ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์พี่เลี้ยงเด็ก

แวมไพร์พี่เลี้ยงเด็ก

ฉู่หลิง แวมไพร์จากอนาคตถูกส่งตัวย้อนอดีตสู่แคว้นต้าหยวนหลังการทดลองเปลี่ยนแวมไพร์ให้เป็นมนุษย์ นางต้องสูญเสียพลังและเผชิญความหิวโหยท่ามกลางกลุ่มเด็กกำพร้าในหอนางโลมร้าง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องอดทนเป็นมนุษย์นานถึง 3 ปีเพื่อรอพลังกลับคืนมา แผนการสร้างกองทัพแวมไพร์จึงเริ่มจากการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อนางต้องขายซาลาเปาประทังชีวิตและรับมือกับโจวเฉิง ผู้นำหน่วยตรวจการผู้กุมอำนาจลับที่เข้ามาแทรกแซง ท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม นางจะปกป้องแหล่งอาหารและทวงคืนความยิ่งใหญ่ได้สำเร็จหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

จากข้อความของเจ้าของโลงศพคนก่อนกล่าวไว้ เขาสร้างอักขระเคลื่อนย้ายเหล่านี้ไว้ที่ฝาโลงศพเก่าแก่ ในช่วงที่มนุษย์ใช้กระสุนเงินไล่ล่ากวาดล้างแวมไพร์และกำลังเริ่มโครงการสร้างเขตปลอดแวมไพร์ขึ้นมา

นางคาดว่ารุ่นพี่แวมไพร์ผู้นี้คงจะถูกมนุษย์กำจัดก่อนที่จะหาแวมไพร์สาวบริสุทธิ์มาทดลองใช้โลงศพเทเลพอร์ตนี้ จึงไม่เคยมีแวมไพร์คนไหนรับรู้ถึงช่องทางนำไปสู่แหล่งอาหารอันโอชะในสถานที่ใหม่ และหากเจ้าของโลงมีชีวิตอยู่เขาก็จะได้รู้ว่าการคาดเดาของเขานั้นกำลังจะเป็นจริงในรุ่นของนาง

มนุษย์สร้างอาณาเขตปลอดแวมไพร์ที่ปิดกั้นด้วยกระจกหนา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและยังสามารถคิดค้นการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ให้เติบโตได้ในระยะเวลาอันสั้น พวกเขามีอาหาร มีเทคโนโลยี ใช้ชีวิตตัดขาดจากแวมไพร์โดยสิ้นเชิงอยู่ในเรือนกระจกขนาดมหึมา ในขณะที่ส่งผู้พิทักษ์ออกมากวาดล้างแวมไพร์ไปพร้อมๆ กัน

แวมไพร์รุ่นก่อนหน้านางยังพอค้นหามนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ในโลกภายนอกได้บ้าง อย่างเช่นตัวนางเองก็ถูกแวมไพร์กัดเมื่ออายุได้ 12 ปี เมื่อนางเติบโตขึ้นจำนวนมนุษย์ที่อยู่โลกภายนอกเขตก็ลดน้อยลงไปจนแทบไม่เหลือ มีเพียงสัตว์ที่ถูกแวมไพร์ปล่อยให้แพร่พันธุ์อยู่ภายนอกไว้ดื่มเลือดให้คลายความกระหายได้เท่านั้น 

และในที่สุดก็มาถึงยุคที่มนุษย์คิดค้นวิธีการรักษาแวมไพร์ให้กลับเป็นคนปกติได้ขึ้นมาได้ และนางก็เป็นหนึ่งในแวมไพร์หลายร้อยคนที่ถูกนำตัวมาทดลองเป็นรุ่นแรก หากยารักษาประสบความสำเร็จ โลกมนุษย์ก็จะไม่เหลือแวมไพร์อีกเลยในไม่ช้า

“ฮ่าๆๆ เยี่ยมไปเลย ทีนี้ข้าก็จะเป็นแวมไพร์คนเดียวในสถานที่แห่งนี้ ข้าจะมีเลือดมนุษย์สดๆ ให้ดื่มกินทั้งวันทั้งคืนไม่หวาดไม่ไหว!” หญิงสาวแลบลิ้นเลียริมฝีปากอีกครั้ง แต่อันที่จริงนางก็ทำท่าไปอย่างนั้นล่ะ นางไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจะมีความกระหายเลือดเลยสักนิด

“รออีกสามปี พอหมดฤทธิ์ยาข้าต้องรีบดื่มเลือดมนุษย์ก่อนจะครบกำหนด 6 เดือน ทีนี้ข้าก็จะกลับมามีพลังเหมือนเดิม!!" 

ยาที่นางถูกฉีดเข้าไปในร่างกายยังยั้งความกระหายเลือด รวมทั้งระงับพลังทุกอย่างของแวมไพร์เอาไว้ได้เป็นเวลา 3 ปี และเมื่อครบกำหนด 3 ปี ภายใน 6 เดือนต่อจากนั้นหากแวมไพร์ไม่ได้ดื่มเลือดมนุษย์เลย ก็จะกลับกลายเป็นมนุษย์ได้โดยสมบูรณ์ 

ฉู่หลิงเพิ่งจะถูกฉีดยามาเมื่อเช้า แล้วก็ถูกจับใส่โลงจับยัดเข้าไปในห้องควบคุมพิเศษภายในสถาบันวิจัย ประตูห้องควบคุมจะถูกเปิดออกโดยตั้งเวลาเอาไว้ 3 ปี 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้แวมไพร์หาทางหนีออกมาดื่มเลือดได้

แต่เป็นเพราะความซุกซนของนางทำให้เสี้ยนตำมือ เลือดแวมไพร์สาวพรหมจรรย์เปิดการทำงานของอักขระบนฝาโลงแล้วก็ส่งนางมาที่นี่นั่นเอง หญิงสาวสรุปเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว

หญิงสาวผลักประตูห้องหินออกมาหากลุ่มเด็กชายหญิงตัวกระเปี๊ยกอีกครั้งด้วยท่าทางเบิกบานใจสุดฤทธิ์ 

“ข้ารู้แล้วล่ะว่าข้ามาจากไหน ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหนหรือ”

“เราอยู่ในป่านอกเมืองสือเจีย เพียงแค่ข้ามลำธารไปไม่ไกลก็ถึงบ้านของพวกเราที่เรียกว่าหอหงไถ พี่สาวอยากไปกับพวกเราหรือไม่ แล้วที่นี่เป็นบ้านของท่านเช่นนั้นหรือเจ้าคะ" เจียวจูกล่าวพลางมองไปที่ประตูหิน 

เจียวจ้านไม่ได้มีมารยาทเท่ากับพี่สาวของตน เขาวิ่งไปที่ประตูหินที่พี่สาวคนสวยเดินออกมาเมื่อครู่อย่างอยากรู้อยากเห็น 

“เอ๋ ทำไมเปิดไม่ได้เล่า?” เด็กชายใช้ทั้งมือทั้งเท้า ทั้งแผ่นหลังพยายามดันประตูหินที่เมื่อครู่พี่สาวผลักออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีแล้วก็ยังไม่สามารถทำให้ผนังหินอันแข็งแกร่งนี้ขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย

“พวกเจ้าลองไปช่วยเขาดูสิ” ฉู่หลิงก็ไม่เข้าใจเช่นกัน หากว่าตนยังมีพลังพิเศษของแวมไพร์อยู่ก็ไม่แปลก เพราะพละกำลังตนมีมากกว่ามนุษย์อยู่แล้ว แต่นางถูกระงับพลังด้วยฤทธิ์ยาอยู่เรี่ยวแรงก็เท่ากันกับมนุษย์ปกติ เหตุใดระหว่างนางกับเด็กชายจึงมีความสามารถในการเปิดประตูหินต่างกัน

เด็กชายในกลุ่มมีอยู่ 3 คน พวกเขามีอายุใกล้เคียงกับเจียวจ้าน อาสาไปช่วยสหายของตนทันที

“เปิดไม่ได้” เด็กชายสี่คนพยายามอยู่หลายครั้งจนใบหน้าแดงก่ำ ก็ยังเปิดไม่ได้

“ไม่ต้องลองแล้วล่ะ กลับมานี่เถิด” ฉู่หลิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ นางเข้าใจว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับการปกป้องโลงศพโบราณโลงนั้น และน่ามีเพียงสายเลือดแวมไพร์ที่สามารถเข้าใกล้โลงศพได้นั่นเอง

“เล่าเรื่องเมืองสือเจียกับหอหงไถบ้านเจ้าให้ข้าฟังสักหน่อยสิ แล้วพวกเจ้าทั้งหมดนี่เป็นพี่น้องกันหรือไง พ่อแม่ก็ช่างขยันเหลือเกินเนาะ" หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น อย่างน้อยก็ควรจะรู้สถานการณ์ของสถานที่ที่นางจะกลายมาเป็นผู้ล่าอันดับหนึ่งในเวลาอีกไม่กี่ปี

“พวกเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันทั้งหมด แต่ก็มีบางคนที่เป็นพี่น้องแท้ๆ กันอย่างข้าและน้องชายเจียวจ้าน” เจียวจูในฐานะพี่ใหญ่เริ่มอธิบายเรื่องราวในฝั่งของตนออกมาทีละน้อย

