
หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
ตอน 2
การแต่งงานของพวกเขามันเป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะจัดการกับเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ให้เร็วที่สุด
แอบรักมาสองปี แต่งงานมาสามปี เป็นเวลาห้าปีเต็มๆ เธอไม่สามารถทำให้หัวใจดวงนั้นของเขาอบอุ่นได้เลยสักนิด ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องจมปลักอีกต่อไปแล้ว
ซูหว่านหนิง คนอย่างเธอไม่ควรจะมีชีวิตแบบนี้
ความตกตะลึงปรากฏขึ้นมาในแววตาของฮั่วเยี่ยนสือ ราวกับได้ยินเรื่องที่ตลกขบขันอย่างไรอย่างนั้น มุมปากยกยิ้มเยาะเย้ย
“ซูหว่านหนิง! จะก่อปัญหาก็หัดรู้จักขอบเขตเสียบ้าง ถ้าหย่ากับผมไปแล้ว คุณยังจะได้ของหรูหราฤดูกาลใหม่ล่าสุดอีกงั้นเหรอ? คุณจะมีปัญญาได้สวมเครื่องประดับที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมูลค่าเป็นสิบๆ ล้านได้อยู่หรือเปล่า?”
ซูหว่านหนิงเชิดใบหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น หลังตั้งตรง พูดเน้นย้ำทีละคำทีละประโยค “ฮั่วเยี่ยนสือ ฉันเป็นภรรยาของคุณ ไม่ใช่นกขมิ้นในกรงทองของคุณนะ!”
ภรรยาเหรอ?
ดวงตาที่มืดมนของฮั่วเยี่ยนสือเผยให้เห็นถึงความโหดเหี้ยม น้ำเสียงข่มขู่ “ซูหว่านหนิง ทำความเข้าใจกับจุดยืนของตัวเองให้ดี ผมไม่มีเวลาว่างจะมาทะเลาะกับคุณ!”
พูดจบ เขาก็ปิดประตูเสียงดังก่อนจะจากออกไป
ซูหว่านหนิงจ้องมองแผ่นหลังที่เริ่มจากไปไกลเรื่อยๆ ของเขา พูดจาแน่วแน่อย่างผิดปกติ “ฉันไม่ได้ชวนทะเลาะ ถ้าฉันร่างใบหย่าเสร็จแล้วฉันจะส่งไปที่บริษัทของคุณทันที”
“เปรี้ยง!”
ตอนที่ซูหว่านหนิงจากไป จู่ๆ ฟ้าก็ร้องดังลั่นไปทั่วผืนฟ้าที่มืดสนิท จากนั้นฝนก็เริ่มตกลงมาห่าใหญ่ เธอกางร่ม จากนั้นก็ตัดสินใจลากกระเป๋าเดินทางจากออกไป
ฉินหว่านอัน เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยเมื่อรู้ว่าเธอจะหย่า ก็สบถด่าฮั่วเยี่ยนสือออกมาด้วยความโมโหเกรี้ยวกราดไปยกใหญ่ จากนั้นถึงได้ถามขึ้น “ว่าแต่ทำไมเธอถึงต้องหย่าด้วยล่ะ? ตอนนั้นแต่งงาน เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ชีวิตที่เหลือของเธอไม่มีทางหย่า มีแต่เป็นหม้ายเท่านั้น?”
คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าซูหว่านหนิงรักฮั่วเยี่ยนสือมากขนาดไหน แต่ฉินหว่านอันรู้ดีที่สุด
ซูหว่านหนิงรู้สึกหดหู่ พูดขึ้นอย่างทอดถอนใจ “ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน”
ฉินหว่านอันไม่เชื่อว่าเรื่องมันจะง่ายดายขนาดนั้น เธอซักถามต่อทันที “หนิงหนิง เธอบอกฉันมาตามตรง ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
ความเสียใจที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของซูหว่านหนิง “เขานอกใจในวันครบรอบแต่งงานสามปีของเรา แถมยังไปอยู่ด้วยกันกับคนในดวงใจของเขาอีก”
ฮั่วเยี่ยนสือถูกถ่ายตอนที่อยู่ด้วยกันกับโจวชิงชิงไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่ตอนกินข้าว พบปะกัน ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ได้เข้าโรงแรมแบบครั้งนี้
จากนั้นซูหว่านหนิงก็หยิบวิดีโอออกมา เสียงจากลำโพงมันย้ำเตือนเธอตลอดเวลา ว่าคนรักหักหลังเธอ
ฉินหว่านอันที่ดูจบก็ระเบิดโมโหออกมาทันที ต่อว่าด้วยความขุ่นเคือง “ไอ้ผู้ชายสารเลวรสนิยมไม่เหมาะกับรูปร่างหน้าตาของเขาเลยจริงๆ ถึงแม้ว่านังชั้นต่ำโจวชิงชิงนั่นทั้งสวยไม่เท่าเธอ และเอาใจเก่งไม่เท่าเธอ ผู้ชายนั่นกินไม่เลือกจริงๆ ไม่ว่าอะไรก็เอาหมดนั่นแหละ จริงสิ เขานอกใจในชีวิตแต่งงาน แล้วเขาให้ค่าชดเชยกับเธอเท่าไร?”
แผ่นหลังที่เกร็งของซูหว่านหนิงงอลงเล็กน้อย “ฉันไม่ต้องการ ฉันออกมาตัวเปล่า”
ฉินหว่านอันเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ เขย่าไหล่ของเธอ “เพื่อน เธอโง่หรือเปล่า! ไม่เอาเงินจากผู้ชายที่นอกใจเนี่ยนะ แถมเขาก็เป็นฝ่ายผิดด้วย”
ซูหว่านหนิงถอนหายใจ “การแบ่งทรัพย์สินมีแต่จะทำให้ขั้นตอนการหย่าร้างล่าช้าลงเท่านั้น อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ให้โครงการต่างๆ กับตระกูลซูไม่น้อย”
โครงการที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ปให้มา ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ตั้งมากมาย
ฉินหว่านอันรู้สึกว่ามันเป็นเพราะเหตุผลนั้น เธอกุมมือของซูหว่านหนิงไว้ พร้อมกับถามขึ้น “แล้วหลังจากหย่า เธอจะเอายังไงต่อ?”
ระหว่างทางที่เรียกรถมา ซูหว่านหนิงคิดเอาไว้แล้วว่าจะกลับมาทำงานอีกครั้ง “ถึงจะไม่ลัคกี้อินเลิฟแต่ก็ลัคกี้อินเกม ฉันพร้อมที่จะทำตามความฝันที่ยังไม่สำเร็จหลังจากที่ออกจากวงการมาเมื่อสามปีก่อน”
ก่อนแต่งงานซูหว่านหนิงเป็นผู้จัดการดารา มีศิลปินอยู่ในความดูแลหลายคน ทุกคนล้วนแต่เจิดจรัสภายใต้การดูแลและชี้แนะของเธอ
ในตอนนั้น เธอตั้งใจให้คนสองคนที่เธอตั้งความหวังไว้สูงที่สุดคว้ารางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม แต่เธอหลงผิดไปพัวพันกับฮั่วเยี่ยนสือ
หลังจากที่ได้สติกลับมา ก็มีแสงแฟลชจำนวนนับไม่ถ้วนสาดส่องมาที่เธอกับฮั่วเยี่ยนสือ ถามพวกเขาว่าใกล้จะมีข่าวดีแล้วใช่ไหม?
ในตอนนั้น ฮั่วเยี่ยนสือเพิ่งจะรับช่วงต่อฮั่วซื่อ กรุ๊ปที่เป็นกิจการของตระกูล ยังคงยืนหยัดไม่มั่นคง ทำได้แค่กล้ำกลืนฝืนทนไปอย่างหมดทางเลือก
ในวันเดียวกัน พวกเขาก็ไปจดทะเบียนสมรสกัน ไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีดอกไม้ ถึงขนาดที่ไม่มีแหวนแต่งงานเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะทำงาน ฉินหว่านอันก็รีบเปิดหน้าไทม์ไลน์ให้เธอดูทันที
“ฟู่เฉิน ท่านประธานของสตาร์ไลท์ มีเดียกำลังรับสมัครผู้จัดการอยู่พอดี ก่อนหน้านี้เธอร่วมงานกับเจ้านายเก่าของเธอได้เป็นอย่างดี จะให้ฉันโทรศัพท์ไปหาเขา นัดวันเวลาให้พวกเธอเจอกันดีไหม?”
ซูหว่านหนิงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้คิดจะกลับไปที่บริษัทสื่อมีเดียเดิมแล้วล่ะ”
ในตอนนั้นเธอลาออกอย่างกะทันหัน ความสัมพันธ์ค่อนข้างตึงเครียด ยิ่งไปกว่านั้น……
คุณอาจจะชอบ





