ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย

Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย

วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 2

ปืนกลสามกระบอกเลื่อนขึ้นมายังจุดหมายเดียวกันที่ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าที่ใด เหล่าชายชุดสูทสวมหมวกฟีโดราตั้งใจจะเป้าสมองไม่ก็ตั้งใจทำลายหลักฐานการยืนยันตัวตนของเขาอย่างใบหน้า! ฉิบหายละ! ฉิบหายละ! ฉิบหายแล้ว! แจ็คได้แต่คิดอย่างบ้าคลั่งขณะร่างกายแข็งทื่อจากความกลัวที่แล่นกระจายทั่ว

เฮดอัพ ดิสเพลย์แสดงระดับพลังชีวิตที่ยังคงลดต่อเนื่องจากสถานะเลือดไหลกระทั่งเหลือราวหนึ่งในสามของความยาวหลอดทั้งหมด ในตอนนั้นพลันปรากฏข้อความข้างใต้ว่า ‘โอกาสตาย = 100’ กะพริบถี่ ๆ

ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วเฟ้ย!

ในตอนที่ความสิ้นหวังพุ่งสู่ระดับสูงสุดจนไม่แน่ใจว่าเขาอาจหัวใจวายตายไปก่อนเสียด้วยซ้ำ วินาทีนั้นเอง แจ็คพลันสัมผัสกระแสลมกระโชกพร้อมกลิ่นราวกับพายุฝนกำลังจะมา ไกลออกไป ร่างมีลำแสงสีน้ำเงินวูบวาบวิ่งรอบตัวนั่งยอง ๆ บนราวจับทางเดินเหนือเครื่องจักรขนาดใหญ่เหมือนจะกระโดดลงมา เสียงกริ๊กยามกลไกในกระบอกปืนเสียดสีกันจากแรงกดที่เพิ่มขึ้นบนไก ทว่าชั่วพริบตาที่การปรากฏตัวอันเหลือเชื่อเกิดขึ้น ปืนทุกกระบอกก็เบี่ยงจากจุดหมายของพวกมันไปที่แม้จะเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอให้แจ็คได้สติและดึงตัวลงแนบกับพื้นโดยสัญชาตญาณ

กระสุนชุดแรกระเบิดออกมา ที่น่าเหลือเชื่อก็คือมันพลาดจากแจ็คชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว เขาตะโกนร้องไม่เป็นภาษาแข่งกับเสียงปืนสามกระบอกที่ดังเป็นตับ พยายามหนีด้วยการกลิ้งหลุน ๆ ออกห่างจากสถานการณ์นี้ให้มากที่สุด นี่เขาโดนยิงหรือเปล่า ไม่หรอกมั้ง ก็ไม่เห็นจะรู้สึกเลย แต่ว่า...

จังหวะที่แจ็คกลิ้งมานอนคว่ำสายตามองตรงไปยังชายสวมสูทหน้าตาท่าทางอย่างกับมาเฟียยุคอัล คาโปนยังไงยังงั้น เขาทันเห็นปืนทั้งหมดเปลี่ยนเป้าหมายไปยังมนุษย์เปล่งแสงผู้นั้น ทว่าไม่ทันที่วิถีกระสุนจะเลื่อนไปถึงร่างอัดแน่นด้วยกระแสพลังงานดูอันตรายที่เพิ่งทิ้งตัวลงจากราวจับเหล็ก กำปั้นขวาของฝ่ายนั้นก็ชกใส่พื้น ก็ไม่ถึงกับสัมผัสถูกพื้นจริง ๆ หรอก เมื่อกำปั้นขยับใกล้กับผิวคอนกรีตมากพอ พลังงานทั้งหมดที่โอบล้อมอยู่ก็ถูกดึงมาออกันที่หมัดแล้วจึงปลดปล่อยออกมาทั้งหมดในเสี้ยววินาที

พลังนั้นอยู่ในรูปสายฟ้าเส้นเบ้อเริ่มเห็นชัดเจนด้วยตาเปล่า แจ็คก้มหลบทันตอนที่มันสว่างเจิดจ้าฟาดใส่ชายชุดสูททั้งสาม เสียงเปรี้ยงสนั่นหวั่นไหวแทบหูดับ เขาฝืนความรู้สึกของร่างกายทุกส่วนเงยหน้าขึ้นมองผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ในทัศนวิสัยมัวซัวคล้ายปกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวเรืองรอง เขาเห็นผู้ชายเหล่านั้นกระเด็นไปนอนควันโขมงไกลออกไปอย่างน้อยสองเมตร

แจ็คสะบัดศีรษะ พยายามลุกขึ้นนั่ง สถานะเลือดไหลทำให้เขาย่ำแย่ลงกว่าเดิมขนาดที่ว่าไม่จำเป็นต้องถูกกระสุน แค่ปล่อยเฉย ๆ อีกสักพักก็ตายได้แล้ว

เจ้าของพลังสายฟ้าเป็นหญิงสาวผมน้ำตาลเข้มเกล้ามวยสูง แจ็คไม่อาจเห็นรายละเอียดใบหน้าของหล่อนอย่างชัดเจนเนื่องจากนัยน์ตายังคงพร่ามัวจากปรากฏการณ์ประหลาดเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ถึงอย่างนั้นเขาก็พอบอกได้ว่าฝ่ายนั้นค่อนข้างสะสวยจากลักษณะโครงหน้ากับตำแหน่งต่าง ๆ บนนั้น

หญิงสาวเดินดุ่ม ๆ ตรงมาหา แจ็คไม่ทันได้ตัดสินใจเลือกระหว่างซาบซึ้งหรือนึกระแวงการที่หล่อนช่วยเขาจากนักเลงสไตล์โบราณด้วยซ้ำตอนที่กระแสไฟฟ้าขนาดเล็กกว่าสายหนึ่งพุ่งจากมือขวาทาเล็บสีแดงทุกนิ้วมาปะทะกับหน้าท้องตรงบาดแผลพอดิบพอดี แรงกระแทกอัดแจ็คปลิวไปหลายตลบ รู้สึกราวกับเลือดในกายแปรสภาพเป็นเปลวเพลิงยังไงยังงั้น ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งร่าง โดยเฉพาะจุดที่เป็นประหนึ่งทางเข้าของพลังงานนั้นดูจะเลวร้ายที่สุด

“โอ ไม่ ๆ ๆ ครั้งนี้อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้เลย” น้ำเสียงหวาน ๆ หาได้ลดทอนความดุดันน่ากลัวของหล่อนลงแม้เพียงนิด “ไอ้ฆาตกร!”

ถึงจะเจ็บปวดแทบขาดใจตายเสียให้ได้ กระนั้นแจ็คกลับพบว่าห้วงความคิดของตนในยามนี้กระจ่างแจ้งยิ่ง เขารับรู้ได้ว่าค่าพลังชีวิตที่เหลือของตนเพิ่งลดฮวบหายไปเกือบทั้งหมด ประมาณว่าถ้าเป็นเกมอาร์พีจีละก็ แค่ถูกมอนสเตอร์สไลม์โง่ ๆ ตัวเดียวพุ่งชนก็คงเอาชีวิตเขาได้เลย

แจ็คไม่เห็นข้อความสถานะเลือดไหลรวมถึงผลลัพธ์ของมันอีกต่อไป แท่งพลังชีวิตที่เหลือน้อยนิดและเป็นสีแดงเข้มน่ากลัวหยุดหดสั้นลงในทุกสองวินาที เป็นไปได้ว่าสายฟ้าเมื่อกี๊บังเอิญช่วยหยุดเลือดพอดี

บังเอิญงั้นหรือ แจ็คสงสัย ด้วยตำแหน่งแม่นยำขนาดนี้เห็นจะเกินกว่าคำว่าบังเอิญไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นเขายังไม่หมดสติ ต่างจากนักเลงสวมสูทสามคนนั่น เห็นทีว่าอีกฝ่ายจะต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง-

ฆาตกร?

“ผม... ไม่ใช่... ฆาตกร-” แจ็คกัดฟัน ขัดขืนอาการชักเกร็งพูดออกมา ฆาตกร? เขาน่ะหรือ เขาที่ขนาดหนูท่อสกปรกยังตัดใจฆ่าไม่ลงเนี่ยนะ

หญิงสาวกระแทกพื้นรองเท้าลงมาบนยอดอกเขา แข็งขนาดนี้ดูท่าคงเป็นรองเท้าคอมแบทละมั้ง “น้อย ๆ หน่อย นี่น่ะหรือคำแก้ตัวของฆาตกรเจ้าคารมที่ชอบทิ้งคำใบ้อวดดีท้าให้ไล่จับบนศพเหยื่อน่ะ ผมไม่ใช่ฆาตกร แกทำฉันผิดหวังนะ เจอโรม อย่างน้อยก็น่าจะเหลือความหยิ่งผยองไว้สักหน่อยตอนถูกจับยัดคุกขังลืมนะ”

“มะ ไม่- ผมไม่ใช่- ผม แจ็ค- ไม่ใช่ เจอโรม...” กว่าจะหลุดออกมาได้สักคำนั้นสร้างความทรมานยิ่ง “แจ็ค... เวลลิงตัน”

“ตลกน่า” หญิงสาวแค่นหัวเราะราวกับจะบอกว่า นี่แกเห็นฉันปัญญาอ่อนเรอะ!

แจ็คสั่นหัวอย่างเอาเป็นเอาตาย ลมหายใจเหลือน้อยเกินกว่าจะเปล่งออกมาเป็นคำพูดได้อีก มือที่ขยับสะเปะสะปะวินาทีนั้นเหมือนจะคว้าบางอย่างมีลักษณะเป็นแผ่นบางได้ แต่แล้วทันใดนั้น เท้าอีกข้างก็กระทืบหลังมือ ขัดขวางเขาไว้เสียก่อน

“อ๊ะ ๆ คิดจะทำอะไร” หล่อนทำเสียงจุ๊ ๆ ๆ แล้วกระดาษแข็งแผ่นนั้นก็ถูกดึงไปจากมือเขา “นี่มัน? แกไปได้กระดาษนี่มาจากไหน!”

กระดาษ? กระดาษอะไร... พริบตานั้นแจ็คหวนนึกถึงกระดาษแข็งที่เขาดึงออกมาจากช่องตารางเก็บไอเทมราวกับปาฏิหาริย์ ก็ไม่รู้นะว่าเขาเข้าใจตรงกับหญิงสาวหรือเปล่า ทว่ากระดาษเพียงอย่างเดียวที่เขาคิดออกในเวลานี้ได้แก่คำสั่งฆ่าคาร์ล พราโซซินเท่านั้น

“ผม... เอาออกมาจาก... ช่องเก็บไอเทม...” เขาสูดอากาศเข้าเฮือกใหญ่เมื่อน้ำหนักเท้าที่กดบนอกถูกผ่อนลง

“แกพูดว่าอะไรนะ!?!”

พอตระหนักได้ถึงความตระหนกและแปลกใจอย่างยิ่งในน้ำเสียงอีกฝ่าย แจ็คก็ไม่แน่ใจแล้วว่าเขาตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่ตอบไปเช่นนั้น “...ช่องเก็บไอเทม” เขากระซิบ ส่วนหนึ่งเพราะยังคงหายใจไม่สะดวกนัก แต่ที่มากกว่านั้นคือความหวาดกลัว ถ้าหล่อนรู้จักกับคาร์ล พราโซซินล่ะ แบบเป็นพรรคพวกกันอะไรเทือกนั้น ถ้าเขาไม่ถูกเก็บตรงนี้เลย เห็นทีคงหนีไม่พ้นต้องถูกจับไปทรมานคาดคั้นคำตอบที่แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้แหง

“แกบอกว่าแกชื่ออะไรนะ” หล่อนถาม

“แจ็ค... แจ็ค เวลลิงตัน”

“เอาล่ะ แจ็ค เวลลิงตัน ดูเหมือนแกจะเรียกความสนใจจากฉันสำเร็จ” หญิงสาวว่า จากนั้นส้นรองเท้าก็ย้ายจากกลางอกเขามาซัดเข้าที่ขมับแรง ๆ ทีเดียวภาพตัดวูบ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
8.9
กลิ่นชวาลอบวางแผนมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับวาดิมเพราะต้องการเพียงทายาทเพื่อหนีปัญหาครอบครัว แต่ความจริงกลับพลิกผันเมื่อพบว่าพ่อของลูกคือหัวหน้ามาเฟียค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย วาดิมมองว่าเด็กในครรภ์คือจุดอ่อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเขา จึงบีบบังคับให้เธอทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กลิ่นชวาต้องใช้ความกล้าหาญเข้าสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมาเฟียใจเย็นที่ไร้ความเมตตาและพร้อมจะกำจัดทุกอย่างที่ขวางทางเขา
หน้าปกนวนิยาย ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
เมื่อการเลือกคู่ครองผิดพลาดกลายเป็นตราบาปที่ทำลายทั้งชีวิต นางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันแสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนได้ ในฐานะเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติ เขากลับเลือกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดจนสามารถปกป้องผู้คนได้มากมายมหาศาล ทว่าเขากลับละเลยชีวิตของนางและคนในครอบครัวไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับความพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายที่ไม่อาจหวนคืน ความเจ็บปวดครั้งนี้คือบทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานคืน
หน้าปกนวนิยาย สาวน้ำพริก
9.7
ณ ลานประหาร วาระสุดท้ายของอาเรียเต็มไปด้วยความน่าสมเพช เรือนผมสีทองและนัยน์ตาสีมรกตที่เคยงดงามถูกทำลายจนยับเยินด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของเคน ความทรมานทวีความรุนแรงเมื่อเกลือถูกสาดลงบนบาดแผลจากลิ้นที่ถูกตัดขาด ทำให้เธอไร้หนทางที่จะเอ่ยปากสารภาพความผิดใดๆ หญิงสาวผู้สิ้นหวังทำได้เพียงหลับตายอมรับจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าก่อนลมหายใจจะรวยริน สตรีผู้บริสุทธิ์ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งของเธอได้ก้าวออกมา เพื่อมอบคำอำลาครั้งสุดท้ายให้แก่นางมารร้ายที่กำลังจะแตกดับ
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
6.8
หลังถูกวางยาจนสิ้นใจ ฉือเยว่นักฆ่ามือฉกาจได้ตื่นขึ้นมาในร่างแม่เลี้ยงใจร้ายที่มีลูกติดถึงสี่คน ตอนแรกเธอคิดจะหนีจากความวุ่นวาย ทว่าความกตัญญูของเด็กๆ ที่ช่วยทำงานบ้านและหาอาหารมาให้ กลับทำให้หัวใจที่เย็นชาของเธอหลอมละลาย เธอจึงตัดสินใจทิ้งอดีตและหันมาเป็นชาวบ้านธรรมดา โดยงัดเอาทักษะต่อสู้มาใช้ล่าสัตว์และงมไข่มุกเพื่อสร้างฐานะให้มั่นคง แต่ขณะที่ครอบครัวกำลังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บุรุษปริศนากลับปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นำพาความวุ่นวายครั้งใหม่มาสู่ชีวิตที่เธอเพิ่งสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้