ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ตอน
แชร์

ตอน 2

หัวใจของมู่ซินยวี่บีบรัดแน่น เธอไม่กล้าที่จะตอบรับกลับไป

เสิ่นเจียสวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กระตุกมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัย

ที่ด้านนอก เมื่อเสิ่นเจียหวินเห็นว่าไม่มีคนตอบรับกลับมาเธอก็สงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก

เสียงไอเมื่อกี้นี้เหมือนเสียงของมู่ซินยวี่มาก!

แต่ที่นี่คือห้องน้ำชาย...... แค่คิดก็รู้แล้วว่าเธอมาทำอะไรที่นี่!

เขาทุบประตูเล็ก ๆ ของห้องด้านข้างเหล่านั้นจากด้านนอกอย่างรุนแรง “ออกมาเดี๋ยวนี้นะ! นั่นคุณใช่ไหม! คุณมาทำอะไรที่นี่!”

ประตูห้องข้างเคียงเหล่านั้นเริ่มถูกเตะเปิดออกทีละบาน หัวใจของมู่ซินยวี่เต้นตึกตักอย่างรุนแรง

เธอพยายามจะสวมเสื้อผ้า แต่กลับถูกเสิ่นเจียสวี่กดตัวเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างแรง

เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้และงับติ่งหูของเธอก่อนจะพูดว่า “แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ เมื่อกี้ยังกล้าหาญมากอยู่เลยไม่ใช่รึไง?”

ลมหายใจร้อน ๆ ของเขาพ่นอยู่ตรงข้างหูเธอ ทำให้ลมหายใจของมู่ซินยวี่เริ่มถี่รัวขึ้น สมองนั้นก็คิดอะไรไม่ออก

เสียงฝีเท้าเริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว..... หากเสิ่นเจียหวินรู้ ไม่ใช่แค่การหมั้นหมายจะถูกยุติเท่านั้น แต่ตระกูลมู่ก็ต้องจบเห่ไปด้วย แล้วเธอก็จะกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจของสังคม

เสียงปังดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เสิ่นเจียหวินเตะประตูห้องของพวกเขา

เมื่อพบว่าประตูถูกล็อคจากด้านใน ใบหน้าของเสิ่นเจียหวินก็ยิ่งบึ้งตึงมากขึ้นไปอีก เขาเตะประตูอีกครั้งและตะโกนว่า “ใครอยู่ข้างใน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”

มู่ซินยวี่ตัวสั่นระริก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว

พอเสิ่นเจียสวี่ทำท่าเหมือนจะไปเปิดประตู

มู่ซินยวี่ก็ตั้งสติได้ในที่สุด เธอรีบวิ่งเข้าไปกอดแขนเขาไว้และกระซิบว่า “อย่า อย่านะ!”

เธอพยายามข่มเสียงพูดที่สะอึกสะอื้นไปด้วยให้เบาที่สุด “ฉันขอร้องล่ะ คุณปล่อยฉันไปเถอะนะ อย่าให้เขารู้เลย คุณอยากจะทำอะไรกับฉันก็ได้ทั้งนั้น!”

เสิ่นเจียสวี่เลิกคิ้วขึ้น “หืม จริงเหรอ?”

มู่ซินยวี่อดกลั้นน้ำตาที่แสนขมขื่นเอาไว้ เธอพยักหน้าทั้งที่ตาแดงระเรื่อ

“คุณนี่ช่างมีไหวพริบจริง ๆ เลยนะ”

เสิ่นเจียสวี่โน้มตัวลงไปเลียน้ำตาบนใบหน้าเธอและพูดด้วยสายตาขี้เล่นว่า “หากจะให้ผมปล่อยคุณไปนั่นง่ายมาก คุณก็แค่ต้องมาเป็นกิ๊กของผม เมื่อไหร่ที่ผมต้องการ คุณต้องพร้อมมาหาทุกครั้งที่ผมเรียกเสมอ”

ดวงตาของมู่ซินยวี่สั่นระริก สายตาดูไม่อยากจะเชื่ออย่างมาก

เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคู่หมั้นเธอเชียวนะ!

เธออยากจะปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ แต่เวลานี้ ประตูห้องน้ำได้ถูกเตะอย่างแรงจนเกือบจะพังอยู่แล้ว

หัวใจของมู่ซินยวี่เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว

“ฉันรับปากคุณก็ได้ ขอแค่คุณอย่าให้เขารู้เรื่องนี้ก็พอ!”

เสิ่นเจียสวี่หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า “ดีล”

ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเตะเสียงดังโครม

มู่ซินยวี่สั่นไปทั้งตัว

ชีวิตเธอจบเห่ลงแล้ว……

แต่ในวินาทีต่อมา หัวของเธอกลับถูกคลุมเอาไว้ด้วยเสื้อคลุมของเสิ่นเจียสวี่

ในขณะเดียวกัน เสียงพูดด้วยความตกใจของเสิ่นเจียหวินก็ดังขึ้นมา “…… พี่สวี่?”

“ใครอนุญาตให้นายบุกเข้ามา?”

เสียงที่เย็นชาของเขาทำให้เสิ่นเจียหวินรู้สึกหวาดกลัวและเกรงขาม “นายกล้ามากเลยนะ”

“ขอ ขอโทษครับพี่สวี่ ผมไม่รู้ว่าพี่อยู่ข้างใน พอดีเมื่อกี้นี้ผมได้ยินเสียง..... ก็เลยคิดว่าเป็นคู่หมั้นของผม...…”

หน้าผากของเสิ่นเจียหวินเต็มไปด้วยเหงื่อ เขากลัวลูกพี่ลูกน้องคนนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว แค่เห็นท่าทางของเขาก็เริ่มขาอ่อนแรงไปหมด

“คู่หมั้นของตัวเองนายยังดูแลได้ไม่ดีเลย แล้วยังจะมารบกวนฉันอีกเนี่ยนะ?”

เสิ่นเจียสวี่หัวเราะเหอะ ๆ ออกมา ฝ่ามือใหญ่ ๆ ของเขาคอยปกป้องผู้หญิงที่ถูกเสื้อสูทคลุมเอาไว้ด้านหลังอยู่ตลอด “ออกไปให้พ้น เดี๋ยวนี้!”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดุดันนั้น เสิ่นเจียหวินก็ไม่กล้าชักช้าแล้วรีบออกไปทันที

เขาไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ไม่เคยสนใจผู้หญิงมาก่อนเลยจะมาทำเรื่องแบบนี้ในงานเลี้ยงในครอบครัวได้ เขาจึงอดคิดไม่ได้ว่าต้องผู้หญิงแบบไหนกันนะที่สามารถอ่อยลูกพี่ลูกน้องที่แปลกแยกและเย็นชาของเขาได้ขนาดนี้

ตอนนี้เขาไม่ได้สงสัยว่าเป็นมู่ซินยวี่แล้ว เธอไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้น แถมยังเป็นคนนิสัยหัวโบราณ ไม่มีทางที่จะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรแบบนี้หรอก

มู่ซินยวี่ซึ่งถูกเสื้อสูทคลุมอยู่ตกใจจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

เมื่อได้ยินว่าเสิ่นเจียหวินออกไปแล้ว เธอถึงได้หยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ข้างเตียงขึ้นมาด้วยความสั่นเทาและเตรียมจะออกไป

ทว่า เสิ่นเจียสวี่ที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มกลับดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขน แล้วก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแซวเล่นว่า “คนเนรคุณ นี่คุณจะไปทั้งแบบนี้น่ะเหรอ?”

มู่ซินยวี่กัดริมฝีปากแน่น เสียงของเธอยังคงแหบพร่าด้วยความกลัวอยู่ “แล้วคุณยังต้องการอะไรอีก?”

เสิ่นเจียสวี่โน้มตัวเข้าไปใกล้ ๆ เธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและน่าหลงใหล “ในเมื่อเราตกลงกันแล้ว คุณก็ควรจะทำอะไรบ้างสิ”

แผ่นหลังของมู่ซินยวี่แข็งทื่อ เธอมองดูมุมปากของเขาที่ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วก็กัดฟันเข้าไปใกล้ ๆ และหอมเขาเบา ๆ

ดูเหมือนว่าเสิ่นเจียสวี่จะพอใจแล้วถึงได้ยอมปล่อยเธอไปในที่สุด หลังจากจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำไป

เธอรีบจัดการกับน้ำเหนียว ๆ พวกนั้นที่อยู่ช่วงล่างอย่างรวดเร็ว หลังจากเช็คจนมั่นใจแล้วว่ารอบ ๆ ไม่มีคนอยู่เธอถึงได้รีบวิ่งไปที่ห้องรับรองด้านข้าง

เสิ่นเจียหวินโทรเข้ามาหาเธอแทบจะในเวลาเดียวกัน “คุณไปไหนมา? คุณรู้ไหมว่าผมตามหาคุณมานานแค่ไหนแล้ว?”

“นี่มันคือเวลาทานมื้อเย็นของครอบครัวผมนะ! คุณคิดว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูของตระกูลมู่ที่จะทะนงตัวทำตามอำเภอใจยังไงก็ได้ยังงั้นเหรอ? ผมบอกให้คุณมาดื่มไวน์เป็นเพื่อนผม แล้วคุณจะวิ่งวุ่นไปทั่วได้ยังไงกัน!”

“ฉันขอโทษนะเจียหวิน พอดีเมื่อกี้นี้ฉันดื่มเยอะไปหน่อย ฉันก็เลยไปนอนพักที่ห้องรับรองมาน่ะ”

มู่ซินยวี่คิดหาข้อแก้ตัวไว้แล้ว เธอพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเป็นห่วง ครั้งหน้าฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”

ดูเหมือนว่าเสิ่นเจียหวินจะไม่ได้สงสัยอะไรเลย เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาให้เธอลงมาข้างล่างได้แล้ว

เธอจึงเดินลงบันไดไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ก่อนจะไปยืนอยู่ข้าง ๆ เสิ่นเจียหวินอย่างเชื่อฟัง พอเห็นว่าสีหน้าเขาบึ้งตึงเธอก็กำลังจะเอาอกเอาใจเขา แต่แล้วกลับเห็นว่าท่านผู้เฒ่าเสิ่นกำลังต่อว่าเสิ่นเจียสวี่ด้วยความโมโหเดือดดาลอยู่

เธอจึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่

“นายนี่ยิ่งนับวันยิ่งทำตัวเหิมเกริมมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ! งานเลี้ยงของครอบครัวมีแขกมากันตั้งเยอะแยะ แต่นายกลับไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาเลย จะให้คนตั้งมากมายมารอนายแค่คนเดียวรึไง? !”

สีหน้าท่านผู้เฒ่าเสิ่นดูเอือมระอาอย่างมาก พอเขาหันไปมองก็เห็นรอยแดงที่คอของเสิ่นเจียสวี่ เขาจึงขมวดคิ้วอีกครั้งพลางถามว่า “แล้วที่คอนายไปโดนอะไรมาอีกล่ะ ไปหาผู้หญิงมาเหรอ?”

เสิ่นเจียสวี่ก้มหน้า ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “แค่เล่นสนุกน่ะ”

ท่านผู้เฒ่าเสิ่นสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธเคืองมากกว่าเดิมว่า “แค่เล่นสนุก…… ปู่นายยังเหลือเวลารอให้เด็กไม่รักดีอย่างนายเล่นสนุกไปวัน ๆ อีกนานแค่ไหนกันเชียวห้ะ?”

เขาหันไปมองเสิ่นเจียหวินกับมู่ซินยวี่และพูดว่า “บริษัทนายก็ไม่ยอมดูแล แล้วก็ยังไม่ยอมแต่งงานอีก ลูกพี่ลูกน้องของนายอายุน้อยกว่านายสามปีแต่หมั้นมาตั้งหลายปีแล้ว แถมคู่หมั้นของเขาก็ยังเป็นคนมีเหตุผลและเหมาะสมอีก! นายหัดมองตัวเองบ้างสิ วัน ๆ เอาแต่คลุกคลีอยู่กับผู้หญิงไม่ได้เรื่องพวกนั้น!”

เสิ่นเจียสวี่หันกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ พอเห็นมู่ซินยวี่ เขาก็ยิ้มออกมาทันที

“คู่หมั้นของเจียหวินไม่เลวจริง ๆ ด้วย”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ็บแต่ไม่ยอมปล่อยมือ
9.2
ถังหว่านใช้เวลาสองปีเคียงข้างเสิ่นติงหลานด้วยความหวังว่าเธอคือคนสำคัญ แต่ความจริงที่ได้รับกลับมีเพียงความเย็นชาและการถูกมองเป็นแค่ของเล่นไร้ค่า เมื่อเธอได้เห็นเขารับผิดชอบดูแลหญิงอื่นที่กำลังตั้งครรภ์ ความอดทนของเธอก็สิ้นสุดลง ทว่าในวันที่เธอตัดสินใจเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ มหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาถึงขั้นยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสจากเธออีกครั้ง แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยเชื่อใจเธอเลยก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักจอมบงการ
8.6
มลธิยาเผชิญหน้ากับอาณาฆินทร์อีกครั้งในฐานะคนแปลกหน้า ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากอดีตคนรักที่มองว่าเธอไร้ค่า เธอจึงเลือกสวมรอยเป็นสาวขายบริการเพื่อยั่วโทสะอาริสสา แฟนใหม่ของเขา โดยการป่าวประกาศถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งในอดีตที่แลกมาด้วยเงินมหาศาล แม้คำพูดเหน็บแนมของอาณาฆินทร์จะกรีดลึกจนเธอเจ็บปวดเจียนตาย แต่มลธิยาก็ยังคงท้าทายโชคชะตาและยอมเล่นไปตามเกมทำลายความรู้สึกนี้ให้ถึงที่สุด ท่ามกลางความเข้าใจผิดที่กัดกินใจของทั้งคู่มาอย่างยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]
9.7
คฑาธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิและแรงแค้นจากอดีตของครอบครัว เขาใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำลายล้างและบีบบังคับ พิมพ์ภิษา หญิงสาวที่ยอมสละร่างกายและหัวใจเพื่อปกป้องครอบครัวและบ้านเกิดของเธอ ท่ามกลางเกมอำนาจที่คฑาธรใช้ทั้งเงินและอิทธิพลข่มขู่จะทำลายชีวิตคนรอบข้าง พิมพ์ภิษาจึงตอบโต้ด้วยความเกลียดชังที่ฝังรากลึก แม้หัวใจจะร้าวรานจากคำลวง แต่เธอก็ยืนหยัดเผชิญหน้ากับชายที่อันตรายที่สุดเพื่อทวงคืนความยุติธรรมในโศกนาฏกรรมแห่งรักที่เต็มไปด้วยรอยแค้นครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เมียพรหมจรรย์ ชุด The billionaire demon's virgin mistress
9.2
ไทเลอร์ มาร์คิเดฟ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในรัสเซียและเจ้าของมหาวิทยาลัยชื่อดัง คือเป้าหมายที่นักศึกษาสาวทั่วโลกต่างหมายปองเพื่อหวังครอบครองหัวใจ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อาจารย์หนุ่มผู้เย็นชา เขากลับซ่อนความเร่าร้อนและนิสัยนักล่าที่พร้อมจะขย้ำทุกสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ปรานี จนกระทั่ง จันทร์เจ้าขา นักศึกษาสาวดวงตกต้องกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อเสือร้ายเช่นเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้รางวัลอันโอชะชิ้นนี้หลุดมือไปได้แม้แต่เพียงก้าวเดียว
หน้าปกนวนิยาย เข้าผิดห้อง รักถูกคน
8.5
ลู่หมิงเยว่ถูกคนรักหักหลังพร้อมคำดูถูกว่ามีดีแค่ความสวย เธอจึงประชดรักด้วยการเข้าหาเยี่ยนเฉิงจือประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทว่าหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนเธอกลับขลาดกลัวจนแอบหนีไปพร้อมความเข้าใจผิดว่าชายคนนั้นคือเสิ่นเว่ยตงเพลย์บอยตัวฉกาจ การสำคัญตัวผิดครั้งนี้ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเธอมีใจให้ชายอื่น เขาจึงทำได้เพียงเก็บงำความอิจฉาและเฝ้าหึงหวงเธออยู่เงียบๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความผิดพลาดครั้งใหญ่
หน้าปกนวนิยาย คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณตามลำพัง
9.2
ในวันที่ฉันเข้าพิธีวิวาห์กับทายาทตระกูลดัง กลับไร้เงาญาติพี่น้องฝ่ายชายมาร่วมงาน มีเพียงสายเรียกเข้าจากคุณยายของเขาที่ยื่นข้อเสนอเดิมพันครั้งใหญ่ หากภายในสามปีความรักของพวกเรายังมั่นคง ท่านจะยอมรับฉันเข้าสู่ครอบครัว แต่ถ้าล้มเหลว ฉันต้องเดินจากไปเพื่อให้ผู้หญิงที่เหมาะสมมาแทนที่ ฉันตอบตกลงอย่างมั่นใจ เพราะสามีผู้แสนดีเคยยอมสละทุกอย่างเพื่อเลือกฉัน ทว่าเมื่อเข้าสู่ปีที่สาม เขากลับทรยศความเชื่อใจด้วยการนอกใจอย่างคาดไม่ถึง