ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ภรรยา 72 ชั่วโมง

ภรรยา 72 ชั่วโมง

ลดาตัดสินใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับพ่อเลี้ยงโอบด้วยความเต็มใจ แม้จะรู้ดีว่าเขาแต่งงานกับเธอเพียงเพราะความจำเป็นและไร้ซึ่งเยื่อใย โอบเคยให้คำมั่นกับปีใหม่คนรักของเขาว่าจะไม่แตะต้องภรรยาทางนิตินามคนนี้เด็ดขาด ทว่าความเร่าร้อนในคืนที่พลั้งเผลอกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป ความเสน่หาที่เกิดขึ้นทำให้เขาเริ่มโหยหาและบุกเข้าหาลดาอย่างไม่อาจห้ามใจ จนทั้งคู่ต่างจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจถอนตัวได้ แต่เส้นทางรักครั้งนี้กลับไม่ได้ราบรื่นและเต็มไปด้วยอุปสรรคที่รอพิสูจน์หัวใจของคนทั้งสอง
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงเครื่องบินลำใหญ่ ที่เวลานี้กำลังลงจอดยังสนามบินจังหวัดดังระงมไปทั่วบริเวณ กระทั่งจอดได้สนิทผู้โดยสารทั้งหมดจึงทยอยลงจากเครื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลดาหญิงสาวกำพร้าที่เกิดและเติบโตที่นี่ ก่อนที่เธอจะสอบได้ทุนไปศึกษายังต่างประเทศจนจบระดับปริญญาตรี พอเรียนจบก็ขอทำงานใช้ทุนต่อที่นั่น

แต่ทำงานได้แค่สองปีกว่า ลดากลับได้รับข่าวร้ายว่าผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตไปกำลังป่วยหนักและไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ทันทีที่รู้ข่าวร้ายนี้ ลดาก็รีบบินกลับมาเมืองไทยทันที

“ลดา” เสียงคุ้นหูที่ทักขึ้นในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ทำให้ลดาหันไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นปรียา เธอเอ่ยเรียกพร้อมกับตรงเข้าไปสวมกอด

“อุ้ม”

“คิดถึงลดาจัง เดินทางข้ามโลกมาแบบนี้เหนื่อยไหม” เมื่อคลายอ้อมกอดออกปรียาก็เอ่ยถามขึ้น จะว่าไปเธอกับลดาก็เหมือนพี่น้อง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด เพิ่งมาอยู่ห่างกันจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่ลดาไปเรียนต่อที่ อื่น ซึ่งก็ตั้งเก้าปีเข้าไปแล้วนะ แต่เธอก็ยอมรับจริงๆ ว่าลดานั้นเก่ง ที่สามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้แบบนี้

แม่ของเธออุปการะเลี้ยงดูลดาในฐานะลูกสาวอีกคน เพราะครอบครัวของลดาเป็นคนงานในไร่ แต่ต้องมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งหมด ปล่อยให้ลดาที่ตอนนั้นอายุเพียงเจ็ดขวบอยู่ตามลำพัง แม่เธอสงสารปนเอ็นดูลดามาก เลยตัดสินใจรับมาอยู่ด้วย

ลดาในวัยเด็กนั้นน่ารัก ช่างพูดช่างคุย คอยช่วยงานในส่วนที่ทำได้ ไม่ได้เอาแต่ใจเกเรเหมือนใครบางคน แต่ดีหน่อยที่พอโตมาแล้วคนที่ว่านิสัยก็เปลี่ยน ส่วนลดาเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกันจากที่ช่างพูดช่างคุยก็ดูจะพูดน้อยลง อาจเพราะต้นเหตุมาจากเรื่องนั้นตอนนั้นก็เป็นได้

“ไม่เหนื่อยเลย”

“หิวไหม กินอะไรก่อนหรือเปล่า” คำถามเป็นห่วงเป็นใยดังมาจากปรียา นั่นทำให้ลดารู้สึกตื้อๆ ในอก เพราะไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน ปรียาก็ยังคงเป็นห่วงเป็นใยเธออยู่เสมอ

“ไม่หิว อุ้มล่ะ มารอรับลดานานหรือยัง หิวไหม”

“ไม่หิวเลย” ปรียาส่ายหน้าให้ เพราะระยะหลังๆ มานี้เธอแทบไม่อยากกินอะไรเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้อยากไดเอท หรอกแค่ไม่รู้สึกอยากจะกินอะไรก็เท่านั้นเอง

“แล้วนี่คุณป้าเป็นยังไงบ้าง”

“ทรงกับทรุด” น้ำเสียงและสีหน้าของปรียานั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้ลดาได้เห็น

“งั้นเรารีบกลับไร่กันดีกว่า มาลดาขับรถให้”

“ไม่ได้ นั่งเครื่องบินมาตั้งนานขืนมาขับรถอีกเดี๋ยวก็ได้ไหลลงเหว อุ้มขับให้ลดานั่งน่ะดีแล้ว กลับไร่กัน”

“จ้ะ” ลดาพยักหน้ารับ ปรียาเข้ามาช่วยเพื่อนถือข้าวถือของแล้วพากันเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าสนามบิน คนมารับอาสาเป็นคนขับรถให้ ระหว่างทางที่รถเคลื่อนตัวไปนั้น ลดานั่งหน้าเครียดแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้

“อุ้มรู้เรื่องอาการป่วยของคุณป้ามานานแล้วหรือยัง”

“ปีกว่าแล้ว”

“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกกัน”

“ก็แม่ขอไว้น่ะสิ นี่คันปากอยากจะบอกลดาใจจะขาด กระทั่ง…อาการของแม่ทรุดจนแทบจะไม่รู้สึกตัว อุ้มเลยตัดสินใจบอกลดา” น้ำเสียงของปรียาค่อยๆ เบาลง

“ขอบใจมากนะอุ้ม ขอบใจที่ไม่ลืมลดา”

“ลืมได้ยังไง แม่อุ้มรักและเอ็นดูลดาเหมือนลูกคนหนึ่ง ถ้าลดาไม่ได้กลับมาดูใจแม่อุ้มก่อนที่ท่านจะ…ตาย อุ้มคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”

“อุ้ม!” ฟังแล้วลดาก็น้ำตาคลอ นั่นเพราะเธอเองก็รักและเคารพโสภีมากเหมือนแม่แท้ๆ ของเธอเช่นกัน ความรัก ความโอบอุ้ม ความเมตตาที่โสภีมอบให้มานั้น ทำให้เด็กกำพร้าอย่างเธอเติบโตมาอย่างเข้มแข็ง แม้จะรู้สึกว่าตัวเองขาดความรักจากแม่และพ่อไปบ้าง แต่โสภีก็ค่อยๆ เติมความรู้สึกขาดนั้นให้เธอจนเต็ม

ตลอดเวลาที่เรียนอยู่นั้น ความที่อยู่ห่างไกลกันแต่โสภีก็หมั่นโทรศัพท์ไปถามไถ่เสมอๆ ว่าเธอสุขสบายดีไหม ขาดเหลืออะไรบ้างหรือเปล่า นั่นทำให้ลดายิ่งรักโสภี วันที่เธอรับปริญญาโสภีกับปรียาก็บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาร่วมงานด้วย

“ไม่ใช่ว่าอุ้มจะไม่เสียใจเรื่องนี้นะ อุ้มเสียใจมาก ตั้งแต่รู้เรื่องก็ร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาจะร้อง แต่เกิดแก่เจ็บตายคือสัจธรรมของโลกใบนี้” แม้ปากจะบอกว่าเธอนั้นร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้อง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ปรียาก็น้ำตาเอ่อ รู้สึกตื้อๆ ในคอจุกในอกไปหมด แต่น้ำตามันไม่ไหลออกมาข้างนอกก็เท่านั้นเอง

ความรู้สึกเสียพ่อไปเมื่อตอนที่เธอยังเด็กเทียบไม่ได้กับตอนนี้เลย คงเพราะตอนนั้นเธอเด็กเกินจะรับรู้อะไร เวลานี้ต่อให้เธอเข้มแข็งมากแค่ไหน สุดท้ายก็กลายเป็นคนอ่อนแออยู่ดี ลดาคว้ามือของเพื่อนรักมากุมแล้วบีบเบาๆ ให้ปรียารับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้อีกคน

ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าถนน ที่มีป้ายไม้ขนาดใหญ่บอกผู้ที่ขับรถผ่านไปผ่านมาว่า ‘ไร่โอบอุ้ม’ หัวใจของลดาก็เต้นไม่เป็นจังหวะ นั่นเพราะจู่ๆ ใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งก็เข้ามาในหัว ผู้ชายที่เธอพยายามสลัดภาพเขาให้ออกไปจากความคิดมาหลายปี แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ

เมื่อรถจอดสนิทปรียาก็พาลดาขึ้นไปยังห้องพักของผู้เป็นแม่ ลดากราบเท้าโสภีที่เวลานี้นอนอยู่บนเตียง ใบหน้ารวมไปถึงร่างกายที่เคยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลซูบผอมเสียจนลดาใจหาย

“ลดา” น้ำเสียงแหบแห้งปนความเหนื่อยอ่อนของโสภีดังขึ้น พร้อมกับพยายามชูแขนที่มีแค่หนังห่อหุ้มเพื่อรับอ้อมกอดจากลดา นั่นทำให้ลดาปรี่เข้าไปสวมกอดทันที

“ลดากลับมาแล้วค่ะคุณป้า”

“คิดถึงจังเลยลูก”

“ลดาก็คิดถึงคุณป้าค่ะ” ลดารีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม พร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ พอคลายอ้อมกอดออกเธอก็ส่งยิ้มให้โสภีที่ยิ้มตอบเธอมาเช่นกัน

“ลดาของป้าโตขึ้นมาก สวยสมวัย เหมาะกับ…”

“แม่คะ” ปรียาเอ่ยแทรกขึ้น นั่นเพราะยังไม่อยากให้ผู้เป็นแม่เอ่ยอะไรในตอนนี้นัก เพราะลดาเพิ่งบินกลับมาขืนฟังเรื่องนั้นอาจช็อกเอาได้ แต่โสภีกลับมองว่าตนมีเวลาไม่มากแล้ว ขืนไม่พูดตอนนี้ก็กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้ตื่นมาพูดอีก

“แม่ขอคุยกับลดาเองนะอุ้ม”

“ค่ะ…งั้นอุ้มออกไปรอข้างนอกนะคะ” โสภีพยักหน้าให้ลูกสาว ปรียาจึงจำต้องออกไปรอฟังข่าวที่นอกห้องแทน แม้จะรู้ว่าผู้เป็นแม่จะคุยอะไรกับลดา แต่ก็อดที่จะกังวลไม่ได้ นั่นเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ลดายังคิดแบบนั้นกับพี่ชายเธออยู่หรือเปล่า ถ้ายังคิดอยู่ก็ดีไป แต่ถ้าไม่นี่ก็เรื่องใหญ่เหมือนกัน

“ตะกี้พาใครมาด้วยน่ะอุ้ม”

“อ้อ…ลดาค่ะพี่โอบ” ปรียาเอ่ยตอบพี่ชาย ที่เวลานี้รับหน้าที่ดูแลไร่โกโก้ของครอบครัวอย่างเต็มตัวแล้ว ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนได้ใจลูกน้องไปเสียหมด เดินไปไหนมาไหนคนเหล่านั้นจึงเอ่ยเรียกพี่ชายเธอว่าพ่อเลี้ยงโอบอย่างเต็มปาก

“ลดาเหรอ” พ่อเลี้ยงโอบเอ่ยทวนชื่อที่ได้ยิน นั่นเพราะเขาไม่เคยเอ่ยถึงเธอเลยตั้งแต่ลดาสอบชิงทุนได้แล้วตัดสินใจบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศโดยไม่ถามเขาสักคำว่าอนุญาตไหม

มิหนำซ้ำพอเรียนจบแทนที่จะกลับมาทำงานที่เมืองไทยยังเลือกทำงานที่นั่นอีก ปีกกล้าขาแข็งขนาดนั้นแล้วจะกลับมาเหยียบที่นี่อีกทำไมกัน

“ค่ะ” ปรียาเอ่ยรับเพียงสั้นๆ พร้อมกับสังเกตสีหน้าและท่าทางของพี่ชายตัวเองไปด้วยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ รายนี้อคติกับลดามาตั้งแต่เด็กๆ คิดว่าลดามาเพื่อหวังสุขสบาย ร้ายแรงไปถึงคิดว่าลดามาเพื่อแย่งความรักจากคนในครอบครัวไป เพราะคิดแบบนั้นตั้งแต่เล็กจนโตทำให้โอบไม่เคยญาติดีกับลดาเลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เทวัญขวัญรัก
9.6
++++++++++++++++++++++++++++++++ เรื่องของเทวัญเจ้าของอู่หนุ่มผู้ดิบเถื่อน กับขวัญรักผู้จำใจมาเป็นเมียของเขา จากการซื้อมาเพื่อเงิน เพื่อบำบัดความใคร่ เรื่องระหว่างเธอกับเขาจะกลายเป็นรักแท้หรือไม่ ต้องลองอ่านกันค่ะ +++++++++++++++++++++ ขวัญรักเม้มปาก สะกดกลั้นน้ำตา ...บอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้ เธอตัดสินใจไปแล้ว แม้จะถูกเขาเหยียบย่ำ ดูถูกดูแคลนว่าเป็นผู้หญิงขายตัวขนาดไหนก็จะทนเพื่อครอบครัว ผู้ชายที่เธอเห็นเขาตัวโต สวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัว อวดความกว้างของไหล่บึกบึน คิ้วยาวดำพาดเฉียง ดวงตาดำลึก จมูกโด่ง แนวกรามแข็งแกร่ง ปากสีเข้ม เขาคือคนที่ขวัญรักเจอหน้าห้องน้ำนั่นเอง แต่ทว่าก็ไม่อาจหยุดอาการประหม่าจนตัวสั่นของเธอลงได้ “ชื่ออะไร...” หนุ่มเสื้อยืดดำถาม แต่ฟังแล้วดุเหลือเกินในความคิดของเธอ “ขะ...ขวัญรักค่ะ” เธอรู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กอายุสามขวบ ยามที่ไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก และต้องแนะนำตัวต่อหน้าเพื่อนทุกคน “มีชื่อเล่นไหม” เทวัญมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อยากรู้...ผมที่ถักเปียของเธอหากคลายออกจะยาวขนาดไหน อยากสัมผัส...จะนุ่มละมุนมือหรือเปล่าหนอ “กะ...กวางค่ะ” เรียวคิ้วดำขมวดไปครู่ ก่อนคลายออก นึกชมว่าพ่อแม่ตั้งชื่อสมตัว ท่าทางเธอเหมือนลูกกวางจริง ๆ นั่นแหละ และเขาก็เป็นเสือหิวที่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อเนื้อหวานไปง่าย ๆ “ต้องทดลองของสักหน่อยแล้ว ขอยืมห้องหน่อยมึง” เทวัญแค่บอกเล่า ไม่สนใจว่าเจ้าของจะอนุญาตหรือไม่ อย่างไรเสียคืนนี้เขาต้องได้เล่นสนุกกับของราคาแพงที่ซื้อมา “เดี๋ยวก่อนค่ะ ยื่นหมูยื่นแมว ขอเงินก่อน รับโอนนะคะ” ++++++++++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ตรวนปรารถนา
7.9
ปาณิศายอมรับผิดที่ทำลายคำมั่นสัญญาเรื่องการใช้ชีวิตคู่จนสร้างความแค้นเคืองให้คทาวุธ แม้เธอต้องจำใจแต่งงานกับชายรุ่นพ่อด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ความจริงคือเธอไม่เคยปันใจให้ใครและยังคงรักเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยโหยหา คทาวุธตั้งคำถามสำคัญเพื่อหยั่งเชิงความรู้สึกของหญิงสาว เมื่อหัวใจเรียกร้องและเธอยอมจำนนต่อสัมผัสที่คุ้นเคย ปาณิศาจึงเลือกที่จะก้าวข้ามความผิดพลาดในอดีตเพื่อเริ่มต้นบทเรียนรักครั้งใหม่ในอ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้อนซ่อนกลรัก
8.6
เมื่อแผนการคลุมถุงชนสุดซับซ้อนถูกวางหมากโดยพ่อแม่ของปิติญาดาและคณินที่แสร้งแสดงละครตบตาเพื่อบีบบังคับให้ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยความไม่เต็มใจ ทว่าเส้นทางรักที่ถูกขีดไว้นี้กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เมื่อกาลเวลาพัดพาเอาคนรักเก่าให้หวนคืนกลับมากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่เข้ามาสั่นคลอนความสัมพันธ์ท่ามกลางไฟรักที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางเกมหัวใจที่มีทั้งแผนการซ่อนเร้นและถ่านไฟเก่าที่ยังคุโชนพยายามแทรกแซงรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย อย่าพูดคำว่าไม่เคย
8.6
หลังชีวิตสมรสสี่ปีสิ้นสุดลงด้วยคำขอหย่าที่เย็นชา ฉินซูเหนียนจึงตระหนักว่าตนเป็นเพียงตัวแทนเพื่อตบตาครอบครัว เพราะในใจของสามีมีเพียงหญิงอื่น เธอตัดสินใจทิ้งบทบาทภรรยาผู้อ่อนแอเพื่อก้าวสู่ฐานะราชินีผู้ทรงอิทธิพล ทว่าเมื่อเธอกลับมาอย่างสง่างาม อดีตสามีกลับดูถูกว่านี่คือแผนเรียกร้องความสนใจ แต่ก่อนที่เธอจะโต้ตอบ ประธานหนุ่มผู้ลึกลับกลับดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดพร้อมประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนว่า เธอคือคุณนายฟู่ที่ใครก็ห้ามแตะต้อง สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งวงการ
หน้าปกนวนิยาย “เอา” คืนซ่อนเสียว  (5 P NC25++)
8.8
ริกะจังต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อเคนคู่หมั้นของเธอแอบนอกใจไปหาหญิงอื่น แม้จะรู้ความจริงแต่เธอกลับเลือกที่จะอดทนเพราะความรักที่มีให้เขา จนกระทั่งในงานเลี้ยงรุ่น ริกะได้กลับมาพบกับแฟนเก่าอีกครั้ง ความเสียใจเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้เธออยากแก้แค้นเคนคืนบ้าง เธอจึงตัดสินใจปล่อยตัวปล่อยใจไปกับถ่านไฟเก่าที่ยังคุกรุ่น เพื่อตอบโต้ความทรยศที่เคนหยิบยื่นให้ ท่ามกลางอารมณ์ปรารถนาที่ยากจะหยุดยั้งในความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้