
เข้าผิดห้อง รักถูกคน
ตอน 3
ไม่นาน ท้องฟ้าก็มืดลงอย่างรวดเร็ว
ในวีแชท [เสิ่นเว่ยตง] ไม่ได้บอกให้เธอไปเอาของ แล้วก็ไม่ได้ตอบข้อความใด ๆ กลับมา
ลู่หมิงเยว่จ้องมองโทรศัพท์ ในใจเธอได้สาปแช่งยกใหญ่
รอให้ฟ้ามืดลมแรง จะได้ฉวยโอกาสเอาเปรียบเธออีกสินะ?
เมื่อคืนเป็นอย่างนั้นแล้ว ยังไม่พออีกเหรอ?
ลู่หมิงเยว่อยากจะสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป
แต่ว่า...
เซิ่งซื่อ กรุ๊ปเข้ายาก เธอยังคงอยู่ในช่วงฝึกงาน ถ้าไปทำให้หัวหน้าไม่พอใจ มันก็เท่ากับวอนถูกไล่ออกไม่ใช่หรือไง?
ลู่หมิงเยว่รอแล้วรออีกอย่างอดทน เธอถือโอกาสนี้ท่องความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอาญาที่คิดได้วนซ้ำไปมา
สุดท้ายก็เริ่มโน้มน้าวตัวเอง
ถึงยังไงเสิ่นเว่ยตงก็เป็นหัวหน้าของตัวเอง ต่อไปเธอจะได้กลายเป็นพนักงานประจำหรือไม่นั้น มันก็คืออยู่กับการตัดสินใจของเสิ่นเว่ยตง
อีกอย่างเธอก็เป็นฝ่ายดื่มจนเมาแล้วเข้าหาเขาเอง เรื่องแบบนี้ต่อให้ไปแจ้งตำรวจก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ขณะที่ลู่หมิงเยว่กำลังคิดว่าตัวเองโชคร้าย รอจนถึงเวลาสามทุ่มกว่า จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงรองเท้าหนังเหยียบกระทบกับพื้น
“เอ้า ทำไมป่านนี้แล้วถึงยังมีคนอยู่ที่บริษัทอีก?” จู่ ๆ เสียงที่เอ้อระเหยลอยชายของเสิ่นเว่ยตงก็ดังขึ้นมา ในสำนักงานที่ว่างเปล่าและเงียบสงัด ชวนให้น่าขนลุก
ลู่หมิงเยว่ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ พยายามฝืนถามขึ้นมา “ผู้จัดการเสิ่น ในที่สุดคุณก็มา?”
เสิ่นเว่ยตงรู้สึกแปลกใจ “คุณกำลังรอผมอยู่เหรอ?”
คุณรู้ดีอยู่แก่ใจยังจะถามอีก!
ลู่หมิงเยว่อดทนอดกลั้นเอาไว้ กำลังจะเอ่ยปากพูดขึ้น จู่ ๆ เสิ่นเว่ยตงก็ถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เมื่อตะกี้นี้ผมเห็นคุณพึมพำอะไรบางอย่าง กำลังท่องอะไรอยู่เหรอ?”
เด็กฝึกงานคนนี้สวยจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงสังเกตเห็นเธอตั้งแต่ที่เธอมารายงานตัวในวันแรกแล้ว เพียงแต่เด็กฝึกงานคนนี้ดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่ความจริงแล้วเป็นสาวสวยที่แสนเย็นชาไม่น่าดึงดูดเลยสักนิด
กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของบริษัทในวันนี้จบลงแล้ว เธอไม่กลับบ้านกลับช่อง แต่ดันอยู่ที่บริษัทคิดจะทำอะไร
“ฉันกำลังท่องประมวลกฎหมายอาญาอยู่น่ะค่ะ” ลู่หมิงเยว่กัดฟันพูดโพร่งออกไป จากนั้นก็รู้สึกเสียใจภายหลังทันที
ถึงแม้จะได้ยินมาว่าเสิ่นเว่ยตงอ่อนโยนกับแฟนมาก แต่ถ้าเขาอับอายและโมโหขึ้นมาจะทำยังไง?
ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะแก้ตัวยังไงดีนั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากด้านข้าง หันตัวไปเห็นบอสที่หน้าตาหล่อเหลา กำลังยืนมองเธออยู่ริมประตู
บอสขายาวมาก ใบหน้าหล่อเหลา เพียงแค่ยืนพิงขอบประตู ภาพนี้ก็สามารถกลายเป็นรูปที่ขึ้นชื่อระดับโลกได้เลย ถึงแม้ว่าเจ้าตัวของ ‘รูปที่ขึ้นชื่อ’ จะกำลังยิ้มเย้ยหยัน แต่หนุ่มหล่อไม่ว่าจะยิ้มยังไงก็หล่ออยู่ดี
หัวใจของลู่หมิงเยว่เต้นแรงขึ้นมาทันที จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ารสนิยมด้านความงามของตัวเองถูกยกระดับขึ้นแล้ว
เสิ่นเว่ยตงเห็นเธอกำลังจ้องมองเยี่ยนเฉิงจืออย่างเหม่อลอย ก็ส่งเสียงชิออกมาครั้งหนึ่ง
ดูเหมือนเสน่ห์ของลูกพี่ลูกน้องของเขาจะไม่มีใครต้านทานได้จริง ๆ สาวเย็นชาในบริษัทเห็นแล้วยังมีสะดุด
เสียงชิของเสิ่นเว่ยตง ทำให้ลู่หมิงเยว่ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
นั่นมันบอสเชียวนะ เขาเป็นซูเปอร์ไอดอลของเธอ เป็นเจ้านายที่จ่ายเงินเดือนให้กับเธอ เธอกล้าทำตัวหื่นกามกับเจ้านายของตัวเอง เธอไม่สนงานของตัวเองแล้วจริง ๆ
สุดท้ายเรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเอาของของตัวเองคืน
เธอรีบหันสายตาไปมองเสิ่นเว่ยตงทันที “ผู้จัดการ เมื่อคืน...”
ลู่หมิงเยว่ยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ เยี่ยนเฉิงจือก็เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน “เว่ยตง ไปขับรถมา”
ถึงแม้ว่าเยี่ยนเฉิงจือจะมีคนขับรถส่วนตัว แต่เสิ่นเว่ยตงก็ไม่กล้าปริปากบ่นแม้แต่นิดเดียว รีบออกไปทันที
ภายในล็อบบี้บริษัทเหลือเพียงแค่ลู่หมิงเยว่กับเยี่ยนเฉิงจือสองคน เธอประหม่าจนมือเท้าทำอะไรไม่ถูก
ทำยังไงดี ดูเหมือนว่าท่านประธานจะอารมณ์ไม่ค่อยดี สังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างเธอกับเสิ่นเว่ยตงแล้วเหรอ?
ทันทีที่เสิ่นเว่ยตงขับรถตรงเข้ามา ก็ได้รับสายจากแฟนสาวของเขา ดังนั้นจึงกล่าวลาเยี่ยนเฉิงจือ ก่อนจะไปมีความสุขกับแฟนอย่างสบายใจ
เยี่ยนเฉิงจือไม่ได้สนใจเสิ่นเว่ยตง เปิดประตูรถขึ้นไปบนรถทันที
เมื่อเห็นแบบนี้ ลู่หมิงเยว่ก็แอบถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก ในที่สุดก็ส่งคนใหญ่คนโตคนนี้ไปได้สักที
ออร่าของท่านประธานทรงพลังมาก เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
แต่วินาทีต่อมา ท่านประธานก็ลดกระจกลงถามเธอ “คุณกลับยังไง?”
ลู่หมิงเยว่ตอบกลับไปอย่างนอบน้อม “ฉันนั่งรถประจำทางกลับค่ะ”
เยี่ยนเฉิงจือขมวดคิ้วเล็กน้อย “ขึ้นรถ”
เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท หมิงเยว่ไม่กล้าให้เขามาเป็นคนขับรถของตัวเอง จึงรีบโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งรถประจำทางกลับได้ค่ะ”
เยี่ยนเฉิงจือมองเธอ ใบหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก มองไม่ออกว่ากำลังรู้สึกอะไร
ลู่หมิงเยว่ถูกจ้องมองจนหนังศีรษะชา ไม่กล้าให้ท่านประธานรออีก จึงเปิดประตูรถออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง
อยู่ให้ห่างจากบอสหน่อย จะได้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
เยี่ยนเฉิงจือพูดขึ้นอย่างเย็นชา “คุณคิดว่าผมเป็นแท็กซี่หรือไง?”
เสียงของท่านประธานไพเราะน่าฟัง แต่ก็น่ากลัวด้วย ลู่หมิงเยว่ใจสั่น ก่อนจะไปนั่งยังที่นั่งข้างคนขับ รัดเข็มขัดนิรภัยอย่างเชื่อฟัง
ตลอดทางลู่หมิงเยว่ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ เพราะสีหน้าของท่านประธานมันดูไม่ดีจริง ๆ มุมปากคว่ำตลอดเวลา
ลู่หมิงเยว่รู้สึกว่านิ้วมือของตัวเองสั่นเทา
จริงอย่างที่เขาว่าระยะห่างมันสร้างความสวยงามได้ หลังจากที่ได้ใกล้ชิดกับเขามาบ้างในวันนี้ ถึงได้รู้ว่าที่แท้นิสัยของเทพบุตรคนนี้ก็แปรปรวนและคาดเดาไม่ได้
ต่อไปจะต้องอยู่ให้ห่างจากเทพบุตรคนนี้!
ขณะที่กำลังรอไฟแดง เยี่ยนเฉิงจือก็ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา และสุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว
จนกระทั่งหมิงเยว่กลับถึงบ้านลงจากรถ สีหน้าของเยี่ยนเฉิงจือตลอดทางก็ยังคงเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างออกนอกหน้าแบบเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ปิดบังเลยสักนิด
หมิงเยว่รู้สึกเศร้าใจมาก
หมิงเยว่ไม่ได้ผิดอะไร
เธอไม่ได้เป็นฝ่ายขอให้ท่านประธานมาเป็นคนขับรถให้กับเธอสักหน่อย ทำไมถึงต้องโกรธขนาดนี้ด้วย
แต่ความเศร้าเสียใจนี้ก็จางหายไปทันที แทนที่ด้วยความโกรธเคืองที่ปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เพราะเธอเห็นโจจ้าน แฟนเก่าของเธอเข้าแล้ว
คุณอาจจะชอบ





