ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท

หวงรัก พันธะสวาท

“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
ตอน
แชร์

ตอน 3

“แล้วเฮียไม่ไปรับแฟนตัวเองหรือไง”

“ปรางค์ก็รู้...ว่ารถเฮียคนอื่นไม่มีสิทธิ์นั่ง”

เขาพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน น้ำเสียงง้องอนเธออย่างเห็นได้ชัด ฝ่ายสิปรางค์นั้นทำหน้าไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินน้ำเสียงแบบนี้อีก

หญิงสาวคอแข็งขึ้นทันควัน ยามที่คิดได้ว่าน้ำเสียงแบบนี้ ‘ผู้หญิงของเขา’ ก็คงได้รับมันบ่อยยิ่งกว่าเธอ

หัวใจที่เอนเอียงไปข้างหนึ่งกลับมีกำแพงสูงตั้งตระหง่านขึ้นอีกครั้ง

“ปรางค์ไม่รู้ไม่ชี้...ส่วนใครจะนั่งหรือไม่นั่งก็เป็นสิทธิ์ของเฮีย รถเฮียนี่” เธอพูดแค่นั้น ก็เตรียมจะผละหนี ทว่าเขากลับยื้อเธอไว้

“เอ๊ะ!”

“แต่เฮียจะให้ปรางค์นั่งคนเดียว”

“ก็ปรางค์ไม่นั่งไงแล้วก็ปล่อยปรางค์ด้วย ปล่อยสิ!”

“ไม่ปล่อย...เพราะเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง ปรางค์นี่ยังเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เฮียชักสงสัยแล้วสิ ว่าลูกน้องที่ร้านปรางค์เขาทนเจ้านายนิสัยแบบนี้ได้ยังไงกัน หรือปรางค์จ่ายค่าแรงเกินจริง พวกนั้นเลยปิดปากเงียบ”

“ไอ้...เฮีย!” คราวเธอฉุนจัดถึงขั้นสะบัดแขนออกจากมือเขาอย่างรวดเร็ว “ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยนะ!”

“เฮียแค่พูดความจริง”

“ความจริงอะไร?” หญิงสาวก้าวเท้าเข้าหาเขา ขณะที่กรกันต์ยิ้มกริ่มเมื่อยั่วโมโหเธอได้ “ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

สิปรางค์ชี้หน้าเขานิ่ง ปากเธอสั่นระริกเพราะโกรธที่โดนดูถูก ถึงแม้เธอจะเจ้าอารมณ์และไร้เหตุผลแค่ไหน มันก็เกิดขึ้นกับเขาคนเดียวเท่านั้น

“ทำไมเฮียต้องถอนคำพูด ในเมื่อมันคือเรื่องจริงอ่ะ มีลูกน้องที่ไหนบ้าง อยากได้เจ้านายนิสัยเสียแบบนี้บ้าง เจ้าอารมณ์เป็นที่หนึ่ง เอาแต่ใจ—”

เพี๊ยะ!

ใบหน้าคมเข้มตามแรงตบเต็มแรงจากฝ่ามือนุ่ม ซีกแก้มด้านหนึ่งขึ้นรอยชัดเจน

กรกันต์หมุนคอกลับมาช้าๆ ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มลิ้มรสความแสบสันในช่องปาก

“...”

ต่างคนต่างเงียบ มีเพียงระยะห่างเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

“เฮีย” สิปรางค์หน้าเสีย เมื่อเห็นแววตาว่างเปล่าจากเขา “เฮีย...คือ ปรางค์”

คราวนี้เธอพูดไม่ออกเพราะรู้ตัวดีว่าทำเกินไปจริงๆ

ฝ่ายชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายกับขบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แล้วก็ตัดสินใจเดินหนี เมื่อสถาณการณ์ย่ำแย่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“เฮีย! อย่าไป” พอตั้งสติได้ สิปรางค์ก็วิ่งไปกอดเขาไว้ เธอซบหน้านิ่งกับแผ่นหลังกว้างแล้วก็ค่อยๆ ร้องบอกเขาเสียงเบาหวิว “เฮีย...ปรางค์ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ”

แรงสะท้านเบาๆ จากด้านหลังกำลังสั่นคลอนหัวใจของกรกันต์อย่างหนักหน่วง คลับคล้ายกับความรู้สึกหนึ่งผุดแทรกขึ้นในอก ทว่ากลับมันอธิบายไม่ถูกว่ามันเป็นแบบไหน

เป็นห่วงหรืออะไรมากกว่านั้น...

แต่สุดท้ายแล้วแรงสะอื้นเบาๆ จากด้านหลังก็ทำให้เขาตัดสินใจแกะมือเธอออก แต่ในจังหวะที่กำลังเอี้ยวตัวกลับมา สิปรางค์ก็พุ่งเข้าหาเขาเต็มแรง

สองแขนจึงกอดเธอไว้อัตโนมัติ

“ปรางค์!”

“ขอโทษ...” น้ำเสียงนั้นเจอแววออดอ้อนกว่าที่เคย ต่อให้ใจแข็งขนาดไหนก็เหลวเป็นน้ำอยู่ดี

อ้อมกอดเขาจึงรัดแน่นขึ้น กระทั่งเธอจมหายไปในอกกว้าง

นานหลายนาทีที่ความรู้สึกต้องห้ามถูกปล่อยให้โลดแล่นอยู่เหนือเหตุผล กระทั่งเสียงสะอื้นของเธอเงียบหายไป ความรู้นั้นก็แล่นกลับเข้าที่พอดี

“ร้องไห้ทำไมหึ?” เขาก้มหน้าลงถาม แต่ก็แอบตกใจไม่น้อยกำลังน้ำตาเม็ดโตที่ยังไหลอยู่ “เดี๋ยวไม่สวยนะ”

“ช่างสิ!”

“หืม?” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม ทว่ามือก็กรีดน้ำตากับจัดทรงผมให้เธอไปด้วย “ปกติห่วงสวยจะตาย”

“นี่ๆๆ” เธอถูหน้ากับอกแกร่งประชด ก่อนจะเงยขึ้นมาด้วยสภาพเละเทะกว่าเดิม

คราวนี้เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้นเบาๆ สายตาแกมรักแกมเอ็นดูปะปนกันไปหมด “ดื้อ!” นิ้วหนาๆ เคาะบนหน้าผากมนหนึ่งที พอเห็นทำท่าจะเบะปาก เขาก็รีบโอ๋เอาใจทันที

ลำแขนแกร่งกอดเธอไว้แนบอกในแบบที่เขาชอบ พร้อมกับปลดปล่อยความรู้สึกต้องห้ามให้โลดแล่นอีกครั้งหนึ่ง

กรกันต์ตระหนักดีว่ามันอาจจะเป็นเรื่องผิดที่พี่ชายจะแอบรักน้องสาว แต่คงไม่เป็นไรใช่ไหม หากเขาจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้เพียงคนเดียว

“อย่าร้อง...” ชายหนุ่มก้มลงจูบเรือนผมสวย ก่อนจะตัดใจดันตัวเธอออก “ไหนดูซิ หูย...ตาบวมแล้ว”

กรกันต์แสร้งทำโต แต่ริมฝีปากนั้นขยับยิ้มอยู่ตลอด ทว่าสิปรางค์สิปรางค์มีหรือจะสน คนมันสวยต่อให้ตาบวมยังไงก็ยังสวย แต่ใบหน้าเขานี่สิ แดงเถือกเอาการ

“เจ็บมากไหมคะ” มือบางแตะแก้มสากนั่นแผ่วเบา เสียงเขาซี๊ดปากยามที่สัมผัสรอยแดงปื้นใหญ่นั้นเล่นเอาน้ำตาเธอรื้นขึ้นมาอีก “เฮียต้องโกรธปรางค์มากแน่ๆ เลยใช่ไหม”

ประโยคนั้นเล่นเอาคนฟังใจฟูจนคับอก น้ำเสียงที่เธอใช้ฟังดูก็รู้ว่าแคร์กันมากแค่ไหน “ไม่โกรธ” เขาตอบไปตามจริง แต่ที่แกล้งซี๊ดปากก็เพียงแค่อยากอ้อนเธอบ้างก็เท่านั้น

“เฮียเคยโกรธปรางค์ด้วยเหรอ”

สิปรางค์เม้มปากแล้วส่ายหน้า “ก็เพราะเฮียไม่เคยโกรธ ไม่เคยเดินหนีเลยสักครั้ง แต่เมื่อ...”

“ที่เฮียเดินหนี เพราะโกรธตัวเองที่ปากพล่อยทำให้ปรางค์โกรธต่างหาก” เขาแตะหลังมือบางที่กำลังแนบอยู่บนแก้ม ก่อนจะลงน้ำหนักมือเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย “ความจริงแล้วนิสัยจะเป็นยังไงมันก็เรื่องส่วนตัว เฮียควรแยกแยะให้ได้ว่าเวลาทำงานปรางค์จริงจังแค่ไหน ความทุ่มเทของปรางค์กับแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองมันพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า คนสวยของเฮียเก่งที่สุด แต่เมื่อกี๊เฮียแค่อยากแกล้ง เฮียนี่แย่จริงๆ เลย...”

เพราะไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายขนาดนี้ เขาจึงเย้าแย่เธออย่างเคย

มือบางถูกบีบอีกครั้ง คราวนี้มันถูกเคลื่อนมาหลังริมฝีปากหยัก “เฮียขอโทษนะครับ...” ทว่าแรงกดที่หลังมือเบาๆ ทำเอาเธอเงียบไปครู่หนึ่ง

ฉับพลันความรู้สึกประหลาดๆ ก็ก่อกวนหัวใจยุบยิบไปหมด สัมผัสจากเขาให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากคืนนั้นเลย

ต่างคนต่างเงียบ ก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะสานสบกัน ราวเล่นเกมจ้องตา...ใครพูดก่อนแพ้

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่คนทั้งคู่ปล่อยให้ความต้องการอยู่เหนือเหตุผล หากความยังยั้งชั่งใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่หลงเหลือ เรื่องราวที่แสนน่าอับอายคงเกิดขึ้น

ทว่าในจังหวะนั้นหัวใจก็สะท้อนความรู้สึกหนึ่งแตกกระจาย

“เฮีย” สิปรางค์เตือนสติเขา เมื่อผิวแก้มสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุ “ยะ อย่าค่ะ” เธอเบี่ยงหน้าหนีในขณะที่เขาก้มหน้าลงมาใกล้ สายตามองกันจนแทบละลาย

“อย่า?” เขาทวนคำถาม ทว่าไม่คิดรอให้เธอตอบ ใบหน้าคมเข้มขยับเข้ามาใกล้อีก กระทั่งเธอต้องรีบดันอกเขาไว้

“อย่าค่ะ?” เธอสบตาเขา ท่ามกลางความปรารถนาในดวงตาคู่คม “อย่า หมายถึงห้าม...ห้ามจริงๆ”

เขามองเธอตาปรอย ความต้องการส่วนลึกผลักดันให้เกิดคำถามมากมายในหัว เธอรังเกียจเขาแล้วหรืออย่างไรกัน?

“ห้ามเฮียทำไม ในเมื่อปรางค์ก็รู้ว่าห้ามไม่ได้”

ว่าแล้วคว้ามือนุ่มขึ้นมาหอม พลางสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับจะกักเก็บทุกความรู้สึกไว้ให้มากที่สุด

“ห้ามได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่สิ่งที่มันกำลังเกิดจะขึ้น มันไม่ใช่สิ่งที่ ‘พี่น้อง’ เขาทำกัน”

เธอเตือนสติขาด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำ มือนุ่มที่เขาคลึงเคล้นอยู่ก็ถูกดึงออก ในขณะที่กรกันต์ก็ทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อนกับสถานะที่ไม่เคยอยากได้ ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วทำกรรมอะไรไว้ ชาตินี้จึงเกิดมารักคนที่ ‘ต้องห้าม’

ชายหนุ่มแค่นยิ้ม หลุบตามองพื้นแล้วเก็บความรู้สึกนั้นหลบซ่อนไว้ดังเดิม

...ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบที่ทำลงไป มันไม่ควรเกิดขึ้นอีก

“เฮียล้อเล่น”

จากนั้นเสียงหัวเราะที่แสนฝืดก็ดังขึ้น สายตาที่มองเธอด้วยความหลงใหลก็พลิกกลับมาเป็นเอ็นดูดังเดิม แต่ลึกๆ แล้วเจ้าตัวกลับเสียดายไม่น้อยเพราะความรู้สึกที่มีมากกว่านี้ไม่สิทธิ์ได้พูดออกไป

รักมากแค่ไหน ก็เป็นได้แค่พี่ชายอยู่ดี

ฝ่ายสิปรางค์ก็แสร้งขำไปตามน้ำ ขณะที่พยายามหลบซ่อนความรู้สึกหนึ่งเช่นกัน แม้มันอาจจะยากไปหน่อย แต่ก็ดีว่าปล่อยไว้ให้หัวใจเกิดบาดแผล...เพราะเท่าที่มีก็สาหัสอยู่แล้ว

หญิงสาวมองคมใบหน้าคร้ามคมนิ่งสนิท เม้มปากอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจขอตัวขึ้นไปนอน “ดึกแล้ว ปรางค์ขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ”

ถ้อยคำนั้นเปล่งออกเบาหวิว เล่นเอาคนฟังไม่กล้าปฏิเสธสักนิด เขาพยักหน้ารับ ทว่าความเห็นแก่ตัวยังคงอยู่ ชายหนุ่มรวบรวมความกล้า อาสาไปส่งเธอเข้านอนด้วยความรู้สึกแตกต่างไปจากทุกวัน

......................................

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่รักเมียตีตรา
9.2
ชญานินต้องตกอยู่ในฐานะเมียบำเรอที่ถูกซ่อนเร้นของเตชิน เพียงเพื่อทดแทนบุญคุณที่ค้ำคอเธออยู่ แม้ชายหนุ่มจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังเธอเพียงใด แต่ความสัมพันธ์ลับๆ นี้กลับดำเนินต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนกระทั่งคนรักตัวจริงของเขาปรากฏตัวขึ้น เธอจึงตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตเขาตามข้อตกลง ทว่าการจากลาครั้งนี้ชญานินไม่ได้ไปเพียงลำพัง แต่เธอยังนำสายเลือดของตระกูลการัณยภาสที่กำลังเติบโตในครรภ์ติดตัวไปด้วยโดยที่เขาไม่เคยรับรู้
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนรัก
9.2
เมื่อพี่ชายเธอมาแย่งเอาคนรักของเขาไป เขาจะทำยังไงให้ความแค้นที่ฝั่งแน่นในคลายลง แต่การกระทำที่อยากจะกลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กลับกลายมาเป็นพันธนาการที่ผูกมัดตัวเขา และหัวใจของเขาเอาไว้กับเธอตลอดไป คำโปรย ------- "ไอ้สิ่งที่พี่ของเธอทำ มันโคตรจะทุเรศเลย เธอรู้ไหม มันมาปล้นเอาความรักของนิ้งไปจากฉันแท้ๆ มันปล้นเอาไป หัวใจของนิ้งต้องเป็นของฉันสิ" “ไม่จริง คุณมันดื้อด้าน อยู่แต่ในความมืดมนแบบนี้ไง ไม่มองเห็นความรู้สึกของใครบ้างเหรอ ถ้าพี่นิ้งเขารักคุณ เขาจะปฏิเสธคุณทำไม” คำตอบช่างย้ำชัด วิษรุจโกรธมากๆ ที่เด็กสาวพูดแทงใจดำ "คุณก็หารักใหม่ได้นี่คะ คุณทั้งหล่อทั้งดูดี" เธอเถียงเขาข้างๆ คูๆ และอยากจะพูดให้เขามีสติมากขึ้น บางทีวิษรุจอาจจะคิดได้ "กับใครฮึ แม่สาวน้อย" เขาจ้องสบตากับเด็กสาว ก้มลงมาหายใจรดใบหน้าที่เงยขึ้นมองหน้าเขา "กับเธอหรือ หึ..." เสียงหัวเราะเย็นๆ สายตาที่มุ่งร้าย มองเธอแบบโลมเลีย เธอสะดุ้ง เขาเดินมาใกล้จนชิด สองมือของวิษรุจถูกยกขึ้นมากั้นร่างกายเล็กๆ ของเด็กสาวเอาไว้ สายตาที่มองเธอเหมือนกระหายใคร่รัก อยากแกล้งเด็กที่ไม่รู้เด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เธอบังอาจมาสอนเขาได้ยังไง ให้เขาทำแบบนั้นแบบนี้ เขาชิดใบหน้าก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ และหายใจพ่นแรงๆ ลมที่ออกมาเต็มไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ ดูเหมือนเขาจงใจเป่าลมหายใจนั้นไปทั่วใบหน้าและลำคอขาวๆ "คุณจะทำอะไร” เธอนึกขยาด ตอนนี้ภายใต้หน้าอกข้างในนี้มันสั่นไหวเต้นแรงโครมครามไปหมดแล้ว "ทำอะไรเหรอ แม่หนูน้อย อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า มาเสนอตัวซะขนาดนี้" เขาพูดชัดเจน ++++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย กรงรักกักหัวใจ COVID-19
8.4
เมื่อวิกฤตโควิดบีบให้ เตชิน หนุ่มเจ้าสำราญต้องบินกลับไทยเพื่อกักตัวในโรงแรมหรูตามแผนของแม่ที่หวังหาลูกสะใภ้ด้วยเงื่อนไขเงินกู้สุดพิเศษ ณ ที่แห่งนี้เขาได้พบกับ พิมพ์ลภัส สาวสวยภายใต้หน้ากากที่รุกจีบเขาอย่างหนักเพื่อเป้าหมายบางอย่าง แม้เสือผู้หญิงอย่างเขาจะอยากขย้ำเหยื่อสาวเพียงใด แต่เธอกลับเป็นเด็กปั้นของแม่ที่เขาไม่ควรแตะต้อง ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้เขาต้องอึ้ง เมื่อพิมพ์ลภัสประกาศกร้าวว่าต้องการมีหลานให้แม่ของเขา ท่ามกลางบรรยากาศการกักตัวที่เต็มไปด้วยความเร้าใจ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักคุณบอส
8.7
ติณณภพคือบอสหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่เป็นเป้าหมายของสาวๆ ทั้งบริษัท ทว่าพนักงานสาวสุดเชยที่แสนธรรมดาอย่างเธอกลับอยู่นอกสายตาเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อความสวยไม่ใช่จุดขาย เธอจึงตัดสินใจงัดมารยาหญิงทุกรูปแบบมาใช้ยั่วยวนหวังจะพิชิตใจบอสหนุ่มให้ได้ แต่ยิ่งเข้าใกล้เพื่อทำให้เขาหลงรัก เธอกลับได้ค้นพบตัวตนอีกด้านที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันหล่อเหลา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาเลือดเย็นและร้ายกาจไม่ต่างจากซาตานในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง