ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์

เชลยรักพิทัก์บัลลังก์

แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 3

สองพี่น้องฝาแฝดเดินออกมาข้างนอกห้อง ลูน่าโฮ่วทู่นั่งลงไปที่เก้าอี้ รินชาใส่จอกส่งให้เสด็จพี่ของตนเอง ก่อนจะรินให้ตนเองบ้าง

“เสด็จพี่แน่ใจหรือว่า อวิ๋นหรงหยางผู้นั้นจะเป็นหมากที่ดี ข้าว่าเขาอ่อนแอไปสักหน่อย”

“ผิดแล้วโฮ่วทู่น้องพี่ องค์ชายเชลยผู้นี้มิได้อ่อนแอแม้แต่น้อย ข้ากลับมองว่าเขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างหาผู้ใดเทียบมิได้เชียวล่ะ” ลูน่าโฮ่วทู่มองรอยยิ้มที่มุมปากของพี่ชายฝาแฝดตนเอง ก็ขมวดคิ้วขึ้น ดูเหมือนเสด็จพี่จะเชื่อมั่นในตัวขององค์ชายต่ำต้อยผู้นั้นยิ่งนัก เสด็จพี่เชื่อทว่านางไม่เชื่อ

“หากแข็งแกร่งจริงจะปล่อยให้ตนเองถูกทำร้ายอยู่ทุกวันได้อย่างไร หากเป็นข้าผู้ใดรังแกข้า ข้าจะตอบโต้กลับคืนเป็นเท่าตัว” แน่นอนว่าองค์หญิงเช่นนางทำได้ ทว่าเชลยอย่างอวิ๋นหรงหยางมิอาจทำได้

“เช่นนั้นเจ้าก็คอยดูต่อไปเถิด มิใช่ว่าเจ้าช่วยเหลือคนมาแล้วหรอกหรือ ยังมีเวลาให้เจ้าพิสูจน์อีกมากมายนัก หากเป็นหมากดีเราก็เก็บเอาไว้ หากมิใช่ก็ทิ้งไปเสีย” ในเมื่อช่วยมาแล้ว จะบอกว่าทิ้งก็ทิ้งได้อย่างไร นั่นคนทั้งคนมิใช่ลูกหมาลูกแมวเสียหน่อย ลู่น่าโฮ่วทู่แย้งอยู่ในใจ

“นั่นเพราะท่านมักจะเอ่ยถึงบ่อย ๆ อีกอย่าง ข้าเองก็รังเกียจองค์ชายสามโฮ่วหนานนัก หึ! คิดว่ามารดาเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อแล้วอย่างไร ก็เป็นได้เพียงนางสนมต่ำต้อยเท่านั้น”

“โฮ่วทู่ หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง จะพูดสิ่งใดระวังวาจาเอาไว้บ้าง บัดนี้ตระกูลของเสด็จแม่ถูกเสด็จพ่อกดต่ำลงเรื่อย ๆ แล้ว เจ้าอย่าได้สร้างเรื่องให้ท่านตาต้องลำบากอีก”

“ก็เพราะยกตระกูลนังจิ้งจอกซางกวนเมี่ยวขึ้นมาแทนมิใช่หรือ หึ!” มือเรียวกระแทกจอกชาลงบนโต๊ะ เศษกระเบื้องบาดมือจนเลือดไหลออกมา ยิ่งคิดถึงการกระทำของเสด็จพ่อ ลูน่าโฮ่วทู่ก็ยิ่งแค้นเคือง เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล [ พอเสร็จสิ้นภารกิจ ก็ทำร้ายบุคคลสำคัญที่เคยช่วยเหลืองานของตน[1] ผู้มีส่วนสำคัญถูกกำจัดออกเมื่อหมดผลประโยชน์

] หากมิใช่ท่านลุงใหญ่ ยกทัพไปพร้อมเสด็จพ่อ จะยึดเมืองเหนือต้าอวี่ได้หรือ ข้ารังเกียจการกระทำเช่นคนขี้ขลาดเช่นนี้นัก” ลูน่าโฮ่วยี่ถอนหายใจพลางส่ายหน้า ความหวาดระแวงของฮ่องเต้มิใช่เพิ่งมี ยิ่งอยู่เหนือผู้คนมากเพียงใด ความหวาดระแวงก็ยิ่งมากขึ้นตามมา

อย่าว่าแต่ลูน่าไทซงฮ่องเต้จะระแวงญาติฝ่ายฮองเฮาเลย แม้แต่พระโอรสเช่นองค์ชายรองลูน่าโฮ่วยี่ที่เกิดจากครรภ์ของฮองเฮา ก็ระแวงและป้องกันอย่างแน่นหนา ก็ดูจากที่ยกองค์ชายใหญ่โฮ่วนั่วพระโอรสที่เกิดจากสนมเอกซางกวนเมี่ยว ขึ้นมากดหัวองค์ชายรองทุกเรื่องนั่นอย่างไรเล่า

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พี่น้องฝาแฝดคู่นี้ หาทางป้องกันเอาไว้ก่อนหรือ ราชวงศ์เซียนเป่ยมิได้สืบทอดบัลลังก์จากลำดับเช่นเดียวกับราชวงศ์ต้าอวี่ ถึงแม้วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของทั้งสองแคว้นจะคล้ายคลึงกัน ทว่ากษัตริย์แห่งทุ่งหญ้าจะส่งมอบบัลลังก์ให้กับพระโอรสที่แข็งแกร่ง แต่กระนั้นเหล่าขุนนางเก่าแก่ก็ยังคงยึดตามหลักจารีตเดิม รัชทายาทสมควรจะมาจากพระมารดาของแผ่นดินเท่านั้น เพราะอย่างนั้น องค์ชายทั้งหลาย ทั้งสายตรงและสายรองต่างก็ขับเคี่ยวกันอย่างลับ ๆ และโจ่งแจ้ง ยิ่งเหล่าองค์ชายสู้รบกันเองมากเท่าไร ลูน่าไทซงฮ่องเต้ก็ยิ่งสบายพระทัยมากเท่านั้น

“เอาเถอะไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ถึงอย่างไรความโปรดปรานที่เสด็จพ่อมีให้พระธิดาอย่างเจ้าก็เป็นเรื่องจริง เจ้าควรจะยึดเอาไว้ให้มั่น ส่วนองค์ชายเชลยผู้นั้น เจ้าจะรับไว้ก็ดี ไม่รับไว้ก็แล้วแต่เจ้าจะตัดสินใจ”

“เหตุใดเสด็จพี่ไม่พาตัวเขากลับตำหนักไปด้วยเล่า” ถึงแม้นางจะเป็นคนยื่นมือเข้าไปช่วย ทว่าก็ทำไปเพราะทนเห็นโฮ่วหนานรังแกคนไม่ได้ แต่นางมิได้ใส่ใจคิดจะเลี้ยงดูอีกฝ่ายแม้แต่น้อย นางไม่ชอบคนอ่อนแอ บุรุษที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีชีวิตที่ดีได้ องค์ชายโฮ่วยี่ได้ยินคำพูดของน้องสาวก็ส่ายหน้า

“ทำเช่นนั้นไม่ได้ แค่นี้เสด็จพ่อยังระแวงข้าไม่มากพออีกหรือ หากข้านำตัวองค์ชายเชลยกลับไปเพื่อช่วยเหลือ มิใช่เพื่อกลั่นแกล้ง แสดงพ่อย่อมต้องคิดว่าข้ากับเขาร่วมมือกัน มีเพียงอยู่กับเจ้าเท่านั้นเขาจะปลอดภัย”

“ได้! เช่นนั้นข้าจะรับเอาไว้”

“ดี เจ้ารีบไปทำแผลที่มือเถิด เลือดออกเยอะมากแล้ว” ลูน่าโฮ่วทู่มองฝ่ามือที่โลหิตไหลออกมา จากนั้นก็เบ้ปากยักไหล่ขึ้น แผลเล็กน้อยไกลหัวใจนัก

กำลังจะยกมือขึ้นเลีย ก็พลันได้ยินเสียบางอย่างด้านหลังเสียก่อน นางรีบหันกลับไปมอง ก็เห็นองค์ชายเชลยกำลังเดินออกมา โดยมีนางกำนัลเดินตามมาติด ๆ

องค์หญิงสามโฮ่วทู่มองร่างผอมบาง ทว่าแผ่นหลังเหยียดตรง ใบหน้าหล่อเหลามีเพียงความเฉยชา ก็พลันถอนหายใจออกมา เสด็จพี่กล่าวไว้ว่า ให้เขาดูแลนางให้ดี นางมีชีวิตที่ดีหนึ่งวัน เขาก็จะมีชีวิตอยู่ต่อหนึ่งวันเช่นกัน แต่ดูจากรูปร่างแล้ว เพียงแค่ถูกผลักทีเดียวก็คงล้มลงไปแล้ว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาปกป้องนางกัน

“เหตุใดเจ้าไม่นอนพักในห้อง หรือว่ายังขาดเหลือสิ่งใด แจ้งกับอาจูไปหามาให้ นางเป็นคนของข้า ข้ามอบหมายให้นางดูแลเจ้า”

“ขอบพระทัยองค์หญิงโฮ่วทู่ กระหม่อมไม่ขาดสิ่งใด เท่านี้ก็รบกวนมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ดวงตาคมหลุบต่ำลง ในห้องที่องค์หญิงสามจัดเตรียมให้เขาดีห้องพักหลังคอกแพะเสียอีก ห้องนั้นมีเพียงหลังคาหลบแดด ทว่ามิได้มีผนังบังลมบังฝนได้ อาหารที่กินแต่ละมื้อมีเพียงเศษผักเท่านั้น และยิ่งไม่ได้ดีไปกว่าตำหนักเย็นที่เขาเคยอยู่ในแคว้นต้าอวี่

อวิ๋นหรงหยางนึกถึงตำหนักที่ต้าอวี่ ฮ่องเต้ชั่วตั้งใจจะแก้แค้นเสด็จพ่อผ่านทางเขา ดังนั้นตำหนักที่เขาอาศัยอยู่จึงมีเพียงเรือนพัง ๆ หลังหนึ่ง ถ่านไม้มิเคยได้ส่งเข้ามา ในเรือนหนาวเย็นยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็ง อาหารการกินก็ต่ำต้อยยิ่งกว่าขันทีในวัง เทียบกับที่นี่แล้ว ห้องที่องค์หญิงสามจัดให้ดีเสียยิ่งกว่านัก ในขณะที่ความคิดกำลังจมดิ่งถึงอดีต ทว่าหยดเลือดที่พื้นก็เรียกสติให้ชายหนุ่มกลับคืนมา

“องค์หญิงมือพระองค์บาดเจ็บหรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอดูได้หรือไม่” ลู่น่าโฮ่วทู่ไม่คิดว่าอวิ๋นหรงหยางจะสังเกตเห็นบาดแผลตนเอง นางยักไหล่ขึ้น แต่ก็ยอมยื่นมือไปตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่สนใจ

อวิ๋นหรงหยางกล่าวขออภัยที่ล่วงเกิน ก่อนจะประคองมือเล็ก ๆ นั้นถึงมา เขาใช้ปลายเล็บค่อย ๆ ดึงเอาเศษกระเบื้องออกมาอย่างตั้งใจ เขาเอ่ยปากสั่งอาจูนางกำนัลด้านหลัง โดยที่ไม่ได้หันไปมองเลยแม้แต่น้อย

“อาจูเจ้าไปหยิบเครื่องมือทำแผลมาให้ข้า ขอสุราฤทธิ์แรงมาให้ข้าด้วยหนึ่งกา”

“เจ้าจะดื่มสุราหรือ บาดแผลที่หลังเจ้ายังไม่หาย ไม่สมควรดื่ม” ถึงกลับกล้าขอสุรายามนี้ ดูท่าองค์ชายลูกแกะจะโง่เขลาเสียจริง เสด็จพี่ของนางคิดผิดเสียแล้ว

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ สุราเอามาล้างแผลให้พระองค์ กระหม่อมต้องดึงเศษกระเบื้องออกมาให้หมด ไม่เช่นนั้นมือนี้จะอักเสบเป็นหนองได้” ทว่าคำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้นางทั้งตกใจและแปลกใจ

“เจ้าถึงกับเป็นหมอด้วยหรือ” อวิ๋นหรงหยางส่ายหน้า ริมฝีปากประดับไปด้วยรอยยิ้ม แก้มด้านขวากดลึกเป็นรอยบุ๋มยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าองค์ชายเชลยดูทั้งหล่อเหลา และงดงามราวกับเทพเซียน

“บาดเจ็บบ่อยก็รักษาเองเป็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงไปนั่งก่อนดีหรือไม่” ลูน่าโฮ่วทู่พยักหน้าเดินนำไปนั่งลงบนเก้าอี้

อาจูไปไม่นานก็นำเอาอุปกรณ์ทำแผลมาวางไว้ให้ และถอยไปยืนข้างผนังราวกับเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง

“อาจจะแสบเล็กน้อย”

“ทำไปเถิดแผลเล็กน้อยนับว่าเป็นอะไรได้”

“ถึงอย่างไรพระองค์ก็เป็นสตรี สตรีใดบ้างอยากมีรอบแผลบนร่างกายเล่าพ่ะย่ะค่ะ” ลูน่าโฮ่วทูเกร็งตัวขึ้น แต่กระนั้นก็รีบกลบเกลื่อนไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวทุ่งหญ้ามิได้ทำจากกระเบื้องเคลือบ ต่อให้บาดเจ็บมากกว่านี้ ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด ทว่าองค์ชายลูกแกะทำราวกับนางคือหยกบอบบางชิ้นหนึ่ง ในใจก็เกิดระลอกคลื่นลูกเล็กๆ ขึ้นมาก ทว่าเพียงลมหายใจหนึ่งคลื่นนั้นก็สลายไป

************************

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JER” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JER
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เมีย(ไม่)พลอยโจน
8.2
คนทั้งโลกอาจมองว่าเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งอย่างนัสรินน่าเวทนา แต่สำหรับปราณต์เขารู้ทันว่านี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับน้องชายเขาเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย เมื่อเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลก เขาก็พร้อมสลัดคราบชายแสนดีกลายเป็นซาตานเพื่อทำลายความสุขในชีวิตคู่จอมปลอมนี้ แม้นัสรินจะพยายามขอหย่าเพื่อจบปัญหา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ โดยประกาศกร้าวว่าจะมอบบทเรียนให้เธอเป็นแม่หม้ายที่สมบูรณ์แบบก่อนจะแยกทางกัน เพื่อให้สมกับความเจ้าเล่ห์ที่เธอได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
8.6
เมื่อเสือสองตัวต้องมาเผชิญหน้าในถิ่นเดียวกัน ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอผู้เกลียดชังความเจ้าชู้กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มที่เธอแสนรังเกียจ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นให้เธอต้องร้ายและแกร่งเพื่อความอยู่รอด คำสบประมาทจากปากเขาที่ไล่เธอให้กลับไปนอนดูดนมยิ่งสุมไฟแค้นให้เธออยากปะทะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความหมั่นไส้และการแย่งชิงอาณาเขตจะลงเอยอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมก้มหัวให้กันในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนปรารถนา
8.7
ท่ามกลางพงไพรเขียวขจีที่เป็นฉากหลังของการหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือด ความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางอันตราย ก่อเกิดเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนและรุนแรงในป่าลึก สองร่างกายและหัวใจถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว แม้ภารกิจหนีตายจะสิ้นสุดลงและทั้งคู่ได้ก้าวพ้นชายป่าออกมาแล้วก็ตาม แต่เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โชติช่วงกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงไปง่ายๆ ตามระยะทางที่ผ่านพ้นมา
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสิเน่หามายาลวง
8.5
เมื่ออดีตอันขมขื่นระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้รินดาไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีก เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิจารณ์และล่วงเกินเธอด้วยการโวมกอด เธอจึงตอบโต้ด้วยการตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้จัดการจนเขาสิ้นฤทธิ์กองกับพื้น แม้เขาจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่รินดากลับมีเพียงความรังเกียจและคำด่าทอในใจ เธอพร้อมจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ยอมให้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจกลับเข้ามาแตะต้องตัวเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักแดนทราย
9.0
เคียงเดือน นางแบบสาวผู้ดิ้นรนทำงานหนักเพื่อล้างหนี้ให้บิดา เดินทางมาไกลถึงดินแดนเบเดน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอพบกับนาคิน ชายหนุ่มจอมเผด็จการที่เต็มไปด้วยอคติ เขาไม่เพียงแต่ดูถูกว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ แต่ยังกล่าวหาว่าเธอคือนกต่อของกลุ่มก่อการร้ายร้ายแรง เคียงเดือนถูกเขาจับกักขังเพื่อเค้นความจริงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อความอดทนถึงขีดสุดจากการถูกยัดเยียดข้อหาและอำนาจมืด เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่ออิสรภาพและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง