในตอนเย็น ตื่นเช้ามาก็ไปบ้านยายแล้วก็ตกบ่อน้ำที่สวนหลังบ้านยาย

            เธอยังไม่ตายใช่หรือไม่? ลลิลคิดถึงตอนนั้นก็เอ่ยปากถาม

            “ฉันอยู่ที่ไหนเหรอคะ” ลลิลเปล่งภาษาอีสานออกมาเช่นกัน ทำไมความฝันนี้ถึงได้เหมือนจริงนัก ภาพสีชัดเจนเกินกว่าจะเป็นความฝัน

            “ฉัน?” พาขวัญทวนคำก่อนจะหันหน้าไปสบตากับสามี ไพลินไม่เคยแทนตัวเองว่าฉัน ถ้าไม่แทนว่าหนูก็นแทนชื่อเล่นตัวเองแค่นั้น

            “ลินพูดว่าอะไรนะลูก” นพพลถามย้ำอีกครั้งเผื่อว่าเขาอาจจะหูฝาด

            “ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนคะ บ้าน ตำบล อำเภอ หรือจังหวัดอะไร แล้วพวกคุณเป็นใครคะ” เธอต้องการความกระจ่างทั้งหมด เพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้ฝันไป

            พาขวัญถึงกับหน้าถอดสีเมื่อคิดว่าลูกตัวเองคงความจำเสื่อม น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับไหลพรากออกมาอาบสองแก้ม

            “พ่อคะลูกเรา…” พาขวัญพูดเสียงสั่น นพพลก็อยู่ในอาการช็อกเช่นกันแต่เขาไม่ได้ร้องไห้ออกมา 

            “ลินชื่อไพลินเป็นลูกแม่พากับพ่อนพมีพี่สาวชื่อตายังไงล่ะ ลินจำไม่ได้เหรอลูก บ้านที่เราอยู่นี่ก็คือบ้าน…” นพพลอธิบายลูกด้วยความใจเย็นแม้ในใจจะรู้สึกวูบโหวงแค่ไหนก็ตาม เหมือนมีก้อนอะไรขึ้นมาอุดหลอดลมไว้จนหายใจติดขัด ไพลินจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง

            ลลิลพยักหน้าน้อย ๆ 

            “ฉันอยากเข้าห้องน้ำค่ะ” ในใจยังสับสนไม่มั่นใจว่านี่คือความจริงหรือความฝันกันแน่

            “ลินแทนตัวเองว่าหนูหรือไม่ก็แทนว่าลินเหมือนเดิมได้ไหมลูก” พาขวัญรู้สึกใจคอไม่ดีที่ได้ยินลูกแทนตัวเองแบบนั้น

            “อ้อ ค่ะ ปีนี้ลินอายุเท่าไรแล้วคะ”

            “ยี่สิบสองปีจ้ะ”

            “ยี่สิบสองปี?” ลลิลทวนคำผู้เป็นแม่เสียงสูง พาขวัญก็พยักหน้าให้ลูกเป็นคำตอบ 

ตายแล้ว! เธออายุสามสิบแล้วนะ จู่ ๆ จะกลายเป็นเด็กอายุยี่สิบสองได้อย่างไรกัน หรือว่าวิญญาณเธอเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างนี้ 

            ไม่นะ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ มันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก “ปีนี้พอศออะไรเหรอคะ” ลลิลถามแม่ขึ้นอีกครั้ง

            “พอศอสองพันห้าร้อยสามสิบหกจ้ะ”

            อือ ปีเดียวกันกับที่เธอเกิดเลย แต่เธอกลับมาอยู่ในสถานที่แตกต่างไปจากบ้านเดิมของเธอ

            มือเล็กผลักประตูห้องน้ำเปิดออกแล้วเอ่ยขึ้น “ลิลเข้าคนเดียวก็ได้ค่ะ” ลลิลมองหน้าผู้เป็นแม่อย่างชั่งใจ

            “ลินเข้าคนเดียวได้จริง ๆ เหรอลูก” พาขวัญมีสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย กลัวลูกจะเป็นลมเป็นแล้งในห้องน้ำไปอีก

            “จริงค่ะ” ถึงจะยังรู้สึกปวดตามกล้ามเนื้ออยู่บ้างแต่เธอก็ยังสามารถทรงตัวอยู่ได้ เพราะเดิมทีลลิลเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว

ลลิลปิดประตูลงแล้วก็ส่องกระจกดูรูปร่างหน้าตาของตัวเองทันที ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าของร่างเดิมชัด ๆ แก้มสองข้างซูบตอบ ดวงตาลึกโบ๋ สภาพเหมือนตายแล้วเกิดใหม่จริง ๆ

เพื่อความมั่นใจฝ่ามือเล็กจึงตบเข้าที่แก้มตัวเองแรง ๆ

เพียะ! 

“โอ้ย! เจ็บจริงนี่หว่า” ลลิลสูดปากร้องคราง

“ลินเป็นอะไรไปลูก” พาขวัญที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำตะโกนถามเสียงร้อนรนเกรงว่าลูกจะล้มหัวฟาดฟื้น

“ปะ เปล่าค่ะ ลิลใกล้เสร็จแล้วค่ะแม่” ลลิลพูดออกไปเพราะเผลอร้องเสียงดัง แม่เธอจึงเงียบเสียง จากนั้นก็ยืนพิศมองดวงหน้าตัวเองอีกครั้ง

อา! เธออยู่ในร่างใหม่จริง ๆ ด้วย ร่างนี้ผอมจนแทบจะเหลือแค่หนังหุ้มกระดูก ว่าไปแล้วก็ตัวใหญ่กว่าไม้เสียบลูกชิ้นนิดหนึ่ง ถ้าเธออ้วนขึ้นอีกสักหน่อยหน้าตาก็คงไม่ขี้เหร่เหมือนตอนนี้ อย่างน้อยร่างใหม่นี้ก็มีคิ้วเรียวสวย ริมฝีปากหยักได้รูป และจมูกรั้นนิด ๆ

“เฮ้อ!” ลลิลถอนหายใจยาว ป่านนี้ทุกคนที่บ้านคงกำลังหาร่างเธอให้ควั่ก ยังไม่ทันได้เจอหน้ายายก็ต้องมาจากไปเสียแล้ว ทำไมชะตาเธอถึงได้อายุสั้นนัก เธอยังไม่ได้ทำใจเลยด้วยซ้ำ นี่แหละหนาพระท่านถึงได้บอกเสมอว่าความตายอยู่กับเราทุกฝีก้าว

หมดกันกับความหวังจะได้สามีหล่อรวยเหมือนหนุ่มเกาหลีผสมกับเมืองจีน แค่เห็นรูปร่างตัวเองตอนนี้ก็คงไม่มีผู้ชายคนไหนมาชายตามอง ขนาดตอนอยู่ยุคปัจจุบันเธอสวยและน่ารักจะตายยังไม่มีผู้ชายคนไหนมาเหลียวแล เคยถามเพื่อน ๆ พวกเขาบอกว่าเธอสวยและเก่งกว่าผู้ชายเกินไป ผู้ชายจึงไม่กล้าจีบ เหตุผลแบบนี้ก็มีด้วย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด
9.3
โชคชะตาที่ผูกพันด้วยพันธสัญญาในอดีต ความรักที่แสนหวาน และเงาแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจเธอมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศของรัตติกาลอันลึกลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ไร้คำตอบว่าแท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผันอะไรขึ้นกันแน่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ความลับที่ถูกฝังไว้ในกาลเวลากำลังจะถูกเปิดเผยในเรื่องราวของแวมไพร์สุดเข้มข้นที่ผสมผสานความโรแมนติกและแฟนตาซีได้อย่างลงตัวเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าที่เขาช่วงชิง  ความเสียใจชั่วนิรันดร์ของเขา
8.8
ตลอดห้าปีในฐานะลูน่าแห่งฝูงโลหิตจันทรา หัวใจของอัลฟ่าอลันไม่เคยเป็นของฉัน แต่กลับเป็นของฟิโอน่าผู้หญิงที่เขาคอยปกป้อง ความหวังพังทลายลงในวันเกิด เมื่อเขาเปลี่ยนสัญญาให้กลายเป็นของขวัญแก่เธอต่อหน้าทุกคน ทิ้งให้ฉันเผชิญความโดดเดี่ยวในตำแหน่งที่ไร้ความหมาย เขาตราหน้าว่าพันธะคู่แท้คือสิ่งที่น่าอึดอัดและล่ามโซ่เขาไว้ เมื่อความเจ็บปวดถึงขีดสุด ฉันจึงเลือกตัดความสัมพันธ์และเดินจากไปอย่างเป็นทางการ แม้ในวินาทีที่เขารู้สึกตัวและเริ่มอ้อนวอนขอโอกาส แต่มันก็สายเกินไปสำหรับคนขี้ขลาดอย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
หน้าปกนวนิยาย อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
9.2
อินอวิ๋นหยาง อุปราชผู้หล่อเหลาแต่เลือดเย็นแห่งหยวนเป่ยจำใจวิวาห์กับองค์หญิงอัปลักษณ์จากแคว้นซาง นางถูกทอดทิ้งให้เดียวดายในจวนบนเทือกเขาสูงชันอย่างไร้คนเหลียวแล เพราะผู้ใดที่พบเห็นใบหน้าอันน่าสยดสยองของนางต่างต้องช็อกจนสิ้นใจ เมื่อความโดดเดี่ยวผลักดันให้พระชายาต้องตรอมใจตายพร้อมเพลิงแค้น นางจึงลั่นวาจาสาปแช่งว่าจะกลับมาทวงคืนความแค้นจากสวามีใจดำผู้นี้ให้จงได้ แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปกี่พันปี นางก็จะรอคอยวันชำระหนี้เลือดนี้อย่างสาสม
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หา
8.6
โชคชะตานำพาสองหญิงสาวจากอดีตชาติกลับมาพบกันอีกครั้งในปัจจุบัน ท่ามกลางปมความแค้นและการแย่งชิง คนหนึ่งกลับมาพร้อมความพยาบาทที่หยั่งรากลึกจากความเจ็บปวดในอดีต ขณะที่อีกคนมุ่งหวังจะทวงคืนชายคนรักที่ยังคงจมปลักอยู่กับความทรงจำอันขมขื่น ชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุจะสามารถแก้ไขความผิดพลาดที่เคยทำไว้ หรือจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม สุดท้ายแล้วความรักที่แท้จริงจะเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมแห่งเสน่หาได้หรือไม่ หรือพวกเขาจะต้องพรากจากกันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