ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์พี่เลี้ยงเด็ก

แวมไพร์พี่เลี้ยงเด็ก

ฉู่หลิง แวมไพร์จากอนาคตถูกส่งตัวย้อนอดีตสู่แคว้นต้าหยวนหลังการทดลองเปลี่ยนแวมไพร์ให้เป็นมนุษย์ นางต้องสูญเสียพลังและเผชิญความหิวโหยท่ามกลางกลุ่มเด็กกำพร้าในหอนางโลมร้าง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องอดทนเป็นมนุษย์นานถึง 3 ปีเพื่อรอพลังกลับคืนมา แผนการสร้างกองทัพแวมไพร์จึงเริ่มจากการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อนางต้องขายซาลาเปาประทังชีวิตและรับมือกับโจวเฉิง ผู้นำหน่วยตรวจการผู้กุมอำนาจลับที่เข้ามาแทรกแซง ท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม นางจะปกป้องแหล่งอาหารและทวงคืนความยิ่งใหญ่ได้สำเร็จหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 1

ถ้ำลึกลับภายในป่านอกเมืองสือเจีย

ร่างงามในโลงศพสลักลวดลายวิจิตรบรรจงเก่าแก่ค่อยๆ แง้มฝาโลงออกมาช้าๆ ก่อนจะชะโงกศีรษะออกมามองดูบรรยากาศรอบกายที่ผิดแผก ความมืดทำให้หญิงสาวต้องปรับสายตาพยายามเพ่งมองสิ่งรอบกายโดยอาศัยแสงสว่างที่มีเพียงน้อยนิด

“อะไรกันเนี่ย!!” แวมไพร์สาวนามฉู่หลิงในชุดผู้ป่วยสีขาวตัวยาวหลวมโพรก ก้าวออกจากโลงศพออกมา สิ่งแรกที่นางรู้สึกแตกตื่นที่สุดย่อมเป็นสถานที่มืดอับชื้น แตกต่างจากห้องทดลองภายในสถาบันวิจัย ที่ตนได้เห็นก่อนเข้าไปนอนในโลงชั่วเวลาไม่กี่นาทีก่อนหน้าลิบลับ

ฉู่หลิงเอื้อมมือคลำผนังหินข้างตัวพร้อมกับก้าวเท้าออกไปสำรวจพื้นที่ช้าๆ นางมองเห็นลำแสงสายหนึ่งเล็ดลอดมาจากซอกหินเป็นแนวยาว และเป็นแสงสว่างเดียวที่ทำให้ตนยังพอมองเห็นภาพภายในถ้ำมืดทึบแห่งนี้ได้

นางรีบพาตัวเองเข้าไปหาลำแสงสายนั้นแล้วออกแรงผลักแผ่นหินขนาดใหญ่ด้วยหวังจะให้มีแสงสว่างเพิ่มขึ้นมาสักเล็กน้อย

“ครืด..ดดด”

หญิงสาวเข้าใจได้ในทันทีว่าแท้จริงแล้ว แผ่นหินที่ควรจะมีน้ำหนักมากแผ่นนี้มีกลไกซึ่งออกแบบให้เป็นประตูมันจึงถูกเปิดออกได้อย่างง่ายดาย และเมื่อนางก้าวออกมาแผ่นหินก็เคลื่อนตัวกลับไปยังตำแหน่งเดิม หากมองดูจากภายนอกก็ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่ามันคือประตูเข้าออกถ้ำลึกลับแห่งหนึ่ง

ภายนอกถ้ำที่ฉู่หลิงเพิ่งจะก้าวออกมาก็ยังคงเป็นเส้นทางอุโมงค์กว้างขวางที่มีความยาวไม่มากนัก ปากอุโมงค์นางมองเห็นแสงสว่างจ้ามีต้นไม้และเถาวัลย์ที่ปิดปากอุโมงค์ไว้อีกชั้น ภายในอุโมงค์มีร่องรอยของกองไฟและหญ้าแห้งคล้ายว่าอุโมงค์แห่งนี้เคยมีคนมาพักผ่อนชั่วคราวเพื่อหลบฝนหรืออะไรสักอย่าง แต่ดูจากเถาวัลย์ที่รกเรื้อหนาตาก็คงไม่มีผู้ใดเข้ามาในอุโมงค์นี้นานแล้วเช่นกัน

ด้วยความสับสนจากสถานที่แปลกประหลาด แวมไพร์สาวรีบมุ่งตรงไปยังแสงสว่างนอกอุโมงค์เบื้องหน้า นางใช้มือแหวกเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันกับกิ่งไม้จนแน่นออกมาจากปากอุโมงค์ได้อย่างยากลำบากไม่น้อย ก้าวเท้าออกมาได้สองก้าวเสียงแหบแห้งของมนุษย์ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง

“โอ..สวรรค์!! เจ้าป่าเจ้าเขาให้พรพวกเราหรือไรนี่!! หญิงงามร่างกายเปลือยเปล่าราวกับเทพธิดาเช่นนี้มาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไรกัน!” 

ฉู่หลิงเบ้ปากไปคราวหนึ่ง มารดาเจ้าเถิด! เปลือยเปล่าตรงไหน? ข้าก็สวมใส่เสื้อผ้าอยู่ชิ้นหนึ่งชัดๆ แม้จะไม่มีชุดชั้นในก็ตาม!! ส่วนเรื่องความงามแน่ล่ะ นางเป็นแวมไพร์สาวนะยะ ย่อมมีใบหน้าและรูปร่างงดงามเย้ายวนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

นางเห็นบุรุษร่างผอมโซสองคนยืนฉีกยิ้มจนเห็นฟันสีเหลืองเป็นคราบจนเกือบจะเป็นสีน้ำตาล แถมยังแต่ละคนยังมีความผิดปกติบนร่างกาย คนหนึ่งเดินขาเป๋อีกคนก็มีแขนเดียว ทั้งสองรีบพาใบหน้าหื่นกระหายสกปรกของพวกเขาเข้ามาหานางอย่างเร่งรีบ

“น้องสาวผู้นี้ มายืนอยู่กลางป่าเขาเพียงลำพังเจ้าไม่กลัวสัตว์ร้ายหรืออย่างไรกัน เจ้าคงหลงทางและได้รับความลำบากมาไม่น้อยสินะ ไปพักที่กระท่อมของเราสองคนสักคืนเป็นไร”

บุรุษแขนเดียวเอ่ยปากถามอย่างย่ามใจ หญิงชาวบ้านปกติแล้วถ้าพบเห็นพวกตนสองคน หากไม่แสดงท่าทางรังเกียจแล้วรีบเดินหนี ก็จะด่าทอขว้างปาสิ่งของขับไล่ตนทั้งสองให้ออกห่าง แต่แม่นางคนงามผู้นี้กลับมองสำรวจตนสองคนไปมาจนพวกเขาขนลุกไปทั่วร่าง ไม่แน่ว่านางอาจชมชอบของแปลก!!

ฉู่หลิงไม่ได้เห็นมนุษย์มานาน นางถึงกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากแดงด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ตัดสินใจยืนนิ่งรอให้เหยื่อมาติดกับ แต่ว่า..มนุษย์สองคนนี้ทำไมถึงพูดจาแปลกๆ แล้วยังสกปรกโสโครกจนเกินเบอร์ พวกเขาย่อมไม่ใช่คนในเขตปลอดแวมไพร์ และไม่น่าจะเป็นพวกผู้พิทักษ์ หรือเขาเป็นกลุ่มมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ภายนอกเขตปลอดแวมไพร์? แวมไพร์สาวใคร่ครวญเงียบๆ อยู่ในใจ

“โอ..โอ..ไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ฮี่ๆๆๆๆ” สองสหายใช้มือจับไปที่ข้อมือของคนงาม เห็นนางไม่หลบหลีกก็แทบไม่อยากเชื่อว่าพวกตนจะมีโอกาสได้สัมผัสผิวเนื้อนวลเนียนของหญิงงามเช่นนี้

ฉู่หลิงหน้ามุ่ยไปเล็กน้อยรู้สึกสะอิดสะเอียนกับกลิ่นเหม็นบนร่างกายของบุรุษทั้งสอง แต่นางก็ยังทำเฉย ก่อนที่จะถูกผู้พิทักษ์จับตัวมานางเคยได้ดื่มเพียงเลือดสัตว์อย่างหนู นกและแม้กระทั่งเลือดสุนัข คราวนี้จะได้ดูดเลือดมนุษย์ที่หลงออกมาจากเขตปลอดแวมไพร์เป็นครั้งแรกทั้งที นางยอมทุกอย่าง!!

จังหวะที่ชายแขนเดียวเอียงคอสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นจากร่างงาม ฉู่หลิงก็ฉวยโอกาสใช้มือข้างหนึ่งล็อกศีรษะบุรุษตัวเหม็นผู้นั้นไว้มั่น อีกมือก็กดไปที่ช่วงบ่าผ่ายผอมของเขา ริมฝีปากอ้าจนกว้างงับเข้าไปที่ลำคอของบุรุษแขนเดียว!

“อูย..นังหนู ไม่คิดว่าเจ้าจะร้อนแรงเช่นนี้ มามะ! พวกเราสองคนจะสนองคืนให้สาสมใจเจ้าเลยทีเดียว” ชายแขนเดียวสัมผัสได้กับความชื้นแฉะจากริมฝีปากบางที่สัมผัสอยู่บนลำคอของตน เขาถึงกับขนลุกชันขึ้นมาทั้งตัว 

แวมไพร์สาวพยายามจะฝังเขี้ยวลงบนลำคอของอีกฝ่าย แต่ฟันที่เรียบเป็นเส้นตรงของนางไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ความรู้สึกสะอิดสะเอียนกลับเข้ามาแทนที่ 

ฉู่หลิงรีบถุยน้ำลายลงพื้น ความรู้สึกขมคอคลื่นเหียนจนอ้วกแทบพุ่งพลันบังเกิดกับนางพร้อมกับสติก็กลับคืนมาโดยพลัน

“ชิบแล้ว!! ข้าลืมไปได้อย่างไรว่าข้าถูกกดพลังเอาไว้ เขี้ยวเล็บก็ไม่มี!"

แวมไพร์สาวรู้ตัวเวลานี้ก็สายไปเสียแล้ว บุรุษสองคนช่วยกันดึงร่างของนางล้มลงกับพื้น คนหนึ่งยึดสองมือนางเอาไว้มั่น อีกคนก็ขึ้นคร่อมบนตัวดึงชุดคลุมตัวยาวถึงข้อเท้านางสูงขึ้นจนเลยเข่าขึ้นมาแล้ว นางไม่ได้ใส่ชุดชั้นในนะ!!

“ช่วยด้วย!! เจ้าหน้าที่ คุณหมอ ช่วยข้าด้วย พวกเขากำลังจะข่มเหงตัวทดลองของพวกคุณอยู่นะ” ฉู่หลิงพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างหนัก เรี่ยวแรงอันน้อยนิดที่ไม่สามารถมัดไก่ได้ด้วยซ้ำของนาง มีหรือจะทัดทานบุรุษกักขฬะสองคนเอาไว้ได้

อีกด้านหนึ่งภายในป่าไม่ไกลจากบริเวณปากอุโมงค์เท่าใดนัก

“เจียวจ้าน เจ้าได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยหรือไม่?” เจียวจูเด็กหญิงวัย 12 ปีเงยหน้าขึ้นจากการขุดเอาผักป่ามาทำเป็นอาหาร

“ข้าได้ยิน พี่สาวเสียงมาจากทางนั้นไม่ไกลเท่าไร พวกเราไปดูกันหน่อยเถิด” เจียวจ้านเด็กชายวัย 10 ปีหันมาโบกมือส่งสัญญาณให้กับพี่น้องอีก 8 คนด้านหลังให้วิ่งตามกันไป

ภาพการดิ้นรนของสตรีผู้หนึ่งกำลังนอนคว่ำหน้าล้มลุกคลุกคลานตะเกียกตะกายดึงต้นหญ้าบนพื้นดิน พยายามหลบหนีจากการดึงรั้งของบุรุษอีกสองคนปรากฏต่อหน้าเด็กชายหญิงทั้งสิบ

หากเป็นผู้อื่นเด็กกลุ่มนี้อาจจะไม่ยอมเอาตัวไปเสี่ยงเรื่องของชาวบ้าน แต่ไอ้คนตัวเหม็นสองคนนี้เป็นคนต่างถิ่นที่อยู่ดีๆ ก็เข้ามาแย่งหาอาหารในป่าจากพวกเขาไปเมื่อสองวันก่อน ซ้ำยังข่มขู่จะทำร้ายหากพบเจอพวกตน วันนี้เจียวจูจึงพาพี่น้องมาหาผักป่าด้วยกันนับสิบคนเพื่อป้องกันตัว 

“คนเลว ปล่อยพี่สาวผู้นั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เจียวจูส่งเสียงดังมาแต่ไกล 

สองสหายเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียง เห็นกลุ่มเด็กหลายคนวิ่งกรูมาทางพวกตนครู่เดียวก็เกือบจะถึงตัวอยู่แล้ว สองสามคนในนั้นพวกตนเคยพบเห็นว่ามาหาของป่าอยู่เมื่อสองวันก่อน 

“ไอ้เด็กเหลือขอ เราสองคนบอกแล้วอย่างไรถ้าพวกเจ้าเข้ามาเก็บของในป่านี้ไปกินอีก เราจะตีให้ตาย!” บุรุษแขนเดียวผละออกจากร่างฉู่หลิงปล่อยให้สหายขาพิการที่ยังมีสองแขนสมบูรณ์จับข้อมือหญิงสาวเอาไว้แน่น

“มาสิ พวกเราเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในหอหงไถ หากเจ้าจะตีก็ต้องตีพวกเราให้ตายทุกคน ขอเพียงเราคนใดคนหนึ่งหลุดรอดไปได้ เราจะไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทางการให้มาจับตัวพวกเจ้าสองคนไปตัดหัว!” เจียวจู กระแทกกิ่งไม้ในมือลงบนพื้นดินแรงๆ คราวหนึ่งเป็นการข่มขู่

“พวกเจ้าเป็นเด็กจากหอหงไถเช่นนั้นหรือ?”

ฉู่หลิงไม่รู้ว่ามนุษย์กลุ่มนี้พูดคุยอะไรกันอยู่ นางรู้สึกว่าภาษาพูดของพวกเขาฟังทะแม่งๆ ชอบกล และนางไม่รู้จักหอหงไถอะไรนั่นสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าคนชั่วสองคนนี้จะเกรงกลัวชื่อนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เวลานี้คนที่จับมือสองข้างของนางเอาไว้ถึงกลับเผลอปล่อยนางให้เป็นอิสระ

ฉู่หลิงรีบวิ่งมาทางกลุ่มเด็กมนุษย์ทันทีที่ลุกขึ้นยืนได้มั่นคง สนใจในคำพูดของเด็กหญิงเมื่อครู่

“มีหอสังเกตการณ์อยู่แถวๆ นี้หรือ” แวมไพร์สาวรีบถามออกมาเป็นคำแรก ไม่สนใจมนุษย์ชั่วสองคนนั้นแล้ว 

เป็นไปได้ว่าหอหงไถที่มนุษย์เหล่านี้กำลังพูดถึงกันอยู่ก็คือหอสังเกตการณ์ตรวจจับแวมไพร์อย่างนาง อีกไม่นานพวกเขาคงจะมาจับตัวนางกลับลงโลงไปอีกครั้งแน่นอน 

แต่ขอโทษ! ไม่ต้องมาจับนางก็พร้อมจะลงโลงไปด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว ยามที่ไร้พลังและเขี้ยวเล็บเช่นนี้การนอนอยู่ในโลงศพย่อมปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอกเยอะ!

เจียวจ้านถึงกับยกมือขึ้นมาเกาหัวตัวเองยิกๆ ไม่เข้าใจว่าหอสังเกตการณ์ที่พี่สาวคนงามว่านั้นคือที่ใด ส่วนเด็กชายหญิงตัวเล็กๆ ที่เหลือต่างก็รีบดึงมือฉู่หลิงให้มารวมกลุ่มกับพวกตนโดยใช้ร่างเล็กๆ ของพวกเขาบดบังครึ่งท่อนล่างของนางที่ชายผ้าขาดวิ่นจนเห็นช่วงขาขาวนวลราวกับหิมะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ
7.9
เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์พาฬนิล
8.9
เมื่อเสือดำหนุ่มอย่างเฮยอวิ้นได้พบกับหญิงสาวที่บุกรุกเข้ามาถึงถิ่นที่อยู่ของเขาโดยไม่คาดคิด ท่ามกลางพันธสัญญาโบราณที่แบ่งแยกโลกของมนุษย์และสัตว์ป่าออกจากกันอย่างชัดเจนมาแสนนาน การปรากฏตัวของเจ้าสาวปริศนาคนนี้กลับปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น เฮยอวิ้นเฝ้ามองเหยื่ออันโอชะด้วยความหิวกระหาย พร้อมที่จะลิ้มรสชาติแสนหวานที่ก้าวเข้ามาหาเขาเองถึงที่ในฐานะอาหารมื้อพิเศษที่ยากจะปฏิเสธได้
หน้าปกนวนิยาย ยอดรักจิ้งจอกมาร
9.2
กงอวิ๋นเทียน รองแม่ทัพแห่งเป่ยซีได้รับบาดเจ็บกลางสมรภูมิและถูกช่วยชีวิตโดยหญิงเก็บสมุนไพรลึกลับ แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่เขากลับตกหลุมรักนางอย่างลึกซึ้ง ทว่าความรักที่เปี่ยมด้วยตัณหาและการครอบครองกลับกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายนางอย่างสาหัสโดยไม่ตั้งใจ ความเห็นแก่ตัวบดบังความจริงที่ว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วนางคือปีศาจจำแลงกายมา บทสรุปของความสัมพันธ์ต้องห้ามท่ามกลางสงครามแคว้นจึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะเลือนหาย
หน้าปกนวนิยาย สนมเอกอย่างข้า สง่างามเหนือผู้ใด
9.3
ท่ามกลางวังหลังที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล สนมเอกผู้เลอโฉมกลับครองตนอย่างเย็นชาโดยไร้ซึ่งความสิเน่หาต่อองค์จักรพรรดิ แม้ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่จะพยายามหักห้ามใจและรักษาความเยือกเย็นเพียงใด แต่สุดท้ายพระองค์กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดที่น่าค้นหา จนตกหลุมพรางแห่งความรักที่นางวางไว้อย่างไม่อาจถอนตัวได้ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งไร้ใจแต่ฝ่ายหนึ่งกลับคลั่งรักจึงเริ่มต้นขึ้นในฐานะสนมเอกผู้สง่างามเหนือใครในแผ่นดิน
หน้าปกนวนิยาย พระชายามาเฟีย สะท้านวัง
8.0
โชคชะตาจากจารึกโบราณนำพาไป๋หลันฮวา ทายาทมาเฟียสาวผู้ฉีกทุกกฎเกณฑ์ให้ย้อนเวลาสู่ยุคราชวงศ์โจวเพื่อพบกับโจวโยว่เฉิง อดีตรัชทายาทและแม่ทัพในตำนาน แม้เธอจะพยายามใช้ชีวิตสุจริตในฐานะดาราควบคู่กับการเป็นหัวหน้าแก๊งผู้แม่นปืน แต่พลังลึกลับกลับบีบให้เธอต้องแบกรับภารกิจสำคัญในการทวงคืนบัลลังก์และรื้อฟื้นความเป็นมนุษย์ให้แก่บุรุษผู้เย็นชา เพื่อสานต่อพันธนาการแห่งรักที่ถูกลิขิตไว้ข้ามสหัสวรรษท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจอันดุเดือด