ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

เชโรมคือแวมไพร์สายมังสวิรัติผู้แสนอ่อนโยนที่ใช้ชีวิตขัดกับภาพลักษณ์อันเคร่งขรึม เขาเลือกที่จะดูแลกระต่ายแทนการล่าเหยื่อ ทว่ามาศิตาหญิงสาวผู้พิทักษ์กลับมองว่าวิถีชีวิตนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้ามาและเชโรมต้องเผชิญกับความตาย มาศิตาจึงตัดสินใจสละเลือดของตนเองผ่านรอยจูบเพื่อช่วยชีวิตชายที่รัก ทันทีที่เลือดผู้พิทักษ์สัมผัสริมฝีปาก พลังมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ก็ตื่นขึ้น เปลี่ยนแวมไพร์ผู้อ่อนแอให้กลายเป็นนักล่าที่ทรงพลังเกินกว่าใครจะคาดถึง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ให้อภัย เพราะแกว่าฉันงาม แต่จะโกรธก็แกต่อท้ายคำสร้อยว่าทุ่งกะปินี่แหละ ฟังดูโบร้านโบราณ” โรซี่หันมาแยกเขี้ยวใส่คนตั้งฉายาให้เธอ จะไม่ให้ได้ฉายานี้มาได้ยังไง ก็บ้านเธออยู่เขตบางกะปินี่นา

“ก็โบราณเหมาะกับหน้าแกดีออก โรซี่แห่งทุ่งบางกะปิ เก๋ไก๋จะตาย”

“งั้นแกก็เอาไปใช้สิ”

“เรื่องอะไร บ้านฉันไม่ได้อยู่แถวบางกะปินี่ยะ จะได้ให้ใช้คำต่อแบบนั้น” มาศิตาไหวไหล่เบาๆ

“งั้นของแกต้อง ศิตาแห่งทุ่งดอนเมือง เป็นง่ะ ชื่อดี”

“พอๆ เลิกเล่น”

“คุณมาศิตา กระกูลยศยิ่ง เชิญห้องตรวจภายในหมายเลขสองค่ะ” ชื่อที่ดังขึ้น ทำเอาบทสนทนาเถียงกันเรื่องทุ่งของทั้งคู่เป็นอันต้องหยุดลง ก่อนที่เจ้าของชื่อจะควันออกหูเบาๆ ไม่ได้เคืองกับการถูกเรียกด้วยชื่อและนามสกุลเสียเต็มยศ แต่ที่ทำให้เคืองคือประโยคหลังมากกว่า

“จ้ะ…คุณพยาบาล แหม…เสียงดังขนาดนี้ เอาไมค์เลยไหม” มาศิตาบ่นกระปอดกระแปด นั่นทำให้โรซี่ที่วันนี้มาเป็นเพื่อนหันมาเบ้ปากใส่

“บ่น”

“เอ้า! ก็จะไม่ให้บ่นได้ยังไง คนอื่นรู้กันทั้งโรงพยาบาลแล้วมั้งเนี่ย ว่าฉันมาทำอะไร” ขณะคุยกับโรซี่ มาศิตาก็ไม่ได้ลุกไปหาพยาบาล ที่ตอนนี้ชะเง้อชะแง้มองหาเธออยู่

“ตรวจจิ๊มิ”

“เดี๋ยวๆ แกจะโดนอีกคน” มาศิตาหมั่นไส้ จึงยกมือทำท่าจะตบปากคนพูด ส่วนโรซี่นั้นได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน นั่นเพราะอยู่ๆ วันนี้มาศิตาก็ให้เธอมาเป็นเพื่อน เพราะจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด

“รีบไป เดี๋ยวเขาก็เรียกแกอีกหรอก คราวนี้ดังกว่าเดิมแน่ๆ”

“เออๆ แกก็นั่งรอฉันตรงนี้ดีๆ อย่าใจลอยตามหมอหล่อๆ ไปเชียว” ก่อนไป มาศิตาก็ไม่วายกำชับ

