
หวงรัก พันธะสวาท
ตอน 3
“แล้วเฮียไม่ไปรับแฟนตัวเองหรือไง”
“ปรางค์ก็รู้...ว่ารถเฮียคนอื่นไม่มีสิทธิ์นั่ง”
เขาพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน น้ำเสียงง้องอนเธออย่างเห็นได้ชัด ฝ่ายสิปรางค์นั้นทำหน้าไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินน้ำเสียงแบบนี้อีก
หญิงสาวคอแข็งขึ้นทันควัน ยามที่คิดได้ว่าน้ำเสียงแบบนี้ ‘ผู้หญิงของเขา’ ก็คงได้รับมันบ่อยยิ่งกว่าเธอ
หัวใจที่เอนเอียงไปข้างหนึ่งกลับมีกำแพงสูงตั้งตระหง่านขึ้นอีกครั้ง
“ปรางค์ไม่รู้ไม่ชี้...ส่วนใครจะนั่งหรือไม่นั่งก็เป็นสิทธิ์ของเฮีย รถเฮียนี่” เธอพูดแค่นั้น ก็เตรียมจะผละหนี ทว่าเขากลับยื้อเธอไว้
“เอ๊ะ!”
“แต่เฮียจะให้ปรางค์นั่งคนเดียว”
“ก็ปรางค์ไม่นั่งไงแล้วก็ปล่อยปรางค์ด้วย ปล่อยสิ!”
“ไม่ปล่อย...เพราะเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง ปรางค์นี่ยังเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เฮียชักสงสัยแล้วสิ ว่าลูกน้องที่ร้านปรางค์เขาทนเจ้านายนิสัยแบบนี้ได้ยังไงกัน หรือปรางค์จ่ายค่าแรงเกินจริง พวกนั้นเลยปิดปากเงียบ”
“ไอ้...เฮีย!” คราวเธอฉุนจัดถึงขั้นสะบัดแขนออกจากมือเขาอย่างรวดเร็ว “ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยนะ!”
“เฮียแค่พูดความจริง”
“ความจริงอะไร?” หญิงสาวก้าวเท้าเข้าหาเขา ขณะที่กรกันต์ยิ้มกริ่มเมื่อยั่วโมโหเธอได้ “ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
สิปรางค์ชี้หน้าเขานิ่ง ปากเธอสั่นระริกเพราะโกรธที่โดนดูถูก ถึงแม้เธอจะเจ้าอารมณ์และไร้เหตุผลแค่ไหน มันก็เกิดขึ้นกับเขาคนเดียวเท่านั้น
“ทำไมเฮียต้องถอนคำพูด ในเมื่อมันคือเรื่องจริงอ่ะ มีลูกน้องที่ไหนบ้าง อยากได้เจ้านายนิสัยเสียแบบนี้บ้าง เจ้าอารมณ์เป็นที่หนึ่ง เอาแต่ใจ—”
เพี๊ยะ!
ใบหน้าคมเข้มตามแรงตบเต็มแรงจากฝ่ามือนุ่ม ซีกแก้มด้านหนึ่งขึ้นรอยชัดเจน
กรกันต์หมุนคอกลับมาช้าๆ ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มลิ้มรสความแสบสันในช่องปาก
“...”
ต่างคนต่างเงียบ มีเพียงระยะห่างเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
“เฮีย” สิปรางค์หน้าเสีย เมื่อเห็นแววตาว่างเปล่าจากเขา “เฮีย...คือ ปรางค์”
คราวนี้เธอพูดไม่ออกเพราะรู้ตัวดีว่าทำเกินไปจริงๆ
ฝ่ายชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายกับขบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แล้วก็ตัดสินใจเดินหนี เมื่อสถาณการณ์ย่ำแย่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เฮีย! อย่าไป” พอตั้งสติได้ สิปรางค์ก็วิ่งไปกอดเขาไว้ เธอซบหน้านิ่งกับแผ่นหลังกว้างแล้วก็ค่อยๆ ร้องบอกเขาเสียงเบาหวิว “เฮีย...ปรางค์ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ”
แรงสะท้านเบาๆ จากด้านหลังกำลังสั่นคลอนหัวใจของกรกันต์อย่างหนักหน่วง คลับคล้ายกับความรู้สึกหนึ่งผุดแทรกขึ้นในอก ทว่ากลับมันอธิบายไม่ถูกว่ามันเป็นแบบไหน
เป็นห่วงหรืออะไรมากกว่านั้น...
แต่สุดท้ายแล้วแรงสะอื้นเบาๆ จากด้านหลังก็ทำให้เขาตัดสินใจแกะมือเธอออก แต่ในจังหวะที่กำลังเอี้ยวตัวกลับมา สิปรางค์ก็พุ่งเข้าหาเขาเต็มแรง
สองแขนจึงกอดเธอไว้อัตโนมัติ
“ปรางค์!”
“ขอโทษ...” น้ำเสียงนั้นเจอแววออดอ้อนกว่าที่เคย ต่อให้ใจแข็งขนาดไหนก็เหลวเป็นน้ำอยู่ดี
อ้อมกอดเขาจึงรัดแน่นขึ้น กระทั่งเธอจมหายไปในอกกว้าง
นานหลายนาทีที่ความรู้สึกต้องห้ามถูกปล่อยให้โลดแล่นอยู่เหนือเหตุผล กระทั่งเสียงสะอื้นของเธอเงียบหายไป ความรู้นั้นก็แล่นกลับเข้าที่พอดี
“ร้องไห้ทำไมหึ?” เขาก้มหน้าลงถาม แต่ก็แอบตกใจไม่น้อยกำลังน้ำตาเม็ดโตที่ยังไหลอยู่ “เดี๋ยวไม่สวยนะ”
“ช่างสิ!”
“หืม?” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม ทว่ามือก็กรีดน้ำตากับจัดทรงผมให้เธอไปด้วย “ปกติห่วงสวยจะตาย”
“นี่ๆๆ” เธอถูหน้ากับอกแกร่งประชด ก่อนจะเงยขึ้นมาด้วยสภาพเละเทะกว่าเดิม
คราวนี้เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้นเบาๆ สายตาแกมรักแกมเอ็นดูปะปนกันไปหมด “ดื้อ!” นิ้วหนาๆ เคาะบนหน้าผากมนหนึ่งที พอเห็นทำท่าจะเบะปาก เขาก็รีบโอ๋เอาใจทันที
ลำแขนแกร่งกอดเธอไว้แนบอกในแบบที่เขาชอบ พร้อมกับปลดปล่อยความรู้สึกต้องห้ามให้โลดแล่นอีกครั้งหนึ่ง
กรกันต์ตระหนักดีว่ามันอาจจะเป็นเรื่องผิดที่พี่ชายจะแอบรักน้องสาว แต่คงไม่เป็นไรใช่ไหม หากเขาจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้เพียงคนเดียว
“อย่าร้อง...” ชายหนุ่มก้มลงจูบเรือนผมสวย ก่อนจะตัดใจดันตัวเธอออก “ไหนดูซิ หูย...ตาบวมแล้ว”
กรกันต์แสร้งทำโต แต่ริมฝีปากนั้นขยับยิ้มอยู่ตลอด ทว่าสิปรางค์สิปรางค์มีหรือจะสน คนมันสวยต่อให้ตาบวมยังไงก็ยังสวย แต่ใบหน้าเขานี่สิ แดงเถือกเอาการ
“เจ็บมากไหมคะ” มือบางแตะแก้มสากนั่นแผ่วเบา เสียงเขาซี๊ดปากยามที่สัมผัสรอยแดงปื้นใหญ่นั้นเล่นเอาน้ำตาเธอรื้นขึ้นมาอีก “เฮียต้องโกรธปรางค์มากแน่ๆ เลยใช่ไหม”
ประโยคนั้นเล่นเอาคนฟังใจฟูจนคับอก น้ำเสียงที่เธอใช้ฟังดูก็รู้ว่าแคร์กันมากแค่ไหน “ไม่โกรธ” เขาตอบไปตามจริง แต่ที่แกล้งซี๊ดปากก็เพียงแค่อยากอ้อนเธอบ้างก็เท่านั้น
“เฮียเคยโกรธปรางค์ด้วยเหรอ”
สิปรางค์เม้มปากแล้วส่ายหน้า “ก็เพราะเฮียไม่เคยโกรธ ไม่เคยเดินหนีเลยสักครั้ง แต่เมื่อ...”
“ที่เฮียเดินหนี เพราะโกรธตัวเองที่ปากพล่อยทำให้ปรางค์โกรธต่างหาก” เขาแตะหลังมือบางที่กำลังแนบอยู่บนแก้ม ก่อนจะลงน้ำหนักมือเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย “ความจริงแล้วนิสัยจะเป็นยังไงมันก็เรื่องส่วนตัว เฮียควรแยกแยะให้ได้ว่าเวลาทำงานปรางค์จริงจังแค่ไหน ความทุ่มเทของปรางค์กับแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองมันพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า คนสวยของเฮียเก่งที่สุด แต่เมื่อกี๊เฮียแค่อยากแกล้ง เฮียนี่แย่จริงๆ เลย...”
เพราะไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายขนาดนี้ เขาจึงเย้าแย่เธออย่างเคย
มือบางถูกบีบอีกครั้ง คราวนี้มันถูกเคลื่อนมาหลังริมฝีปากหยัก “เฮียขอโทษนะครับ...” ทว่าแรงกดที่หลังมือเบาๆ ทำเอาเธอเงียบไปครู่หนึ่ง
ฉับพลันความรู้สึกประหลาดๆ ก็ก่อกวนหัวใจยุบยิบไปหมด สัมผัสจากเขาให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากคืนนั้นเลย
ต่างคนต่างเงียบ ก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะสานสบกัน ราวเล่นเกมจ้องตา...ใครพูดก่อนแพ้
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่คนทั้งคู่ปล่อยให้ความต้องการอยู่เหนือเหตุผล หากความยังยั้งชั่งใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่หลงเหลือ เรื่องราวที่แสนน่าอับอายคงเกิดขึ้น
ทว่าในจังหวะนั้นหัวใจก็สะท้อนความรู้สึกหนึ่งแตกกระจาย
“เฮีย” สิปรางค์เตือนสติเขา เมื่อผิวแก้มสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุ “ยะ อย่าค่ะ” เธอเบี่ยงหน้าหนีในขณะที่เขาก้มหน้าลงมาใกล้ สายตามองกันจนแทบละลาย
“อย่า?” เขาทวนคำถาม ทว่าไม่คิดรอให้เธอตอบ ใบหน้าคมเข้มขยับเข้ามาใกล้อีก กระทั่งเธอต้องรีบดันอกเขาไว้
“อย่าค่ะ?” เธอสบตาเขา ท่ามกลางความปรารถนาในดวงตาคู่คม “อย่า หมายถึงห้าม...ห้ามจริงๆ”
เขามองเธอตาปรอย ความต้องการส่วนลึกผลักดันให้เกิดคำถามมากมายในหัว เธอรังเกียจเขาแล้วหรืออย่างไรกัน?
“ห้ามเฮียทำไม ในเมื่อปรางค์ก็รู้ว่าห้ามไม่ได้”
ว่าแล้วคว้ามือนุ่มขึ้นมาหอม พลางสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับจะกักเก็บทุกความรู้สึกไว้ให้มากที่สุด
“ห้ามได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่สิ่งที่มันกำลังเกิดจะขึ้น มันไม่ใช่สิ่งที่ ‘พี่น้อง’ เขาทำกัน”
เธอเตือนสติขาด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำ มือนุ่มที่เขาคลึงเคล้นอยู่ก็ถูกดึงออก ในขณะที่กรกันต์ก็ทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อนกับสถานะที่ไม่เคยอยากได้ ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วทำกรรมอะไรไว้ ชาตินี้จึงเกิดมารักคนที่ ‘ต้องห้าม’
ชายหนุ่มแค่นยิ้ม หลุบตามองพื้นแล้วเก็บความรู้สึกนั้นหลบซ่อนไว้ดังเดิม
...ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบที่ทำลงไป มันไม่ควรเกิดขึ้นอีก
“เฮียล้อเล่น”
จากนั้นเสียงหัวเราะที่แสนฝืดก็ดังขึ้น สายตาที่มองเธอด้วยความหลงใหลก็พลิกกลับมาเป็นเอ็นดูดังเดิม แต่ลึกๆ แล้วเจ้าตัวกลับเสียดายไม่น้อยเพราะความรู้สึกที่มีมากกว่านี้ไม่สิทธิ์ได้พูดออกไป
รักมากแค่ไหน ก็เป็นได้แค่พี่ชายอยู่ดี
ฝ่ายสิปรางค์ก็แสร้งขำไปตามน้ำ ขณะที่พยายามหลบซ่อนความรู้สึกหนึ่งเช่นกัน แม้มันอาจจะยากไปหน่อย แต่ก็ดีว่าปล่อยไว้ให้หัวใจเกิดบาดแผล...เพราะเท่าที่มีก็สาหัสอยู่แล้ว
หญิงสาวมองคมใบหน้าคร้ามคมนิ่งสนิท เม้มปากอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจขอตัวขึ้นไปนอน “ดึกแล้ว ปรางค์ขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ”
ถ้อยคำนั้นเปล่งออกเบาหวิว เล่นเอาคนฟังไม่กล้าปฏิเสธสักนิด เขาพยักหน้ารับ ทว่าความเห็นแก่ตัวยังคงอยู่ ชายหนุ่มรวบรวมความกล้า อาสาไปส่งเธอเข้านอนด้วยความรู้สึกแตกต่างไปจากทุกวัน
......................................
คุณอาจจะชอบ