สถานที่แห่งนี้คือเมืองสือเจีย แคว้นต้าหยวน เป็นหนึ่งใน 17 แคว้นใหญ่บนแผ่นดิน ชายป่าแห่งนี้รวมทั้งหอหงไถอยู่นอกเขตกำแพงเมืองสือเจียบนอำเภอซิ่งอันซึ่งมีเขตแดนติดกับกำแพงเมืองจึงมีความเจริญพอสมควร

ที่แท้เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งเอาไว้ลำพังในหอนางโลมหงไถ ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน

หอคณิกาหงไถถูกก่อตั้งจากการลงทุนร่วมกันของขุนนางหลายคน เมื่อสามปีก่อนขุนนางเหล่านั้นต่างก็ถูกจับกุมในคดียักยอกทรัพย์และคดีร้องเรียนอีกหลายคดีจนถูกยึดทรัพย์สินและถูกจองจำ หอหงไถซึ่งเป็นของส่วนรวมของขุนนางหลายคนจึงถูกยึดไปเป็นของทางการ 

หอหงไถจำต้องปิดตัวลงไปเพราะทางการจะเลี้ยงดูหรือเปิดกิจการหาเงินเข้าหลวงก็ไม่เหมาะ แม่เล้าและนางโลมทุกคนได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ และเลือกทิ้งบุตรชายหญิงซึ่งไม่ได้ตั้งใจให้เกิดแต่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในหอหงไถในฐานะแรงงานได้เปล่าเอาไว้ ด้วยหวังจะออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่หรือทำงานหาเงินโดยไม่มีภาระติดตัว

ฉู่หลิงนั่งฟังเจียวจูเล่าเหตุการณ์ไปพลางก็เพ้อฝันไปพลาง เด็กพวกนี้เป็นกำพร้า!! นั่นหมายความว่าอะไรเล่า!! หมายความว่าพวกเขาไม่มีผู้ปกครองมาคอยดูแลชีวิตและความปลอดภัย อีกไม่นานนางก็เลือกจับกินพวกเขาได้สบายๆ เลยใช่หรือไม่!!

“พี่สาวท่านน้ำลายไหลแล้วขอรับ” เด็กชายตัวผอมแห้งคนหนึ่งเดินเข้ามาเช็ดน้ำลายที่มุมปากให้พี่สาวคนงาม

“พี่สาวมาอยู่กับพวกเราเถิดเจ้าค่ะ ท่านก็ไม่มีครอบครัวเหมือนพวกเราใช่หรือไม่” หลิ่วจีเด็กหญิงตัวน้อยไม่เคยเห็นสตรีคนใดงดงามเท่าพี่สาวเสียสติตรงหน้านี้มาก่อนเลย ยิ่งมองนางก็ยิ่งอยากอยู่ใกล้พี่สาวคนงามผู้นี้

เจียวจ้านส่งสัญญาณเรียกให้พี่น้องมาสุมหัวรวมตัวกันอีกรอบภายนอกอุโมงค์

“พวกเรา ถึงพี่สาวจะสติไม่ค่อยดีแต่นางงามมากนะ ปล่อยนางไปก็อาจถูกคนชั่วร้ายข่มเหงรังแกเอาอีก พวกเราช่วยกันเลี้ยงนางไว้ก่อนเถิด” ร่างผ่ายผอมหลายร่างจูงมือกันไปแอบกระซิบกระซาบเบาๆ แต่เสียงของพวกเขาก็ยังดังพอให้อีกฝ่ายได้ยินชัดเจน

‘เด็กมนุษย์บ้า!! ข้าก็แค่ไม่ได้เห็นอาหารโอชะเช่นพวกเจ้ามานานก็เท่านั้นเองย่ะ!' ฉู่หลิงบ่นอุบอิบอยู่ในใจ รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายข้างมุมปาก 

ก้อนเนื้อขาวๆ 10 ก้อนอยู่เบื้องหน้าแวมไพร์สาว แต่ตอนนี้เขี้ยวนางก็ไม่มี จะไปเจาะคอดูเลือดผู้ใดได้ คงต้องอดทนเลี้ยงดูเด็กมนุษย์ผอมแห้งพวกนี้ให้เติบโตอ้วนพีผลิตเลือดเนื้อเยอะไว้ให้นางดื่มกินในอนาคต ระหว่างรอให้ยาหมดฤทธิ์นางก็อาศัยอยู่ในหอหงไถร่วมกับเด็กๆ ไปก่อนก็แล้วกัน หญิงสาวคิดในใจ

ท่าทางล้วงมือคลำหาเขี้ยวในปากของฉู่หลิง รวมกับนางพยายามเช็ดน้ำลายข้างริมฝีปากแดงที่ไหลย้อยลงมาบนพื้น ครู่หนึ่งพี่สาวคนงามก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับมองพวกตนด้วยสายตาพิลึกพิลั่น ทำให้เด็กๆ ยิ่งเวทนาสงสารฉู่หลิงยิ่งกว่าเดิม

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HWS” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HWS
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย หนีอดตายแต่ได้ระบบสุดเทพ!
7.5
เมื่อโชคชะตาบีบบังคับให้เผชิญกับความหิวโหยในโลกที่ทรัพยากรขาดแคลน การมีชีวิตรอดแต่ละวันช่างยากลำบาก ร่างกายผ่ายผอมกำลังนำพาเขาไปสู่ความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในวินาทีที่สติกำลังดับวูบเพราะความอดอยาก เสียงปริศนาก็ดังขึ้นพร้อมการตื่นขึ้นของระบบสุดยอดที่ไม่มีใครเทียบ ระบบนี้ไม่เพียงมอบหนทางรอด แต่ยังมาพร้อมพลังอำนาจที่พลิกผันโชคชะตา จากคนที่ต้องคุ้ยหาเศษอาหาร เขาต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมระบบเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่และเอาชนะอุปสรรค การเดินทางหนีตายจึงเปลี่ยนเป็นการผจญภัยสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย นางร้ายของท่านเสนาบดี
9.4
ซูหนี่คือนักแสดงเจ้าบทบาทที่ประสบอุบัติเหตุจากการถูกแฟนละครไล่ล่าจนเสียชีวิต ทว่าวิญญาณกลับหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของนางร้ายในบทละครที่เธอเพิ่งรับเล่น ซึ่งเป็นสตรีที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมวางยาจนได้แต่งงานกับบัณฑิตหนุ่มจ้าวหนิงหลง แต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคือในโลกนี้เธอมีลูกน้อยวัยสามขวบถึงสองคนติดสอยห้อยตามมาด้วย ซูหนี่จึงต้องหาทางดิ้นรนแก้ไขชะตากรรมเพื่อหนีจากความตายตามบทละครที่กำหนดไว้ให้ได้ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นนี้
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน
7.9
เมื่อพี่ชายของมนตราคือต้นเหตุที่ทำให้คนรักของโดมต้องจบชีวิตอย่างน่าสลด เขาจึงกลับมาเพื่อชำระแค้นและมอบบทลงโทษที่แสนเร่าร้อนให้เธอเป็นการตอบแทน ทว่าเธอกลับไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นแม่มดผู้มีมนตรามหาเสน่ห์ที่ร่ายเวทให้เขาตกหลุมพรางแห่งความปรารถนาจนยากจะถอนตัว แม้จะพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและยึดมั่นในความเกลียดชังเพียงใด แต่หัวใจของซาตานร้ายกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์อันเย้ายวนจนไม่อาจต้านทานรักครั้งนี้ได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย การเริ่มต้นใหม่ของอดีตจอมมาร
9.0
โชคชะตาเล่นตลกส่งชายหนุ่มจากโลกปัจจุบันย้อนเวลากลับไปสู่ร่างของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ทว่าท่ามกลางสถานการณ์บีบคั้นที่ยากจะหลีกเลี่ยง เขาจึงจำเป็นต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงด้วยการปลอมตัวเข้าไปเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลหลิน ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่เคยห้ำหั่นกับจอมมารมาอย่างยาวนาน การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะที่คาดไม่ถึงท่ามกลางเหล่าศัตรูจึงอุบัติขึ้นพร้อมกับความขัดแย้งที่ต้องเผชิญในโลกแฟนตาซีแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย The End of Love สิ้นสุดทางรัก
9.3
ฉางอี้หง หญิงสาวผู้มีโฉมงามและกลิ่นกายหอมประหลาด มีร่างกายพิเศษที่สามารถสมานบาดแผลให้หายสนิทได้โดยไร้ร่องรอย เธอตกหลุมรัก ต้วนชางหลาง คู่หมั้นหนุ่มตั้งแต่แรกเห็นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ท่ามกลางความคลั่งรักที่โหมกระหน่ำ ชายหนุ่มเฝ้ารอคอยวันนี้มาแสนนานเพื่อที่จะได้ครอบครองและมอบสัมผัสรักอันเร่าร้อนให้แก่เธอเพียงผู้เดียว ทว่าภายใต้พรสวรรค์อันเหนือธรรมชาติและความสัมพันธ์ที่ดูดดื่มนี้ ชะตากรรมที่รอคอยหญิงสาวผู้แสนพิเศษคนนี้จะเป็นเช่นไรต่อไป