ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เร้นรักกักใจ

เร้นรักกักใจ

จากความผิดพลาดเพียงคืนเดียว นำไปสู่ความสัมพันธ์ลับที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครล่วงรู้ได้ เรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กที่เน้นความรู้สึกดีๆ โดยไม่มีดราม่าหนักหน่วงให้ต้องปวดใจ เมื่อนางเอกสายแซ่บต้องมาพัวพันกับพระเอกที่แอบมีใจให้กันอยู่ลึกๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่ชวนให้ลุ้นไปกับความลับของทั้งคู่ในที่ลับตาคน นิยายโรมานซ์เล่มเดียวจบที่อ่านง่าย สบายอารมณ์ และเต็มไปด้วยความฟินแบบจัดเต็มตลอดทั้งเรื่อง เหมาะสำหรับสายหวานที่ต้องการความละมุนหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

พรุ่งนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของปีการศึกษาภาควิชาปกติของคณะอักษรศาสตร์

คืนนี้ก่อนเข้านอน ณภัทร จึงถูกลินดาผู้เป็นมารดาบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษามาอวดโฉม หรือเรียกง่ายๆ อีกอย่างหนึ่งว่าบังคับแต่งกายมาให้แม่ตรวจระเบียบดูก่อนอย่างเข้มงวดกวดขัน

ชุดต้องไม่รัดรูปจนเกินไป กระโปรงสอบก็ห้ามสั้น กระโปรงพลีทจีบรอบก็ต้องไม่บางเกินไป กระดุมเสื้อต้องแน่นหนา ซิปห้ามปริ ผ่าหลังห้ามสูง ไม่ให้ใส่ผ่าข้างเห็นโคนขา

สรุปก็คือลินดาเป็นคุณมารดาเจ้าระเบียบระดับห้าดาว เป็นคุณแม่ที่เจ้ายศเจ้าอย่างตามแบบฉบับครอบครัวที่เติบโตมา ชอบความมีระเบียบชอบจัดการชอบบริหาร

เมื่อก่อนตั้งแต่เด็กอนุบาล ชั้นประถม มัธยมคอซอง จนกระทั่งเติบโตเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายถึงปีที่ห้า ณภัทรถูกลินดาคุมเข้มทุกอย่างตั้งแต่เรื่องกินเรื่องแต่งตัวแค่คนเดียว

แต่ต่อมาตั้งแต่มัธยมปลายปีที่หกจนถึงเวลานี้เธอถูกคุณพ่อซึ่งเป็นสามีใหม่ของแม่ช่วยคุมเข้มด้วยอีกคน

ดังนั้นสาวสวยวัยใสจึงต้องแต่งชุดนักศึกษาถูกระเบียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ามาให้ทั้งสองท่านตรวจการแต่งกายที่ห้องพักผ่อนดูทีวีของครอบครัว

เธอยิ้มเต็มหน้าจนเกิดลักยิ้มน่ารักที่ข้างแก้มขาว เรือนผมดำขลับเรียบลื่นปล่อยยาวสยายเคลียไหล่มน ผมหน้าม้ายาวจนต้องปัดออกไปด้านข้าง เผยดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนยาว

ด้วยชุดที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ จึงคล้ายกับสามารถทำให้คนหนึ่งเปลี่ยนจากสาวน้อยวัยละอ่อนสู่การเติบโตอันยิ่งใหญ่กลายเป็นหญิงสาวเต็มวัยได้ในชั่วข้ามคืน

วิชัยสามีของลินดาขมวดคิ้วมอง สีหน้าเคร่งเครียด

“อืม....ยัยภัทรเปลี่ยนจากการถักผมเปียสวมชุด ม.ปลายเป็นนักศึกษาเต็มตัวแล้ว ผมคงต้องไว้หนวดดุๆ แล้วล่ะ จะทำตัวเป็นเสี่ยธรรมดาไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ที่รักพาผมไปเข้าคอร์สเสริมบุคลิกภาพมาดเจ้าพ่อเลยนะ เอาไว้ข่มขวัญหนุ่มๆ สักหน่อย”

ลินดาหันมาพูดยิ้มๆ “ได้เลยค่ะ”

สามีภรรยาวัยกลางคนสบตาและหัวเราะให้กันเหมือนเป็นคู่รักวัยขบเผาะแรกรุ่น

สายตาที่มองให้กันและกันอ่อนหวานหยาดเยิ้มเต็มไปด้วยความรักใคร่เสน่หาของคู่รักที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงฮันนีมูนมาหมาดๆ

ณภัทรยืนเอียงคอมองแม่แท้ๆ ของตัวเองกับพ่อเลี้ยงด้วยสองตานิ่งสงบแต่สองแก้มแดงมาก

ในความรู้สึกของเธอเหมือนกำลังดูฉากหนึ่งในซีรีย์แนวรักละมุนหวานแหววน้ำตาลละลายในน้ำผึ้งเดือนห้า

ครู่หนึ่งจึงแอบชำเลืองมองกรอบรูปขอบทองที่เพิ่งใส่รูปแต่งงาน ถัดกันยังเป็นกรอบสลักลายหัวใจที่ใส่ใบทะเบียนสมรส สิ่งของทั้งหมดตั้งอยู่บนตู้โชว์หรูหราทันสมัยริมห้อง เยื้องไปทางด้านข้างตรงมุมทีวีขนาดใหญ่

เธอมองทุกสิ่งอย่างเหม่อลอยอยู่บ้าง มองอย่างคนที่กำลังค้นพบว่า พวกคนที่เพิ่งมีความรัก ไม่ว่าอยู่ในวัยไหน อายุเท่าไหร่ โลกทั้งใบของพวกเขาก็คงเป็นสีชมพูสดใสเหมือนกันทั้งนั้น ขนาดทะเบียนสมรสยังตั้งโชว์โดดเด่นสะดุดตาอยู่กลางบ้านเลย

ทว่าถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่พวกท่านก็ยังไม่เคยลืมความเจ้าระเบียบที่มีในสายเลือด ทั้งสองมีนิสัยเจ้าระเบียบที่เหมือนกันคล้ายนัดหมาย โชคดีที่เธอเป็นคนเรียบร้อยเป็นนิตย์อยู่ในกฎเกณฑ์มีระเบียบทุกกระเบียดนิ้วอยู่แล้วอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือคับข้องใจอะไร

ระหว่างที่ณภัทรกำลังคิดในใจก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังมาจากมุมนั่งเล่นอีกฝั่ง เธอชำเลืองมองเล็กน้อย เสียงริงโทนดังอยู่ตั้งนานก็ไม่เห็นเจ้าของโทรศัพท์จะกดรับเสียที ทั้งๆ ที่เขานั่งอยู่กับโทรศัพท์มือถือของตนเองแค่เอื้อมนิ้วกดเท่านั้น กระทั่งแม่บ้านที่คอยดูแลเจ้าของโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ ต้องถามขึ้น

“คุณหนูให้พี่แววรับให้มั้ยคะ”

เจ้าของโทรศัพท์ตอบเสียงขรึม “อืม”

พี่แววกดรับ ฟังปลายสายครู่หนึ่งแล้วหันมาถามอีกฝ่าย “เขาบอกว่าชื่อแนทตี้ค่ะ อยากชวนคุณหนูไปดูหนังวันพรุ่งนี้”

“ไม่ไป”

พี่แววตอบกลับไปตามนั้น ซักพักก็หันมาถามเจ้าของมือถืออีกว่า “เธอบอกว่าแค่ไปกินข้าวก็ได้ค่ะ”

เจ้าของมือถือตอบเสียงราบเรียบ “รบกวนพี่แววปิดเครื่องแล้วเปลี่ยนเบอร์ให้ผมใหม่ด้วยครับ”

พี่แววพยักหน้ากดตัดสายก่อนจะปิดเครื่องตามคำสั่งอย่างที่เคยกระทำมาโดยตลอดตั้งแต่คุณหนูของเธอโตเป็นหนุ่มเต็มวัย

