ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
ตอน
แชร์

ตอน 2

หัวใจของมู่ซินยวี่บีบรัดแน่น เธอไม่กล้าที่จะตอบรับกลับไป

เสิ่นเจียสวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กระตุกมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัย

ที่ด้านนอก เมื่อเสิ่นเจียหวินเห็นว่าไม่มีคนตอบรับกลับมาเธอก็สงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก

เสียงไอเมื่อกี้นี้เหมือนเสียงของมู่ซินยวี่มาก!

แต่ที่นี่คือห้องน้ำชาย...... แค่คิดก็รู้แล้วว่าเธอมาทำอะไรที่นี่!

เขาทุบประตูเล็ก ๆ ของห้องด้านข้างเหล่านั้นจากด้านนอกอย่างรุนแรง “ออกมาเดี๋ยวนี้นะ! นั่นคุณใช่ไหม! คุณมาทำอะไรที่นี่!”

ประตูห้องข้างเคียงเหล่านั้นเริ่มถูกเตะเปิดออกทีละบาน หัวใจของมู่ซินยวี่เต้นตึกตักอย่างรุนแรง

เธอพยายามจะสวมเสื้อผ้า แต่กลับถูกเสิ่นเจียสวี่กดตัวเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างแรง

เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้และงับติ่งหูของเธอก่อนจะพูดว่า “แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ เมื่อกี้ยังกล้าหาญมากอยู่เลยไม่ใช่รึไง?”

ลมหายใจร้อน ๆ ของเขาพ่นอยู่ตรงข้างหูเธอ ทำให้ลมหายใจของมู่ซินยวี่เริ่มถี่รัวขึ้น สมองนั้นก็คิดอะไรไม่ออก

เสียงฝีเท้าเริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว..... หากเสิ่นเจียหวินรู้ ไม่ใช่แค่การหมั้นหมายจะถูกยุติเท่านั้น แต่ตระกูลมู่ก็ต้องจบเห่ไปด้วย แล้วเธอก็จะกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจของสังคม

เสียงปังดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เสิ่นเจียหวินเตะประตูห้องของพวกเขา

เมื่อพบว่าประตูถูกล็อคจากด้านใน ใบหน้าของเสิ่นเจียหวินก็ยิ่งบึ้งตึงมากขึ้นไปอีก เขาเตะประตูอีกครั้งและตะโกนว่า “ใครอยู่ข้างใน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”

มู่ซินยวี่ตัวสั่นระริก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว

พอเสิ่นเจียสวี่ทำท่าเหมือนจะไปเปิดประตู

มู่ซินยวี่ก็ตั้งสติได้ในที่สุด เธอรีบวิ่งเข้าไปกอดแขนเขาไว้และกระซิบว่า “อย่า อย่านะ!”

เธอพยายามข่มเสียงพูดที่สะอึกสะอื้นไปด้วยให้เบาที่สุด “ฉันขอร้องล่ะ คุณปล่อยฉันไปเถอะนะ อย่าให้เขารู้เลย คุณอยากจะทำอะไรกับฉันก็ได้ทั้งนั้น!”

เสิ่นเจียสวี่เลิกคิ้วขึ้น “หืม จริงเหรอ?”

มู่ซินยวี่อดกลั้นน้ำตาที่แสนขมขื่นเอาไว้ เธอพยักหน้าทั้งที่ตาแดงระเรื่อ

“คุณนี่ช่างมีไหวพริบจริง ๆ เลยนะ”

เสิ่นเจียสวี่โน้มตัวลงไปเลียน้ำตาบนใบหน้าเธอและพูดด้วยสายตาขี้เล่นว่า “หากจะให้ผมปล่อยคุณไปนั่นง่ายมาก คุณก็แค่ต้องมาเป็นกิ๊กของผม เมื่อไหร่ที่ผมต้องการ คุณต้องพร้อมมาหาทุกครั้งที่ผมเรียกเสมอ”

ดวงตาของมู่ซินยวี่สั่นระริก สายตาดูไม่อยากจะเชื่ออย่างมาก

เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคู่หมั้นเธอเชียวนะ!

เธออยากจะปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ แต่เวลานี้ ประตูห้องน้ำได้ถูกเตะอย่างแรงจนเกือบจะพังอยู่แล้ว

หัวใจของมู่ซินยวี่เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว

“ฉันรับปากคุณก็ได้ ขอแค่คุณอย่าให้เขารู้เรื่องนี้ก็พอ!”

เสิ่นเจียสวี่หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า “ดีล”

ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเตะเสียงดังโครม

มู่ซินยวี่สั่นไปทั้งตัว

ชีวิตเธอจบเห่ลงแล้ว……

แต่ในวินาทีต่อมา หัวของเธอกลับถูกคลุมเอาไว้ด้วยเสื้อคลุมของเสิ่นเจียสวี่

ในขณะเดียวกัน เสียงพูดด้วยความตกใจของเสิ่นเจียหวินก็ดังขึ้นมา “…… พี่สวี่?”

“ใครอนุญาตให้นายบุกเข้ามา?”

เสียงที่เย็นชาของเขาทำให้เสิ่นเจียหวินรู้สึกหวาดกลัวและเกรงขาม “นายกล้ามากเลยนะ”

“ขอ ขอโทษครับพี่สวี่ ผมไม่รู้ว่าพี่อยู่ข้างใน พอดีเมื่อกี้นี้ผมได้ยินเสียง..... ก็เลยคิดว่าเป็นคู่หมั้นของผม...…”

หน้าผากของเสิ่นเจียหวินเต็มไปด้วยเหงื่อ เขากลัวลูกพี่ลูกน้องคนนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว แค่เห็นท่าทางของเขาก็เริ่มขาอ่อนแรงไปหมด

“คู่หมั้นของตัวเองนายยังดูแลได้ไม่ดีเลย แล้วยังจะมารบกวนฉันอีกเนี่ยนะ?”

เสิ่นเจียสวี่หัวเราะเหอะ ๆ ออกมา ฝ่ามือใหญ่ ๆ ของเขาคอยปกป้องผู้หญิงที่ถูกเสื้อสูทคลุมเอาไว้ด้านหลังอยู่ตลอด “ออกไปให้พ้น เดี๋ยวนี้!”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดุดันนั้น เสิ่นเจียหวินก็ไม่กล้าชักช้าแล้วรีบออกไปทันที

เขาไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ไม่เคยสนใจผู้หญิงมาก่อนเลยจะมาทำเรื่องแบบนี้ในงานเลี้ยงในครอบครัวได้ เขาจึงอดคิดไม่ได้ว่าต้องผู้หญิงแบบไหนกันนะที่สามารถอ่อยลูกพี่ลูกน้องที่แปลกแยกและเย็นชาของเขาได้ขนาดนี้

ตอนนี้เขาไม่ได้สงสัยว่าเป็นมู่ซินยวี่แล้ว เธอไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้น แถมยังเป็นคนนิสัยหัวโบราณ ไม่มีทางที่จะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรแบบนี้หรอก

มู่ซินยวี่ซึ่งถูกเสื้อสูทคลุมอยู่ตกใจจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

เมื่อได้ยินว่าเสิ่นเจียหวินออกไปแล้ว เธอถึงได้หยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ข้างเตียงขึ้นมาด้วยความสั่นเทาและเตรียมจะออกไป

ทว่า เสิ่นเจียสวี่ที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มกลับดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขน แล้วก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแซวเล่นว่า “คนเนรคุณ นี่คุณจะไปทั้งแบบนี้น่ะเหรอ?”

มู่ซินยวี่กัดริมฝีปากแน่น เสียงของเธอยังคงแหบพร่าด้วยความกลัวอยู่ “แล้วคุณยังต้องการอะไรอีก?”

เสิ่นเจียสวี่โน้มตัวเข้าไปใกล้ ๆ เธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและน่าหลงใหล “ในเมื่อเราตกลงกันแล้ว คุณก็ควรจะทำอะไรบ้างสิ”

แผ่นหลังของมู่ซินยวี่แข็งทื่อ เธอมองดูมุมปากของเขาที่ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วก็กัดฟันเข้าไปใกล้ ๆ และหอมเขาเบา ๆ

ดูเหมือนว่าเสิ่นเจียสวี่จะพอใจแล้วถึงได้ยอมปล่อยเธอไปในที่สุด หลังจากจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำไป

เธอรีบจัดการกับน้ำเหนียว ๆ พวกนั้นที่อยู่ช่วงล่างอย่างรวดเร็ว หลังจากเช็คจนมั่นใจแล้วว่ารอบ ๆ ไม่มีคนอยู่เธอถึงได้รีบวิ่งไปที่ห้องรับรองด้านข้าง

เสิ่นเจียหวินโทรเข้ามาหาเธอแทบจะในเวลาเดียวกัน “คุณไปไหนมา? คุณรู้ไหมว่าผมตามหาคุณมานานแค่ไหนแล้ว?”

“นี่มันคือเวลาทานมื้อเย็นของครอบครัวผมนะ! คุณคิดว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูของตระกูลมู่ที่จะทะนงตัวทำตามอำเภอใจยังไงก็ได้ยังงั้นเหรอ? ผมบอกให้คุณมาดื่มไวน์เป็นเพื่อนผม แล้วคุณจะวิ่งวุ่นไปทั่วได้ยังไงกัน!”

“ฉันขอโทษนะเจียหวิน พอดีเมื่อกี้นี้ฉันดื่มเยอะไปหน่อย ฉันก็เลยไปนอนพักที่ห้องรับรองมาน่ะ”

มู่ซินยวี่คิดหาข้อแก้ตัวไว้แล้ว เธอพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเป็นห่วง ครั้งหน้าฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”

ดูเหมือนว่าเสิ่นเจียหวินจะไม่ได้สงสัยอะไรเลย เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาให้เธอลงมาข้างล่างได้แล้ว

เธอจึงเดินลงบันไดไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ก่อนจะไปยืนอยู่ข้าง ๆ เสิ่นเจียหวินอย่างเชื่อฟัง พอเห็นว่าสีหน้าเขาบึ้งตึงเธอก็กำลังจะเอาอกเอาใจเขา แต่แล้วกลับเห็นว่าท่านผู้เฒ่าเสิ่นกำลังต่อว่าเสิ่นเจียสวี่ด้วยความโมโหเดือดดาลอยู่

เธอจึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่

“นายนี่ยิ่งนับวันยิ่งทำตัวเหิมเกริมมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ! งานเลี้ยงของครอบครัวมีแขกมากันตั้งเยอะแยะ แต่นายกลับไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาเลย จะให้คนตั้งมากมายมารอนายแค่คนเดียวรึไง? !”

สีหน้าท่านผู้เฒ่าเสิ่นดูเอือมระอาอย่างมาก พอเขาหันไปมองก็เห็นรอยแดงที่คอของเสิ่นเจียสวี่ เขาจึงขมวดคิ้วอีกครั้งพลางถามว่า “แล้วที่คอนายไปโดนอะไรมาอีกล่ะ ไปหาผู้หญิงมาเหรอ?”

เสิ่นเจียสวี่ก้มหน้า ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “แค่เล่นสนุกน่ะ”

ท่านผู้เฒ่าเสิ่นสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธเคืองมากกว่าเดิมว่า “แค่เล่นสนุก…… ปู่นายยังเหลือเวลารอให้เด็กไม่รักดีอย่างนายเล่นสนุกไปวัน ๆ อีกนานแค่ไหนกันเชียวห้ะ?”

เขาหันไปมองเสิ่นเจียหวินกับมู่ซินยวี่และพูดว่า “บริษัทนายก็ไม่ยอมดูแล แล้วก็ยังไม่ยอมแต่งงานอีก ลูกพี่ลูกน้องของนายอายุน้อยกว่านายสามปีแต่หมั้นมาตั้งหลายปีแล้ว แถมคู่หมั้นของเขาก็ยังเป็นคนมีเหตุผลและเหมาะสมอีก! นายหัดมองตัวเองบ้างสิ วัน ๆ เอาแต่คลุกคลีอยู่กับผู้หญิงไม่ได้เรื่องพวกนั้น!”

เสิ่นเจียสวี่หันกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ พอเห็นมู่ซินยวี่ เขาก็ยิ้มออกมาทันที

“คู่หมั้นของเจียหวินไม่เลวจริง ๆ ด้วย”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ซ่งหยุนหยุนต้องเผชิญกับความอัปยศในวันวิวาห์ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดประชันโชคชะตา เธอจึงตัดสินใจมอบความสาวให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอแทน ทว่าการตัดสินใจเพียงชั่ววูบนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อชายหนุ่มลึกลับคนดังกล่าวไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย CEO ซ่อนรัก
8.2
หลังถูกคนรักและเพื่อนสนิททรยศอย่างเจ็บแสบ พิจิกาตัดสินใจดื่มประชดชีวิตจนเผลอไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อเธอพบว่าชายคนนั้นคือเจ้านายใหม่ในที่ทำงานที่เธอใฝ่ฝันอยากเข้าทำมาโดยตลอด เธอต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าในอาชีพที่รักหรือการหลบหนีจากอดีตที่น่าอับอายครั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในที่ทำงานและความลับที่ซ่อนไว้ เธอจะกล้าเผชิญหน้ากับเขาต่อหรือเลือกที่จะเดินจากไป
หน้าปกนวนิยาย หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ยั่วสวาทสาวใช้
9.2
ศิลาคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบที่เมินเฉยต่อหญิงสาวทุกคนที่เข้ามาทอดสะพานให้ นั่นเพราะเขามีเป้าหมายเดียวที่แอบหมายตาไว้ในใจมาตลอด เมื่อสบโอกาสที่เหยื่อสาวผู้น่าสงสารต้องเผชิญหน้ากับเขาสองต่อสอง ความหวาดกลัวก็ทำให้เธอเผลอเรียกคุณใหญ่ออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ทว่าความตื่นตระหนกนั้นกลับยิ่งเปิดทางให้ชายหนุ่มได้รุกประชิดอย่างเต็มกำลัง เขาใช้ถ้อยคำกำกวมและท่าทีคุกคามอันแสนเย้ายวนเพื่อไล่ต้อนเธอให้จนมุม พร้อมเอ่ยท้าทายให้หญิงสาวพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะยิ่งใหญ่สมชื่อเรียกของเขาจริงหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก:นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกร