
ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม
ตอน 2
“ได้ยินมาว่าพวกคุณกำลังจะจัดงานแต่งงานกัน” เซี่ยชูหรานเก็บซ่อนอารมณ์ของตัวเองไว้ น้ำเสียงแฝงความโดดเดี่ยว เธอเอ่ยถามขึ้นเบาๆ
เฟิงจี้หานตอบว่า ‘อืม’ สายตาของเขาไม่เคยหยุดอยู่ที่ตัวเซี่ยชูหรานเลยแม้แต่น้อย “ผมติดค้างงานแต่งกับเธออยู่”
เมื่อสามปีก่อน ตอนที่เขาเพิ่งเข้ารับช่วงดูแลกิจการของเฟิงซื่อ กรุ๊ปนั้น เขาสร้างศัตรูไว้มากมาย ที่ไม่จัดงานแต่งก็เพราะกลัวว่าจะมีคนมาแก้แค้นและทำร้ายเซี่ยอวี๋อัน
แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรกับคนของเขาได้ง่ายๆ อีกแล้ว
……
เซี่ยอวี๋อันออกมาจากตึกของเฟิงซื่อ กรุ๊ป ฝีเท้ายิ่งเดินยิ่งเร็ว ราวกับว่าถ้ารีบหนีออกไปจากตรงนั้นให้ไว หัวใจก็จะไม่เจ็บปวดขนาดนั้น
เธอเอื้อมมือจะเปิดประตูรถ ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนแต่มั่นคงดังขึ้นจากด้านหลัง จากนั้นร่างอบอุ่นของใครบางคนก็แนบชิดเข้ามาจากด้านหลัง กลิ่นอายเย็นชาและแข็งกร้าวของชายหนุ่ม ผสมกับลมเย็นยามค่ำคืน พุ่งเข้าปะทะปลายจมูกของเซี่ยอวี๋อัน
เฟิงจี้หานโอบร่างเธอไว้ตรงหน้า ก้มลงกระซิบข้างหูว่า “ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน”
สำหรับการที่เขาวิ่งตามออกมา เซี่ยอวี๋อันรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยประชดขึ้นว่า “ไหนบอกว่าคืนนี้มีธุระไม่ใช่เหรอ?”
เฟิงจี้หานไม่ได้ตอบคำถามของเธอ ราวกับกำลังกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะถามด้วยเสียงต่ำว่า “วันนี้คุณไม่ได้ไปลองชุดแต่งงานเหรอ?”
ชุดแต่งงานถูกส่งมาทางเครื่องบิน ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับนานาชาติ ตัดเย็บด้วยมือทั้งหมด เพชรทุกเม็ดถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยอวี๋อันก็หันกลับมามองเขาในที่สุด สีหน้าสงบนิ่งแล้วเอ่ยว่า “ฉันคิดว่างานแต่งงานครั้งนี้มันไม่จำเป็นแล้วล่ะ”
“คุณหมายความว่ายังไง?” เฟิงจี้หานขมวดคิ้ว แววตาพลุ่งพล่านไปด้วยความโกรธ มือที่ยันอยู่บนประตูรถออกแรงโดยไม่รู้ตัว จนข้อนิ้วขาวซีด
ที่เขาวิ่งตามออกมาก็เพราะเมื่อครู่คุณปู่โทรมาบอกว่า เซี่ยอวี๋อันต้องการจะยกเลิกงานแต่งงานครั้งนี้
“ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ” เซี่ยอวี่อันหรี่ตาลง นิ้วมือเผลอกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว “ในเมื่อไม่ได้ตั้งใจจะจัดงานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แล้วจะมาชดเชยภายหลังไปเพื่ออะไร?”
เฟิงจี้หานเงียบไปชั่วครู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เห็นได้ยากนัก ก่อนจะเอ่ยปากถาม ราวกับมีแววไม่แน่ใจอยู่เล็กน้อยว่า “คุณโกรธแล้วเหรอ?”
เซี่ยอวี๋อันอยากจะบอกว่า ‘ในฐานะภรรยาของคุณ การที่รู้ว่าคุณซ่อนผู้หญิงคนอื่นไว้ในห้องทำงาน แต่กลับไม่มีคำอธิบายใดๆ เลย แบบนี้จะไม่ให้โกรธได้อย่างไร?’
เซี่ยอวี๋อันสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า “เฟิงจี้หาน เราหย่ากันเถอะ”
แววตาของเฟิงจี้หานฉายแววตกใจวาบหนึ่ง ก่อนสีหน้าจะเคร่งขรึมลงอย่างสิ้นเชิง เขาขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี๋อันแล้วพูดว่า “คุณว่าอะไรนะ?”
บางคำพูด เมื่อได้พูดออกไปแล้ว ก็ไม่ได้ยากลำบากใจอย่างที่คิดแล้ว
แม้ในใจเหมือนจะมีอะไรที่ขาดหายไป แต่เซี่ยอวี๋อันกลับรู้สึกถึงความโล่งใจที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
เธอเงยหน้าขึ้น มองชายร่างสูงตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง แล้วพูดย้ำอีกครั้งว่า “เราหย่ากันเถอะ”
สีหน้าของเฟิงจี้หานดูแย่มาก เขายกมือขึ้นบีบคางของเธอ ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดุดันในพริบตา “เซี่ยอวี๋อัน ทำตัวเป็นคุณนายเฟิงให้มันดีๆ เรื่องหย่านั้น อย่าแม้แต่จะคิด!”
เซี่ยอวี่อันไม่พูดอะไร สายตาสงบนิ่งแต่ดื้อรั้น เธอจ้องมองเขาไม่วางตา
หัวใจของเฟิงจี้หานสั่นไหวเล็กน้อย ความรู้สึกหงุดหงิดจากการควบคุมอะไรไม่ได้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นมานาน ก็พลันถาโถมขึ้นมา
เขาเปิดประตูรถแล้วดันเซี่ยอวี๋อันให้เข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ สีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไป
“ฉันร่างข้อตกลงการหย่าเรียบร้อยแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องไปส่งฉันหรอก เซ็นที่นี่เลยก็ได้”
เดิมทีเซี่ยอวี๋อันก็ตั้งใจจะคุยกับเฟิงจี้หานเรื่องการหย่าอยู่แล้ว ในเมื่อพูดออกไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาของกันและกันอีก
“ผมเคยบอกแล้วไงว่า ไม่หย่า” น้ำเสียงของเฟิงจี้หานเย็นเฉียบราวกับห่อหุ้มด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ขณะเดียวกันความเร็วของรถก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับมีท่าทีบ้าคลั่งที่จะลากเซี่ยอวี๋อันไปตายพร้อมกัน
คุณอาจจะชอบ





