ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักเพียงใจ

รักเพียงใจ

เพียงใจจำใจรับคำเชิญไปร่วมงานแต่งงานของน้ำตาล เพื่อนสนิทที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับวิชญ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ภายนอกเธอจะฝืนยิ้มตอบตกลง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เมื่อผู้ชายที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวคนนั้นคือพ่อของลูกในท้องที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เธอจะรวบรวมความกล้าหอบลูกไปเผชิญหน้ากับเขาในฐานะแขกได้อย่างไร ในเมื่อความจริงที่ซ่อนอยู่ช่างเจ็บปวดและบีบคั้นหัวใจเกินกว่าจะแบกรับไหว
ตอน
แชร์

ตอน 2

“พี่คิดอะไรอยู่ถึงได้จะหมั้นกับยัยทับทิมนั่น”

วิชญ์ถามญาติผู้พี่ที่เอาแต่นั่งหน้าเครียดตลอดเวลาในร้านอาหารมีชื่อที่เพิ่งเปิดให้บริการ สายตาของวิชญ์ลอบมองผู้ช่วยของเขาไปพลาง หงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นหน้าเพียงใจ คิดผิดหรือไม่ที่รับเอาผู้ช่วยที่บิดาสรรหามาให้มาช่วยงานเขา ก่อนจะหันไปทางธรรศอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเปิดปากตอบอย่างเนือยๆ

“ไม่ได้คิดอะไร แค่เคยรับปากเสี่ยไว้ว่าจะดูแลลูกเขา”

“เขาให้ดูแล คงไม่ได้ให้เอาลูกเขาทำเมียมั้งพี่”

“ยังไงทับทิมก็ต้องแต่งงานอยู่ดี”

ธรรศพูดจบยกแก้วเบียร์ขึ้นสาดของเหลวสีอำพันเข้าลำคอด้วยความหนักใจ

“นั่น เสี่ยณุพาสาวที่ไหนมาอีกวะพี่ ท่าทางหงิมๆ เงียบๆ แต่สวยชะมัดเลย”

วิชญ์เรียกให้ธรรศดู แล้วก็เห็นใบหน้าของญาติผู้พี่คล้ายกรุ่นไปด้วยความโกรธ เลยถามขัดอารมณ์ร้อนๆเอาไว้ก่อน

“เออ แล้วสรุปพี่จะให้ผมช่วยเรื่องอะไร”

ธรรศหันกลับมามองหน้าญาติสนิท ยกแก้วที่พนักงานเพิ่งรินเครื่องดื่มเติมขึ้นจิบจนหมดแล้วอธิบายถึงเรื่องที่ต้องการให้ช่วยเหลือ สายตาดำดุก็เอาแต่มองหญิงสาวหงิมๆเงียบๆที่มากับวิษณุไม่วางตา จนวิชญ์ผุดรอยยิ้มออกมาในที่สุดเมื่อคลับคล้ายคลับคลาว่าหญิงสาวคนนั้นคือใคร

“ติดต่อตามเบอร์นี้ ถามทางนั้นว่ายังขายอยู่ไหม แล้วนัดวัน เตรียมเช็คไปให้พร้อมเลย”

วิชญ์สั่งการรวดเดียวจบ เมื่อแยกออกมาจากธรรศเพื่อกลับขึ้นรถของตนเอง เพียงใจรักษาความเร็วในการตามและระยะห่างระหว่างนายจ้างกับตนเองได้แม่นราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด จนวิชญ์อดเหลือบตามองด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“เลิกงานแล้ว จะกลับบ้านเลยก็เชิญ แยกกันตรงนี้”

“แต่คุณลุงบอกให้ส่งคุณจนถึงบ้านก่อนค่ะ ถึงกลับได้”

วิชญ์เบือนหน้าขรึมๆของเขามาถาม แม้ไม่ได้ตะคอกตะคั้นแต่น้ำเสียงนั่นฟังรู้ว่าไม่สบอารมณ์อยู่พอควร “ต้องอาบน้ำ ป้อนนม กล่อมนอนด้วยไหม”

“ก็ถ้าคุณต้องการ”

วิชญ์ปรายตามองหญิงสาวอย่างให้รู้ความนึกคิดของตน หากเป็นคนอื่นคงหน้าชาไปแล้วกับสายตาของเขา เพราะวิชญ์นั้นขึ้นชื่อนักกับการแสดงออกทางสีหน้าท่าทางมากกว่าจะใช้คำพูดกระโชกโฮกฮาก แต่เขาที่ว่าเก่งแล้วกลับมีคนที่ทำท่าจะเหนือกว่า จะใคร ก็อย่างยัยเด็กเส้นของพ่อเขานี่ไง

เพียงใจมองตอบมาอย่างที่ปิดเร้นความรู้สึกได้เก่งกว่าเขาเปิดเผยออกไปเสียอีก

วิชญ์ต้องสูดลมหายใจระงับความดันโลหิตที่ค่อยๆทะยานขึ้นมาเพราะคนตรงหน้า แล้วเปิดประตูรถหรูของตนที่มีเพียงสองที่นั่งขึ้นขับ ออกตัวพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าทันที โดยไม่สนใจว่าผู้ช่วยหน้าเดียวของเขาจะกลับอย่างไร

เพียงใจขยับแว่นตามองตามไฟท้ายรถสีส้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นต่อสาย รายงานกับคนทางนั้นจนเรียบร้อย ถึงมองซ้ายขวาหาทางพาตัวเองกลับบ้าน โชคดียังเป็นของเธออยู่บ้าง ก็พอดีได้เจอกับอิทธิที่เดินออกมาจากด้านในร้าน

“ไง...เที่ยวที่แบบนี้ด้วยหรือเรา” คนทักทักอย่างคนคุ้นเคยกันดี

อิทธิเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทของเพียงใจ อายุห่างจากพวกเธอหลายปีพอควร แถมบ้านยังอยู่ละแวกเดียวกันอีกด้วย เขาเป็นคนอัธยาศัยดีพูดคุยเข้าใจง่ายอยู่พอตัว

“มาทำงานน่ะค่ะพี่อิทธิ” เพียงใจตอบไปตามความจริง

“ห้าทุ่มห้าสิบเนี่ยนะ ทำงาน”

“ค่ะ งาน” ยิ้มน้อยๆก่อนบอกเสียงเนือยๆ

“แล้วนี่จะกลับยังไง”

“เพียงขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ”

“มาสิ”

ใบหน้าติดเรียบเฉยมีเพียงมุมปากที่ขยับยกขึ้นหน่อยหนึ่งให้ดูรู้ว่ายิ้มแล้ว ค่อยตรงไปเปิดประตูรถขึ้นนั่งข้างกับอิทธิออกตัวไปจากลานจอดในเวลาต่อมา คนที่วนรถกลับมาอีกรอบงึมงำอยู่คนเดียวในห้องโดยสาร เมื่อเห็นว่าร่างเล็กๆกำลังปีนขึ้นรถโฟร์วีลอยู่พอดี

“หึ! หน้าตาแบบนั้นหาคนไปส่งได้ด้วย เด็กคุณนนท์นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ”

เพียงใจกลับถึงบ้านของอรสาตอนที่เลยเที่ยงคืนไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว และแปลกใจที่ไฟในบ้านยังเปิดอยู่

หญิงสาวพักอยู่กับอรสา อรสาเป็นพี่สาวแท้ๆของมารดาของเธอ

มารดาผู้มีร่างกายอ่อนแอเสียชีวิตไปเมื่อตอนเธอสอบเข้าในมหาวิทยาลัยได้พอดี ท่านปิดบังอาการป่วยและโรคร้ายเสียสนิท ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งพี่สาวอย่างอรสา จนทนต่อความทรมานของโรคไม่ไหวจากไปในที่สุด ไม่ทันได้ยลความสำเร็จที่เธอจบการศึกษามาได้ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเสียด้วย บิดานั้น จำได้ว่าเคยถามหาเมื่อตอนเด็กๆครั้งเดียว ท่านว่าเขาไปมีครอบครัวใหม่แล้ว หลังจากนั้นเธอก็ไม่ถามถึงอีกเลย ดีที่มารดามีเงินประกันจากการเสียชีวิตของท่านมากพอจะส่งให้เธอได้เรียนจนจบโดยไม่ลำบากใครๆ โดยมีอรสาเป็นผู้ปกครองของเธอหลังจากสิ้นมารดา

“กลับมาเสียดึกเชียว”

เสียงดังมาจากโซฟาตัวเดียวที่กลางบ้านตอนที่เพียงใจปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยแล้ว

คนทักเป็นหญิงอายุย่างห้าสิบปี ที่ยังดูสวยเจ้าหล่อนรักษาทรวดทรงได้อย่างดีเยี่ยม ใบหน้ายังดูสาวสด ทายอายุที่สามสิบปลายๆถึงสี่สิบต้นๆก็ยังได้ อย่างไม่น่าเกลียดเสียด้วย

เคล็ดลับของท่านเวลาคนถามก็คือไม่มีสามีไม่มีลูกไม่มีครอบครัว

ทำให้ไม่ต้องคอยครุ่นคิดเครียด กับใครจึงไม่แก่

เพียงใจมองผ่านแว่นตอบผู้เป็นป้า “เพิ่งเสร็จงานค่ะ”

