
เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
ตอน 2
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉือเนี่ยนเดินทางมาถึงเมืองจิง และเข้าพักที่โรงแรมอวิ๋นติ่ง
ภายในห้องสวีทที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เธอถอดเสื้อคลุมออกแล้วโยนมันทิ้งไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างบานสูงจากพื้นจรดเพดาน
ตึกสูงระฟ้า รถราพลุกพล่านมากมาย
เธอไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานแสนนานแล้ว
ใช่สิ
ปีนั้นเธออายุได้หกขวบ แม่ของเธอถูกฆ่าตาย ส่วนเธอก็ถูกทิ้งไว้กลางป่า
และทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นเพราะตระกูลฉือทั้งนั้น
หากไม่ใช่เพราะอาจารย์พ่อและอาจารย์แม่รับเลี้ยงเธอไว้ เกรงว่าป่านนี้คงตายไม่เหลือซากไปนานแล้วแน่ ๆ
การกลับมาครั้งนี้มีเพียงเพื่อแก้แค้น และทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอกลับคืนมา
ฉือเนี่ยนดึงสติกลับมา เธอล้วงกระเป๋าหยิบจี้ที่ได้มาจากชายที่บาดเจ็บ ยกมันขึ้นมาส่องกับแสงอาทิตย์
อัญมณีที่ผ่านการทำความสะอาดแล้วดูโปร่งใสยิ่งขึ้น ประเมินด้วยสายตาแล้วมีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว
มือที่กำจี้อยู่นั้นยิ่งไม่อยากปล่อย ฉือเนี่ยนเริ่มรู้สึกหลงใหลในสัมผัสนี้ขึ้นมาเสียแล้ว
เธอหยิบเชือกมาร้อยจี้แล้วนำไปคล้องคอ ก่อนจะเดินไปที่หน้ากระจกเพื่อส่องดูภาพสะท้อน
สวยดีนะ งั้นก็ห้อยไว้อย่างนี้แหละ
หลังจากซ่อนจี้ไว้ใต้เสื้อผ้า ฉือเนี่ยนก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปลี่ยนที่อยู่ IP แล้วเปิดแอปพลิเคชันข่าว
หน้าจอเปลี่ยน ตัวอักษรหนาเข้มหลายตัวปรากฏขึ้นตรงหน้า
——คุณหนูตระกูลฉือ ฉือจือยี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ ตระกูลฉือประกาศตามหาเลือดด้วยเงินรางวัลมหาศาล!
ฉือเนี่ยนรู้สึกสนใจจึงกดเข้าไปดูรายละเอียด
ฉือจือยี่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียเลือดมาก เนื่องจากเธอมีเลือดกรุ๊ป RH บวก ทำให้เลือดในธนาคารเลือดของโรงพยาบาลแทบจะมีไม่พอ
ตระกูลฉือประกาศให้เงินรางวัลมหาศาลเพื่อขอรับเลือด แต่ผู้ที่มาบริจาคเลือดกลับมีน้อยเหลือเกิน
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของฉือเนี่ยนอย่างอดไม่อยู่
อุบัติเหตุครั้งนี้ช่างมาได้จังหวะจริง ๆ
เดิมทีคิดว่าจะต้องใช้ความพยายามอยู่บ้างเพื่อจะเข้าไปอยู่ในตระกูลฉือ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาอย่างง่ายดายขนาดนี้
ฉือเนี่ยนปิดโทรศัพท์มือถือพลางหลับตาและเอนกายพิงโซฟา ก่อนจะทบทวนความคิดในสมอง
กรุ๊ปเลือด RH บวก เป็นเลือดหายาก แต่เธอกลับมี
และในตอนนี้ เธอต้องการตัวตน ตัวตนที่จะทำให้เธอยืนหยัดอยู่ในเมืองจิงได้
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉือเนี่ยนก็หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป
ไม่เพียงแค่กลับเข้าสู่ตระกูลฉือเท่านั้น เธอจะทำให้พวกเขาอ้อนวอนขอให้เธอกลับไป และยังจะให้พวกเขาประกาศต่อสาธารณชนอย่างโออ่าถึงสถานะความเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลฉือของเธออีกด้วย
ณ โรงพยาบาลจิง
ฉือเจิ้งเต๋อเพิ่งจะลงจากรถ ก็ถูกฉือเนี่ยนเข้ามาขวางทางเอาไว้
เห็นหน้าเพียงแค่แวบเดียว ฉือเจิ้งเต๋อก็ตัวแข็งทื่อราวกับกลายเป็นหินไปแล้ว
“เธอ……”
ฉือเนี่ยนจ้องมองชายตรงหน้า มุมปากของเธอเผยอเหยียดเป็นรอยยิ้มบาง
“ฉันควรจะเรียกคุณว่าคุณฉือ หรือว่า…… คุณพ่อ ดีคะ?“
คำพูดนี้ดุจสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของฉือเจิ้งเต๋อเข้าอย่างจัง
เขาจ้องมองฉือเนี่ยนเขม็ง นานสองนานก็พูดอะไรไม่ออก
ฉือเนี่ยนก็ทำเพียงยืนนิ่ง ปล่อยให้เขามองไป
ยิ่งเขามองมากเท่าไหร่ ก็มีแต่จะยิ่งนึกถึงแม่ของเธอที่จากไปแล้วมากขึ้นเท่านั้น
ถ้าเขายังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง เขาก็จะต้องถูกความรู้สึกผิดกัดกินใจ!
ไม่รู้ว่าพ่อลูกคู่นี้จ้องตากันอยู่นานแค่ไหน ต่างคนต่างเงียบกันไปนาน
ในที่สุด ฉือเจิ้งเต๋ออดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ยปาก “เธอคือเนี่ยนเนี่ยนจริง ๆ เหรอ?”
สีหน้าของฉือเนี่ยนไร้อารมณ์อย่างยิ่ง “พ่ออยากจะพาฉันไปตรวจดีเอ็นเอไหมล่ะคะ?”
“ไม่ ไม่ต้อง……” ฉือเจิ้งเต๋อแทบจะน้ำตาไหล “เธอกับแม่ของเธอตอนสาว ๆ เหมือนกันอย่างกับแกะจริง ๆ”
ฉือเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเยาะ
หากไม่ใช่เพราะเขาละทิ้งลูกเมียไปไขว่คว้าความมั่งคั่งร่ำรวยเมื่อหลายปีก่อน แม่ของเธอก็คงไม่ต้องตายอย่างอนาถ และเธอก็คงไม่ต้องร่อนเร่อยู่ข้างนอกมานานกว่าสิบปี!
ตอนนี้เขายังจะมีหน้ามาพูดถึงแม่อีกเหรอ?
“เลือดกรุ๊ป RH น่ะ ฉันมี”
ฉือเนี่ยนทิ้งคำพูดหนึ่งประโยค แล้วหันหลังเดินเข้าไปในโรงพยาบาล
ฉือเจิ้งเต๋อดีใจขึ้นมาก่อน แล้วรีบวิ่งตามเข้าไป
สองพ่อลูกพากันเดินไปจนถึงหน้าห้องไอซียู
ผ่านกระจกใสนั้น ฉือเนี่ยนเห็นเด็กสาวคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยใบหน้าซีดเซียว ร่างกายเต็มไปด้วยสายระโยงระยาง
“อยากเอาเลือดของฉันไปก็ได้นะคะ แต่ฉันมีเงื่อนไข”
เธอมองเข้าไปข้างในผ่านกระจก มุมปากของเธอเผยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาออกมา “ฉันต้องการกลับไปเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลฉืออย่างสมศักดิ์ศรี ตระกูลฉือจะต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับฉันอย่างยิ่งใหญ่”
สีหน้าของฉือเจิ้งเต๋อดูไม่ค่อยสู้ดีนัก “เนี่ยนเนี่ยน ถ้าลูกไม่มีที่อยู่ พ่อจะซื้อบ้านให้ลูกหลังหนึ่ง แต่การจะกลับมาที่ตระกูลฉือน่ะ เกรงว่า……”
เขายังพูดไม่ทันจบคำ ฉือเนี่ยนก็รู้แล้วว่าเขาจะเอ่ยอะไร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แม้เขาจะเห็นด้วย คนอื่น ๆ ในตระกูลฉือก็คงไม่เห็นด้วย
“ในเมื่อตระกูลฉือของคุณไม่สามารถตอบสนองความต้องการของฉันได้ เช่นนั้นฉันก็จะไม่ช่วยฉือจือยี่”
หลังทิ้งคำพูดหนึ่งประโยคนั่นไว้ ฉือเนี่ยนก็หันหลังเดินจากไป
ฉือเจิ้งเต๋อเห็นดังนั้นก็วิ่งตามไปคว้าแขนเธอไว้อย่างร้อนรน “เนี่ยนเนี่ยน อย่าเพิ่งไปเลยนะ พ่อจะกลับไปปรึกษาพวกเขาก่อน……”
คุณอาจจะชอบ





