ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น

ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น

ซินเอ๋อร์พยายามหลบเลี่ยงสายตาอันเร่าร้อนของสามีด้วยความเขินอาย นางปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา ทว่าฝ่ายชายกลับดึงรั้งตัวนางให้หันมาเผชิญหน้าเพื่อสบตากันอย่างใกล้ชิด แม้หญิงสาวจะยืนกรานว่าไม่กล้าสู้หน้า แต่เพียงแค่การเหลือบไปเห็นความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่เพียงชั่วครู่ ก็ทำให้นางตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางความใกล้ชิดที่แสนเย้ายวนใจในค่ำคืนนี้ที่เขาปรารถนาจะให้ซินเอ๋อร์จ้องมองเขากลับเช่นกัน
ตอน
แชร์

ตอน 2

ระหว่างเส้นทางเมืองไฮ่มุ่งสู่เมืองหลวง

“ช่วยด้วย ช่วยคุณชายของข้าด้วย” ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอย่างหนัก บุรุษวัยสามสิบกว่า ๆ ผู้หนึ่ง รีบขวางทางทหารกลุ่มหนึ่งไว้ด้วยความลนลานและหวาดหวั่น

“เกิดอะไรขึ้น” คนที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มทหารถามขึ้น

“รถม้าของคุณชายข้าลื่นเสียหลักตกลงไปที่หน้าผา คุณชายของข้ากระโดดออกมาจากรถได้ แต่ก็ติดอยู่ที่ชะง่อนผาด้านล่าง ไม่สามารถหาทางขึ้นมาได้เพราะได้รับบาดเจ็บที่เท้า”

“คนอยู่ไหน”

“ทางนี้”

ทหารหลายสิบนายเตรียมจะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บท่ามกลางสายฝน

“พี่ตู้ รอให้ฝนซาอีกสักหน่อยดีกว่า ฝนตกแบบนี้มันเสี่ยงเกินไปนะ” ไป๋ซินหูเสนอแนะเพื่อนร่วมงาน

“แต่คนกำลังบาดเจ็บนะอาหู และฝนก็ตกหนักมากด้วย น้ำจากข้างบนไหล่ลงไปแบบนี้ เกรงว่าชะง่อนผาอาจจะพังลงได้”

“ชะง่อนผาไม่น่าพังง่าย ๆ ยังมีลักษณะคล้ายปากถ้ำไว้หลบลมฝนได้อีก เขาน่าจะปลอดภัยไปจนถึงฝนหยุดตก แต่ถ้าเราช่วยเขาตอนนี้เรานี่แหละที่เสี่ยงกว่าเขา”

อาตู้คิดตามคำพูดของเพื่อนรุ่นน้องที่เป็นคนรอบคอบที่สุดในกลุ่ม

“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล แต่เราจะเสียเวลาอยู่ที่นี่นานไม่ได้ เจ้าก็รู้ว่าเราเป็นกลุ่มสุดท้าย ต้องรีบกลับไปรวมตัวกับกลุ่มอื่นในเมืองหลวง ตอนนี้เรามีแค่สองทางเลือกเท่านั้น คือช่วยเขาหรือไม่ก็ทิ้งเขาไปตอนนี้เลย ให้เขารอให้คนอื่นที่ผ่านทางมาช่วย”

“แต่เราเป็นทหารนะพี่ตู้ เราจะทิ้งชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนไม่ได้”

“เช่นนั้นก็ต้องทำตอนนี้เลย เราจะเสียเวลาอีกไม่ได้แล้ว ถ้าเรากลับไปถึงช้ากว่ากำหนดมากเกินไป เราก็จะโดนลงโทษตามวินัยทหารเหมือนกัน”

“เช่นนั้นก็แล้วแต่พี่ตู้เถิด” ไป๋ซินหูรับปากอย่างเต็มใจ

ความจริงเขาควรจะกลับถึงเมืองหลวงตั้งแต่สามวันที่แล้ว แต่เพราะฝนที่ตกมาผิดฤดูนี้เอง ทำให้ท่านแม่ทัพไม่ไว้วางใจ สั่งให้ทหารกองของเขาอยู่เฝ้าระวังต่ออีกสามวัน เพราะกลัวจะเกิดเหตุน้ำท่วมหมู่บ้านซ้ำอีก

“เจ้าไปหยิบเชือกกับผ้ามาให้ข้าที”

“อือ” ซินหูทำตามคำสั่งโดยเร็ว

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ซินหูก็เตรียมตัวจะลงไปช่วยคน

“ข้าเอง” อาตู้ดึงไป๋ซินหูเอาไว้

“เจ้าออกคำสั่งอยู่ข้างบนนี่แหละ” ซินหูรู้ว่าพี่ตู้มีอาการปวดแขนข้างซ้ายมาสักพักแล้ว และตัวก็ใหญ่กว่าเขามากจึงไม่อยากให้ลงไป

“แน่ใจนะ” อาตู้ถามด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ถนัดงานแบบนี้

“แน่ใจสิ รีบ ๆ เข้าเถอะ ฝนซาลงบ้างแล้ว เราจะได้ทำงานง่ายขึ้น”

อาตู้พยักหน้ารับ

ไป๋ซินหูถูกหย่อนลงไปจนถึงชะง่อนผาอย่างปลอดภัย มองดูร่างโปร่งบางที่หลบฝนอยู่กับโขดหิน เขาดูอิดโรยและซีดเซียว และเขายังอายุน้อยอยู่เลย ดูจากการแต่งตัวก็รู้ว่ามาจากชาติตระกูลที่ดี

“เป็นอย่างไร เจ็บตรงไหนบ้าง”

“ข้าเจ็บขามาก ท่านมาช่วยข้าหรือ”

“อือ ข้ามาช่วยแล้ว” ไป๋ซินหูมองข้อเท้าที่บิดจนผิดรูป บวมช้ำเป็นสีคล้ำ สูงขึ้นมาอีกนิดก็เห็นกระดูกแทงทะลุเนื้อที่ฉีกขาดออกมา แต่แทบไม่มีเลือดให้เห็นแล้ว คงเพราะถูกน้ำฝนชะล้างไป เขารีบหยิบผ้าและไม้ที่เตรียมไว้ออกมา

“เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วคุณชายน้อย” ถามขณะเริ่มโรยยาลงไปบนบาดแผล

“อีกสองเดือนข้าก็จะอายุสิบสองแล้ว โอ๊ย!!!” ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดที่จู่โจมเข้ามากะทันหัน

ซินหูรีบจับขาที่ทำท่าจะชักหนี “อดทนหน่อยนะคุณชาย บาดแผลของเจ้าสาหัสมาก ข้าต้องรักษาอาการเบื้องต้นให้ก่อน เสร็จแล้วจะรีบพาเจ้าขึ้นไป กัดผ้านี้ไว้นะ”

“ข้าเจ็บ ซู้ด..แต่ข้าจะอดทน” เขารีบกัดผ้าข่มความเจ็บปวดที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต แม้น้ำตาจะไหลแข่งกับน้ำฝนแต่ก็ไม่ปริปากร้องออกมา

“ข้าเป็นทหาร ชื่อไป๋ซินหู เดินทางไปช่วยผู้ประสบภัยที่เมืองไฮ่หลายเดือนแล้ว เมียของข้ากำลังท้องแก่ใกล้คลอด ข้าหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นลูกสาว เพราะข้ามีแต่พี่ชาย ข้าจึงอยากได้ลูกสาวเอาไว้ให้อ้อนข้าบ้าง” ซินหูหาเรื่องมาชวนคุยกับเด็กหนุ่ม เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด “เสร็จแล้ว”

“ท่านคงมีความสุขมากสินะ ที่จะได้กลับไปเจอหน้าภรรยา แล้วยังจะได้เป็นพ่อคนอีก” แม้จะยังเจ็บอยู่ แต่เขาก็คุยโต้ตอบกับนายทหารผู้มีพระคุณที่กำลังผูกปมผ้า

“ดีใจมาก อยากจะกลับถึงบ้านวันนี้พรุ่งนี้เลย ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ” เขาประคองเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นช้า ๆ “นอกจากที่ขาแล้วยังเจ็บที่ไหนอีกไหม”

“เจ็บตามตัวบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่ ข้าทนได้”

“ถ้าเช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าขึ้นไป ตอนที่ถูกดึงขึ้นไปก็ระวังให้ดี”

“แล้วท่านไม่ขึ้นไปกับข้าด้วยหรือ”

“สองคนมันจะหนักเกินไป ถึงฝนจะซาลงมากแล้วแต่ก็ยังอันตราย เจ้าขึ้นไปก่อนเถิดคุณชายน้อย”

“ข้าชื่ออี้เทียน ขอบคุณท่านอาไป๋” ประสานมือคำนับอีกฝ่ายอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ

“ยินดี เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม”

“อือ”

ซินหูส่งยิ้มให้คุณชายน้อยก่อนจะกระตุกเชือกส่งสัญญาณให้คนด้านบน มองตามเด็กหนุ่มที่ถูกดึงขึ้นไปได้ครึ่งทางแล้วอย่างไม่คลาดสายตา

ครืนนนน..

“ระวัง!” เสียงของอาตู้ตะโกนดังด้วยความตกใจแข่งกับสายฝน

“เหวอ!” เสียงของอี้เทียนร้องด้วยความตกใจจนฟังไม่รู้เรื่อง

ไป๋ซินหูก็ตกใจกับภาพของอี้เทียนที่กำลังร่วงลงมาอย่างเร็ว รีบขยับตัวหมายจะรับคนที่กำลังตกลงมา ลืมไปว่าตัวเองนั้นกำลังยืนอยู่ชิดขอบผา ทำให้ขาข้างหนึ่งเหยียบลงไปบนอากาศ..

แต่โชคยังดีที่ร่างของอี้เทียนสะบัดลงมาใส่เขาพอดี ตัวเขาจึงเหมือนถูกเหวี่ยงกลับไปบนผาได้อย่างฉิวเฉียด

แต่ขาข้างที่ก้าวออกไปในอากาศเมื่อสักครู่ รู้สึกถึงความเจ็บปวดขึ้นมา..

เขาคงโดนหินบาดเข้าให้แล้ว

แต่ยังไม่ทันได้ขยับดูให้แน่ใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นหินขนาดสองแขนโอบกำลังเกยอยู่บนหน้าผาด้านบน

มันมาจากไหน!

ใจของเขาแทบจะหยุดเต้น หวังอย่างยิ่งว่ามันจะหยุดอยู่แค่ตรงนั้น

แต่มันก็ไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง!!

เขาไม่คิดอะไรแล้วในตอนนี้ หวังเพียงว่าเด็กหนุ่มบนตัวเขาคนนี้จะปลอดภัย

“จับเชือกไว้ให้มั่น!” แล้วผลักเด็กหนุ่มออกไปสุดแรง แล้วรีบหมุนตัวหนีก้อนหินก้อนใหญ่ที่กำลังตกลงมาสุดชีวิต

แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว หินทั้งก้อนกระแทกใส่หลังเขาก่อนจะกลิ้งตกผาไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท
9.1
เมื่อผู้ช่วยแม่ครัวสาวต้องใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจฮ่องเต้หนุ่มรูปงามในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารแสนอร่อย แต่ภารกิจนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิผู้เย็นชาและปากไม่ตรงกับใจ จนนำไปสู่เรื่องราวความเข้าใจผิดสุดชุลมุนที่ชวนให้ลุ้นระทึก ท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่นของการทำอาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างสาวใช้ผู้มุ่งมั่นกับเจ้าเหนือหัวสายซึนจะลงเอยอย่างไร ติดตามการเดินทางของรสชาติและความรักที่ผสานกันอย่างลงตัวในรั้ววังเหมันต์
หน้าปกนวนิยาย ชายาอ๋องตัวร้าย
8.2
ไม่ว่านี่จะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งหรือโอกาสในการย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่นางได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้คือความทรมานจากการทุ่มเทความรักให้แก่คนที่ไม่เคยเห็นค่า การพยายามดิ้นรนเพื่อคว้าหัวใจของเขานั้นช่างเป็นเรื่องที่น่าเวทนาและไร้ความหมายเหลือเกิน เมื่อความรักข้างเดียวที่เคยมอบให้ถูกละเลยอย่างไม่ใยดี นางจึงตัดสินใจที่จะยุติความรู้สึกทุกอย่างลงเพียงเท่านี้ และจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดซ้ำสองอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะทำหน้าที่นางร้าย(ลับ)ให้ดีที่สุด
8.9
เมื่อฉินหลานเหอหลุดเข้ามาสวมบทบาทนางร้ายในเงามืด ภารกิจหลักของเธอคือการบงการให้นางเอกลงมือสังหารพระรองผู้แสนอันตรายตามบทเดิมที่ถูกกำหนดไว้ ทว่าในความเป็นจริงเธอกลับคลั่งไคล้และหลงเสน่ห์เขาจนถอนตัวไม่ขึ้น แทนที่จะวางแผนกำจัดเขาตามคำสั่ง เธอกลับมองว่าการหาทางใกล้ชิดและครอบครองเขาบนเตียงยังเป็นเรื่องที่ง่ายและน่าปรารถนาเสียยิ่งกว่าการทำตามพล็อตเรื่องที่แสนบ้าคลั่งนี้เสียอีก เธอจึงต้องเลือกระหว่างหน้าที่หรือหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย คู่แท้ที่ถูกลบเลือน ของ ราชาอัลฟ่า
9.7
อัลฟ่าเลียมเคยนิยามความรักของเราว่าพรจากเทพีจันทรา แต่ความจริงกลับพังทลายเมื่อฉันพบว่าเขานอกใจและกำลังจะมีลูกกับเมียน้อย แถมยังยกย่องหล่อนเป็นราชินีต่อหน้าทุกคน ยิ่งเจ็บปวดเมื่อเห็นสร้อยศักดิ์สิทธิ์ของฉันไปอยู่บนคอคนอื่น ท่ามกลางคำนินทาของฝูงที่มองว่าฉันเป็นส่วนเกิน ในวันครบรอบแต่งงานฉันจึงตัดสินใจมอบของขวัญชิ้นสุดท้ายเป็นใบหย่าพร้อมการปฏิเสธพันธะคู่แท้อย่างเป็นทางการ ก่อนจะทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังและหายตัวไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของอัลฟ่า, สิ่งเยียวยาที่ถูกช่วงชิงของฉัน
9.7
ตลอดสามปีที่ทนพิษร้าย ฉันเชื่อมั่นว่าจักรภพสามีอัลฟ่าจะช่วยรักษา แต่ความจริงกลับโหดร้ายเมื่อเขาแอบยกยาถอนพิษให้แม่ของลูกชายลับๆ ของเขา ความรักที่เขาแสดงออกคือเรื่องลวงโลกเพื่อรอให้ฉันตายและยึดครองสมบัติพ่อแม่ฉันไปให้เมียน้อย เขาดูถูกฉันเป็นเพียงหมาป่วยที่ไร้ค่า ทว่าความแค้นได้ปลุกพลังสุดท้ายให้ฉันตัดสายใยคู่ชีวิตและหนีจากความตายมาได้ จากนี้ฉันจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างและรอดูความพินาศของคนที่ทรยศฉันให้มอดไหม้ไปกับตา