ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ทำไมถึงได้ตอดรัดแน่นขนาดนี้ล่ะ? ชอบมากเลยเหรอ?”

พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา มู่ซินยวี่ก็รู้สึกเสียวซ่านราวกับต้องมนต์ เธอเริ่มหายใจถี่รัวขึ้น

เธอกำลังคุกเข่าอยู่บนโถส้วมในท่าที่น่าอับอาย โดยมีมือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งกำลังจับเอวเธอไว้จากด้านหลังและกำลังขยับตัวไปมาอย่างรุนแรง

เธอขอร้องเขาหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังไม่หนำใจสักที

“เจียหวิน ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ พอแค่นี้ได้ไหม?”

มู่ซินยวี่วิงวอนเขาเสียงอ่อนเสียงหวาน ลมหายใจถี่รัว น้ำเสียงแหบพร่า

ชายคนนั้นยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางถามว่า “น้องสะใภ้ชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงอยากจะพอซะแล้วล่ะ?”

น้องสะใภ้งั้นเหรอ

มู่ซินยวี่หยุดหายใจไปชั่วขณะ ในที่สุดก็เริ่มสังเกตได้ว่าน้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะแปลกไป

เมื่อหันไปมอง มู่ซินยวี่ก็หรี่ตาลงทันที!

แสงไฟสว่างไสวส่องไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของชายผู้นั้น ไหนจะแผงอกที่ดูแข็งแรงกำยำและไหล่กว้าง ๆ ของเขาอีก

เขาไม่ใช่เสิ่นเจียหวินคู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ลูกพี่ลูกน้องของเสิ่นเจียหวินที่ไม่ยอมสืบทอดธุรกิจของครอบครัวและหนีไปเป็นนักบินแทน!

“ทำไมถึงเป็นคุณไปได้ล่ะ...…”

เธอหนาวจนตัวแข็งทื่อไปหมด มือเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอต้องการจะผลักเขาออกไปโดยสัญชาตญาณในัทนที

แต่เมื่อมือของเธอสัมผัสไปที่หน้าอกที่ร้อนผ่าวของเขา เสิ่นเจียสวี่ก็คว้าข้อมือของเธอไปอย่างง่ายดายและโน้มตัวลงมาทับตัวเธอไว้

“คุณเป็นคนเกี่ยวคอผมและบอกว่าอยากได้เองไม่ใช่เหรอ แถมยังดึงผมให้พาคุณมาที่นี่อีกไม่ใช่รึไง?”

แววตาของเสิ่นเจียสวี่มีประกายความชั่วร้ายฉายแวบขึ้นมาครู่หนึ่ง “เมื่อกี้นี้ คุณเหมือนจะชอบมันมากเลยไม่ใช่เหรอ?”

มู่ซินยวี่กัดริมฝีปากไว้แน่น ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดที่เข้มข้น

เมื่อกี้นี้หลังดื่มไวน์แก้วนั้นเข้าไปเธอก็รู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา พอเห็น ‘เสิ่นเจียหวิน’ เดินออกมาจากห้องส่วนตัว เธอที่กำลังจิตใจสับสนวุ่นวายและเคลิบเคลิ้มไปกับอารมณ์ก็เดินเข้าไปกอดเขาไว้ แต่ใครจะไปคิดล่ะคนที่ออกมาจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาไปซะได้!

“ฉันไม่รู้ว่าเป็นคุณหนิ!”

เสียงของเธอแหบแห้ง ดวงตาแดงฉาน “ทั้ง ๆ ที่คุณจำเสียงฉันได้ แล้วทำไมถึงยังมาแตะต้องฉันอีกล่ะ!”

เสิ่นเจียสวี่กระตุกมุมปากหัวเราะออกมาเบา ๆ มือใหญ่ ๆ ของเขาจับคางเธอไว้พลางพูดขึ้นว่าด้วยเสียงไม่ใส่ใจว่า “ถ้าผมจำไม่ผิด คำที่คุณเรียกออกมาคือที่รักนะ”

“อีกอย่าง คุณก็แทบจะไม่ให้โอกาสผมได้พูดอะไรเลย จู่ ๆ ก็เข้ามาจูบและลวนลามผม แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงล่ะว่า คุณวางแผนจะทํามิดีมิร้ายผมมาตั้งนานแล้วรึเปล่า?”

มู่ซินยวี่โกรธมากขึ้นกว่าเดิมจนตัวสั่นระริก น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอยกมือขึ้นเพื่อจะตบหน้าเขา!

“ไอ้ชาติชั่ว..... ฉันจะแจ้งตำรวจ! ฉันไม่ปล่อยคุณไปแน่!”

แต่ก่อนที่จะทันได้ตบ เสิ่นเจียสวี่ก็คว้าข้อมือเธอไว้และกดตัวเธอไว้ใต้ตัวของเขา

“ถ้าคุณจะแจ้งตำรวจผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่โถงทางเดินข้างนอกสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณเป็นคนเดินเข้ามาโดยสมัครใจเอง คงยากที่จะมาเอาผิดผมโทษฐานข่มขืนได้”

สายตาเขาแฝงไปด้วยความเยาะเย้ย ขณะที่ปลายนิ้วที่หยาบกร้านของเขากำลังลูบไล้อยู่บนริมฝีปากของเธอ “แต่ถ้าตำรวจมา ลูกพี่ลูกน้องของผมก็คงจะไม่ต้องการคู่หมั้นที่ไปอ่อยลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอีก ถึงเวลานั้น คุณลองเดาดูสิว่าเขาจะยังสนใจความเป็นความตายของตระกูลมู่อยู่อีกรึเปล่า?”

มู่ซินยวี่หน้าซีดเผือดลงทันที

เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เสิ่นเจียสวี่พูดมานั้นเป็นความจริง แต่จะให้เธอทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ แบบนี้น่ะเหรอ

เธอกับเสิ่นเจียหวินหมั้นกันมาสามปีแล้ว แต่เธอกับเขากลับยังไม่เคยทำเรื่องอย่างว่ากันมาก่อนเลย

นอกจากนี้ บริษัทก็เพิ่งประสบปัญหาเมื่อไม่นานนี้เอง เงินทุนหมุนเวียนขาดสภาพคล่องอย่างหนัก แถมคุณพ่อก็ยังต้องเผชิญกับการฟ้องร้องเรื่องฉ้อโกงสัญญา จนจำเป็นต้องทุ่มทุนเงินจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะฟื้นฟูบริษัทกลับมา

หากเสิ่นเจียหวินมารู้เรื่องในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เธอคงได้แต่มองครอบครัวตัวเองต้องล้มละลาย แล้วพ่อก็ต้องติดคุกโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

แม่ของเธอจากไปแล้ว เธอไม่สามารถปล่อยให้บริษัทที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของแม่ที่เหลืออยู่พังทลายลงไปได้ แล้วก็ไม่สามารถสูญเสียพ่อไปได้ด้วย

หลังจากลังเลอยู่นาน มู่ซินยวี่ก็ฝืนตัวเองให้กลืนความคาวของเลือดในปากลงไปก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่าว่า “โอเค...... ถ้างั้นคงต้องรบกวนคุณชายเสิ่นช่วยทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยนะคะ ต่อไปพวกเราจะต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกันอีก!”

หลังจากพูดจบ เธอก็ผลักเขาออกไปด้วยสีหน้าเย็นชา จากนั้นก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า

ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก

“คุณชายเสิ่น คู่หมั้นของคุณสวยซะขนาดนั้น คุณยังจะยื้อไม่ยอมแต่งงานอยู่อีกเหรอครับ?”

น้ำเสียงนั้นฟังดูหยอกล้อเล็กน้อย “สวยขนาดนั้น ถ้าเป็นผมนะ ผมคงจะรีบอุ้มขึ้นเตียงแทบรอไม่ไหวเลยล่ะ”

เสียงของเสิ่นเจียหวินที่ดูเริ่มเมาแล้วดังขึ้นมา “มันน่าสนใจตรงไหนกัน? หมั้นกันมาตั้งนานแล้ว ผมเบื่อจะตายไป ไหนครอบครัวเธอจะยังมาล้มละลายอีก ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่บังคับ กลัวคนอื่นจะมองว่าผมผิดคำมั่นสัญญาและหักหลัง ผมก็ขี้เกียจจะสนใจเธอแล้ว”

“แล้วทำไมคุณชายเสิ่นไม่นอนกับเธอก่อนค่อยทิ้งล่ะ ของดี ๆ แบบนั้น คุณทำใจปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นได้ไปได้ลงคอเหรอ?”

พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าที่ห้องข้าง ๆ มีคนอยู่ คุยกันราวกับว่าไม่มีใครอยู่รอบตัวเลยอย่างไรอย่างนั้น

ร่างกายของมู่ซินยวี่แข็งทื่อทันที

ที่แท้สิ่งที่เธอคิดก็ไม่ผิดเลยจริง ๆ เสิ่นเจียหวิน…… ไม่ได้ชอบเธอเลย

เธอกำมือแน่น ใจนั้นอยากจะออกไปตบหน้าเขาสักทีซะเดี๋ยวนี้เลย แต่เธอกลับไม่มีความกล้าพอ

ตัวเธอเองก็ทำสิ่งที่ผิดจริยธรรมเช่นกัน หากถูกจับได้ขึ้นมามันจะยิ่งแย่ลงไปอีก

หากไม่ใช่เพราะมีออเดอร์จากเสิ่นซื่อ กรุ๊ปคอยสนับสนุนอยู่ บริษัทคงจะล้มละลายไปนานแล้ว หากสูญเสียสถานะคู่หมั้นกับเสิ่นเจียหวินไป ตระกูลมู่ได้จบเห่ลงแน่!

เธอพยายามข่มความเจ็บปวดในใจเอาไว้ คิดว่ารอให่พวกเขาออกไปกันก่อนค่อยแอบออกไป แต่คนที่อยู่ข้างนอกกลับจุดบุหรี่สูบกัน

กลิ่นลอยเข้ามาตามลม เธอจึงสำลักและไอออกมา

ทันใดนั้นสองคนที่คุยกันอยู่ข้างนอกจึงเงียบเสียงไป หลังจากผ่านไปสักพัก เสิ่นเจียหวินก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูลังเลว่า “…… มู่ซินยวี่?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คนโกง ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง
8.0
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สิบ ภาคินสามีมหาเศรษฐีของฉันแอบส่งรหัสลับนัดพบชู้รักต่อหน้าฉัน ก่อนจะทิ้งงานเลี้ยงไปหาเธอพร้อมคำโกหก เมื่อเธอมาหาที่บ้านพร้อมข่าวการตั้งครรภ์ ฉันจึงได้เห็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยมีให้ฉัน รวมถึงภาพการขอแต่งงานลับหลัง ทั้งที่ฉันเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์และใช้ทักษะไซเบอร์กู้บริษัทเขาไว้ แต่เขากลับทรยศอย่างเลือดเย็น ในขณะที่ฉันกำลังหนีไปเริ่มต้นใหม่ รถของเรากลับจอดขนานกันในวันแต่งงานของเขา ฉันสบตาเขาก่อนจะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย คืนบาปรักในชาตินี้ให้เธอ
7.6
เฌอรินทุ่มเททุกอย่างเพื่อหวังครอบครองใจของธาม ทว่าความรักที่มากเกินไปกลับกลายเป็นไฟเผาผลาญชีวิตเธอจนย่อยยับ เมื่อถึงวาระสุดท้าย ชายหนุ่มกลับไร้เยื่อใยและออกไปดื่มฉลองการจากไปของเธออย่างเลือดเย็น แต่ท่ามกลางความเมามายนั้น เขากลับเริ่มสับสนกับความว่างเปล่าในใจ จนสหายสนิทต้องเตือนสติว่าเขาเพิ่งทำลายดวงใจของหญิงโง่งมที่รักเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจไปเสียแล้ว โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการหวนคืนสู่อดีต เพื่อสะสางรอยแค้นและชดใช้หนี้กรรมแห่งบาปที่พันธนาการทั้งสองไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ขอโอกาสอีกครั้ง
7.9
เหวินม่านเข้าหาทนายฮั่วผู้ทรงอิทธิพลเพื่อขอความช่วยเหลือจนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่แลกมาด้วยเสน่ห์ของเธอ ทว่าเมื่อรักแรกของเขากลับมา เธอกลับถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังและลงเอยด้วยการรับเช็คเงินสดแทนคำบอกลา เธอจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ฟูมฟาย จนกระทั่งโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในวันที่เธอมีคนใหม่เคียงข้าง ฮั่วที่เต็มไปด้วยความเสียใจพยายามขอโอกาสแก้ตัว แต่เหวินม่านกลับบอกให้เขาไปต่อคิวเหมือนคนอื่น เขาจึงทุ่มเงินแสนล้านพร้อมคุกเข่าขอแทรกคิวเพื่อพิชิตใจเธอคืน
หน้าปกนวนิยาย พญามารจองจำรัก
8.4
ลูคัส เดมเชีย สูญเสียทุกอย่างเมื่อตระกูลล่มละลายจากแผนร้ายของ คลอลิน บาร์ว จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมครอบครัว แต่โชคชะตาในกาสิโนเปลี่ยนเขากลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ลูคัสกลับมาเพื่อทำลายตระกูลบาร์วโดยใช้ เฮนน่า ลูกสาวคนโตเป็นเครื่องมือแก้แค้น ทว่า เอรินทร์ น้องสาวผู้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมกลับพยายามขัดขวางเพื่อปกป้องพี่สาว การปะทะกันทำให้เอรินทร์พลาดท่าตกเป็นเหยื่อของซาตานร้ายที่พร้อมจะจองจำเธอไว้ด้วยไฟแค้นและพันธนาการที่ไม่มีทางหนีพ้น
หน้าปกนวนิยาย เธอก็แค่ทาสสวาท
9.5
เดป มาเฟียเจ้าของกาสิโนผู้จมอยู่กับความแค้นจากอดีตที่ครอบครัวต้องพังทลายเพราะหญิงแพศยาคนหนึ่ง เมื่อสบโอกาสพบว่าอดีตสามีของเธอเป็นลูกหนี้ที่น่ารำคาญ เขาจึงเริ่มแผนทวงแค้นทันที หญิงคนนั้นเคยทิ้งลูกสาวไว้กับลูกหนี้ของเขาเพื่อไปเสวยสุขกับมหาเศรษฐีคนใหม่ ทว่าตอนนี้เด็กสาวคนนั้นเติบโตขึ้นจนถึงวัยที่พร้อมจะกลายเป็นเครื่องมือในการชำระหนี้แค้นครั้งนี้ให้สาสม เดปจึงไม่ลังเลที่จะใช้เธอเป็นหมากเพื่อลากแม่แท้ๆ มาชดใช้กรรมที่เคยทำไว้อย่างแสนสาหัส
หน้าปกนวนิยาย จากรัก สู่ความแค้น: การล่มสลายของเขา
9.0
หลังแต่งงานห้าปีและมีทายาทให้ตระกูลวรโชติ ฉันกลับพบความจริงที่น่าสมเพชว่าตนเองเป็นเพียงตัวแทนผลิตลูกให้ภาคิน เพื่อรอวันที่ฮันนี่รักแรกของเขาจะกลับมาสวมรอย ภาคินทารุณฉันอย่างโหดร้ายและปล่อยให้ออกัสลูกชายที่ป่วยหนักต้องสิ้นใจเพียงเพื่อไปช่วยคนรักที่แสร้งถูกลักพาตัว ความแค้นนี้ทำให้ฉันตัดสินใจทำลายเขาด้วยเอกสารมอบอำนาจที่เขาเผลอเซ็นทิ้งไว้เพราะความดูแคลนในตัวฉัน ถึงเวลาที่ความหยิ่งผยองของเขาจะย้อนกลับมาทำลายทุกอย่างที่เขามีให้ย่อยยับไปกับมือ