ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท

หวงรัก พันธะสวาท

“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
ตอน
แชร์

ตอน 2

คืนนี้สิปรางค์ตัดสินใจค้างที่บ้าน หลังจากเค้นเอาความจริงจากปากบิดาไม่สำเร็จ

ครั้นมองย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน สิปรางค์เพิ่งจบจากการพักผ่อนที่ยุโรป หลังจากเจ้าตัวคว้าปริญญาโทด้านแฟชั่นการออกแบบที่รักจากลอนดอนได้ในระยะเวลาสั้นกว่าที่กำหนด และเธอก็ทำเซอร์ไพรส์คนเป็นพ่อด้วยการคว้า certificate ด้านการบริหารจากฮาวาร์ด ซึ่งไม่รู้ว่าเจ้าตัวแอบไปเรียนตอนไหนมาเป็นของขวัญวันเกิดให้กับท่านอีกใบ

สิปรางค์จำได้ว่าวันนั้น คนเป็นพ่อยิ้มจนแก้มปริพร้อมกับคว้ากระดาษแห่งความสำเร็จของเธอไปอวดแขกทั้งงาน น้ำเสียงที่เอ่ยตอบยามที่ทุกคนถามไถ่เกี่ยวกับลูกสาวคนเดียวนั้นเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ สุดท้ายเธอจึงได้ตั๋วเที่ยวยุโรปพร้อมกับพอคเกตมันนี่แบบอันลิมิตจากพ่อ

ส่วนของขวัญจากผู้ชายคนนั้น...พอร์ชเคย์แมนที่เธอขับ

เขาสั่งคนเอามาส่งทันทีที่เธอตื่นเช้าในวันถัดมา สิปรางค์เดินลงมาดูด้วยความโกรธกรุ่นหลังจากถูกปลุกในเวลาแปดโมงเช้า ครั้นเมื่อเห็นของขวัญชิ้นโตจากเขา เสียงกรี๊ดเลเวลสิบของเธอจะดังขึ้นนานนับนาที เมื่อพบว่ารถในฝันนั้นกำลังจอดอยู่ตรงหน้า

Porsche 718 Cayman S

สิปรางค์วิ่งวนรอบรถด้วยความตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด แล้วทันทีที่ได้กุญแจดอกสวยมาไว้ในมือ เธอรีบลองสตาร์ทอย่างไม่รีรอ...

บรื้น! ๆๆๆๆ

วินาทีนั้นเธอเหยียบคันเร่งด้วยความคึกคะนองใจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มกำลังบอกถึงสมรรถนะภาพของมัน

แบบนี้แหละ...เหมาะกับสาวนักซิ่งแบบเธอหน่อย!

สิปรางค์อมยิ้มอยู่คนเดียวได้สักพัก สวรรค์เธอก็สลาย เมื่อสายตาปะทะกับโพสต์อิทที่เบาะข้างคนขับ พร้อมกับลายมือตวัดที่เธอคุ้นเคย

'ห้ามขับเกินเก้าสิบนะครับ'

สิปรางค์จำได้ว่าตัวเองเบ้ปากเล็กน้อยกับความเร็วตามกฏหมายกำหนดนั่น แต่ใครจะสน...ถ้าเธอขับช้าเป็นเต่าคลานแบบนั้น ก็คงไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าของรถที่สามารถเหยียบได้ถึงสามร้อยแบบพอร์ชคันนี้หรอก

เพราะคนอย่างสิปรางค์...มีตังค์จ่ายค่าปรับเสมอค่ะ!

“เฮียบอกแล้วไง ว่าอย่าขับเกินเก้าสิบ”

หญิงสาวสะดุ้งโหยง เมื่อจู่ๆ สุ้มเสียงที่ไม่ปรารถนาจะได้ยินกลับขึ้นอย่างเนิบนาบ เธอหันกลับมองเขาแล้วเลิกคิ้วขึ้น เหมือนจะถามว่าเขาหมายถึงอะไร

“คะ?”

“เฮียเห็นรอยขูดที่ล้อหลังด้านขวา...”

แล้วสิปรางค์ถึงกับบางอ้อ เมื่อจำได้ลางๆ ว่าวันนั้นรีบมากจนทำให้ถอยรถไม่ทันดู มันก็เลยขูดฟุตบาทนิดหน่อย...

นิดหน่อยเท่านั้น!

“ทำไม จะเอาคืนเหรอ?” เจ้าตัวจีบปากจีบคอพูด เพราะรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่มีวันทำแบบนั้น

“เปล่า ไม่ได้อยากจะเอาคืนสักน่อย”

“แล้วจะพูดทำไมล่ะ?”

สิปรางค์กอดอก แล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ขณะทอดสายตามองไปยังรถคันโปรดที่จอดข้างแลมโบกินี่สีดำทะมึน

ท่ามกลางความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ทว่าหัวใจมันกลับอบอุ่นพิกล เมื่อตระหนักได้ว่า รถของเขาจะไม่มีวันรับผู้หญิงคนอื่น...เด็ดขาด

“ที่พูดเพราะเป็นห่วงต่างหาก ปรางค์เป็นผู้หญิง ขับรถเร็วมันอันตราย”

“ไม่ได้มีกฏห้ามผู้หญิงขับรถเร็วเสียหน่อยนี่”

สิปรางค์มองเขาตาปริบๆ ขณะที่ยังเถียงไม่เลิก แต่แทนที่ชายหนุ่มจะโกรธ เขากลับเอ็นดูเธอมากขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่นั่งแท่นรองประธานบริษัทใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าเถียงเขาสักคน ก็เห็นจะมีแต่เธอนี่แหละที่เถียงไม่เลิก

“เฮีย...ยิ้มอะไร”

“ก็...ยิ้มให้คนเถียงเก่ง กระพริบตาเก่ง...งอนเก่ง”

“เฮีย!” สิปรางค์ขึ้นเสียงใส่เขาที่ถูกยั่วโมโห แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มกริ่มแล้วขยับเข้าใกล้คนเอาแต่ใจ

เห็นแบบนั้นแล้วเธอก็เอี้ยวตัวหนี พลางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า “ปรางค์ไม่ได้เถียง ปรางค์แค่จะบอกว่าที่รถมันเป็นเพราะปรางค์รีบไง แล้วฟุตบาทมันเกะกะ...ก็แค่นั้น”

“แต่ฟุตบาทตรงนั้นอยู่มาตั้งแต่ปรางค์ยังไม่เกิดเลยนะ” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก ปรายตามองตามปลายจมูกของคนขี้งอน “ก่อนเฮียเกิดด้วยซ้ำ...”

“ก็ปรางค์บอกว่าไม่เห็นไงเล้า!”

“เฮียว่าปรางค์ขับรถไม่ระวังมากกว่า”

“เฮีย!” สิปรางค์เรียกเขาเสียงเข้ม เมื่อความไม่พอใจเพิ่มขึ้นอีกระดับ

“ปรางค์อยากได้คนขับรถให้ไหม เวลาไปไหนมาไหนจะได้สะดวก ไม่ต้องขับเอง นั่งเฉยๆ เล่นมือถือไปพลางๆ พอถึงก็เดินลงจากรถสวยๆ แบบว่า...เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ”

ชายหนุ่มเสนอให้ด้วยความหวังดี แต่หางตากลับเห็นว่าเธอแอบล้อเขาด้วยการเบ้หน้าแล้วขยับปากตามแบบไร้เสียง จริตจะกร้านของเธอก็เหลือล้น เรื่องเอาใจละก็ถือว่าที่หนึ่ง ถ้าไม่นับอาการเหวี่ยงวีนอย่างไม่ไว้หน้าใครล่ะก็ เธออาจจะน่ารักกว่านี้

แต่สำหรับเขา แบบนี้แหละจัดว่าเด็ด!

เขาชอบที่จะเห็นเธอในมุมที่คนอื่นไม่เห็น ชอบเห็นอาการหัวเสียแล้วกรีดร้องโวยวายอย่างไร้เหตุผล เพราะมันทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ในยามที่ต่อล้อต่อเถียงกับเธอและเเน่นอนว่าเธอชนะ...เพราะเขายอม

“นี่! ตัวแสบได้ยินที่เฮียพูดไหม” ชายหนุ่มขยับไปจับเรียวแขนเล็กนั่นให้หันมามองกัน เมื่อสิปรางค์เตรียมจะเดินหนีอย่างเคย

“ได้ยินแต่...ไม่เอาอ่ะ ปรางค์ไม่ชอบให้คนอื่นขับให้ มันไม่เป็นส่วนตัว”

“ปรางค์เห็นเฮียเป็นอื่นเหรอ?”

กรกันถามเสียงนุ่ม แววตาคมเข้มฉายแววตัดพ้อชัดเจน

“เฮีย?” คราวนี้สิปรางค์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ถ้าเข้าใจไม่ผิด เขาจะมาขับรถให้เธอนั่งใช่ไหม “เฮียหมายความว่ายังไง?”

“เดี๋ยวเฮียขับรถให้ปรางค์เอง ไปรถเฮีย...ส่งปรางค์เสร็จ เฮียก็เลยเข้าบริษัทเลย...เสียเวลาไม่มากเท่าไหร่หรอก”

“แล้วเฮียไม่ไปรับแฟนตัวเองหรือไง”

“ปรางค์ก็รู้ว่ารถเฮียคนอื่นไม่มีสิทธิ์นั่ง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่รักเมียตีตรา
9.2
ชญานินต้องตกอยู่ในฐานะเมียบำเรอที่ถูกซ่อนเร้นของเตชิน เพียงเพื่อทดแทนบุญคุณที่ค้ำคอเธออยู่ แม้ชายหนุ่มจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังเธอเพียงใด แต่ความสัมพันธ์ลับๆ นี้กลับดำเนินต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนกระทั่งคนรักตัวจริงของเขาปรากฏตัวขึ้น เธอจึงตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตเขาตามข้อตกลง ทว่าการจากลาครั้งนี้ชญานินไม่ได้ไปเพียงลำพัง แต่เธอยังนำสายเลือดของตระกูลการัณยภาสที่กำลังเติบโตในครรภ์ติดตัวไปด้วยโดยที่เขาไม่เคยรับรู้
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนรัก
9.2
เมื่อพี่ชายเธอมาแย่งเอาคนรักของเขาไป เขาจะทำยังไงให้ความแค้นที่ฝั่งแน่นในคลายลง แต่การกระทำที่อยากจะกลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กลับกลายมาเป็นพันธนาการที่ผูกมัดตัวเขา และหัวใจของเขาเอาไว้กับเธอตลอดไป คำโปรย ------- "ไอ้สิ่งที่พี่ของเธอทำ มันโคตรจะทุเรศเลย เธอรู้ไหม มันมาปล้นเอาความรักของนิ้งไปจากฉันแท้ๆ มันปล้นเอาไป หัวใจของนิ้งต้องเป็นของฉันสิ" “ไม่จริง คุณมันดื้อด้าน อยู่แต่ในความมืดมนแบบนี้ไง ไม่มองเห็นความรู้สึกของใครบ้างเหรอ ถ้าพี่นิ้งเขารักคุณ เขาจะปฏิเสธคุณทำไม” คำตอบช่างย้ำชัด วิษรุจโกรธมากๆ ที่เด็กสาวพูดแทงใจดำ "คุณก็หารักใหม่ได้นี่คะ คุณทั้งหล่อทั้งดูดี" เธอเถียงเขาข้างๆ คูๆ และอยากจะพูดให้เขามีสติมากขึ้น บางทีวิษรุจอาจจะคิดได้ "กับใครฮึ แม่สาวน้อย" เขาจ้องสบตากับเด็กสาว ก้มลงมาหายใจรดใบหน้าที่เงยขึ้นมองหน้าเขา "กับเธอหรือ หึ..." เสียงหัวเราะเย็นๆ สายตาที่มุ่งร้าย มองเธอแบบโลมเลีย เธอสะดุ้ง เขาเดินมาใกล้จนชิด สองมือของวิษรุจถูกยกขึ้นมากั้นร่างกายเล็กๆ ของเด็กสาวเอาไว้ สายตาที่มองเธอเหมือนกระหายใคร่รัก อยากแกล้งเด็กที่ไม่รู้เด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เธอบังอาจมาสอนเขาได้ยังไง ให้เขาทำแบบนั้นแบบนี้ เขาชิดใบหน้าก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ และหายใจพ่นแรงๆ ลมที่ออกมาเต็มไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ ดูเหมือนเขาจงใจเป่าลมหายใจนั้นไปทั่วใบหน้าและลำคอขาวๆ "คุณจะทำอะไร” เธอนึกขยาด ตอนนี้ภายใต้หน้าอกข้างในนี้มันสั่นไหวเต้นแรงโครมครามไปหมดแล้ว "ทำอะไรเหรอ แม่หนูน้อย อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า มาเสนอตัวซะขนาดนี้" เขาพูดชัดเจน ++++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย กรงรักกักหัวใจ COVID-19
8.4
เมื่อวิกฤตโควิดบีบให้ เตชิน หนุ่มเจ้าสำราญต้องบินกลับไทยเพื่อกักตัวในโรงแรมหรูตามแผนของแม่ที่หวังหาลูกสะใภ้ด้วยเงื่อนไขเงินกู้สุดพิเศษ ณ ที่แห่งนี้เขาได้พบกับ พิมพ์ลภัส สาวสวยภายใต้หน้ากากที่รุกจีบเขาอย่างหนักเพื่อเป้าหมายบางอย่าง แม้เสือผู้หญิงอย่างเขาจะอยากขย้ำเหยื่อสาวเพียงใด แต่เธอกลับเป็นเด็กปั้นของแม่ที่เขาไม่ควรแตะต้อง ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้เขาต้องอึ้ง เมื่อพิมพ์ลภัสประกาศกร้าวว่าต้องการมีหลานให้แม่ของเขา ท่ามกลางบรรยากาศการกักตัวที่เต็มไปด้วยความเร้าใจ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักคุณบอส
8.7
ติณณภพคือบอสหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่เป็นเป้าหมายของสาวๆ ทั้งบริษัท ทว่าพนักงานสาวสุดเชยที่แสนธรรมดาอย่างเธอกลับอยู่นอกสายตาเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อความสวยไม่ใช่จุดขาย เธอจึงตัดสินใจงัดมารยาหญิงทุกรูปแบบมาใช้ยั่วยวนหวังจะพิชิตใจบอสหนุ่มให้ได้ แต่ยิ่งเข้าใกล้เพื่อทำให้เขาหลงรัก เธอกลับได้ค้นพบตัวตนอีกด้านที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันหล่อเหลา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาเลือดเย็นและร้ายกาจไม่ต่างจากซาตานในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง