
เร้นรักกักใจ
จากความผิดพลาดเพียงคืนเดียว นำไปสู่ความสัมพันธ์ลับที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครล่วงรู้ได้ เรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กที่เน้นความรู้สึกดีๆ โดยไม่มีดราม่าหนักหน่วงให้ต้องปวดใจ เมื่อนางเอกสายแซ่บต้องมาพัวพันกับพระเอกที่แอบมีใจให้กันอยู่ลึกๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่ชวนให้ลุ้นไปกับความลับของทั้งคู่ในที่ลับตาคน นิยายโรมานซ์เล่มเดียวจบที่อ่านง่าย สบายอารมณ์ และเต็มไปด้วยความฟินแบบจัดเต็มตลอดทั้งเรื่อง เหมาะสำหรับสายหวานที่ต้องการความละมุนหัวใจ
ตอน
แชร์
ตอน 2
ไม่น่าเชื่อว่าริมฝีปากแดงๆ กับจมูกโด่งๆ จะมีประสิทธิภาพในการกักหัวใจใครสักคนเอาไว้ได้อยู่หมัด
ยังไม่รวมพันธนาการสุดพิเศษชนิดหนึ่งยามตกอยู่ใต้ร่าง ในอ้อมแขนแสนอบอุ่น และจังหวะขยับเรือนกายที่เรียกว่า...
หญิงสาวคิดคำต่อจากนั้นได้หลากหลายบนความหมายใกล้เคียงกับคำว่าวาบหวามน่าอาย
ทว่ามันกลับไม่ใช่แค่เรื่องของสัญชาตญาณตามธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ความปรารถนาในเพลิงอารมณ์ตามวัย
แต่มันเป็นรักซึมลึกที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทว่าที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือความมั่นคงทางจิตใจ
สำหรับเธอ ...เขาคือคนที่ใช่มาตั้งนานแล้ว
แต่สำหรับเขา ...เธอจะเป็นคนที่ใช่ตลอดไปหรือเปล่า?
คุณอาจจะชอบ

9.6
นิรัติศัย&นันทภัค
“ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง
“เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา
“คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ
“นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด
“ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน”
นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ
..................................................................................................................
หัสดิน&อารยา
“รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน
“รักเหมือนกันค่ะ”
เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก
“อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม
“ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด
“ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที
“เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ
“ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ”
เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ
‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’
นั่นสิจะรอดไหม...
.......................................................................................................
กันต์ธีร์&เบญญาภา
“จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน
“ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ”
เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น
แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้
เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง
ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ
“มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม
“จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน”
เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย
กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย

9.1
อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีนิสัยขี้เล่นและสายเปย์ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ทว่าความรักที่กำลังเบ่งบานกลับต้องพบอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าเขามีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่แล้ว มัทนาที่เคยยอมแพ้ต่อความดีของอิทจะทำอย่างไร เมื่อสถานะของเธอไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวอย่างที่คิดในเรื่องราวโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของหัวใจ

8.0
ความสัมพันธ์สุดตึงเครียดระหว่างพี่สาวและน้องชายที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันต้องมาถึงจุดแตกหัก เมื่อวินรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างคุกคาม แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาหยุดและขู่ว่าจะเรียกพ่อกับแม่มาช่วย แต่เขากลับไม่เกรงกลัวและตอกกลับด้วยคำพูดที่แสนอันตรายว่าเขาจะเปลี่ยนเสียงร้องขอความช่วยเหลือให้กลายเป็นเสียงครางแทน พร้อมประกาศชัดเจนว่าเขาเป็นลูกคนเดียวและไม่เคยเห็นเธอเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และการเผชิญหน้าที่ไร้ทางหนี

7.9
ความแค้นในอดีตทำให้เขาฝากรอยแผลไว้บนร่างกายและจิตใจของเธอ จนเธอต้องยอมจำนนด้วยความบอบช้ำ ทว่าโชคชะตาที่แสนโหดร้ายกลับนำพาทั้งคู่มาพบกันอีกครั้งในวันที่เธอพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพังกับลูกน้อยในที่ห่างไกล การเผชิญหน้าครั้งนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อความลับสำคัญถูกเปิดเผยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของชายที่จงเกลียดจงชังเธอสุดหัวใจ ท่ามกลางความสับสนระหว่างความรักที่ยังฝังรากและความแค้นที่ไม่อาจลบเลือน

7.9
เมียนายเปลว
7.9
เมลานีชอกช้ำจากอดีตสามีที่นอกใจจนตายกับชู้รัก
เหลือไร่ดาราจักรเป็นสินสมรส
เธอจึงมาเพื่อขายไร่ แต่ต้องเผชิญหน้ากับนายเปลวหัวหน้าคนงาน ที่ต้องการรักษาไว้
เมื่อโอกาสมาถึงทำให้ต้องจับพลัดจับผลู ได้เสียเป็นผัวเมีย
เขาจึงต้องรักษาทั้งไร่และเธอ
เพื่อจะได้ให้เมลานีเป็น...เมียนายเปลว ตลอดไป
++++++++++++++++
เธอขึ้นคร่อมทับร่างเขา หยดน้ำพราวจากเส้นผมลู่ลงผิวสีทองแดง เปลวตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าตนเองตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ จะถูกผู้หญิงปล้ำ
ภาพเมลานีปลุกเร้าความปรารถนา และมีอานุภาพทำให้เปลวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอทั้งอ่อนนุ่มและอบอุ่น ดูงดงามราวนางพรายน้ำแสนสวย ผุดขึ้นมาล่อหลอกให้ต้องมนตร์เสน่หา ก่อนจะช่วงชิงชีวิตให้ดับสูญ เธอคนนี้เป็นร่างแปลงของปีศาจไพร เปลวกำลังตกอยู่ในฝันหรืออย่างไร
“เราเป็นแค่ผู้ชายผู้หญิงธรรมดาคู่หนึ่งเท่านั้นเอง คุณนพตายไปแล้วนะ เธอจะไปสนใจอะไร ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเขาหรอก เราไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้ว”
เสียงผะแผ่วเธอปลดศีลธรรมในใจเปลวออก ตามกำลังกายล่างที่ดันดีด นี่ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่มีบุญคุณหรือความเคารพ แต่เป็นเรื่องระหว่างชายหญิง
อาจเป็นการฉวยโอกาส แต่เลี่ยงความจริงไม่ได้ว่าเปลวก็ถูกใจเธออยู่เหมือนกัน
“เรื่องที่เราจะทำนี่มันย้อนกลับไม่ได้แล้วนะครับ” เจ้าของเรือนคำรามต่ำ ดวงตาดำลุกโชนดังมีประกายไฟข้างใน
“ไม่ใครย้อนอดีตได้ มีแต่ต้องมุ่งไปสู่อนาคต”
คำตอบจากสติอันลางเลือน บ่งบอกนิสัยมองไปข้างหน้ามากกว่าจะคิดถึงอดีตของเธอ
“มีแค่คืนนี้เท่านั้น”
++++++++++++++++++

8.5
พิมพ์พิศาจำต้องดิ้นรนเพื่อหนีจากพ่อเลี้ยงจอมโฉดที่จ้องจะพรากพรหมจรรย์และชีวิตค้าประเวณีที่เธอไม่ยินยอม ทางรอดเดียวคือการเข้าหา ปวีร์ มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อขอความคุ้มครอง แต่การแลกเปลี่ยนกับนักธุรกิจอย่างเขานั้นมีราคาสูงลิ่ว เพราะอิสรภาพที่เธอถวิลหาต้องแลกมาด้วยพันธสัญญาที่คาดไม่ถึง นั่นคือการตกเป็นเมียเก็บที่ต้องให้กำเนิดทายาทสืบสกุลแก่เขาเพื่อจบสิ้นปัญหาทั้งหมดนี้ไปตลอดกาล