
สร้างชีวิตพิชิตฝันหนูน้อยนำโชคในยุค70
ตอน 2
บทที่ 2 ชีวิตใหม่ในชาตินี้ (2)
เธออุ้มลูกสาวตัวน้อยที่ร่างกายผอมบางราวกิ่งไม้แห้งออกไปข้างนอก ดวงตาแดงก่ำทั้งคู่ระอุไปด้วยความรู้สึกโมโหและสิ้นหวัง สายตาที่จับจ้องไปทางโจวซื่อเปี่ยมด้วยกระแสเคียดแค้น ก่อนจะร้องตะโกนสั่งเสียงกร้าวว่า
"ฉันจะพาเสี่ยวอวี่ไปโรงพยาบาล เอาเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
คำพูดประโยคนี้ทิ่มแทงเข้าไปกลางใจของโจวซื่อทันที นางตวาดกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน
"อยากได้เงินนักเหรอ? ไม่มี! แกนี่มันบ้าไปแล้วรึไง? ก็แค่เด็กถ่วงความเจริญไร้ค่าที่กำลังจะตายคนหนึ่งเท่านั้น ยังจะต้องพามันไปโรงพยาบาลอีกทำไม? เคยเห็นครอบครัวไหนพาเด็กที่กำลังจะตายไปโรงพยาบาลบ้างนังโง่?"
“ฉันไม่มีเงินอะไรให้แกทั้งนั้น ถ้าแกอยากได้จริงๆ วันนี้แกก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน!” โจวซื่อยืนเท้าสะเอวข้างหนึ่ง พร้อมกับชี้นิ้วใส่หน้าและตะโกนด่าจางอวิ๋นม่านด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่มีหยุด
จางอวิ๋นม่านจ้องมองโจวซื่อที่เอาแต่ก่อกวนหาเรื่อง เธอโมโหแค้นใจจนแทบอยากจะขย้ำกินหญิงชราคนนี้ทั้งเป็น แต่ในตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องรีบเอาเงินพาลูกสาวคนเล็กไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้รักษาชีวิตของเธอได้ทันเวลา
【แม่ สู้มัน! จัดการกับนังปีศาจเฒ่านี่ให้หนักๆไปเลย】
【แม่ หนูรู้ว่านังปีศาจเฒ่านี่มันเก็บเงินไว้ที่ไหน】
【เงินของมันซ่อนอยู่ใต้ก้อนอิฐก้อนแรกที่ใกล้กับประตูห้องนอนมากที่สุด อิฐก้อนนั้นข้างในมันกลวง】
เนื่องจากในชาติก่อน หลินเสี่ยวอวี่ในสภาพร่างวิญญาณได้คอยเฝ้ามองและรับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวนี้ ฉะนั้นแล้ว จึงไม่มีความลับใดในบ้านที่สามารถรอดพ้นไปจากสายตาของเธอได้แม้เพียงอย่างเดียว!
จางอวิ๋นม่านถึงกับตกใจจนต้องก้มลงมองลูกสาวคนเล็กในอ้อมแขนของตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ภาพหลอนหรือหูแว่วไปเอง แต่ปรากฏว่าเธอสามารถได้ยินเสียงความคิดที่อยู่ภายในใจของลูกสาวคนเล็กได้จริงๆ!
หลังจากที่จางอวิ๋นม่านล่วงรู้ที่ซ่อนเงินของครอบครัวสกุลโจวแล้ว ความมั่นใจของเธอก็ยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นกว่าเดิม เธอก้าวเท้าฉับตรงดิ่งไปทางห้องนอนของโจวซื่อทันที
"สะใภ้รอง! นั่นแกคิดจะทำอะไร? ห๊ะ? แกเป็นแค่สะใภ้ กล้าดียังไงถึงได้เข้าไปในห้องนอนของพ่อแม่สามีแบบนี้ นี่แกไม่รู้จักละอายใจบ้างเลยรึไง? คอยดูนะ ฉันจะสั่งให้เจ้ารองหย่ากับแกเดี๋ยวนี้เลยถ้าแกไม่หยุด!"
