ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักเพียงใจ

รักเพียงใจ

เพียงใจจำใจรับคำเชิญไปร่วมงานแต่งงานของน้ำตาล เพื่อนสนิทที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับวิชญ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ภายนอกเธอจะฝืนยิ้มตอบตกลง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เมื่อผู้ชายที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวคนนั้นคือพ่อของลูกในท้องที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เธอจะรวบรวมความกล้าหอบลูกไปเผชิญหน้ากับเขาในฐานะแขกได้อย่างไร ในเมื่อความจริงที่ซ่อนอยู่ช่างเจ็บปวดและบีบคั้นหัวใจเกินกว่าจะแบกรับไหว
ตอน
แชร์

ตอน 3

ได้ยินความคิดของคนเป็นป้า ทำเอาเพียงใจอ่อนอกอ่อนใจกับความคิดของอีกฝ่าย “ป้าสาคะ…”

“ทำไมยะ”

“อย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ”

“เฮอะ ทำงานงกๆ แก่ตายก็ไม่รวย ทำไมแกไม่ประจบเก่งๆ เขาจะได้รักแกเอ็นดูแก...เสียแรง ฉันอุตส่าห์”

เพียงใจคร้านจะฟังต่อ “เพียงไม่ได้อยากรวยนี่คะ”

“คิดอะไรเด็กๆ นี่แกเรียนจบ มีงานมีการทำแล้วนะ แกต้องคิดเผื่ออนาคตด้วย ว่าจะอยู่แบบไม่ลำบากได้ยังไง”

“แบบที่ป้าสาทำน่ะหรือคะ”

“ฉันทำอะไร”

“หนูขอล่ะค่ะ ป้าอย่าไปสนิทกับคุณลุงอานนท์นักจะได้ไหมคะ คนไม่รู้จะเอาไปพูดกันได้”

“พูดว่ายังไง”

“หนูว่าป้าสารู้แก่ใจดีนะคะ เรื่องนี้”

“เช๊อะ ทำมาสำบัดสำนวนกับฉัน” อรสาสะบัดหน้า ไม่พอใจที่เพียงใจมายุ่งเรื่องของตน เพียงใจเองก็ใช่ว่าจะดูไม่ออก เธอเข้ามานั่งใกล้ๆอรสาแล้วว่าเสียงอ่อน

“เพียงสงสารภรรยาคุณลุงหรอกค่ะ ไม่อยากให้ใครมาว่าป้าสาด้วย”

“ทำไม ยัยนั่นเป็นอะไร แกถึงต้องไปสงสาร” อรสาไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายแสดงท่าทีห่วงใยตน แต่กลับถามไปถึงบุคคลที่สามเสียนั่น

“ก็เห็นว่าเข้าโรง’บาลค่ะ เพียงรู้แค่นั้น”

“ฮึ ดี สม” สามคำสั้นๆจากปากอรสา บ่งบอกถึงความคิดที่มีต่ออีกฝ่าย เพียงใจอดเรียกรั้งคนเป็นป้าเอาไว้ไม่ได้ “ป้าสาคะ”

“อะไรของแกอีกยัยเพียง”

“หนูขอนะ อย่าไปยุ่งกับสามีคนอื่น มันบาป”

อรสาไม่ได้รับปากหลานสาวของตน ทั้งยังคิดไว้ในใจคนเดียวว่าต้องหาโอกาสไปเยี่ยมคนที่ป่วยอยู่บ้างเสียแล้ว เข้าโรงพยาบาลอย่างนั้นหรือ ป่วยหนักๆเข้าวัดไปเลยยิ่งดี!

“รับข้าวต้มสักหน่อยนะคะคุณสำลี เดี๋ยวม้อยจะพาออกไปนั่งเล่นข้างนอก”

คนกล่าวเป็นหญิงที่วัยแก่กว่า เจ้าตัวรับใช้คุณสำลีมานานตั้งแต่ยังเป็นคุณหนูตัวน้อย จนออกเรือนมีบุตรก็ตามมารับใช้ไม่ห่างหายกันไปไหน ทั้งยังจงรักภักดี ห่วงหา อาทรกันมากกว่าเก่าเสียอีก

ชะม้อย หญิงรับใช้มองร่างผอมบางในชุดสวมใส่เบาสบายที่เอาแต่นอนเงียบ อยู่บนที่นอน ไม่ปริปากพูดกับใครสักคน จะกินหรือก็น้อยลงทุกวัน เข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น นี่ก็เพิ่งกลับมาเมื่อคืนวาน หากยังนอนนิ่งๆแบบนี้อีกวันหรือสองวัน ดูท่าจะต้องได้กลับเข้าไปในโรงหมอโรงพยาบาลอีกรอบแน่

“นะคะคุณ” ชะม้อยยังคงรบเร้าผู้เป็นนายไม่เลิก แต่ก็ดูท่าจะไร้ผล จึงเดินไปหยิบถ้วยข้าวต้มในถาดบนโต๊ะที่จัดวางไว้ใกล้ๆ เพื่อนำมาป้อนผู้เป็นนาย ยังไม่ทันได้หยิบถ้วยก็แว่วเสียงตึงตังและประตูห้องถูกกระชากเปิดออกพร้อมเสียงของคนมาใหม่

“คุณสำลีไม่สบายหรือ ฉันมาเยี่ยมคุณแน่ะ”

ชะม้อยละมือจากถ้วยตรงหน้าลิ่วออกมาดูคนมาใหม่ทันที

“ออกไป!” เสียงจากคนที่นอนนิ่งบนเตียง เค้นออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งปนไปด้วยความเกลียดชังอยู่ในที

“ยังมีแรงไล่อยู่เลย แสดงว่าอาการไม่หนักเท่าไรนี่คะ”

“เธอต้องการอะไร...อรสา” เสียงแหบแห้งถามเบาหวิวมาจากบนที่นอนกว้างขาวสะอาดตา

“โถ ฉันไม่ได้ต้องการอะไรหรอกค่ะคุณ ฉันมีทุกอย่างเหมือนๆกับคุณนั่นแหละ อ้อ...อาจจะมากกว่าด้วยนะคะ นี่ได้ยินว่าไม่สบายเลยอยากมาดูว่าหนักแค่ไหน”

“เห็นแล้วก็กลับไป!” เสียงที่กลั้นใจเปล่งออกมานั้นแหบแห้งด้วยว่าจวนเจียนสิ้นเรี่ยวแรงเต็มที

“ไปแน่ค่ะ ไม่ต้องไล่กันหรอก”

อรสาเข้ามาจนชิดเตียงก่อนจะโน้มหน้าลงไปจนใกล้คนป่วยกระซิบบอกบางอย่างด้วยที่ทำเอาคนที่อ่อนแรงอยู่แล้ว ตาเบิกกว้างหายใจตื้นถี่กระชั้นและหมดสติลงในนาทีถัดมา

วิชญ์จอดรถลงที่บริเวณบ้านของเป้าหมายในเวลาเกือบเที่ยง เมื่อเพียงใจรายงานไปว่าเธอนัดเจ้าของบ้านเอาไว้แล้วในวันและเวลานี้ ทันทีที่เขาดับเครื่องยนต์ที่เสียงกระหึ่มเล็กน้อย เพียงใจก็เปิดประตูก้าวลงไปยังลานบ้าน เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอคาดว่าน่าจะใช่มัชฌิมา จึงออกปากถามเป็นเชิงทักทายออกไป

“คุณอุ่นนะคะ”

เจ้าของชื่อรับคำแล้วถามกลับมา “ใช่ค่ะ ติดต่อธุระอะไรคะ”

“เห็นประกาศขายบ้านคราวก่อน ขายไปแล้วหรือยังคะ”

“อ้อ...ยังไม่ได้ขาย”

เพียงใจถามต่อทันที“เท่าไรคะ”

“สามล้านค่ะ”

ได้ยินราคา จึงหันไปสบตากับวิชญ์ พอเห็นเขาพยักหน้าให้ จึงหันไปตกลงกับเจ้าของที่ทันที“ตกลงซื้อค่ะ คุณอุ่นสะดวกรับเป็นเช็คไหมคะ”

ท่าทางของหญิงสาวเจ้าของบ้าน ดูตกใจเล็กน้อย คงแปลกใจที่ซื้อขายกันง่ายดายและว่องไวเหลือเกิน แล้วจึงได้ยินทางนั้นตอบกลับมา

“ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ”

ตกลงกับเรียบร้อย ก็กลับไปขึ้นรถดังเดิม “ที่จริงมาคนเดียวก็ได้นี่นะ” เขาว่าเหมือนกับว่าธุระเมื่อครู่นี้เสียเวลาของเขา

“ค่ะ” รับคำเขาสั้นๆอย่างเคย เพราะเธอก็คิดเอาไว้แบบนั้นเช่นกัน แต่เขาเองที่บอกว่าจะมาด้วย ไม่ใช่เธอที่เสนอความเห็นในเรื่องนี้เสียหน่อย ออกรถมาครู่เดียวก็มีเสียงดังที่เป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของวิชญ์ เขารับสายตรงที่โชว์เบอร์จากที่บ้านของมารดาในทันทีกรอกเสียงขรึมๆลงไป “ครับ” เงียบฟังปลายสายเพียงครู่ก็ได้ยินเขาถามกลับ

“ว่ายังไงนะครับ”

เขาวางสายลงด้วยดวงตาแดงกล่ำแข็งกร้าว เพียงใจเห็นกรามของเขาบดอัดกันจนแน่นราวกับโกรธใครหรือโกรธอะไรอยู่อย่างนั้น… และใครกันที่ชะตาขาดขนาดที่ทำให้คนอย่างวิชญ์โกรธได้ ก่อนจะเห็นว่าสายตาของเขาตวัดมองที่เธอชั่วขณะแล้วรถก็ทะยานพุ่งไปข้างหน้าด้วยความแรงของรถบวกกับอารมณ์ที่ดูเหมือนว่ากำลังเดือดจัดของวิชญ์ คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยอย่างเธอได้แต่ลอบเป่าลมออกจากปาก ขอให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยก็พอ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KRK” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KRK
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิษรักแฟนเก่า
7.8
เมื่ออดีตคนรักที่เคยฝากบาดแผลลึกไว้ในใจหวนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรักและความแค้นจึงถูกปลุกขึ้นมาใหม่ เขาเคยถูกเธอทำให้รักจนหมดใจแต่กลับต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ยากจะลบเลือน ในเมื่อเธอเป็นคนเลือกเดินกลับเข้ามาในชีวิตเขาเอง ครั้งนี้เขาจึงพร้อมจะตอบแทนความทรมานนั้นคืนกลับไป เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับความชอกช้ำที่แสนสาหัสและไม่มีวันลืมเลือนได้เช่นเดียวกับที่เขาเคยเผชิญมา
หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค
7.8
วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย ซูเยว่ซินทะลุมิติ1970
9.4
เมื่อเชฟสาวฝีมือดีต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันเพียงเพราะโชคร้ายติดอยู่ในเหตุการณ์ปล้นธนาคารจนโดนลูกหลงเสียชีวิต วิญญาณของเธอกลับไม่ได้ไปสู่สุคติแต่ดันทะลุมิติย้อนเวลากลับไปยังยุคปี 1970 แทน ท่ามกลางความลำบากและสภาพสังคมที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบที่มีเพื่อเอาตัวรอดในร่างใหม่และเริ่มต้นชีวิตครั้งที่สองในอดีตได้อย่างไร ติดตามการผจญภัยที่เต็มไปด้วยรสชาติและโชคชะตาที่พลิกผันได้ในเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย เก้าทางเลือก การจากลาครั้งสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียว
9.4
ชีวิตแต่งงานของฉันถูกทำลายด้วยบททดสอบเก้าข้อที่รักแรกของสามีเป็นคนบงการ พีทเลือกโซเฟียเสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาทิ้งงานศพยายหรือปล่อยให้ฉันบาดเจ็บกลางพายุเพื่อไปหาเธอที่แค่กลัวเสียงฟ้าร้อง เมื่อความอดทนสี่ปีสิ้นสุดลง ฉันจึงตัดสินใจปิดฉากความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ ในวันที่เขาพยายามเอาใจโซเฟียด้วยการเซ็นเอกสารโดยไม่ยั้งคิด เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาลงนามไปนั้นไม่ใช่สัญญาธุรกิจ แต่เป็นใบหย่าที่ฉันเตรียมไว้เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากกรงขังนี้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเจ้านายใจร้าย
9.8
เมื่อนพรดาตั้งท้องกับเจ้านายใจร้ายที่ยืนกรานว่าไม่ต้องการมีพันธะหรือรับผิดชอบเธอในฐานะภรรยา ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี แม้เขาจะยื่นข้อเสนอเพียงเรื่องเงินหรือการรับเลี้ยงเด็กโดยปราศจากความรัก แต่เธอกลับประกาศกร้าวว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังและให้เขาตายไปจากใจ หากวันใดที่ลูกต้องการพ่อ เธอพร้อมจะหาคนใหม่มาแทนที่เขา บทเรียนราคาแพงครั้งนี้คนใจดำอย่างเขาจะต้องเป็นฝ่ายเสียดายไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบร้ายพ่ายรัก
9.5
เมื่อสาวสวยวัย 30 สุดมั่นต้องมาปะทะกับ CEO หนุ่มรุ่นน้องวัย 27 ที่เธอสุดแสนจะเกลียดขี้หน้า เพราะเขามักจะคอยจับผิดและสั่งงานนอกเหนือหน้าที่อยู่เสมอ ความขัดแย้งพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อยัสซันถูกเธอถีบหน้าจนแทบล้มคว่ำ ความโกรธแค้นทำให้เขาตัดสินใจรวบตัวเธอที่กำลังดิ้นรนขัดขืนกลับไปยังเตียงกว้างเพื่อชำระความผิดที่เธอได้ก่อไว้ด้วยบทลงโทษอันเร่าร้อนตามแบบฉบับของเขาเอง งานนี้สาวปากร้ายที่เคยถือดีจะรอดพ้นเงื้อมมือของท่านประธานหนุ่มขี้แกล้งไปได้อย่างไร