“ไม่ เพราะฉันเล็งบุรุษพยาบาลสุดหล่อตรงนู้นไว้แล้วต่างหาก เห็นมะ…เค้าส่งสายตาหาฉันด้วย” โรซี่ยิ้มเขิน เมื่อหันไปสบตาเข้ากับบุรุษพยาบาลคนที่ว่า

“คุณมาศิตา กระกูลยศยิ่ง เชิญ…”

“อยู่นี่ค่ะคุณพยาบาล” ก่อนที่พยาบาลจะเอ่ยประโยคหลังซ้ำอีก มาศิตาก็รีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือบอกพิกัด ก่อนจะหันมาคุยกับ โรซี่

“เดี๋ยวฉันมานะแก” เอ่ยจบก็เดินตามพยาบาลไปยังห้องตรวจหมายเลขสอง โชคดีที่เธอเจาะจงขอหมอที่เป็นผู้หญิง เพราะขืนหมอเป็นผู้ชายละก็ เธอไม่ยอมตรวจเด็ดขาด

แต่ก็ใช่ว่ามาศิตาจะไม่ประหม่า หลังจากเปลี่ยนชุดแล้วขึ้นนอนรอหมอบนเตียง พร้อมๆ กับท่าขาหยั่ง เธอนั้นทั้งอาย ทั้งกลัว ทั้งเกร็งและประหม่าจนขานี่สั่นพับๆ

หลับตาปี๋ยามที่หมอตรวจร่างกายให้ นี่ถ้าไม่ใช่คำสั่งพิฆาตของพ่อ เธอไม่ยอมทำแบบนี้แน่นอน ยังไงก็ไม่ยอมมมมม...ม่ายยยยย

เสียงร้องโหยหวนของเธอดังอยู่ในใจ กระทั่งได้ยินคำว่าเสร็จแล้วค่ะ เท่านั้นแหละ เธอถึงกับรีบหุบขาเข้าหากันแน่น พร้อมๆ กับเสียงถอนหายใจที่ดังออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะรีบแต่งตัวแล้วออกไปคุยกับหมอสองสามประโยค จากนั้นก็กลับออกไป และค่อยมารับผลตรวจในวันพรุ่งนี้

ทันทีที่เห็นมาศิตา โรซี่ที่ยืนคุยกับบุรุษพยาบาลคนที่หมายตาอยู่ถึงกับจ้ำกลับมาหาเพื่อนแทบไม่ทัน

“หมอว่าไงบ้างแก”

“ไม่ว่าไง พรุ่งนี้ค่อยมารับผลตรวจ”

“แล้วนี่แกเป็นไงบ้าง เสียวๆ อะไร ตรงไหนเป็นพิเศษมั้ย” โรซี่ถามไปยิ้มไป นั่นยิ่งทำให้มาศิตาเขิน รู้สึกวูบๆ วาบๆ ตรงนั้นอย่างบอกไม่ถูก จนต้องตวัดสายตาเคืองๆ มองคนถาม

“แกจะมาถามอะไรฉันเล่า กลับได้แล้ว ไป” เอ่ยจบก็จ้ำอ้าวไปยังลานจอดรถ โดยมีโรซี่เดินยิ้มตามมาติดๆ และพอเข้าไปนั่งในรถได้เท่านั้นแหละ มาศิตาก็ร่ายยาวทันที

“ฉันไม่เข้าใจพ่อจริงๆ ก็แค่งานสอนพิเศษธรรมดาๆ ทำไม๊...ทำไมต้องบังคับให้ฉันมาตรวจร่างกายอย่างละเอียดขนาดนี้ด้วย แถมยังกำชับต้องขอผลตรวจจากแผนกสูติอีก โอ๊ย! อยากจะบ้าตาย เขินก็เขิน อายก็อาย อยู่ดีไม่ว่าดี ต้องให้หมอมาจับๆ คลำๆ จิ๊มิเนี่ย” มาศิตาเอ่ยสรรพนามจุดซ่อนเร้นของร่างกายได้อย่างน่ารักอยู่ไม่น้อย แต่ต่อให้คำเรียกจะน่ารักขนาดไหน เธอก็ไม่ปลื้มที่ต้องมานอนอ้าซ่าให้คนมาตรวจ แม้คนๆ นั้นจะได้ชื่อว่าเป็นหมอก็เถอะนั่น เพราะมั่นใจว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะนอนหลับลงไหม...ฮือๆ

“เออ…พ่อแกทำยังกับจะส่งแกไปถวายตัวเป็นนางในอย่างนั้นแหละ”

“หรือพ่อคิดจะทำอะไรกับฉันเปล่าวะ” ขณะขับรถอยู่นั้น มาศิตาก็หันมาถามโรซี่ด้วยสีหน้าจริงจัง หวังว่าพ่อคงไม่คิดจะจับเธอคลุมถุงชนแต่งงานกับใครจริงๆ หรอกนะ ไม่งั้นเธอได้ตกนรกทั้งเป็นแน่นอน

“หรือพ่อแก คงคิดว่าแกไม่จิ้นแล้วมั้ง”

“ยัยพจน์” มาศิตาหันมาเอ่ยเรียกชื่อดั้งเดิมของโรซี่เสียงห้วน นั่นทำเอาเจ้าของชื่อหน้ามุ่ย ยกมือขึ้นปิดหูทันที

“อย่ามาเรียกชื่อนี้ ฉันไม่ปลื้ม”

“เหรอจ๊ะ นายประพจน์” ชื่อพจน์ว่าไม่ปลื้มแล้ว เจอมาศิตาเรียกชื่อบนบัตรประชาชนเข้าแบบนี้ โรซี่ก็ยิ่งไม่ปลื้มไปกันใหญ่

“เรียกอีกเดี๋ยวแม่ตบปากเลย ฉันชื่อโรซี่...โรซี่ ยูโนว”

“โนว…นายประพจน์”

“แกนี่ ฉันบอกว่าชื่อโรซี่” เมื่อใช้คำขู่ไม่ได้ผล โรซี่ก็ชักดิ้นชักงอเป็นเด็กๆ เพื่อให้มาศิตาเรียกตัวเองว่าโรซี่อย่างที่ต้องการ

ส่วนคนข้างๆ ได้แต่หัวเราะชอบใจกับท่าทางของเพื่อน ที่ตอนเด็กๆ นั้นมาศิตาคิดเสมอว่าเธอมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งหญิง เล่นตุ๊กตาเท่านั้นเอง

แต่พอโตมาถึงตอนนี้ ฟ้าถึงกระจ่าง นั่นเพราะได้รู้แน่ชัดว่าเธอมีเพื่อนสาวต่างหาก กิริยาท่าทางของประพจน์หรือตอนนี้ใครต่อใครเรียกว่าโรซี่ เหมือนผู้หญิงไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งผ่านมีดหมอด้วยการผ่าตัดแปลงเพศ เสริมหน้าอก ทำหน้า โดยเฉพาะดั้งมาด้วยแล้วก็ยิ่งเหมือนคูณสอง เหมือนเสียจนผู้หญิงบางคนซึ่งหนึ่งในนั้นคือเธอนี่แหละยังต้องอาย เพราะสวยสู้ไม่ได้

“โรซี่ก็โรซี่อ่ะ เลิกหน้างอคอหักเป็นปลาทูแม่กลองได้แล้วย่ะ หิวข้าว แวะหาอะไรกินกันก่อนกลับได้มะ” คนหิวเอ่ยชวน

“งั้นก็เลี้ยวซ้ายแยกหน้า มีร้านอร่อยๆ อยู่ร้านนึง รับรองแซ่บ”

“พูดแบบนี้ ปลาร้าลอยมาเลย”

“แม่น มีไข่มดแดงด้วยนะแก สนไหม”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ขอคืนดีได้ไหม
8.3
ตลอดสามปีในชีวิตคู่ เสิ่นเนียนอันพยายามทำทุกทางเพื่อให้โฮ่วอวินโจวรักเธอ แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าเขายังคงฝังใจกับรักแรกไม่เสื่อมคลาย ในวันที่เธอต้องเผชิญกับนาทีชีวิตขณะคลอดบุตร สามีของเธอกลับเลือกทอดทิ้งเธอไปต่างประเทศพร้อมกับผู้หญิงอีกคน เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างถาวรเพื่อชดใช้หนี้แค้นที่เคยมี ทว่าในวันที่เธอจากไปแล้ว โฮ่วอวินโจวกลับเป็นฝ่ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานและพยายามอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
8.7
หลังเผชิญอดีตที่ขมขื่นและแม่ถูกทำร้าย ฉือเนี่ยนกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เมืองจิง แม้จะถูกตราหน้าว่าไร้การศึกษา แต่ลู่เหยียนสือกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอว่าคืออัจฉริยะผู้เก่งกาจ ทั้งในฐานะหมอฝีมือเยี่ยม แฮ็กเกอร์ระดับโลก และนักปรุงน้ำหอมที่ผู้คนยกย่อง ท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างที่เห็นเขาประคบประคองภรรยาเกินขอบเขต ลู่เหยียนสือยังคงยืนหยัดให้ท้ายเธออย่างเต็มที่ จนเมื่อความลับและความสามารถของเธอถูกเปิดเผย ทั้งเมืองจึงต้องหันมาศิโรราบและยกย่องในความไร้เทียมทานของเธอ
หน้าปกนวนิยาย คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
หลินเทียนต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะปกป้องคนรัก แต่เขากลับถูกเธอและเพื่อนสนิทหักหลังอย่างเลือดเย็น ในช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน เขาได้พบกับหลิวอีเตา หมอเทวดาในตำนานที่มารับเขาเป็นศิษย์พร้อมมอบมรดกมหาศาลให้ครอบครอง ชะตาชีวิตของหลินเทียนจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นยอดหมอผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะโต้กลับทุกคนที่เคยทำร้าย และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างเต็มตัว
หน้าปกนวนิยาย ฉันนี่แหละ ทายาทเศรษฐี
9.3
จ้าวเฉียนพนักงานหนุ่มวัยยี่สิบสามปีต้องทนมีชีวิตที่แสนลำบากด้วยเงินเดือนเพียงห้าพันหยวน เขาถูกเพื่อนร่วมงานตราหน้าว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวจนโดนดูแคลนไปทั่วทั้งบริษัท แม้แต่คนรักที่เคยเคียงข้างก็ยังหมดความอดทนกับความยากจนของเขา จนแอบไปคบชู้กับผู้จัดการหนุ่มเพื่อหวังชีวิตที่ดีกว่า ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและคำดูหมิ่นเพียงลำพังในสังคมที่ตัดสินคนจากฐานะทางการเงินและอำนาจที่มี
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย
หน้าปกนวนิยาย จอมมาร จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.6
ลิโอเนล การ์รัสโซ่ยังคงทรงเสน่ห์จนทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้เวลาจะผ่านไปสองสัปดาห์แต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเขายังคงชัดเจน หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์คลั่งไคล้ที่มีต่อมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เปรียบเสมือนเทพบุตรผู้สูงส่ง ขณะที่เธอมองว่าตนเองนั้นช่างต้อยต่ำ สายตาของเธอไม่อาจละไปจากใบหน้าคมเข้มและริมฝีปากที่เคยบดขยี้เธออย่างรุนแรงได้เลย แม้สัมผัสจากเขานั้นจะดุดันและไร้ความปรานีเพียงใด เธอกลับยังคงโหยหาและเก็บเอาชายหนุ่มที่แสนอันตรายคนนี้ไปฝันถึงในทุกค่ำคืนอย่างไม่อาจถอนตัว