"นี่! นี่แกคิดจะขัดคำสั่งฉันเหรอ? คำพูดของฉัน แกกล้าดียังไงถึงไม่ฟัง หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
จางอวิ๋นม่านยืนค้างอยู่บนขั้นบันได เหลียวเห็นใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวของโจวซื่อที่เปรียบเสมือนปีศาจกำลังพุ่งตรงเข้ามาหา แทบจะในทันทีทันใด เธอยกบาทาขึ้นถีบสวนปะทะอัดร่างของอีกฝ่ายสุดแรงไร้ปราณี
แม้ทั้งคู่จะเป็นผู้หญิงที่ทำงานหนักในไร่นามาเหมือนกัน แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น พละกำลังของโจวซื่อจึงไม่อาจเทียบกับพละกำลังของจางอวิ๋นม่านที่ยังอยู่ในวัยสาวและแข็งแรงกว่าได้ ด้วยแรงถีบครั้งนี้ ทำเอาโจวซื่อถึงกับกระเด็นล้ม นอนลงกับพื้นอย่างหมดสภาพในทันที
ในวันนี้ที่โจวซื่อวางแผนเตรียมลงมือทำเรื่องชั่วช้าขั้นเด็ดขาดกับหลานสาวตัวเอง แต่ด้วยความหวาดระแวงที่มีภายในใจ เธอจึงได้ไล่ทุกคนในบ้านให้ออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ใครล่วงรู้ถึงสิ่งที่เธอกำลังปิดบังอยู่ นี่จึงเป็นสสาเหตุว่าไม่มีใครสักคนหลงเหลืออยู่ในบ้านพอที่จะช่วยเธอได้เลย
“นังสะใภ้ชั่ว! ฉันจะให้ลูกชายของฉันหย่ากับแกซะ แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้แบบแก อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์!”
“โอ๊ย โอ๊ย นังสารเลว! เอวฉัน! แกคอยดูนะ รอให้เจ้ารองกลับมาก่อน ฉันจะให้เขาจัดการกับแกซะให้เข็ด แกเล่นด้วยผิดคนแล้วนังโง่!”
แม้จะได้ยินคำด่าทอหยาบคายดังกระหึ่มตามหลังมาเรื่อยๆ แต่จางอวิ๋นม่านกลับไม่แยแสใส่ใจเลย เธอผลักประตูห้องนอนเปิดออก แล้วรีบเดินตรงไปยังจุดที่ลูกสาวคนเล็กได้บอกไว้ เมื่อค้นตามในตำแหน่งที่ลูกสาวคนเล็กบอกไว้ เธอก็พบเข้ากับถุงผ้าสีแดงซ่อนอยู่ใต้ก้อนอิฐจริงๆ
เมื่อกางเปิดออกดูก็ปรากฏว่า ภายในถุงนั้นมีธนบัตรใบละสิบหยวนอยู่เป็นฟ่อนจำนวนมาก รวมไปถึงตั๋วแลกสารพัดชนิดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลังจากประเมินคร่าวๆ เธอคาดการณ์ว่า น่าจะมีเงินอยู่ราวหนึ่งพันหยวนเห็นจะได้
ขณะที่จางอวิ๋นม่านเตรียมจะออกจากบ้านไปพร้อมกับถุงผ้าสีแดงในมือนั้น โจวซื่อที่เห็นถุงผ้าสีแดงอันแสนจะคุ้นตา ก็พลันโมโหสุดขั้วจนแทบเสียสติทันที
“เงินของฉัน!!!”
"นั่นมันเงินเก็บที่ฉันสู้อุตส่าห์อดออมมาทั้งชีวิตเลยนะ!!!"
【ฮ่าฮ่า นังจิ้งจอกเฒ่าน่ารังเกียจ โดนถีบแบบนั้นก็สมควรแล้ว! น้ำหน้าอย่างแกน่าจะรีบๆตายไปซะ!】
【สารเลวสิ้นดี คิดจะบีบคอฉันให้ตายงั้นเหรอ? หวังส่งฉันไปแต่งงานกับผีนี่นะ? แกฝันไปเถอะ!】
เมื่อได้ยินเสียงคำพูดเหล่านี้ จางอวิ๋นม่านก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าอย่างจัง เธอแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโลกนี้จะมีอมนุษย์ผู้ชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้จริงๆ นี่ถึงขั้นคิดบีบคอหลานสาวแท้ๆของตัวเองให้ตาย เพื่อส่งวิญญาณไปแต่งงานกับคนตายนี่นะ!
จางอวิ๋นม่านโกรธจนตัวสั่น เธอหมุนตัวย้อนกลับในบัดดล พร้อมประเคนเท้าเตะซ้ำเข้าไปที่ร่างของหญิงชราสุดแรงถึงสองครั้งเป็นการระบายอารมณ์ ก่อนจะพ่นน้ำเสียงเย็นสะท้านใจขึ้นว่า “แกอยากจะร้องให้ดังแค่ไหนก็เชิญร้องไปเลย แต่ก็หัดลองใช้สมองน้อยๆของแกคิดเอาเองว่าชาวบ้านจะเชื่ออะไรมากกว่ากัน ระหว่างเรื่องที่แกถูกฉันทำร้าย กับเรื่องที่แกพยายามบีบคอหลานสาวแท้ๆของตัวเองให้ตายคามือ!”
“เสี่ยวจือ เสี่ยวเย่ ไปกับแม่เร็วเข้า รีบพาน้องไปโรงพยาบาลกัน!” จางอวิ๋นม่านร้องเรียกสองพี่น้องที่กำลังตกอกตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้ายิ่งยวด ต่างคนต่างพาเร่งฝีเท้าออกจากบ้านหลังนั้นไปโดยเร็ว
จางอวิ๋นม่านอุ้มหลินเสี่ยวอวี่พร้อมกับจูงมือสองพี่น้องวิ่งเหยาะๆไปที่บ้านของลุงจิน ซึ่งมีอาชีพรับจ้างขับรถแทรกเตอร์ในหมู่บ้าน
“ลุงจินคะ! ลุงจิน! เสี่ยวอวี่หมดสติไปจนป่านนี้ยังไม่ฟื้นเลย ฉันอยากพาลูกไปส่งโรงพยาบาล ช่วยพวกเราหน่อยเถอะนะคะ”
จางอวิ๋นม่านแอบล้วงเงินจำนวน 10 หยวนออกมาจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือของลุงจิน
“ดูพูดเข้าสิ บ้านใกล้เรือนเคียงกัน ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า” ลุงจินที่ตอนแรกทำท่าจะปฏิเสธ เพราะรถแทรกเตอร์เป็นของมีค่าและใช้งานไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเห็นเงินในมือก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
เสียงเครื่องยนต์ดังตึกๆ แล้วรถแทรกเตอร์พ่วงท้ายก็นำพาสี่คนแม่ลูกมาถึงโรงพยาบาลอันจิ่งในที่สุด
“คุณเป็นแม่ของเด็กคนนี้ใช่มั้ย? ทำไมถึงพามาโรงพยาบาลช้าขนาดนี้? ดูแผลที่หัวของเธอสิ ตอนนี้เริ่มเป็นหนองแล้ว ถ้าพามาช้ากว่านี้อีกแค่วันเดียว ก็เตรียมรับศพเธอกลับไปได้เลย!” ผู้อำนวยการหวังที่เพิ่งทำการตรวจดูบาดแผลของหลินเสี่ยวอวี่เสร็จ ถึงกับพูดขึ้นมาด้วยความโมโหจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่
"รีบๆไปจ่ายค่ารักษา จะได้ทำแผลให้เสร็จๆ คนป่วยจะต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลก่อน" หวังจวินเหรินพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก พร้อมกับโบกมือไล่ด้วยความหงุดหงิดไม่ต่างจากการไล่ยุงไล่แมลงวันเลยสักนิด
แม้ว่าหมอหวังจะแสดงออกมาเช่นนั้น แต่จางอวิ๋นม่านกลับไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจออกมาเลย เพราะเธอตระหนักดีว่า นี่เป็นความผิดของเธอเอง และเธอก็เกือบทำให้ลูกสาวตัวน้อยต้องเสียชีวิต
【โชคดีที่แม่ช่วยหนูไว้ได้】
【วันนี้ที่แม่เตะก้นสั่งสอนนังแก่นั่นไปตั้งหลายที สะใจซะจริงๆ!】
【หนูรักแม่ที่สุดในโลกเลยค่ะ】
จางอวิ๋นม่านที่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย คราวนี้เธอได้ยินเสียงในใจของลูกสาวคนเล็กอย่างชัดเจน ทำให้เธอถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
เธอค่อยๆลูบไล้แก้มซีดขาวของลูกสาวตัวน้อยอย่างอ่อนโยน พร้อมกับปลอบประโลมว่า "เสี่ยวอวี่จ๊ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอนะจ๊ะ"
【พ่อเหรอ? หมายถึงไอ้ชาติชั่วนั่นใช่มั้ย? หนูไม่ต้องการพ่อแบบนั้น! พ่อนี่ล่ะคือต้นตอปัญหาของทุกๆเรื่อง!】
คุณอาจจะชอบ





