
หวงรัก พันธะสวาท
ตอน 2
คืนนี้สิปรางค์ตัดสินใจค้างที่บ้าน หลังจากเค้นเอาความจริงจากปากบิดาไม่สำเร็จ
ครั้นมองย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน สิปรางค์เพิ่งจบจากการพักผ่อนที่ยุโรป หลังจากเจ้าตัวคว้าปริญญาโทด้านแฟชั่นการออกแบบที่รักจากลอนดอนได้ในระยะเวลาสั้นกว่าที่กำหนด และเธอก็ทำเซอร์ไพรส์คนเป็นพ่อด้วยการคว้า certificate ด้านการบริหารจากฮาวาร์ด ซึ่งไม่รู้ว่าเจ้าตัวแอบไปเรียนตอนไหนมาเป็นของขวัญวันเกิดให้กับท่านอีกใบ
สิปรางค์จำได้ว่าวันนั้น คนเป็นพ่อยิ้มจนแก้มปริพร้อมกับคว้ากระดาษแห่งความสำเร็จของเธอไปอวดแขกทั้งงาน น้ำเสียงที่เอ่ยตอบยามที่ทุกคนถามไถ่เกี่ยวกับลูกสาวคนเดียวนั้นเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ สุดท้ายเธอจึงได้ตั๋วเที่ยวยุโรปพร้อมกับพอคเกตมันนี่แบบอันลิมิตจากพ่อ
ส่วนของขวัญจากผู้ชายคนนั้น...พอร์ชเคย์แมนที่เธอขับ
เขาสั่งคนเอามาส่งทันทีที่เธอตื่นเช้าในวันถัดมา สิปรางค์เดินลงมาดูด้วยความโกรธกรุ่นหลังจากถูกปลุกในเวลาแปดโมงเช้า ครั้นเมื่อเห็นของขวัญชิ้นโตจากเขา เสียงกรี๊ดเลเวลสิบของเธอจะดังขึ้นนานนับนาที เมื่อพบว่ารถในฝันนั้นกำลังจอดอยู่ตรงหน้า
Porsche 718 Cayman S
สิปรางค์วิ่งวนรอบรถด้วยความตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด แล้วทันทีที่ได้กุญแจดอกสวยมาไว้ในมือ เธอรีบลองสตาร์ทอย่างไม่รีรอ...
บรื้น! ๆๆๆๆ
วินาทีนั้นเธอเหยียบคันเร่งด้วยความคึกคะนองใจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มกำลังบอกถึงสมรรถนะภาพของมัน
แบบนี้แหละ...เหมาะกับสาวนักซิ่งแบบเธอหน่อย!
สิปรางค์อมยิ้มอยู่คนเดียวได้สักพัก สวรรค์เธอก็สลาย เมื่อสายตาปะทะกับโพสต์อิทที่เบาะข้างคนขับ พร้อมกับลายมือตวัดที่เธอคุ้นเคย
'ห้ามขับเกินเก้าสิบนะครับ'
สิปรางค์จำได้ว่าตัวเองเบ้ปากเล็กน้อยกับความเร็วตามกฏหมายกำหนดนั่น แต่ใครจะสน...ถ้าเธอขับช้าเป็นเต่าคลานแบบนั้น ก็คงไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าของรถที่สามารถเหยียบได้ถึงสามร้อยแบบพอร์ชคันนี้หรอก
เพราะคนอย่างสิปรางค์...มีตังค์จ่ายค่าปรับเสมอค่ะ!
“เฮียบอกแล้วไง ว่าอย่าขับเกินเก้าสิบ”
หญิงสาวสะดุ้งโหยง เมื่อจู่ๆ สุ้มเสียงที่ไม่ปรารถนาจะได้ยินกลับขึ้นอย่างเนิบนาบ เธอหันกลับมองเขาแล้วเลิกคิ้วขึ้น เหมือนจะถามว่าเขาหมายถึงอะไร
“คะ?”
“เฮียเห็นรอยขูดที่ล้อหลังด้านขวา...”
แล้วสิปรางค์ถึงกับบางอ้อ เมื่อจำได้ลางๆ ว่าวันนั้นรีบมากจนทำให้ถอยรถไม่ทันดู มันก็เลยขูดฟุตบาทนิดหน่อย...
นิดหน่อยเท่านั้น!
“ทำไม จะเอาคืนเหรอ?” เจ้าตัวจีบปากจีบคอพูด เพราะรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่มีวันทำแบบนั้น
“เปล่า ไม่ได้อยากจะเอาคืนสักน่อย”
“แล้วจะพูดทำไมล่ะ?”
สิปรางค์กอดอก แล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ขณะทอดสายตามองไปยังรถคันโปรดที่จอดข้างแลมโบกินี่สีดำทะมึน
ท่ามกลางความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ทว่าหัวใจมันกลับอบอุ่นพิกล เมื่อตระหนักได้ว่า รถของเขาจะไม่มีวันรับผู้หญิงคนอื่น...เด็ดขาด
“ที่พูดเพราะเป็นห่วงต่างหาก ปรางค์เป็นผู้หญิง ขับรถเร็วมันอันตราย”
“ไม่ได้มีกฏห้ามผู้หญิงขับรถเร็วเสียหน่อยนี่”
สิปรางค์มองเขาตาปริบๆ ขณะที่ยังเถียงไม่เลิก แต่แทนที่ชายหนุ่มจะโกรธ เขากลับเอ็นดูเธอมากขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่นั่งแท่นรองประธานบริษัทใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าเถียงเขาสักคน ก็เห็นจะมีแต่เธอนี่แหละที่เถียงไม่เลิก
“เฮีย...ยิ้มอะไร”
“ก็...ยิ้มให้คนเถียงเก่ง กระพริบตาเก่ง...งอนเก่ง”
“เฮีย!” สิปรางค์ขึ้นเสียงใส่เขาที่ถูกยั่วโมโห แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มกริ่มแล้วขยับเข้าใกล้คนเอาแต่ใจ
เห็นแบบนั้นแล้วเธอก็เอี้ยวตัวหนี พลางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า “ปรางค์ไม่ได้เถียง ปรางค์แค่จะบอกว่าที่รถมันเป็นเพราะปรางค์รีบไง แล้วฟุตบาทมันเกะกะ...ก็แค่นั้น”
“แต่ฟุตบาทตรงนั้นอยู่มาตั้งแต่ปรางค์ยังไม่เกิดเลยนะ” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก ปรายตามองตามปลายจมูกของคนขี้งอน “ก่อนเฮียเกิดด้วยซ้ำ...”
“ก็ปรางค์บอกว่าไม่เห็นไงเล้า!”
“เฮียว่าปรางค์ขับรถไม่ระวังมากกว่า”
“เฮีย!” สิปรางค์เรียกเขาเสียงเข้ม เมื่อความไม่พอใจเพิ่มขึ้นอีกระดับ
“ปรางค์อยากได้คนขับรถให้ไหม เวลาไปไหนมาไหนจะได้สะดวก ไม่ต้องขับเอง นั่งเฉยๆ เล่นมือถือไปพลางๆ พอถึงก็เดินลงจากรถสวยๆ แบบว่า...เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ”
ชายหนุ่มเสนอให้ด้วยความหวังดี แต่หางตากลับเห็นว่าเธอแอบล้อเขาด้วยการเบ้หน้าแล้วขยับปากตามแบบไร้เสียง จริตจะกร้านของเธอก็เหลือล้น เรื่องเอาใจละก็ถือว่าที่หนึ่ง ถ้าไม่นับอาการเหวี่ยงวีนอย่างไม่ไว้หน้าใครล่ะก็ เธออาจจะน่ารักกว่านี้
แต่สำหรับเขา แบบนี้แหละจัดว่าเด็ด!
เขาชอบที่จะเห็นเธอในมุมที่คนอื่นไม่เห็น ชอบเห็นอาการหัวเสียแล้วกรีดร้องโวยวายอย่างไร้เหตุผล เพราะมันทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ในยามที่ต่อล้อต่อเถียงกับเธอและเเน่นอนว่าเธอชนะ...เพราะเขายอม
“นี่! ตัวแสบได้ยินที่เฮียพูดไหม” ชายหนุ่มขยับไปจับเรียวแขนเล็กนั่นให้หันมามองกัน เมื่อสิปรางค์เตรียมจะเดินหนีอย่างเคย
“ได้ยินแต่...ไม่เอาอ่ะ ปรางค์ไม่ชอบให้คนอื่นขับให้ มันไม่เป็นส่วนตัว”
“ปรางค์เห็นเฮียเป็นอื่นเหรอ?”
กรกันถามเสียงนุ่ม แววตาคมเข้มฉายแววตัดพ้อชัดเจน
“เฮีย?” คราวนี้สิปรางค์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ถ้าเข้าใจไม่ผิด เขาจะมาขับรถให้เธอนั่งใช่ไหม “เฮียหมายความว่ายังไง?”
“เดี๋ยวเฮียขับรถให้ปรางค์เอง ไปรถเฮีย...ส่งปรางค์เสร็จ เฮียก็เลยเข้าบริษัทเลย...เสียเวลาไม่มากเท่าไหร่หรอก”
“แล้วเฮียไม่ไปรับแฟนตัวเองหรือไง”
“ปรางค์ก็รู้ว่ารถเฮียคนอื่นไม่มีสิทธิ์นั่ง”
คุณอาจจะชอบ





