
ชายาเสน่ห
ตอน 2
บทที่ 2
บทที่2 ไร้เจตนาที่ดี
เหลียงซีนกลับเข้าสู่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอีกครั้ง แล้วค้นพบว่าสาวใช้ผู้ที่ออกความคิดผู้นั้นมีเจตนาที่ไม่ดี นางและพระชายาเรองได้สบคบคิดกัน ตั้งใจให้เจ้าของร่างเดิมเชิญพระชายาเรองมาเพื่อที่จะลงโทษทำร้ายร่างกายของนาง แล้วยังเจาะจงพูดบิดเบือนวันเดินทางกลับวังของท่านอ๋อง เพื่อให้ท่านอ๋องกลับมาเห็นความโหดเหี้ยมของเจ้าของร่างเดิมนี้
ดังนั้นนี่คือกลอุบายหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นของพระชายาเรองและคนของนาง เพื่อให้เจ้าของร่างเดิมนั้นโดดลงไป
แต่ใครจะรู้เจ้าของร่างเดิมกลับโดดลงไปตามกลอุบายนั้น ยังจะให้นางที่ข้ามเวลามาเป็นแพะรับบาปแทนอีก
“ขอโทษ เจ้าไม่เหมาะที่จะพูดคำนี้” น้ำเสียงของเฉินเฮ่ายิ่งมีความเยือกเย็นมากขึ้น การเหยียบของเท้าก็ยังไม่ได้หยุดลง เขาเหยียบจนเหลียงซีนแทบจะหมดความรู้สึกไป “มีเพียงต้องใช้ร่างกายนี้ของเจ้าตอบแทนเท่านั้น จึงจะสาสม”
เหลียงซีนเจ็บปวดจนหน้าตาบูดเบี้ยว แต่ก็ยังอยากที่จะสู้แบบหมดหน้าตักกับเฉินเฮ่าต่อไป “ท่านอ๋องทำไมถึงทราบว่า...น้องอินไม่อยากจะฟังคำขอโทษจากข้า...”
เสียงที่พูดออกมาของนางนั้นแผ่วเบาเต็มทีแล้ว เฉินเฮ่าที่เหยียบอย่างรุนแรงลงไปเพียงไม่กี่ครั้งอยู่นั้นก็พลันยกเท้าขึ้น “เป็นเพราะข้าไม่อยากให้เจ้าพบนาง ชั่วชีวิตนี้ เจ้าก็อย่าได้อยากแสดงละครต่อหน้านางอีก”
เขาทิ้งคำตักเตือนที่เย็นชาเอาไว้ แล้วหมุนกายเดินจากไป
เหลียงซีนคิดในใจก่อนที่จะหมดสติลงว่า เฉินเฮ่า ท่านรอข้าฟื้นขึ้นมาก่อนเถอะ ข้าจะต้องทำให้ท่านได้ลิ้มรสรสชาตินี้เช่นเดียวกับข้า
นางที่ประคองความเจ็บปวดของร่างกายตนเองเอาไว้ไม่ไหว ก็หมดสติลงไป ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพราะถูกความเจ็บปวดที่นิ้วปลุกขึ้นมา
นางเห็นเพียงหญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าของสาวใช้คนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ กำลังช่วยทำความสะอาดนิ้วบนมือของเหลียงซีน
“อ๊ะ.....” เหลียงซีนที่กลั้นความเจ็บปวดไม่ไหวร้องออกมา ในน้ำนี้ใส่เกลือลงไป ผ้าพันแผลที่พันลงบนนิ้วของนางทีละนิ้ว ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงลงไปพร้อมกัน
“หยุดมือ” เหลียงซีนกลั้นความเจ็บออกคำสั่งอย่างเยือกเย็น
ซีเช่ สาวใช้ผู้นั้นจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วพูดขึ้นอย่างโศกเศร้าเสียใจทันที “แม่หญิง บ่าวกำลังทำความสะอาดบาดแผลให้ท่าน ทำเช่นนี้จึงจะช่วยให้หายเร็วขึ้นนะเจ้าคะ เพิ่มเกลือลงไปอาจทำให้เจ็บมาก แต่ว่าช่วยให้หายดีเร็วขึ้น บ่าวไม่ได้หมายความว่าจะทำร้ายแม่หญิงแน่นอนเจ้าคะ”
