ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เข้าผิดห้อง รักถูกคน

เข้าผิดห้อง รักถูกคน

ลู่หมิงเยว่ถูกคนรักหักหลังพร้อมคำดูถูกว่ามีดีแค่ความสวย เธอจึงประชดรักด้วยการเข้าหาเยี่ยนเฉิงจือประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทว่าหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนเธอกลับขลาดกลัวจนแอบหนีไปพร้อมความเข้าใจผิดว่าชายคนนั้นคือเสิ่นเว่ยตงเพลย์บอยตัวฉกาจ การสำคัญตัวผิดครั้งนี้ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเธอมีใจให้ชายอื่น เขาจึงทำได้เพียงเก็บงำความอิจฉาและเฝ้าหึงหวงเธออยู่เงียบๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความผิดพลาดครั้งใหญ่
ตอน
แชร์

ตอน 2

โต๊ะของลู่หมิงเยว่อยู่ไกลจากโต๊ะของท่านประธาน ไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกัน ไม่รู้เลยสักนิดว่าคนที่อยู่ในห้อง 666 เมื่อคืนไม่ใช่เสิ่นเว่ยตง แต่เป็นท่านประธาน

ในเวลานี้พอเห็นเสิ่นเว่ยตงกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้าท่านประธาน หัวใจของลู่หมิงเยว่ก็เต้นตามขึ้นมาเหมือนกัน

เธอกลัวว่าจะถูกจำได้ แล้วก็กลัวว่าคนเฮงซวยคนนี้จะเปิดโปงความจริงให้กับบอสฟัง เธอจึงรู้สึกกระสับกระส่ายตลอดทั้งวัน

โชคดีที่มันเป็นเพียงแค่ความตื่นตระหนกเท่านั้น กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ได้จบลงแล้ว

บริษัทเตรียมรถรับส่งพวกเธอ

เมื่อคืนลู่หมิงเยว่ถูกเอาเปรียบ จนถึงตอนนี้ก็ยังคงรู้สึกไม่สบายอยู่ ด้วยเหตุนี้เธอจึงเดินกะโผลกกะเผลก ขึ้นไปบนรถเป็นคนสุดท้าย

จ้าวเสี่ยวเหอตะโกนหาเธอ “หมิงเยว่ มานั่งตรงนี้”

เวลานี้จู่ ๆ รถก็เงียบสงัดลงทันที เสียงของบอสดังขึ้นมา แฝงไปด้วยความไม่สบอารมณ์ “ไม่มีที่อื่นแล้วเหรอ?”

ลู่หมิงเยว่เท้าสั่น ทำไมบอสถึงอยู่บนรถคันนี้ เขากำลังพูดกับเธออยู่เหรอ? เขารำคาญที่เธออืดอาดยืดยาดใช่ไหม?

เธอเป็นเด็กฝึกงานที่แสนต่ำต้อยคนหนึ่งเท่านั้น ท่านประธานสนใจเรื่องเล็กน้อยนี้ของเธอด้วยเหรอ?

เธอรีบมองไปด้วยความตื่นตระหนก ที่แท้ก็เป็นเพื่อนร่วมงานสาวสวยคนหนึ่งอยากจะนั่งข้างท่านประธานด้วยท่าทีเขินอาย แต่กลับถูกท่านประธานไล่ไปด้วยสีหน้าเย็นชา

ที่แท้ท่านประธานก็พูดกับคนอื่นไม่ได้พูดกับตัวเอง ลู่หมิงเยว่แอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ

เพื่อนร่วมงานสาวสวยหน้าแดงขึ้นมาทันที หลังจากที่ขอโทษท่านประธานด้วยความกลัวแล้ว ก็รีบไปนั่งข้าง ๆ จ้าวเสี่ยวเหอก่อนที่ลู่หมิงเยว่จะทันได้นั่งลง

จ้าวเสี่ยวเหอรีบพูดขึ้น “นี่คือที่นั่งของเพื่อนฉัน”

เพื่อนร่วมงานสาวสวยรู้สึกอับอายต่อหน้าทุกคน น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ทันที “ที่นั่งมันมีชื่อติดไว้เหรอ นี่เป็นรถของบริษัท แล้วที่นั่งจะเป็นของเพื่อนเธอได้ยังไง?”

จ้าวเสี่ยวเหอโกรธจนพูดอะไรไม่ออก

ตอนนี้ที่นั่งทั้งรถกลับเหลือที่นั่งข้างบอสแค่ที่เดียวเท่านั้น ลู่หมิงเยว่กำลังพิจารณาว่าจะลงไปจากรถดีไหม อย่างมากก็แค่จ่ายเงินเรียกแท็กซี่กลับเท่านั้น

แต่เยี่ยนเฉิงจือกลับมองมาที่เธอ สีหน้าดูไม่ดี “ยังไม่รีบมานั่งอีก”

ลู่หมิงเยว่ “.........”

บอสรำคาญที่เธออืดอาดยืดยาดจริง ๆ

ลู่หมิงเยว่นั่งลงไปอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางสายตาที่ทั้งอิจฉาริษยาและเห็นอกเห็นใจของเพื่อนร่วมงาน

ไม่นาน เสียงของเยี่ยนเฉิงจือก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ผมน่ากลัวมากเลยเหรอ?”

ลู่หมิงเยว่แอบพยักหน้าอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในใจ

ถึงแม้ว่าความชื่นชมที่เธอมีต่อเทพบุตรคนนี้จะมากมายมหาศาล แต่สีหน้าในตอนนี้ของเทพบุตรก็น่าตกใจกลัวมากจริง ๆ

ถ้าเธอกล้าพูดออกไปแบบนี้ ก็อาจจะถูกไล่ออกจากบริษัทไปในวันพรุ่งนี้เลยก็ได้

เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับสายตาที่คลุมเครือไม่ชัดเจนของเยี่ยนเฉิงจือ สีหน้าดูจริงใจและเอาใจ “ไม่ใช่ค่ะ การที่ได้นั่งข้างประธานเยี่ยน นับเป็นเกียรติของฉันอย่างยิ่งค่ะ”

อารมณ์ของเยี่ยนเฉิงจือดูเหมือนจะดีขึ้นมาหน่อย หลับตาลงเอนพิงพนักพิงเก้าอี้ สีหน้าท่าทางเย่อหยิ่ง

ลู่หมิงเยว่อยากจะร้องแต่ร้องไม่ออก

เธอน่าเวทนาจริง ๆ

มาเข้าร่วมกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของบริษัทครั้งแรก ก็ถูกแฟนนอกใจ แถมยังเสียตัวครั้งแรกอีกด้วย มิหนำซ้ำระหว่างทางกลับ หัวใจดวงน้อย ๆ ก็ยังมาถูกบอสกดดันอีก...

ลู่หมิงเยว่กลับมาถึงบริษัทอย่างอดทนอดกลั้นมาตลอดทาง หลังจากที่ลงจากรถ ลมหายใจไม่มีกลิ่นอายของท่านประธานแล้ว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าโลกมันสวยงามขึ้นมากจริง ๆ

จ้าวเสี่ยเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หมิงเยว่ ได้นั่งใกล้ท่านประธานเป็นยังไงบ้าง”

ลู่หมิงเยว่ตอบไปว่า “รู้สึกคัน”

จ้าวเสี่ยวเหออุทานออกมา “ห่ะ”

ลู่หมิงเยว่เอ่ยต่อ “แบบที่ร้องคร่ำครวญอย่างทุกข์ทรมาน”

จ้าวเสี่ยวเหอรู้สึกเห็นอกเห็นใจลู่หมิงเยว่ จากนั้นแววตาเศร้าโศกของลู่หมิงเยว่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับเห็นอะไรที่น่ากลัวอย่างไรอย่างนั้น

ลู่หมิงเยว่รู้สึกแปลก ๆ จะเรียกเธอเอาไว้ กลับพบว่าวีแชทมีคำขอเป็นเพื่อนเด้งขึ้น ชื่อเป็นตัวอักษรที่เรียงต่อกันอย่างน่าประหลาด เธอคิดว่าเป็นบัญชีขายของ จึงปฏิเสธไปตรง ๆ

ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเพิ่มเพื่อนมาอีกครั้ง พร้อมด้วยข้อความหนึ่งประโยค “คุณทำของตก”

ลู่หมิงเยว่นึกย้อนกลับไป ของอะไรตก? เธอไม่ได้ทำของตกสักหน่อย

ขณะที่กำลังจะเมินเฉยไปนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที

เธอคงจะไม่ได้ทำของตกที่ห้อง 666 เมื่อคืนหรอกใช่ไหม?

แย่แล้ว!

หรือว่าบัญชีวีแชทนี้เป็นของเสิ่นเว่ยตงเหรอ?

เธอรีบตอบรับคำขอเป็นเพื่อนทันที ก่อนจะส่งข้อความไปว่า “คุณจะเอายังไง?”

ผ่านไปสิบนาทีอีกฝ่ายถึงได้ส่งข้อความกลับมา “เชือด”

ลู่หมิงเยว่อึ้งไปทันที

เมื่อตะกี้นี้เธอแค่บ่นท่านประธานลับหลังเท่านั้น คงจะไม่ได้ถูกเสิ่นเว่ยตงได้ยินเข้าหรอกใช่ไหม? มิน่าล่ะเมื่อตะกี้นี้จ้าวเสี่ยวเหอถึงได้วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับเห็นผีขนาดนั้น

แต่ทั้ง ๆ ที่คนในวีแชทคือเสิ่นเว่ยตง ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนกับกำลังพูดกับท่านประธานกันนะ

แปลกจริง ๆ

ลู่หมิงเยว่ส่ายหน้า คิดว่าความรู้สึกของตัวเองมันผิดเพี้ยนไป

เธอพิมพ์อย่างรวดเร็ว

“เสิ่นเว่ยตง เมื่อคืนมันเป็นเรื่องผิดพลาด ฉันจะยอมกล้ำกลืนเสียเปรียบแล้วกัน ต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่ได้ไหม?”

ทันทีที่ส่งข้อความออกไป ก็รู้สึกว่าน้ำเสียงมันแข็งกระด้างเกินไป ไม่ค่อยเหมาะสม จึงรีบยกเลิกข้อความทันที ก่อนจะพิมพ์ใหม่อีกครั้ง “คุณเสิ่น ว่างเมื่อไรคะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาของเดี๋ยวนี้แหละ”

ภายในห้องทำงานประธานบริษัท เยี่ยนเฉิงจือนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนสีดำ หลังจากที่เห็นข้อความนี้ มุมปากก็เย็นชาลง พิมพ์ข้อความก่อนจะส่งกลับไป

“คุณคิดว่าผมคือเสิ่นเว่ยตงเหรอ?”

หลังจากเห็นข้อความ ลู่หมิงเยว่ก็ราวกับได้ยินเสียงกัดฟันของอีกฝ่าย หัวใจสั่นขึ้นมาทันที “แล้วไม่ใช่เหรอ?”

หลังจากที่รอด้วยความตื่นตระหนกอยู่สักพัก ทางด้านนั้นก็ไม่ได้ตอบกลับมาอีก

หรือว่าเมื่อตะกี้นี้เสิ่นเว่ยตงแค่จงใจหยั่งเชิงเธอ หลังจากที่เธอเดาถูก ก็โกรธขึ้นมางั้นเหรอ?

ชิ คุณโกรธงั้นเหรอ? ฉันควรเป็นฝ่ายไม่พอใจสิ

เดิมทีเรื่องแบบนี้ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

หากลู่หมิงเยว่มีความกล้ามากพอ ป่านนี้ก็คงจะต่อว่าผู้จัดการอย่างไม่สนฟ้าสนดินไปแล้ว อย่างมากก็แค่ตกงาน!

แต่ว่า

เธอมีความกล้ามากพอขนาดนี้เลยหรือไง?

เธอลดท่าทีลง ก่อนจะพูดเบา ๆ “คุณเสิ่น แล้วคุณมีเวลาว่างเมื่อไร ฉันจะไปเอาของของฉัน”

“รอ”

คำพูดสั้น ๆ ที่แสนเย็นชา ลู่หมิงเยว่อึ้งตะลึงไปอย่างสิ้นเชิง

ให้เธอรอ ต้องรอนานแค่ไหน?

กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในวันนี้ ทุกคนต่างก็หยุดกันหมด รถเพียงแค่ส่งทุกคนกลับมาถึงบริษัทเท่านั้น หลังจากนั้นก็แยกย้ายกัน

ตอนนี้แม้แต่จ้าวเสี่ยวเหอเองก็หนีไปแล้ว ล็อบบี้บริษัทว่างเปล่า ไม่มีแม้กระทั่งเงาของใครสักคน

เธอต้องรอไปอีกนานแค่ไหน?

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสน่หาเมียรัก
9.7
นิตยาต้องเผชิญกับพฤทธิ์ ว่าที่คู่หมั้นที่ตราหน้าว่าเธอเป็นต้นเหตุให้ผู้ชายทะเลาะวิวาทกันในงาน แม้พฤทธิ์จะแสดงออกว่าเกลียดชังเธออย่างชัดเจน แต่เขากลับเป็นฝ่ายให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอตามความต้องการของครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยทัดเทียมกัน นิตยาทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการหมั้นหมายตามคำสั่งของผู้เป็นย่า แม้หัวใจจะเจ็บปวดจากการถูกดูหมิ่นและต้องตกอยู่ในพันธะสัญญาที่ปราศจากความรักจากชายหนุ่มที่คอยจิกกัดและเหยียดหยามเธอทุกครั้งที่มีโอกาส
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
8.2
อลินต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในงานแต่งงานครั้งที่สาม เมื่อเดมอนคู่หมั้นของเธอเลือกปกป้องไอรินและทำร้ายเธออย่างทารุณท่ามกลางสายฝน หลังจากถูกทำลายทั้งร่างกายและอาชีพจิตรกรจนดับวูบ อลินที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่าลึกตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อรักษาครอบครัวและธุรกิจเอาไว้ เธอติดต่อบุคคลลึกลับในต่างแดนเพื่อทำข้อตกลงแต่งงานแลกกับการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเตรียมตัวหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และรับการไถ่ถอนจากความแค้นที่ฝังลึก
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานอย่ารักฉันมากนักเลย
8.8
ชีวิตที่แสนเรียบง่ายของเสี่ยเหมียนต้องพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงหลังได้รับสายจากตำรวจที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของมรสุม เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อกู้หนานแฟนหนุ่มที่คบกันมานานแอบทรยศไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง ท่ามกลางความบอบช้ำ โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอมีความสัมพันธ์ลับกับถิงเจว๋ผู้เป็นอาของกู้หนานบนรถของเขา นำไปสู่ปมความรักอันซับซ้อนและการแย่งชิงที่ดุเดือดระหว่างอาและหลานชายโดยมีเธอเป็นศูนย์กลางของสงครามหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ภาระกิจหาแม่ให้ลูก
8.2
อเล็กไซ มหาเศรษฐีพ่อหม้ายผู้รักอิสระและเคยเข็ดขยาดกับการแต่งงานอย่างหนัก ถึงขั้นลั่นวาจาว่าจะไม่กลับไปติดกรงวิวาห์อีกเป็นอันขาด ทว่ากำแพงในใจกลับพังทลายเมื่อเขาตกหลุมรักชะเอม มัณฑนากรสาวโสดที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากหนุ่มเสเพลกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมถูกเพื่อนล้อว่ากลัวเมีย เพียงเพราะเขาไม่อยากให้เธอต้องเสียใจ อเล็กไซพร้อมทิ้งชีวิตสำส่อนในอดีตเพื่อพิสูจน์ตนเองในฐานะสามีและพ่อที่ดี ให้สมกับความไว้ใจที่เธอมีให้ในความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เมียเด็กของคิรันท์
9.7
คิรันท์นักธุรกิจพันล้านผู้เย็นชาและไร้ศรัทธาในความรักได้พบกับเด็กสาวสู้ชีวิตที่เคยถูกทอดทิ้งโดยบังเอิญ จากความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้และหวงแหนที่ยากจะดับลงได้ เมื่อความใกล้ชิดหลอมละลายหัวใจที่แข็งกระด้าง เขาจึงยอมเปิดเผยตัวตนเพื่อเธอ ขณะที่เธอก็กล้าก้าวข้ามความเจ็บปวดในอดีตเพื่อเคียงข้างเขา ทั้งคู่ร่วมกันพิสูจน์ว่าช่องว่างของวัยไม่ใช่ความอุปสรรค เพราะรักแท้ที่มั่นคงและอบอุ่นนั้นขึ้นอยู่กับหัวใจสองดวงที่พร้อมจะผูกพันกันไปตลอดกาล