ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ทำไมถึงได้ตอดรัดแน่นขนาดนี้ล่ะ? ชอบมากเลยเหรอ?”

พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา มู่ซินยวี่ก็รู้สึกเสียวซ่านราวกับต้องมนต์ เธอเริ่มหายใจถี่รัวขึ้น

เธอกำลังคุกเข่าอยู่บนโถส้วมในท่าที่น่าอับอาย โดยมีมือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งกำลังจับเอวเธอไว้จากด้านหลังและกำลังขยับตัวไปมาอย่างรุนแรง

เธอขอร้องเขาหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังไม่หนำใจสักที

“เจียหวิน ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ พอแค่นี้ได้ไหม?”

มู่ซินยวี่วิงวอนเขาเสียงอ่อนเสียงหวาน ลมหายใจถี่รัว น้ำเสียงแหบพร่า

ชายคนนั้นยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางถามว่า “น้องสะใภ้ชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงอยากจะพอซะแล้วล่ะ?”

น้องสะใภ้งั้นเหรอ

มู่ซินยวี่หยุดหายใจไปชั่วขณะ ในที่สุดก็เริ่มสังเกตได้ว่าน้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะแปลกไป

เมื่อหันไปมอง มู่ซินยวี่ก็หรี่ตาลงทันที!

แสงไฟสว่างไสวส่องไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของชายผู้นั้น ไหนจะแผงอกที่ดูแข็งแรงกำยำและไหล่กว้าง ๆ ของเขาอีก

เขาไม่ใช่เสิ่นเจียหวินคู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ลูกพี่ลูกน้องของเสิ่นเจียหวินที่ไม่ยอมสืบทอดธุรกิจของครอบครัวและหนีไปเป็นนักบินแทน!

“ทำไมถึงเป็นคุณไปได้ล่ะ...…”

เธอหนาวจนตัวแข็งทื่อไปหมด มือเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอต้องการจะผลักเขาออกไปโดยสัญชาตญาณในัทนที

แต่เมื่อมือของเธอสัมผัสไปที่หน้าอกที่ร้อนผ่าวของเขา เสิ่นเจียสวี่ก็คว้าข้อมือของเธอไปอย่างง่ายดายและโน้มตัวลงมาทับตัวเธอไว้

“คุณเป็นคนเกี่ยวคอผมและบอกว่าอยากได้เองไม่ใช่เหรอ แถมยังดึงผมให้พาคุณมาที่นี่อีกไม่ใช่รึไง?”

แววตาของเสิ่นเจียสวี่มีประกายความชั่วร้ายฉายแวบขึ้นมาครู่หนึ่ง “เมื่อกี้นี้ คุณเหมือนจะชอบมันมากเลยไม่ใช่เหรอ?”

มู่ซินยวี่กัดริมฝีปากไว้แน่น ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดที่เข้มข้น

เมื่อกี้นี้หลังดื่มไวน์แก้วนั้นเข้าไปเธอก็รู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา พอเห็น ‘เสิ่นเจียหวิน’ เดินออกมาจากห้องส่วนตัว เธอที่กำลังจิตใจสับสนวุ่นวายและเคลิบเคลิ้มไปกับอารมณ์ก็เดินเข้าไปกอดเขาไว้ แต่ใครจะไปคิดล่ะคนที่ออกมาจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาไปซะได้!

“ฉันไม่รู้ว่าเป็นคุณหนิ!”

เสียงของเธอแหบแห้ง ดวงตาแดงฉาน “ทั้ง ๆ ที่คุณจำเสียงฉันได้ แล้วทำไมถึงยังมาแตะต้องฉันอีกล่ะ!”

เสิ่นเจียสวี่กระตุกมุมปากหัวเราะออกมาเบา ๆ มือใหญ่ ๆ ของเขาจับคางเธอไว้พลางพูดขึ้นว่าด้วยเสียงไม่ใส่ใจว่า “ถ้าผมจำไม่ผิด คำที่คุณเรียกออกมาคือที่รักนะ”

“อีกอย่าง คุณก็แทบจะไม่ให้โอกาสผมได้พูดอะไรเลย จู่ ๆ ก็เข้ามาจูบและลวนลามผม แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงล่ะว่า คุณวางแผนจะทํามิดีมิร้ายผมมาตั้งนานแล้วรึเปล่า?”

มู่ซินยวี่โกรธมากขึ้นกว่าเดิมจนตัวสั่นระริก น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอยกมือขึ้นเพื่อจะตบหน้าเขา!

“ไอ้ชาติชั่ว..... ฉันจะแจ้งตำรวจ! ฉันไม่ปล่อยคุณไปแน่!”

แต่ก่อนที่จะทันได้ตบ เสิ่นเจียสวี่ก็คว้าข้อมือเธอไว้และกดตัวเธอไว้ใต้ตัวของเขา

“ถ้าคุณจะแจ้งตำรวจผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่โถงทางเดินข้างนอกสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณเป็นคนเดินเข้ามาโดยสมัครใจเอง คงยากที่จะมาเอาผิดผมโทษฐานข่มขืนได้”

สายตาเขาแฝงไปด้วยความเยาะเย้ย ขณะที่ปลายนิ้วที่หยาบกร้านของเขากำลังลูบไล้อยู่บนริมฝีปากของเธอ “แต่ถ้าตำรวจมา ลูกพี่ลูกน้องของผมก็คงจะไม่ต้องการคู่หมั้นที่ไปอ่อยลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอีก ถึงเวลานั้น คุณลองเดาดูสิว่าเขาจะยังสนใจความเป็นความตายของตระกูลมู่อยู่อีกรึเปล่า?”

มู่ซินยวี่หน้าซีดเผือดลงทันที

เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เสิ่นเจียสวี่พูดมานั้นเป็นความจริง แต่จะให้เธอทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ แบบนี้น่ะเหรอ

เธอกับเสิ่นเจียหวินหมั้นกันมาสามปีแล้ว แต่เธอกับเขากลับยังไม่เคยทำเรื่องอย่างว่ากันมาก่อนเลย

นอกจากนี้ บริษัทก็เพิ่งประสบปัญหาเมื่อไม่นานนี้เอง เงินทุนหมุนเวียนขาดสภาพคล่องอย่างหนัก แถมคุณพ่อก็ยังต้องเผชิญกับการฟ้องร้องเรื่องฉ้อโกงสัญญา จนจำเป็นต้องทุ่มทุนเงินจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะฟื้นฟูบริษัทกลับมา

หากเสิ่นเจียหวินมารู้เรื่องในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เธอคงได้แต่มองครอบครัวตัวเองต้องล้มละลาย แล้วพ่อก็ต้องติดคุกโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

แม่ของเธอจากไปแล้ว เธอไม่สามารถปล่อยให้บริษัทที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของแม่ที่เหลืออยู่พังทลายลงไปได้ แล้วก็ไม่สามารถสูญเสียพ่อไปได้ด้วย

หลังจากลังเลอยู่นาน มู่ซินยวี่ก็ฝืนตัวเองให้กลืนความคาวของเลือดในปากลงไปก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่าว่า “โอเค...... ถ้างั้นคงต้องรบกวนคุณชายเสิ่นช่วยทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยนะคะ ต่อไปพวกเราจะต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกันอีก!”

หลังจากพูดจบ เธอก็ผลักเขาออกไปด้วยสีหน้าเย็นชา จากนั้นก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า

ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก

“คุณชายเสิ่น คู่หมั้นของคุณสวยซะขนาดนั้น คุณยังจะยื้อไม่ยอมแต่งงานอยู่อีกเหรอครับ?”

น้ำเสียงนั้นฟังดูหยอกล้อเล็กน้อย “สวยขนาดนั้น ถ้าเป็นผมนะ ผมคงจะรีบอุ้มขึ้นเตียงแทบรอไม่ไหวเลยล่ะ”

เสียงของเสิ่นเจียหวินที่ดูเริ่มเมาแล้วดังขึ้นมา “มันน่าสนใจตรงไหนกัน? หมั้นกันมาตั้งนานแล้ว ผมเบื่อจะตายไป ไหนครอบครัวเธอจะยังมาล้มละลายอีก ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่บังคับ กลัวคนอื่นจะมองว่าผมผิดคำมั่นสัญญาและหักหลัง ผมก็ขี้เกียจจะสนใจเธอแล้ว”

“แล้วทำไมคุณชายเสิ่นไม่นอนกับเธอก่อนค่อยทิ้งล่ะ ของดี ๆ แบบนั้น คุณทำใจปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นได้ไปได้ลงคอเหรอ?”

พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าที่ห้องข้าง ๆ มีคนอยู่ คุยกันราวกับว่าไม่มีใครอยู่รอบตัวเลยอย่างไรอย่างนั้น

ร่างกายของมู่ซินยวี่แข็งทื่อทันที

ที่แท้สิ่งที่เธอคิดก็ไม่ผิดเลยจริง ๆ เสิ่นเจียหวิน…… ไม่ได้ชอบเธอเลย

เธอกำมือแน่น ใจนั้นอยากจะออกไปตบหน้าเขาสักทีซะเดี๋ยวนี้เลย แต่เธอกลับไม่มีความกล้าพอ

ตัวเธอเองก็ทำสิ่งที่ผิดจริยธรรมเช่นกัน หากถูกจับได้ขึ้นมามันจะยิ่งแย่ลงไปอีก

หากไม่ใช่เพราะมีออเดอร์จากเสิ่นซื่อ กรุ๊ปคอยสนับสนุนอยู่ บริษัทคงจะล้มละลายไปนานแล้ว หากสูญเสียสถานะคู่หมั้นกับเสิ่นเจียหวินไป ตระกูลมู่ได้จบเห่ลงแน่!

เธอพยายามข่มความเจ็บปวดในใจเอาไว้ คิดว่ารอให่พวกเขาออกไปกันก่อนค่อยแอบออกไป แต่คนที่อยู่ข้างนอกกลับจุดบุหรี่สูบกัน

กลิ่นลอยเข้ามาตามลม เธอจึงสำลักและไอออกมา

ทันใดนั้นสองคนที่คุยกันอยู่ข้างนอกจึงเงียบเสียงไป หลังจากผ่านไปสักพัก เสิ่นเจียหวินก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูลังเลว่า “…… มู่ซินยวี่?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ซ่งหยุนหยุนต้องเผชิญกับความอัปยศในวันวิวาห์ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดประชันโชคชะตา เธอจึงตัดสินใจมอบความสาวให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอแทน ทว่าการตัดสินใจเพียงชั่ววูบนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อชายหนุ่มลึกลับคนดังกล่าวไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย CEO ซ่อนรัก
8.2
หลังถูกคนรักและเพื่อนสนิททรยศอย่างเจ็บแสบ พิจิกาตัดสินใจดื่มประชดชีวิตจนเผลอไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อเธอพบว่าชายคนนั้นคือเจ้านายใหม่ในที่ทำงานที่เธอใฝ่ฝันอยากเข้าทำมาโดยตลอด เธอต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าในอาชีพที่รักหรือการหลบหนีจากอดีตที่น่าอับอายครั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในที่ทำงานและความลับที่ซ่อนไว้ เธอจะกล้าเผชิญหน้ากับเขาต่อหรือเลือกที่จะเดินจากไป
หน้าปกนวนิยาย หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ยั่วสวาทสาวใช้
9.2
ศิลาคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบที่เมินเฉยต่อหญิงสาวทุกคนที่เข้ามาทอดสะพานให้ นั่นเพราะเขามีเป้าหมายเดียวที่แอบหมายตาไว้ในใจมาตลอด เมื่อสบโอกาสที่เหยื่อสาวผู้น่าสงสารต้องเผชิญหน้ากับเขาสองต่อสอง ความหวาดกลัวก็ทำให้เธอเผลอเรียกคุณใหญ่ออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ทว่าความตื่นตระหนกนั้นกลับยิ่งเปิดทางให้ชายหนุ่มได้รุกประชิดอย่างเต็มกำลัง เขาใช้ถ้อยคำกำกวมและท่าทีคุกคามอันแสนเย้ายวนเพื่อไล่ต้อนเธอให้จนมุม พร้อมเอ่ยท้าทายให้หญิงสาวพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะยิ่งใหญ่สมชื่อเรียกของเขาจริงหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก:นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกร