
คนโกง ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง
ตอน 2
เสียงสั่นเบาๆ จากกระเป๋าคลัตช์ดึงฉันออกจากภวังค์ มันไม่ใช่โทรศัพท์ส่วนตัวของฉัน แต่เป็นอุปกรณ์เข้ารหัสขนาดเล็ก ฉันขยับเข้าไปในมุมระเบียงที่ซ่อนตัวอยู่หลังกระถางต้นไม้ใหญ่
เป็นสายจากพี่เฟรด
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะอลิน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบและเป็นมืออาชีพ “โปรโตคอลพร้อมแล้ว แค่รอคำสั่งสุดท้าย”
“ขอบคุณค่ะพี่เฟรด”
“แน่ใจนะ? ถ้าทำไปแล้วจะย้อนกลับไม่ได้นะ อย่างน้อยเธอน่าจะบอกลาครอบครัวก่อน”
คำพูดของเขาแทงใจฉันลึกๆ ครอบครัว คำๆ นี้ช่างกลวงเปล่า ก้อนอะไรบางอย่างจุกขึ้นมาที่คอ
ภาคินไม่ใช่ครอบครัวของฉันอีกต่อไป เขาเป็นคนแปลกหน้าที่นอนเตียงเดียวกับฉัน เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจในชีวิตแต่งงานจอมปลอมของเรา
“พี่เฟรดคะ” ฉันพูด เสียงมั่นคงแม้ในอกจะแน่นไปหมด “ตอนที่พี่เริ่มโปรโตคอล ฉันอยากให้ลบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ข้อมูลสาธารณะ ฉันอยากให้อลิน อัศวนนท์ หายไปจากทุกเซิร์ฟเวอร์ ทุกฐานข้อมูล ลบฉันทิ้งไปเลย”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“อลิน นั่นมัน... รุนแรงเกินไปนะ นั่นมันระดับการลบตัวตนที่เราใช้กับสายลับที่ถูกเปิดโปงเลยนะ ไอ้ภาคินนั่น พี่นึกว่าพวกเธอมีความสุขกันดีซะอีก”
มันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฉันเล่นละครได้ดีแค่ไหน ไม่มีใคร แม้แต่คนสนิทที่สุดของฉัน ก็ไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับชีวิตของฉัน
“เขานอกใจฉันค่ะพี่เฟรด”
คำพูดนั้นออกมาเรียบๆ ไร้ความรู้สึก
เสียงถอนหายใจยาวและหนักดังมาจากโทรศัพท์ “อ้อ พี่เข้าใจแล้ว” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “สายที่เธอโทรมาเมื่อสองสามเดือนก่อน... ที่เธอขอให้พี่ช่วยตามรอย ตอนนี้ทุกอย่างมันสมเหตุสมผลแล้ว”
เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เขาเข้าใจ
“ระบบจะพร้อมในสี่สิบแปดชั่วโมง จัดการเรื่องส่วนตัวของเธอซะ พอเธอขึ้นเครื่องบิน อลิน อัศวนนท์ ก็จะไม่มีตัวตนอีกต่อไป”
“ค่ะ” ฉันตอบ ความโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วตัว แผนการมั่นคง มันกำลังจะเกิดขึ้นจริง
ฉันไม่จำเป็นต้องผ่านการหย่าร้างที่วุ่นวาย ไม่ต้องต่อสู้เพื่อสินทรัพย์ หรือฟังคำโกหกและคำขอโทษของเขา ฉันจะแค่หายตัวไป
“ขอบคุณนะคะพี่เฟรด สำหรับทุกอย่าง”
“ดูแลตัวเองด้วยนะเด็กน้อย”
เขาวางสาย ฉันเก็บอุปกรณ์กลับเข้าไปในกระเป๋าคลัตช์พอดีกับที่ภาคินปรากฏตัวที่ประตูระเบียง
“คุยกับใครอยู่?” เขาถาม สายตาของเขาหรี่ลงด้วยความสงสัย
ฉันหันกลับไป ใบหน้าสวมหน้ากากแห่งความสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ
“คุณแม่ค่ะ ท่านโทรมาอวยพรวันครบรอบแต่งงาน”
ฉันสบตาเขา ไม่หลบสายตา มันเป็นคำโกหกที่เรียบง่ายและน่าเชื่อถือ
เขามองหน้าฉันอยู่ครู่หนึ่ง ค้นหาอะไรบางอย่าง แล้วเขาก็ผ่อนคลาย ความสงสัยของเขาจางหายไป เขากอดฉันจากด้านหลัง ดึงฉันเข้าไปชิดอก
“พี่รักอลินนะ รู้ใช่ไหม? ถ้าไม่มีอลิน พี่คงหลงทางไปแล้ว”
คำพูดของเขาคือยาพิษ ฉันนึกภาพว่าถ้าฉันถามเขาตอนนี้ว่า “ถ้าคุณทรยศฉันล่ะ?”
เขาคงจะหัวเราะกลบเกลื่อน
ฉันจำบทสนทนาที่เราเคยคุยกันเมื่อหลายปีก่อนได้ เป็นช่วงเวลาที่พูดเล่นกันอย่างไม่ใส่ใจ ฉันเคยถามเขาว่าฉันควรทำอย่างไรถ้าเขานอกใจ เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “ขังพี่ไว้นอกบ้านไปเลย พี่สมควรโดนแล้ว”
อีกไม่นาน คุณก็จะได้รับในสิ่งที่คุณสมควรได้รับแล้วล่ะ ฉันคิดในใจ คุณจะถูกขังอยู่นอกชีวิตของฉันตลอดไป
ทันใดนั้น แคนดี้ มโนรมย์ ก็เดินเข้ามา ในมือของเธอมีแฟ้มเอกสาร สีหน้าของเธอดูจริงจังและเป็นมืออาชีพ
“คุณภาคินคะ ขอโทษที่ขัดจังหวะค่ะ เรามีอัปเดตด่วนเกี่ยวกับโครงการฟีนิกซ์ค่ะ”
ภาคินปล่อยฉันทันที ท่าทีของเขาเปลี่ยนเป็นซีอีโอผู้มุ่งมั่นในทันที
“เรื่องอะไร?”
เขาหยิบแฟ้มไป หันหลังให้ฉัน สร้างพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ ให้พวกเขาสองคนได้คุยกัน
ฉันมองพวกเขา ภาพที่สมบูรณ์แบบของเจ้านายกับลูกน้อง การแสดงของพวกเขานั้นไร้ที่ติ ชั่วขณะหนึ่ง ฉันเกือบจะชื่นชมทักษะของพวกเขา
ฉันรู้สึกขอบคุณอย่างประหลาด โชคดีที่ฉันรู้ความจริง โชคดีที่ฉันมีทางออกที่ไม่ต้องมีการกรีดร้องและจานแตก
ภาคินส่งสัญญาณให้นับถอยหลังจากผู้จัดการงาน “ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง...”
เขาหันกลับมาหาฉัน รอยยิ้มกว้างและเจิดจ้า “สุขสันต์วันครบรอบนะที่รัก”
ทันใดนั้น ท้องฟ้าด้านนอกก็ระเบิดเป็นประกายสีสันสดใส การแสดงพลุขนาดใหญ่ แค่เพื่อเราสองคน ฝูงชนร้องอุทานและปรบมือ
“สิบปีแล้วนะ” ภาคินพึมพำ สายตาจับจ้องไปที่พลุ “เหมือนเมื่อวานเลย”
ฉันจ้องมองแสงไฟที่แตกกระจาย สิบปี มันเหมือนชั่วชีวิต
ชีวิตที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ชายข้างๆ ฉันไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันแต่งงานด้วย คนนั้นมีความทะเยอทะยานแต่ใจดี คนนี้หยิ่งยโสและกลวงโบ๋
เขาหันมาหาฉัน ใบหน้าของเขาสว่างไสวด้วยแสงสีที่สาดส่อง เขาโน้มตัวเข้ามาจูบฉัน
ทันทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะสัมผัสริมฝีปากของฉัน โทรศัพท์ของเขาก็สั่น
เขาถอยกลับ สีหน้าฉายแววรำคาญ
“ใครมันโทรมากวนตอนนี้วะ” เขาพึมพำพลางหยิบโทรศัพท์ออกมา
เขามองหน้าจอ ความรำคาญหายไป ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ฉันเห็นมันชัดเจนแม้ในแสงสลัว ความปรารถนา ความยุ่งยากใจ
ฉันเหลือบเห็นหน้าจอ ข้อความจาก “K” พร้อมอีโมจิรูปหัวใจดวงเดียว
เขารีบหันโทรศัพท์หนี แต่มันสายไปแล้ว ฉันเห็นมันแล้ว
แววตาของเขาฉายแววดิบเถื่อนและหิวกระหาย แววตาที่เขาไม่ได้มองฉันมานานหลายปี
เขากระแอม แล้วเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า
“เรื่องงานน่ะ” เขาโกหก เสียงเรียบเนียนดุจแพรไหม “มีปัญหานิดหน่อยกับเซิร์ฟเวอร์ที่ต่างประเทศ พี่ต้องไปจัดการ”
“ภาคินคะ นี่วันครบรอบของเรานะ” ฉันพูดเบาๆ เสียงของฉันแฝงความผิดหวังในระดับที่พอเหมาะ
“พี่รู้ที่รัก พี่ขอโทษจริงๆ” เขาพูด ใบหน้าสวมหน้ากากแห่งความเสียใจ “พี่จะชดเชยให้นะ สัญญาเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันพูด ตัดบทเขาก่อนที่เขาจะโกหกไปมากกว่านี้ “ไปเถอะค่ะ งานสำคัญ”
เขาดูโล่งใจ ง่ายดายเหลือเกิน เขาคิดว่าฉันหลอกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ
“อลินดีที่สุดเลย พี่จะรีบกลับมานะ”
เขาจูบแก้มฉันอย่างรวดเร็วและลวกๆ แล้วรีบเดินจากไป
ฉันมองเขาเดินจากไป ความแน่ใจที่เยือกเย็นเข้ามาในใจ เขาไม่ได้จะไปซ่อมเซิร์ฟเวอร์ เขาจะไปหาเธอ
และฉันจะตามเขาไป
คุณอาจจะชอบ