จิตใจอันแสนซื่อสัตย์อย่างยิ่งนี้ เปรียบเสมือนนางได้ไตร่ตรองเรียบร้อยแล้วแทนเจ้าของร่างเดิมนี้
น่าขันยิ่งนัก เหลียงซีนฉีกยิ้มที่มุมปากขึ้นจึงปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นดูคล้ายเหน็บแหนมมองไปยังซีเช่ “ซีเช่ เจ้าคิดว่าข้าเหยียบที่นิ้วของน้องอิน คือเรื่องที่ถูกหรือผิด”
“ถูกเจ้าคะ” ซีเช่พูดขึ้นอย่างขุ่นเคืองทันที “หญิงเลวผู้นั้นอวดเก่งต่อหน้าท่าน แล้วยังแย่งชิงท่านอ๋องที่ท่านรักไปอีก จึงสมควรโดนลงโทษแล้วเพคะ”
นางพูดเหมือนมีเหตุมีผล แต่ใบหน้าของเหลียงซีนกลับเย็นชา “ใครอยู่ด้านนอกเข้ามา ช่วยข้าตบปากนางที”
ซีเช่ตกตะลึง มีความฉงนสงสัยบางอย่างขึ้น
จากด้านนอกมีสาวใช้สองคนเดินเข้ามา ต่างพากันแลซ้ายแลขวาอยู่อย่างนั้นไม่กล้าที่จะลงมือ
สีหน้าที่เย็นชาของเหลียงซีนทำผู้คนตกใจ จึงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเยียกเย็นขึ้น “ซีเช่ขัดคำสั่ง ไม่เคารพเจ้านาย ลับหลังแอบพูดใส่ร้ายเจ้านาย ช่วยข้าตบปากนางซะ”
สาวใช้สองคนเดิมนั้นยังท่าทีที่ลังเลเล็กน้อย มองไปยังเหลียงซีนที่คล้ายกับโมโหขึ้นแล้ว หนึ่งในสาวใช้คนหนึ่งจึงก้าวมาด้านหน้าง้างมือตบลงบนใบหน้าของซีเช่
ซีเช่ร้องไห้ออกมาทันทีเมื่อถูกตบ อดไม่ได้ที่จะขอร้องให้ละเว้นโทษของตน “พระชายาเอกข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะเจ้าคะ ครั้งหน้าข้าไม่กล้าอีกแล้วเจ้าคะ”
เหลียงซีนมองนางอย่างเย็นชา ไม่กล้าแล้ว รู้จักผิดแล้ว แต่ความเจ็บบนมือของนาง นางเคยลิ้มลองสักนิดหรือไม่ ยังจะใช้เกลือเพิ่มลงไปในน้ำ แล้วนำมาทำความสะอาดบาดแผลของนาง เพียงไม่รู้ว่านี่จะเพิ่มความเจ็บปวดให้กับนาง
นางไม่ได้สั่งให้สาวใช้หยุดมือลง เพียงยกยิ้มขึ้นแล้วมองไปยังซีเช่ “รู้หรือไม่ เจ้าเป็นคนหยิบยื่นเส้นทางแห่งความตายนี้ให้กับเจ้านายของตัวเอง”
“บ่าวไม่ได้ทำนะเจ้าคะ พระชายาเอกใส่ร้ายบ่าว” ซีเช่ร้องไห้ขึ้นอย่างหนัก คนที่ไม่ทราบเรื่องราวจึงย่อมคิดว่าแท้จริงแล้วนางถูกใส่ร้าย
เหลียงซีนยังยิ้มอย่างเย็นชาต่อไป “โดนใส่ร้าย วันนั้นเจ้าให้ข้ายึดแผนตามที่เจ้าพูด ให้ข้าเชิญน้องพระชายาเรองมาลงโทษด้วยตนเอง”
“บ่าว...ไม่ใช่บ่าวนะเจ้าคะ..” ซีเช่ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
เหลียงซีนก็ไม่ยอมใจอ่อน เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “เจ้าคือสาวใช้ข้างกายข้าที่มีอำนาจมากที่สุด ช่วงที่ข้าสติเลอะเลือนลงโทษน้องอินอยู่นั้น เจ้าทำไมไม่ขัดขวางข้า”