วิชัยมองคนหนุ่มเสน่ห์แรงของบ้านพลางเอ่ยกลั้วหัวเราะกับลินดา “พรุ่งนี้เป็นวันแรกในรั้วมหาลัยของลูกสาวคนสวย ผมคิดว่าควรให้พี่ชายมาดดุร้ายไปส่งเข้าเรียนแล้วกันนะคุณ จะได้ไม่มีหนุ่มคนไหนกล้าเข้ามาขายขนมจีบตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียน”

ลินดาหยุดหัวเราะทันใดแต่ยังคงรักษารอยยิ้มละไมเอาไว้ ทว่าเธอกลับไม่พูดอะไร ทั้งไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ นับเป็นการหยั่งเชิงกลายๆ อย่างแนบเนียน

วิชัยหันหน้าไปทางชายหนุ่มอีกคนที่นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาอีกฝั่งของห้องนั่งเล่น “ว่าไงรัช พรุ่งนี้แกไปส่งน้องได้รึเปล่า?”

สิ้นคำถาม ณภัทรที่ละสายตากลับมามองพ่อกับแม่คุยกัน จำต้องเหลือบตามองพี่ชายสุดหล่ออีกครั้งทันที

เธอยังมีความผิดติดตัวเรื่องที่เมื่อวันก่อนตอนที่พ่อสั่งให้พี่ชายไปส่งเธอซื้อของแล้วบังเอิญเจอกลุ่มเพื่อน

เพื่อนๆ แย่งกันขอเบอร์โทรพี่ชายคนนี้แล้วเธอก็ให้ไป พวกนั้นโทรหาพี่ชายไม่เว้นวันจนปลายสายแทบไหม้ กระทั่งพี่ชายต้องเปลี่ยนเบอร์โทรใหม่เพื่อตัดรำคาญ

สุดท้ายเบอร์ใหม่ก็ยังเล็ดลอดออกไปอยู่ดี เห็นอยู่เมื่อกี้นี้ไง ยัยแนทตี้นั่นก็คือหนึ่งในเพื่อนของเธอ ซึ่งก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ ขนาดแยกย้ายกันไปเรียนต่อคนละที่แล้วเชียว ยังโทรมาหาแบบนี้

การให้เขาไปส่งเธอในสถานที่ที่อาจจะเจอเพื่อนของเธออีกคงไม่ปลอดภัยแน่ ๆ

หญิงสาวรีบกล่าวปฏิเสธอย่างลนลาน “ไม่ต้องหรอกค่ะ ภัทรไปเองได้สบายอยู่แล้ว เกรงใจพี่รัชนะคะ”

สิ้นเสียงปฏิเสธแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดของหญิงสาว แก้วน้ำที่อีกฝ่ายถืออยู่ก็ถูกวางลงบนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่นจนเกิดเสียงดังแกร็กเข็ดฟัน แต่คนหล่อไม่พูดอะไร เอาแต่เงียบทำหน้านิ่งเหมือนฉาบปูนซีเมนต์เอาไว้ตลอดเวลา

หญิงสาวเหลือบมองจึงเห็นเพียงสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก และท่าทางเย่อหยิ่งเกินอัตราชายไทยส่วนใหญ่

สายตานิ่งๆ คมๆ ดุๆ มองณภัทรทีหนึ่ง

แค่ทีเดียวเท่านั้นแต่กลับเย็นชาหนักมาก ให้ความรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ทะลุรูขุมขนทุกอณูผิวกายอย่างเหลือเชื่อ

สาวน้อยหลุบตาลง ยังคงเป็นเธอเพียงฝ่ายเดียวที่ไม่กล้าจ้องมองพี่ชายสุดเนี้ยบคนนี้ได้นานเกินสามวินาที

พี่ชายตามกฎหมายกับพี่ชายในสายเลือดแตกต่างกันตรงนี้ ตรงที่เธอไม่เคยรู้สึกสนิทใจเมื่อจ้องตา

เขามองอย่างไม่ยี่หระปราศจากความใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอีกทางหนึ่งอย่างคนถือตัว ไม่แยแสใครทั้งนั้น เป็นอันสรุปว่าหากมีปัญญาก็เชิญไปเรียนเอง

เขาไม่ไปส่ง!

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอย่างประหลาด

วิชัยขมวดคิ้วบ่นอุบ “เจ้ารัชมันหยิ่งจองหองอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ ใคร ๆ ก็ให้ฉายามันว่าคุณชายน้อยผู้เรียบร้อยสุดเนี้ยบ คุณกับยัยภัทรอย่าคิดมากเลยนะ คนที่หล่อร้ายกระชากใจสาวๆ เหมือนพ่อสมัยหนุ่มๆ ก็แบบนี้ ถ้าไม่หยิ่งไม่เชิดเอาไว้บ้าง บันไดบ้านไม่แห้งแน่ ๆ”

ประโยคติดตลกชวนขบขันแท้ๆ แต่ลินดากลับฝืนยิ้มเรียบๆ อย่างคนพยายามอารมณ์ดีไม่คิดมากอะไร ส่วนณภัทรเองก็พยายามยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติเช่นกัน

พวกเธอสองคนแม่ลูกเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้ในฐานะสมาชิกใหม่ของครอบครัวได้ไม่นาน หากสามีผู้เป็นเจ้าของบ้านบอกชัดว่าลูกชายของตัวเองหยิ่งจองหองและดื้อรั้นตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เพิ่งจะหยิ่งและมีนิสัยแข็งกร้าวอารมณ์ร้ายเมื่อมีแม่เลี้ยงเข้ามาในชีวิต พวกเธอก็ไม่มีอะไรจะเถียง

ลูกสาวกับพ่อเลี้ยงอาจไม่มีปฏิกิริยาเทียบเท่าแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงที่เป็นผู้ชาย เขาคัดค้านหัวชนฝาอยู่นานร่วมปีก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่าไม่ต้องการมีแม่ใหม่มาแทนที่แม่คนเก่า

กระทั่งเสี่ยวิชัยเลือกที่จะแต่งงานและจดทะเบียนสมรสโดยไม่สนใจลูกชาย เขาทำใจยอมรับไม่ได้แบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

ลินดาจึงค่อนข้างระมัดระวังตัวกับลูกเลี้ยงเป็นพิเศษ

หากเธอกับลูกสาวอยากมีอนาคตที่ดีและสดใสจะต้องไม่มีเรื่องร้าวฉานเกิดขึ้นในบ้านสามีใหม่คนนี้โดยเด็ดขาด

ในชั่วขณะที่ลินดากำลังตระหนักและพะวงถึงการรับมือกับลูกชายคนเดียวของสามีใหม่ ณภัทรเองก็กำลังขบคิดถึงพี่ชายคนนี้อยู่เช่นกัน เธอไม่รู้ว่าคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า

ตั้งแต่กลับมาจากการเลี้ยงฉลองเรียนจบของเธอวันนั้น เธอรู้สึกว่าพี่รัชเหมือนจะหยิ่งมากกว่าเดิมอีกหลายขุม ทั้งถือตัวและดื้อรั้นมีอารมณ์ร้ายขวางโลกขวางคลองหนักข้อขึ้นทุกวัน ท่าทางเฉยเมยไม่เคยเห็นหัวใครและใบหน้านิ่งสงบไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ นั้น เธอเดาไม่ได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

ดังนั้น เธอจึงทำได้เพียงระมัดระวังให้มาก ทำตัวออกห่างเพื่อเว้นระยะอันเหมาะสมยิ่งขึ้น ใครจะไปรู้ วันดีคืนดีพี่ชายคนนี้อาจจะมีอารมณ์รุนแรงถึงขั้นลุกขึ้นมาฟาดงวงฟาดงาจนเธอกับแม่ต้องกลายเป็นคนไม่มีที่ซุกหัวนอนก็เป็นได้ อาจถึงขั้นต้องกลับไปมีชีวิตที่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน

ณภัทรคุยเล่นกับลินดาและวิชัยอีกครู่หนึ่งจึงเดินขึ้นมาชั้นสองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอน

แต่ยังไม่ทันถึงห้องตัวเอง ข้อมือเล็กก็ถูกมือใหญ่จับเอาไว้แล้วกระชากเข้าไปทางห้องอีกฝั่ง ประตูถูกปิดตามหลังอย่างรวดเร็ว บทจูบจู่โจมอันร้อนแรงเกิดขึ้นวินาทีนั้น

สัมผัสเร่าร้อนไม่ทันตั้งตัวนี้ เสมือนเขาเห็นเธอคล้ายเป็นเหยื่อที่น่าโดนขย้ำ ลิ้นร้อนตวัดรุกล้ำเข้าขั้นอันตราย

แรกเริ่มณภัทรตกใจแทบช็อคตาย แต่พอมีสติกลับมาเธอเบี่ยงหน้าหลบ ทว่าก็ทำไม่ถนัด ได้แต่ครางอย่างอัดอั้นอยู่ในลำคอ

“อื้อ...”

กลีบปากร้อนชื้นที่เหมือนกันทุกประการยามฝันเปียกกำลังบดคลึงกดจูบรุนแรงหนักขึ้นทุกที สมองน้อยๆ ของณภัทรเริ่มสับสนมึนงงจนทั้งร่างอ่อนระทวย รับรู้ได้ถึงกระแสไฟอบอุ่นเร่งเร้า เทียบชั้นสเต็ปปลุกปล้ำเล้าโลมสุดเร่าร้อนรุนแรงแทบถอนตัวไม่ขึ้น จนเธอตั้งรับแทบไม่ทัน สั่นสะท้านกันเลยทีเดียว

สาวน้อยถึงขั้นเผยอปากจูบตอบ อีกฝ่ายก็ไม่รอช้า ตวัดลิ้นสอดแทรกเข้ามา เกี่ยวพันกับลิ้นเล็กๆ ของเธออย่างรุกล้ำ

ไม่มีเวลารวบรวมสติที่เริ่มเตลิด แผงอกของเขาเบียดชิดเข้าหาตัวเธอ ความอุ่นร้อนจากร่างเขาโอบล้อมรอบตัวเธอ

ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้เธอทอดกายโอนอ่อนในอ้อมแขนของผู้ชายปริศนาตรงหน้า

ไม่สิ! เขาไม่ใช่ผู้ชายปริศนา แต่เป็นผู้ชายบ้าตัณหาคนหนึ่ง

ทั้งบ้าอำนาจ อารมณ์ร้ายและเอาแต่ใจ

จูบของเขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นเจ้าของ

เป็นการจับจองอย่างรุกรานที่ร้อนแรงแฝงด้วยความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่ต้องเก็บกดไว้

ทว่า...ทั้งเพลิดเพลิน ดื่มด่ำ ปลุกเร้าอารมณ์จนพลุ่งพล่าน

เมื่อการจูบปากเกิดขึ้นเนิ่นนานจนทั้งสองหายใจไม่ทัน การถอนใบหน้าออกจากกันจึงเกิดขึ้น ณภัทรรีบสูดอากาศหายใจคล้ายปลาขาดน้ำ

อีกฝ่ายกลับไม่หยุด เขาก้มหน้าซุกซอกคอขาวผ่องของเธอ ขบเม้มหยอกเย้าแล้วดูดดึงติ่งหูไม่หนักไม่เบาอีกหลายที

ณภัทรรู้สึกจักจี้จนหลุดหัวเราะคิก เธอเพิ่งรู้ว่าเขาคนนี้ไม่ได้โกนหนวด ตอนที่มองจากระยะไกลก็เห็นหน้าหล่อๆ ผิวขาวๆ เรียบเนียนดี มองไม่เห็นตอหนวดสักนิด

และการหลุดหัวเราะถึงทำให้อารมณ์เตลิดที่กำลังเกิดขึ้นต้องหยุดชะงัก น้ำเสียงหงุดหงิดดังขึ้นเบาๆ แบบกระเส่าที่ริมหู

“ตกลงเธอจะให้พี่ชายไปส่งหรือเปล่า?”

ประโยคคำถามนั้นทำคนฟังต้องกะพริบตา ยังไม่ทันตอบเอวคอดพลันถูกอุ้งมือโอบกระชับจนทั้งร่างนุ่มนิ่มประชิดร่างแข็ง แม้มีเสื้อผ้ากางกั้นแต่ไม่อาจสกัดกั้นความร้อนจากผิวหนัง

ทรวงอกอวบอิ่มหยุ่นนุ่มกลมกลึงและเต่งตึงที่ซ่อนรูปอยู่ใต้เสื้อนักศึกษาตัวหลวมยังบดเบียดเสียดสีกับแผงอกแข็งแรง

ฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นหนักที่สันหลังบางเรื่อยลงไปที่เอวเล็ก เขาแวะบีบบั้นท้ายกลมเด้งก่อนที่กระโปรงจะถูกเลิกขึ้นสูงได้อย่างง่ายดาย

เห็นได้ชัดว่าเพราะมันไม่รัดรูปจนอึดอัดก็เลยถูกเลิกและเปิดขึ้นถึงเอวได้ง่ายๆ ในพริบตา

สัมผัสพิศวงก่อเกิดในไม่ช้า ใบหน้าขาวของณภัทรร้อนผ่าว เสียงหัวเราะคิกคักถูกกลืนหายด้วยเรียวปากและเรียวลิ้นร้อนชื้นของอีกฝ่าย กางเกงชั้นในยังถูกคนตัวใหญ่ใช้นิ้วรบกวนอย่างซุกซน

เนินเนื้อกายสาวถูกบดขยี้ด้วยปลายนิ้วเป็นจังหวะลึกล้ำ ณภัทรตัวอ่อนระทวยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่เพียงจูบตอบ แต่ถึงขั้นเอื้อมแขนข้างหนึ่งขึ้นโอบรอบลำคอของเขา มืออีกข้างยังล้วงเข้าไปในเสื้อยืดของเขา

การเริ่มเปิดฉากมีเซ็กส์แบบนี้ใช่ว่าเธอจะไม่ชอบ แต่ไม่กล้าบอกว่าจริงๆ เธอแล้วชอบมาก เพราะมันช่างตื่นเต้นเร้าใจ เสียวสุดจนอยากข้ามขั้นมีเซ็กส์สนุกๆ ในรอบถัดไป

อีกฝ่ายจึงถอนจูบออกเพื่อเว้นระยะช่วงแผงอกแล้วเคลื่อนใบหน้าลงต่ำไปที่หน้าอกอวบนุ่มหอมกรุ่น กระดุมสามเม็ดถูกสะกิดปลดออกจนเสื้อปริเปิดกว้าง จมูกโด่งสันซุกซบฟอนเฟ้นบนเนินขาวที่มีบราตัวเล็กโอบอุ้มและกั้นไว้แบบหมิ่นเหม่ ไม่นานมันก็ถูกรั้งลงจนเผยทรวงอกนูนเด่น ยอดถันสีชมพูแข็งเป็นไตชูชันล้อสายตา

เขาตรงเข้ามาที่หน้าอก จู่โจมทั้งจับ ขยำ คลึงเคล้าสองเต้า เล่นลิ้นเคล้นคลึงกับปทุมถันอย่างเมามัน จนสาวน้อยสะท้านทรวงและเผลอเปล่งเสียงครางเบา ๆ ออกมา

ณภัทรแหงนหน้าแอ่นกายยกเนินอกขึ้นเพื่อรับปลายจมูกคมสันโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอตอบสนองเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

เขากดสะโพกแกร่งเข้าหาเธอเพื่อให้รู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ในขณะนี้ และเธอก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี

เขากำลังเหยียดขยายอย่างทรมานและต้องการเธอ

ณภัทรเอื้อมมือหนึ่งยังลูบไล้แผงอกตึงแน่นของเขาครู่ใหญ่ ก่อนจะลากมือลงต่ำผ่านกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนแน่นเปรี๊ยะเข้าไปในขอบกางเกงผ้าขายาว เพื่อจับจองก่อนจะครอบครองสิ่งที่กำลังแข็งขึงคับพองตรงบ๊อกเซอร์ตัวบางของเขา

เธอกัดปากกลั้นเสียงครางพลางงัดแท่งร้อนนั้นออกมาอย่างไม่เกรงใจ ในขณะที่อีกคนก็ดึงกางเกงชั้นในของเธอลง

ณภัทรรู้สึกร้อนวูบวาบขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ผิวเนื้อที่ไวต่อสัมผัสรู้สึกถึงกระแสไฟแปลบปลาบแล่นปราดไปทั่ว สุดท้ายยังกระจุกจนปวดมวนอยู่ตรงท้องน้อย ในส่วนเร้นลับแห่งความสาว

ภาพวาบหวิวยามสองกายสอดประสานเป็นจังหวะเร้าใจบังเกิดขึ้นอยู่เต็มสมอง เธออยากลอง อยากสัมผัสและลิ้มรสกระสัน

แต่ก่อนที่ความซาบซ่านร้อนเร่าเต็มอารมณ์จะเกิดขึ้นตามจินตนาการแห่งวัยสาว ชายตรงหน้ากลับหยุดมือ ไม่ยอมสอดแทรกแก่นกายแข็งร้อนเข้าหาอย่างที่ควร

เมื่อพายุอารมณ์หยุดกะทันหัน เธอพลันชะงักแล้วเอียงคอเงยหน้ามอง จึงสบเข้าไปในดวงตาคมกล้าใต้คิ้วหนาที่ขมวดแน่น

ชั่วเวลานี้แม้อยากหลบมากแค่ไหนก็หลบไม่ทันแล้ว

เธอพลันนึกถึงการแนบชิดอย่างไม่คาดฝันในคืนนั้น

หลังจากหลบหน้าหลบตาเขาอยู่หลายวัน ในที่สุดก็ทำตัวคล้ายว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นได้สำเร็จ อยู่ร่วมกันได้อย่างแนบเนียน แต่กลับเป็นเขาที่ไม่ยอมปล่อยผ่าน

บ้านนี้หากไม่นับพวกแม่บ้านและคนสวนก็มีกันอยู่แค่สี่คนเท่านั้นที่เป็นสมาชิกของครอบครัวคือ วิชัย ลินดา ณภัทรและคุณหนูเจ้าของฉายาจอมเย่อหยิ่งถือตัวประจำบ้านผู้เป็นพี่ชาย

ในเมื่อแม่กับพ่อเลี้ยงยังนั่งพักผ่อนดูทีวีอยู่ในห้องข้างล่าง คนตรงหน้าณภัทรเวลานี้จะเป็นใครไปได้ หากไม่ใช่พี่ชายสุดหล่อจอมหยิ่งคนนั้น

นิรัช…

“เอาไง จะให้พี่ไปส่งดี ๆ หรือจะให้พี่ทำตัวมีพิรุธจนพ่อกับแม่เธอสงสัย พี่จะได้บอกเรื่องของเราไปเลยว่า...”

ยังพูดไม่จบริมฝีปากบางเฉียบพลันถูกมือเล็กยกขึ้นปิด

ณภัทรรีบกระซิบตอบอย่างเคร่งเครียด “ก็ได้ๆ ภัทรยอมให้พี่รัชไปส่งก็ได้ แต่พี่ห้ามให้ใครรู้เรื่องของเราเด็ดขาดนะ”

ไม่อย่างนั้น บ้านแตกแน่!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นิยายรักฉบับสาวคลับ S
9.6
นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง
9.1
อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีนิสัยขี้เล่นและสายเปย์ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ทว่าความรักที่กำลังเบ่งบานกลับต้องพบอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าเขามีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่แล้ว มัทนาที่เคยยอมแพ้ต่อความดีของอิทจะทำอย่างไร เมื่อสถานะของเธอไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวอย่างที่คิดในเรื่องราวโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายน้องชายสุดที่รัก
8.0
ความสัมพันธ์สุดตึงเครียดระหว่างพี่สาวและน้องชายที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันต้องมาถึงจุดแตกหัก เมื่อวินรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างคุกคาม แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาหยุดและขู่ว่าจะเรียกพ่อกับแม่มาช่วย แต่เขากลับไม่เกรงกลัวและตอกกลับด้วยคำพูดที่แสนอันตรายว่าเขาจะเปลี่ยนเสียงร้องขอความช่วยเหลือให้กลายเป็นเสียงครางแทน พร้อมประกาศชัดเจนว่าเขาเป็นลูกคนเดียวและไม่เคยเห็นเธอเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และการเผชิญหน้าที่ไร้ทางหนี
หน้าปกนวนิยาย พยับหมอกปลายฝน
7.9
ความแค้นในอดีตทำให้เขาฝากรอยแผลไว้บนร่างกายและจิตใจของเธอ จนเธอต้องยอมจำนนด้วยความบอบช้ำ ทว่าโชคชะตาที่แสนโหดร้ายกลับนำพาทั้งคู่มาพบกันอีกครั้งในวันที่เธอพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพังกับลูกน้อยในที่ห่างไกล การเผชิญหน้าครั้งนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อความลับสำคัญถูกเปิดเผยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของชายที่จงเกลียดจงชังเธอสุดหัวใจ ท่ามกลางความสับสนระหว่างความรักที่ยังฝังรากและความแค้นที่ไม่อาจลบเลือน
หน้าปกนวนิยาย เมียนายเปลว
7.9
เมลานีชอกช้ำจากอดีตสามีที่นอกใจจนตายกับชู้รัก เหลือไร่ดาราจักรเป็นสินสมรส เธอจึงมาเพื่อขายไร่ แต่ต้องเผชิญหน้ากับนายเปลวหัวหน้าคนงาน ที่ต้องการรักษาไว้ เมื่อโอกาสมาถึงทำให้ต้องจับพลัดจับผลู ได้เสียเป็นผัวเมีย เขาจึงต้องรักษาทั้งไร่และเธอ เพื่อจะได้ให้เมลานีเป็น...เมียนายเปลว ตลอดไป ++++++++++++++++ เธอขึ้นคร่อมทับร่างเขา หยดน้ำพราวจากเส้นผมลู่ลงผิวสีทองแดง เปลวตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าตนเองตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ จะถูกผู้หญิงปล้ำ ภาพเมลานีปลุกเร้าความปรารถนา และมีอานุภาพทำให้เปลวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอทั้งอ่อนนุ่มและอบอุ่น ดูงดงามราวนางพรายน้ำแสนสวย ผุดขึ้นมาล่อหลอกให้ต้องมนตร์เสน่หา ก่อนจะช่วงชิงชีวิตให้ดับสูญ เธอคนนี้เป็นร่างแปลงของปีศาจไพร เปลวกำลังตกอยู่ในฝันหรืออย่างไร “เราเป็นแค่ผู้ชายผู้หญิงธรรมดาคู่หนึ่งเท่านั้นเอง คุณนพตายไปแล้วนะ เธอจะไปสนใจอะไร ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเขาหรอก เราไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้ว” เสียงผะแผ่วเธอปลดศีลธรรมในใจเปลวออก ตามกำลังกายล่างที่ดันดีด นี่ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่มีบุญคุณหรือความเคารพ แต่เป็นเรื่องระหว่างชายหญิง อาจเป็นการฉวยโอกาส แต่เลี่ยงความจริงไม่ได้ว่าเปลวก็ถูกใจเธออยู่เหมือนกัน “เรื่องที่เราจะทำนี่มันย้อนกลับไม่ได้แล้วนะครับ” เจ้าของเรือนคำรามต่ำ ดวงตาดำลุกโชนดังมีประกายไฟข้างใน “ไม่ใครย้อนอดีตได้ มีแต่ต้องมุ่งไปสู่อนาคต” คำตอบจากสติอันลางเลือน บ่งบอกนิสัยมองไปข้างหน้ามากกว่าจะคิดถึงอดีตของเธอ “มีแค่คืนนี้เท่านั้น” ++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักเมียเก็บ
8.5
พิมพ์พิศาจำต้องดิ้นรนเพื่อหนีจากพ่อเลี้ยงจอมโฉดที่จ้องจะพรากพรหมจรรย์และชีวิตค้าประเวณีที่เธอไม่ยินยอม ทางรอดเดียวคือการเข้าหา ปวีร์ มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อขอความคุ้มครอง แต่การแลกเปลี่ยนกับนักธุรกิจอย่างเขานั้นมีราคาสูงลิ่ว เพราะอิสรภาพที่เธอถวิลหาต้องแลกมาด้วยพันธสัญญาที่คาดไม่ถึง นั่นคือการตกเป็นเมียเก็บที่ต้องให้กำเนิดทายาทสืบสกุลแก่เขาเพื่อจบสิ้นปัญหาทั้งหมดนี้ไปตลอดกาล