ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนรัก (เผลอ) รักเพื่อน I love you my friend

เพื่อนรัก (เผลอ) รักเพื่อน I love you my friend

ความสัมพันธ์ที่เคยจบลงอย่างร้าวรานในช่วงมัธยมกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เมื่อกันยาได้พบกับอดีตเพื่อนสนิทโดยบังเอิญในรั้วมหาวิทยาลัยและคณะเดียวกัน อุบัติเหตุเล็กน้อยนำไปสู่สถานการณ์ที่เขาเข้ามาดูแลแผลให้เธออย่างอ่อนโยนท่ามกลางสายตาอิจฉาของเกรซและคนรอบข้าง ความห่วงใยและสายตาของชายหนุ่มรูปงามราวกับโอปป้าทำให้หัวใจของกันยาสั่นไหวจนโลกหยุดหมุน ความรู้สึกที่เคยห่างเหินเริ่มสั่นคลอนในใจของเธออีกครั้งในซีรีส์ Follow your heart.
ตอน
แชร์

ตอน 2

หญิงสาวสวมชุดนักศึกษา นั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่โซฟาราคาแพง เมื่อเธอจำใจต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยภายในกรุงเทพฯ เพราะบิดาไม่อยากให้เธอไปอยู่ไกลหูไกลตา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกันยาอยากจะไปเรียนที่ขอนแก่นหรือไม่ก็เชียงใหม่ เพราะที่เธอสอบเอาไว้ก็ติดทุกที่ กันยาเป็นเด็กฉลาดเรียนเก่งหัวดีตั้งแต่เด็ก จึงไม่แปลกที่เธอจะสอบติดทุกที่ที่ไปสอบเอนทรานซ์เอาไว้

"ยัยตัวแสบ เปิดเทอมวันแรกทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิ" ผมไม่เข้าใจว่าทำไมน้องสาวถึงชอบทำหน้ามุ่ย สงสัยเธอคงเคยเอาแต่ใจจนเคยตัวละมั้ง

"อุตส่าห์เลือกเรียนคณะเกษตรศาสตร์หวังจะได้ไปสูดอากาศสดชื่น แต่กลับถูกบังคับให้เรียนที่กรุงเทพฯ เซ็งชะมัดเลย" ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงได้หวงและห่วงฉัน ทั้งที่ฉันก็โตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว

"เถอะน่าพ่อกับแม่คงคิดถึง ถ้าเธอไม่อยู่บ้านหลังนี้ใครจะป่วน สรุปว่าจะขับรถไปเองหรือให้พี่ไปส่ง"

"ก็ใช่สิพี่พูดได้ไง ก็ตัวเองได้เรียนในคณะที่ใช่ แถมยังได้เข้ามหา'ลัยที่ชอบอีก ที่รีบไปเลยกันยาไปเองได้" ที่ฉันพูดจาประชดประชันพี่ชายออกไป เพราะรู้ดีว่าที่ตุลาเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจสาขาการตลาดนั้น เป็นเพราะว่าเขาชอบ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะเขากำลังจะเจริญรอยตามพ่อของฉัน

"บางทีที่มหา'ลัยที่เธอกำลังจะเข้าเรียน อาจจะมีอะไรดีๆ มากกว่าที่เธอคิดเอาไว้ก็เป็นได้ รีบไปเถอะยัยตัวแสบสายแล้ว" ผมยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับทำสายตากวนๆ ส่งให้กับกันยา ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูแล้วขับออกไปในทันที

"คุณลีโอค่ะช่วยส่งไปส่งกันยาที่ป้ายรถเมล์หน่อยค่ะ"

"คุณหนูว่าอะไรนะครับ ผมหูฝาดไปใช่ไหม"

"ไม่ฝาดหรอกค่ะกันยาบอกให้คุณลีโอไปส่งที่ป้ายรถเมล์ เพราะว่าวันนี้กันยาจะนั่งรถเมล์ไปเรียนที่มหาลัย understand" ฉันถอนหายใจออกมาอย่างแรง พร้อมกับกลอกตามองบน และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณลีโอถึงมีท่าทางตกใจแบบนั้น ก็แค่นั่งรถเมล์ไปเรียนมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรไม่ใช่เหรอ

"ครับคุณหนู"

"เดี๋ยวก่อนค่ะ เรื่องนี้คุณลีโอห้ามบอกคุณพ่อคุณแม่รู้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นละก็... กันยาจะโกรธและไม่พูดกับคุณลีโออีกเลย" ฉันรีบพูดดักขึ้นพร้อมกับขู่คุณลีโอในตัว เพราะฉันเชื่อว่าเขาต้องรายงานพ่อกับแม่ของฉันอย่างแน่นอน

"คุณหนูทำไมไม่ขับรถไปเองครับ หรือไม่ก็ให้ผมไปส่งก็ได้ทำไมต้องไปรถเมล์ด้วย"

"ยังไงซะรถเมล์ก็วิ่งผ่านหน้ามหา'ลัยอยู่แล้วนี่คะ รีบไปเถอะค่ะเดี๋ยวสาย" ฉันขี้เกียจตอบคำถามคุณลีโอ จึงรีบพูดให้มันจบไป จากนั้นฉันจึงรีบขึ้นไปนั่งบนรถสปอร์ตคันหรู ที่มีราคาหลายสิบล้าน บางครั้งฉันก็เคยแอบคิดว่าทำไมพ่อถึงกล้าซื้อรถคันแพงๆ แบบนี้ให้ฉันกับตุลา

"จอดตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวกันยาจะเดินไปเอง" เมื่อใกล้ถึงป้ายรถเมล์ จะรีบบอกให้คุณลีโอจอดทันที

"จอดทำไมครับคุณหนูยังไม่ถึงสักหน่อย" ลีโอพูดพร้อมกับทำใบหน้าสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง

"อีกนิดเดียวเดี๋ยวกันยาเดินไปเองก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณโอไปแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ" ฉันรีบพนมมือขึ้นไหว้แล้วลงจากรถ พร้อมกับก้าวเท้าเดินไปอย่างป้ายรถเมล์ให้เร็วที่สุด พอเข้าไปใกล้ฉันถึงกับฉีกยิ้มออกมา เพราะมีนักศึกษาหลายคนที่กำลังรอรถเมล์

"ขอนั่งด้วยคนนะคะ" ฉันพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้กับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่อยู่ในชุดนักศึกษาถ้าฉันเดาไม่ผิดคงจะเป็นสถาบันเดียวกันกับฉันแน่ จากนั้นฉันจึงหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ เธอ

ฉันนั่งรอได้สักพัก รถเมล์ก็วิ่งเข้ามาจอด ทุกคนต่างรีบกุลีกุจอขึ้นไปบนรถ พลอยทำให้ฉันรีบวิ่งขึ้นไปบนรถเช่นกัน ก่อนจะหาที่นั่งทุกคนต่างจับจ้องมองมาที่ฉันแปลกๆ

"ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ"

"นั่งสิที่ตรงนี้ก็ยังว่าง" หญิงสาวในชุดนักศึกษา ยิ้มให้กับกันยาด้วยท่าทางที่เป็นมิตร นี่คือการขึ้นรถเมล์ครั้งแรกของฉัน พอรถแล่นออกมาได้สักพัก บรรยากาศภายในรถก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะผู้คนเริ่มแน่นเบียดกันไปมาจนฉันรู้สึกเริ่มหายใจไม่ค่อยโล่งเลย

"เก็บค่าโดยสารค่ะ" จากนั้นเสียงกระเป๋ารถเมล์ก็ดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ฉัน

"ค่าโดยสารเท่าไหร่คะ" ฉันรีบเอ่ยถามกระเป๋ารถเมล์ออกไป เพราะในกระเป๋าสตางค์ของฉันนั้นมีแต่แบงก์พัน

"สิบบาทจ้า"

"เอ่อ... นี่ค่ะ" ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจหยิบ ธนบัตรแบงก์พันให้กับกระเป๋ารถเมล์ไป เพราะทุกคนบนรถเริ่มโฟกัสมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว

"นี่นังหนู โง่หรือว่าแกล้งโง่กันแน่ใครเขาจะมีทอน หรือเธอคิดอยากจะนั่งรถฟรีก็เลยเอาแบงก์พันมาจ่าย หน้าตาก็ดีทำไมถึงมีมารยาร้อยเล่มเกวียนแบบนี้ก็ไม่รู้"

คราวนี้ฉันถึงกลับกลอกตามองบนและถอนหายใจออกมาอย่างแรง ยายป้านี่พูดไม่เพราะเลยสักนิด แถมยังพูดจาให้ฉันเสียหายอีกด้วย แต่ที่ฉันไม่ตอบโต้ออกไป เพราะรู้ดีว่ามีส่วนผิด ที่คิดจะมานั่งรถเมล์แต่กลับไม่หยิบเหรียญมาด้วย

"ถ้าอย่างนั้นก็เอาไปเลยค่ะแบงก์พัน ถ้าไม่มีทอนก็ไม่ต้องทอน"

ฉันไม่ได้พูดจาประชดประชันแต่อย่างใด และที่พูดออกไปนั้นจากใจจริง เพราะถ้าเขาไม่มีทอนฉันก็คงจะหมดปัญญา ที่จะหาค่าโดยสารมาให้เขา ถือว่าให้ทิปก็แล้วกันดีกว่าถูกตราหน้าว่าแกล้งนั่งรถฟรี

"เฮ้ย! นี่เธอจะบ้าหรือเปล่า ทุกวันนี้เงินทองยิ่งหายาก นี่ค่ะ ค่าโดยสารของเราสองคน" หญิงสาวที่ใส่ชุดนักศึกษานั่งข้างๆ ฉันได้จ่ายธนบัตรแบงก์ยี่สิบให้กระเป๋ารถเมล์ไป

"คราวหน้าอย่าให้ฉันได้เจออีกนะแบงก์พันเนี่ย" กระเป๋ารถเมล์พูดพร้อมกับเบ้ปากแล้วยังมองมาที่ฉันอย่างเหยียดๆ อีกด้วย

"ขอบใจมากนะ เอาไว้คราวหน้าเดี๋ยวเราคืนเงินให้"

"ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เอง เหมือนว่าเธอจะเข้าเรียนที่เดียวกันกับเราหรือเปล่า" หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเอ่ยถามฉันขึ้นมา เธอถือว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากเลยทีเดียว แต่ทำไมแววตาถึงได้ดูเศร้าตลอดเวลาก็ไม่รู้

"อืม... เราเรียนคณะเกษตรศาสตร์สาขาวิชาพืชสวน เพิ่งเข้าปีหนึ่งแล้วเธอล่ะ"

"อืม.... คณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน ปีเดียวกันอีกด้วย สงสัยวันนี้เราจะมีโชคชะตาเดียวกัน แถมยังนั่งรถมีคันเดียวกัน ยินดีที่ได้รู้จักนะเราชื่อองุ่น"

"เราชื่อกันยา ยินดีที่ได้รู้จักสรุปนับจากวินาทีนี้เราเป็นเพื่อนกัน เธอโอเคหรือเปล่า ตกลงจะเป็นเพื่อนกับเราไหม"

"โอเคยัย แบงก์พัน"

ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เสียงหัวเราะของนักศึกษาสาวสองคน ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เมื่อทั้งคู่เจอกันก่อให้เกิดมิตรภาพดีๆ โดยที่ทั้งสองได้ตกลงเป็นเพื่อนกันบนรถเมล์ แถมเธอยังเรียกกันยาว่ายัยแบงก์พันอีกด้วย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยรักสีจาง
8.3
เมื่อเข็มอาการดีขึ้น ภูรินจึงบีบบังคับให้เลิฟไปขอโทษอีกฝ่ายทันที แม้เธอจะยืนกรานว่าตนเองบริสุทธิ์และไม่ได้เป็นคนทำผิด แต่เขากลับไม่รับฟังซ้ำยังตวาดใส่ด้วยความโกรธแค้น ภูรินตราหน้าว่าเธอคือคนลวงโลกที่เขาไม่รู้จักอีกต่อไป พร้อมประกาศกร้าวว่าความเกลียดชังที่มีต่อตัวเธอนั้นเพิ่มขึ้นในทุกวัน เขาไล่ให้เธอเลิกหวังและไปจากชีวิตเสีย ท่ามกลางหยดน้ำตาที่พร่ามัว เลิฟมองแผ่นหลังของชายที่เคยรักเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย แม้จะอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือแต่เธอกลับไม่เคยคว้าใจเขาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย หนีร้ายอุ้มรัก
8.0
หลังเรียนจบหญิงสาวจำต้องไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ออสเตรเลียเพื่อหาเงินรักษายาย ทว่าโชคชะตาแสนโหดร้ายกลับทำให้เธอพบกับชายหนุ่มที่เข้าใจผิดว่าเธอเป็นหญิงขายบริการจนเกิดเหตุการณ์ฝังใจที่บีบให้เธอต้องหนีกลับไทยทันที แต่โลกกลับเหวี่ยงให้ทั้งคู่มาเจอกันอีกครั้งในฐานะที่มีพันธะผูกพันต่อกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เรื่องราวความรักสุดวุ่นวายที่ไร้ความดราม่าจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ขยับเข้าหากันอย่างน่ารักและน่าติดตาม
หน้าปกนวนิยาย เมียแต่งจำเป็น
9.3
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความใกล้ชิดเกินพิกัด เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องมานอนกอดกันแนบแน่นตลอดทั้งคืนในห้องเดียวกัน แต่พอแสงอาทิตย์ยามเช้ามาเยือน ฝ่ายชายกลับพยายามปฏิเสธความจริงด้วยการบอกว่าพวกเขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมห้องที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเท่านั้น สถานการณ์ชวนสับสนนี้สร้างความระอากับคำโกหกที่ขัดกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ท่ามกลางความผูกพันที่เริ่มถักทอขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวในฐานะเมียแต่งที่ต้องมารับหน้าที่แบบจำเป็น
หน้าปกนวนิยาย เคาะประตูหัวใจของเธอ
8.2
เมื่อพนักงานสาวตัวเล็กๆ อย่างฉวี่ชิงฮวนเผลอส่งข้อความไปขอดูหนังผู้ใหญ่จากท่านประธานหนุ่มฟู่ในยามวิกาล ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล แทนที่จะได้ไฟล์วิดีโอ เขากลับเสนอตัวมาสาธิตบทรักให้เธอถึงที่แบบตัวต่อตัว หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง เธอคิดว่าตนเองคงต้องถูกไล่ออกและจบอาชีพการทำงานแน่ๆ แต่ทว่าบอสหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่คาดไม่ถึงด้วยการขอเธอแต่งงาน ท่ามกลางความสับสนว่านี่คือเรื่องจริงหรือแค่เรื่องล้อเล่นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นฟันน้ำนม
9.4
เรื่องราวความผูกพันอันแสนลึกซึ้งของอัสนี ชายหนุ่มผู้มอบหัวใจและคำมั่นสัญญาให้กับมิริน คู่หมั้นสาวรุ่นเยาว์ที่เขาเฝ้าดูแลและรักใคร่ด้วยความจริงใจมาโดยตลอด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความมั่นคงที่อัสนีมีให้เพียงเธอคนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศนิยายรักโรแมนติกสมัยใหม่ที่ถ่ายทอดความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของชายหนุ่มที่มีต่อคู่หมั้นตัวน้อยของเขาอย่างหมดหัวใจในทุกช่วงเวลาที่เติบโตไปด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ยินดีที่ได้พบคุณในชาตินี้
8.8
ชีวิตสมรสที่ควรหอมหวานกลับกลายเป็นขุมนรกอันแสนทรมาน เมื่อสามีปฏิบัติต่อเธอราวกับขยะไร้ค่าที่ไม่อาจเทียบเคียงกับหญิงที่เขารัก ความโหดร้ายไม่ได้หยุดแค่การถูกหมางเมิน ทว่าเธอยังถูกบีบคั้นจนต้องสูญเสียสายเลือดในอกไปถึงสามหน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใดที่ผู้หญิงของเขาต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้าย เธอมักจะถูกโยนความผิดและเป็นเครื่องรองรับโทสะเพื่อชดใช้ในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อเสมอมา ความบอบช้ำจากการถูกเหยียบย่ำและการสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้สลักลึกลงในจิตใจจนกลายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่มีวันเยียวยาได้