คำถามนี้ทำให้ซีเช่ตกตะลึง นางร้องไห้แล้วเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ในใจของบ่าวนั้นซื่อสัตย์ต่อพระชายาเอกอยู่เสมอ พระชายาเอกบอกว่าหนึ่งบ่าวไม่กล้าพูดว่าสอง เพราะชีวิตของบ่าวเป็นของพระชายาเอก ไหนเลยจะกล้าพูดห้ามท่านละเจ้าคะ”
พูดได้เก่งจัง คนที่กำลังตบซีเช่อยู่คือสาวใช้ฉนฮัว ในตอนนี้ นางก็เคยพูดห้ามปราม เพียงแต่ว่าเมื่อเจ้าของร่างเดิมนี้กำลังสติเลอะเลือนนั้นล้วนไม่ฟังผู้ใด
แต่ว่าซีเช่ผู้นี้ เอาแต่คอยพูดยุแหย่ให้เจ้าของร่างเดิมนี้ลงมือกับพระชายาเรองอย่างโหดเหี้ยม
เหลียงซีนยิ้มอย่างชั่วร้าย “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ไม่ควรที่จะอยู่ในเรือนของข้าอีกต่อไป เจ้านายสติเลอะเลือน เจ้าก็ยังเลอะเลือกเช่นนาง ถ้าหากภายภาคหน้ายังเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เจ้าก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แถมยังจะเพิ่มน้ำมันลงไปในกองไฟอีก ลากนางออกไปโบยสิบไม้”
ถูกโบยสิบไม้นี้ไปแล้ว ซีเช่คงไม่ถึงกับตาย แต่ว่าให้นางนอนอยู่บนเตียงสักระยะหนึ่งก็คงเพียงพอแล้ว
สองสาวใช้ที่เหลือจึงไม่มีความลังเล ลากตัวนำซีเช่ออกไปทันที
เหลียงซีนถอนหายใจออกมา เมื่อครู่นางเพิ่งจะแก้แค้นเรื่องที่ซีเช่ใส่เกลือลงไปในน้ำที่ทำความสะอาดมือนาง ซีเช่ผู้นี้มีฝีมือที่ร้ายกาจ เรื่องทั้งหมดที่นางทำล้วนเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในสายตา แต่ในทางปฏิบัติกับเป็นการทำร้ายผู้อื่น ไม่เหมือนกับการใช้มีดแทงผู้อื่นแล้วยังรู้สึกเจ็บ
ไม่นานชิวยั่ว หนึ่งในสาวใช้ที่ลากตัวซีเช่ออกไปก็กลับเข้ามา นางกับฉนฮัวสาวใช้คนเมื่อครู่เป็นคนของพี่สาวเจ้าของร่างเดิมนี้ ได้คัดเลือกส่งเข้ามายังตึกนี้
เป็นเพราะช่วงที่เพิ่งเข้าตำหนักมา พวกนางนำคำเตือนของพี่สาวมาคอยตักเตือนเจ้าของร่างเดิมอยู่โดยตลอด แต่กลับถูกเจ้าของร่างเดิมนี้เกลียดชัง จึงเนรเทศให้ไปอยู่ที่เรือนล่างทำงานใช้แรงงานที่เหน็ดเหนื่อย
ขณะที่ชิวยั่วเพิ่งก้าวข้ามสลักประตูเข้ามานั้น มองเห็นใบหน้าของเหลียงซีนประดับด้วยรอยยิ้มที่หลักแหลมจึงทำให้นางตกตะลึงไปเล็กน้อย
นางรู้สึกว่าแม่หญิงของนางมีบางสิ่งที่ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เปลี่ยนไปดูหลักแหลม เข้าใจทุกเรื่องแจ่มแจ้ง ทำสิ่งใดก็เด็ดขาด ไม่เหมือนกับแม่หญิงคนเดิมก่อนหน้านี้ที่ถูกความรักทำให้สมองเลอะเลือนผู้นั้น
คุณอาจจะชอบ