“งานอะไรของแกดึกป่านนี้” ท่านละมือจากการสครัปที่ข้อศอกขึ้นมามองหน้าเธอ อรสายิ้มมุมปาก มือขัดวนที่ข้อศอกก่อนเอ่ยปากตามใจคิด “หรืออีตาคุณวิชญ์อะไรนั่นยังไม่เลิกแยกเขี้ยวใส่แกอีก”

ได้ยินความคิดของคนเป็นป้า ทำเอาเพียงใจอ่อนอกอ่อนใจกับความคิดของอีกฝ่าย “ป้าสาคะ…”

“ทำไมยะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อธิษฐานรัก
9.8
ท่ามกลางความเงียบเหงาในโลกยุคปัจจุบัน หญิงสาวคนหนึ่งได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม เธอวิงวอนขอให้โชคชะตานำพาให้ได้พบกับรักแท้ที่เฝ้าคอยมานาน พร้อมทั้งปรารถนาจะได้พบเจอเนื้อคู่ที่ดีเพื่อเข้ามาเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไป การเริ่มต้นของคำอธิษฐานที่แสนเรียบง่ายนี้กำลังจะนำพาเธอไปสู่เส้นทางแห่งความรักที่หัวใจโหยหาในแบบที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตสาวโสดของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย อสูรเผด็จรัก
8.7
ปรางอินท์จำต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่อ เมื่อภาคินอสูรร้ายในคราบมนุษย์ใช้บทรักอันเร่าร้อนเป็นกรงขังเพื่อแก้แค้นให้พี่ชาย เขาเหยียดหยามว่าพรหมจรรย์ของเธอไร้ค่าและเทียบไม่ได้กับความผิดของพี่สาวเธอ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนและหาทางหนี แต่เขากลับขู่เข็ญด้วยภยันตรายรอบไร่กว้างและใช้ชีวิตพี่สาวเธอเป็นตัวประกันบีบให้เธอต้องยอมจำนนอยู่ใต้ประกาศิตของเขาตลอดกาล ท่ามกลางไฟแค้นที่แผดเผาหัวใจจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี
หน้าปกนวนิยาย จุมพิตสีกุหลาบ
8.6
แพรดาวตกใจสุดขีดเมื่อถูกเดรกขโมยหอมแก้มจนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้น ทว่าอุบัติเหตุกลับทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงบนเตียงในท่าทางที่ชวนใจสั่น เมื่อสาวน้อยพยายามขัดขืนและผลักไสแผงอกแกร่งที่ขวางกั้นไว้ ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยมือแต่เลือกที่จะกักขังเธอไว้ใต้ร่างพร้อมประกาศกร้าวว่าจะสั่งสอนคนปากดีด้วยจุมพิต แม้เธอจะพยายามยกมือขึ้นบังริมฝีปากไว้ แต่สายตาคมกริบที่จ้องมองมากลับทำให้แพรดาวต้องรู้สึกร้อนหนาวด้วยความหวั่นใจในรสสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น
หน้าปกนวนิยาย กลยุทธ์ลับเปลี่ยนคุณหนูตกอับเป็นเศรษฐีนี
9.1
จากอดีตผู้จัดการร้านเหล้าผู้ล่วงลับ สู่ร่างของเหอหลี่น่า คุณหนูตกอับที่เผชิญมรสุมชีวิต ทั้งครอบครัวถูกโกงและคู่หมั้นทรยศไปแต่งงานกับหญิงอื่น แม้โชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้เธอฟื้นคืนชีพมาพบความลำบาก แต่เธอก็ตั้งมั่นจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งให้จงได้ ทว่าท่ามกลางความทะเยอทะยานกลับมีจ้าวหวังหย่งเข้ามาพัวพัน แม้เขาจะยืนกรานขอรับผิดชอบและแต่งงานกับเธอหลังจากความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่หญิงแกร่งอย่างเธอกลับปฏิเสธเสียงแข็งและเลือกที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง
หน้าปกนวนิยาย เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เมื่อเอื้อมพัฒน์ เชฟหนุ่มสุดฮอตเจ้าของฉายาพ่อเสือร้ายผู้รักสนุกและไม่เคยคิดผูกมัดกับใคร กลับมาสะดุดตาเด็กฝึกงานสาวอย่างศุรตาจนเกิดเป็นความสนใจที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของเพลย์บอยตัวฉกาจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอดีตที่ขมขื่นและเบื้องหลังอันดำมืดของเขากำลังตามหลอกหลอน อีกทั้งปมความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยอันตรายยังพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อเพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ให้พังทลายลง