ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

เชโรมคือแวมไพร์สายมังสวิรัติผู้แสนอ่อนโยนที่ใช้ชีวิตขัดกับภาพลักษณ์อันเคร่งขรึม เขาเลือกที่จะดูแลกระต่ายแทนการล่าเหยื่อ ทว่ามาศิตาหญิงสาวผู้พิทักษ์กลับมองว่าวิถีชีวิตนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้ามาและเชโรมต้องเผชิญกับความตาย มาศิตาจึงตัดสินใจสละเลือดของตนเองผ่านรอยจูบเพื่อช่วยชีวิตชายที่รัก ทันทีที่เลือดผู้พิทักษ์สัมผัสริมฝีปาก พลังมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ก็ตื่นขึ้น เปลี่ยนแวมไพร์ผู้อ่อนแอให้กลายเป็นนักล่าที่ทรงพลังเกินกว่าใครจะคาดถึง
ตอน
แชร์

ตอน 3

“หูย…งั้นรีบๆ ไป น้ำลายสอแล้วเนี่ย” ยิ่งพูดถึงเมนูโปรด มาศิตาก็ยิ่งหิว

“แกนี่สาวกความนัวจริงๆ บอกใคร ใครเขาจะเชื่อว่าหล่อนโตที่เมืองนอกเมืองนามา” โรซี่ส่ายหน้าให้มาศิตา นั่นเพราะเพื่อนคนนี้บินไปเรียนที่แคนาดาตั้งแต่จบประถม พอคว้าปริญญาตรีมาได้ ก็ยังบินไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษมาอีก จากนั้นก็กลับมาช่วยบริหารโรงเรียนอินเตอร์ระดับท็อปของประเทศ ซึ่งลูกศิษย์ของที่นี่มาจากตระกูลดีๆ ทั้งนั้น

เพราะเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ทำให้เธอกับมาศิตายังคงติดต่อกันอยู่เสมอๆ คำว่าเพื่อน แม้จะอยู่ไกลแต่มันก็เชื่อมต่อกันได้

“ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อดิ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” มาศิตาไหวไหล่เบาๆ อีกครั้ง

“ย่ะ” โรซี่เอ่ยรับอย่างหมั่นไส้ ก่อนที่ทั้งคู่จะหาอะไรอร่อยๆ กินกัน เพราะความหิว ทำให้มาศิตาสั่งอาหารแบบไม่ลืมหูลืมตา กินกันอยู่สองคนแต่กับข้าวบนโต๊ะมีเกือบสิบจาน ทีแรกก็คิดว่าคงกินกันไม่หมดแน่ๆ แต่กลับผิดคาด เพราะกินไปกินมา ทุกอย่างที่มีก็หมดเกลี้ยง

“ผลตรวจร่างกายลูกอยู่ไหน เอามาให้พ่อด้วย” นี่คือประโยคที่มาศิตาได้ยินจากผู้เป็นพ่อ แทนที่จะถามสารทุกข์สุขดิบ นี่กลับถามหาผลตรวจร่างกาย

“นี่ค่ะ” มาศิตายื่นผลตรวจร่างกายที่เธอเพิ่งไปฟังและรับเอกสารมาจากโรงพยาบาลเมื่อสองชั่วโมงก่อนให้ ดร.อาทิตย์ กระกูลยศยิ่ง หรือพ่อของเธอนั่นเอง

อาทิตย์อ่านผลตรวจร่างกายของบุตรสาวคนเดียวอย่างละเอียดทุกบรรทัด ก่อนจะผ่อนคลายขึ้นมามากเมื่อรับรู้ว่ามาศิตานั้นสุขภาพแข็งแรงดี

“แค่ไปทำงานพิเศษ พ่อถึงกับให้ศิตาไปตรวจร่างกายซะละเอียดขนาดนี้ แน่ใจนะคะว่าไม่ได้จะเอาศิตาไปขายให้ใคร”

“แล้วใครเขาจะซื้อม้าดีดกะโหลกแบบลูกไปทำเมีย...หืม” คำพูดของพ่อ ทำเอาคนฟังหน้ายู่ ก่อนจะทำหน้าค้อนๆ ส่งมาให้พ่อ ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนๆ เดียวกัน เพราะแม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่มาศิตาอายุได้สองขวบ ตั้งแต่วันนั้นมาพ่อก็คือทุกสิ่งทุกอย่าง คอยเลี้ยงดูเธอจนเติบโตมาเป็นอย่างดี

“โธ่...พ่อ ว่าซะศิตาเสียหายหมด”

“หรือไม่จริง แต่ถ้ามีคนจะซื้อลูกจริงๆ พ่อไม่ขายเด็ดขาด”

“จริงเหรอคะพ่อ นี่พ่อรักศิตามากขนาดนั้นเลยเหรอ” มาศิตาฉีกยิ้มกว้าง ท่าทางงอนๆ เมื่อครู่หายไปไหนเสียก็ไม่รู้

“เปล่า…ที่ไม่ขายเพราะพ่อจะยกลูกให้เขาไปฟรีๆ แถมข้าวสาร อาหารแห้งให้อีกต่างหาก เขาจะได้ไม่อดตาย”

“นั่นไง นึกแล้วไม่มีผิด” ฟังแล้วมาศิตาก็คอตก แต่คนเป็นพ่อกลับยิ้มขำที่ได้แซวลูกสาวคนนี้ นั่นเพราะหลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พูดหยอกกันเล่นแบบนี้อีกหรือเปล่า

ดร.อาทิตย์ทอดสายตามองมาศิตาด้วยแววตาที่หลากหลาย ถ้าเป็นไปได้ เขาแทบไม่อยากส่งมาศิตาไปไหนไกลๆ อีก แค่ห่างกันตอนมาศิตาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก็น่าจะมากพอแล้ว

นั่นเพราะการไปสอนพิเศษครั้งนี้มีนัยแอบแฝง แต่คำว่าหน้าที่ซึ่งเปรียบเหมือนคำสาบานที่มีมานาน ว่าหากวันใดที่เจ้านายใหญ่ต้องการความช่วยเหลือ เขาจะยินดีช่วยโดยไม่มีข้อแม้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ขอจะเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขาก็ตามที

“แล้วนี่จัดการเก็บกระเป๋าเสร็จหรือยัง” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถามขึ้น ทำเอามาศิตาเกิดอาการงงอีกครั้ง

“จัดกระเป๋า จัดทำไมคะ”

“ก็ลูกต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านเจ้านายใหญ่น่ะสิ”

“หา!…ต้องย้ายไปอยู่บ้านเจ้านายใหญ่” มาศิตาเอ่ยเสียงสูง หน้าตาดูตื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะเธอไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

“ใช่…ลูกจำได้ใช่ไหม ที่พ่อเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าทายาทของตระกูลเราที่เป็นผู้หญิงมีหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำ”

“จำได้ค่ะ” มาศิตาเอ่ยรับ แต่เธอไม่เคยรู้ว่ารายละเอียดของหน้าที่สำคัญนั้นมีอะไรบ้าง พ่อเพียงแค่บอกว่าถึงเวลาแล้วเธอจะรู้เอง

“ตระกูลเราเฝ้ารอที่จะทำหน้าที่ผู้พิทักษ์นี้ แต่ทว่าก็ไม่มีโอกาส เพราะไม่มีทายาทที่เป็นผู้หญิงเลย กระทั่งถึงรุ่นลูก”

“แวมไพร์ต้องการผู้พิทักษ์ด้วยเหรอคะ” มาศิตาตั้งคำถาม แค่ได้ยินคำว่าแวมไพร์ เธอก็ชักจะเสียวคอแปลกๆ แต่ไม่ได้นึกกลัวอะไรนัก คงเพราะได้ยินเรื่องแวมไพร์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็เป็นได้

“ต้องการสิ เพราะเจ้านายคนนี้ของเรา ไม่ดื่มเลือด”

“มีด้วยเหรอ แวมไพร์ที่ไม่ดื่มเลือด แล้วเขาใช้ชีวิตอยู่ยังไง” คิ้วสวยๆ ผูกกันเป็นโบทันที ได้แต่คิดสงสัย ว่าเจ้านายใหญ่ของพ่อคนนี้ อาจจะยังเด็กมากแน่ๆ ถึงดื่มเลือดไม่เป็น

“กินมังสวิรัติ”

“ยิ่งไม่น่าเชื่อไปกันใหญ่”

“ไม่แปลกที่ลูกจะไม่เชื่อ แต่ไปถึงที่นั่นลูกก็จะเห็นเอง จำไว้นะศิตา ตระกูลของเรามีหน้าที่พิทักษ์ ปกป้องชีวิตเจ้านายใหญ่ ผู้ที่ให้ชีวิตแก่บรรพบุรุษของเรามาเช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีเจ้านายใหญ่เราก็ไม่มีวันนี้ ลูกคือความหวังของพ่อ”

“แต่ศิตาไม่มีพลังอำนาจ ถึงจะได้ไปพิทักษ์ใครเขาได้ แถมใครที่ว่านั่นเป็นถึงแวมไพร์เชียวนะ” มาศิตาออกตัว เพราะคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกว่า คนอย่างเธอจะไปคอยปกป้อง คอยพิทักษ์ผู้ที่เป็นถึงแวมไพร์ได้ยังไงกัน

“ถึงเวลาลูกก็จะรู้เอง จำไว้นะศิตา หากวันใดลูกพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จงเชื่อในสัญชาตญาณของลูก” อาทิตย์สบตาลูกสาวเพียงคนเดียว แม้อยากรับหน้าที่นี้เอง แต่ก็ไม่อาจทำได้

“ค่ะ…ลูกจะจำคำของพ่อไว้ แล้วนี่บ้านเจ้านายใหญ่ของพ่ออยู่ที่ไหนคะ”

“เชียงราย”

“เชียงรายเลยเหรอคะ ลูกชักอยากจะเห็นหน้าลูกศิษย์คนพิเศษของพ่อคนนี้ขึ้นมาเร็วๆ แล้วสิ ว่าจะน่าตีขนาดไหนกันนะ ถึงต้องให้ลูกไปสอนพิเศษให้ถึงที่แบบนี้” ภาพของลูกศิษย์ที่ปรากฏขึ้นในหัวของมาศิตาในเวลานี้คือ เด็กผู้ชายหรือผู้หญิงอายุไม่เกินสิบขวบ ที่อาจจะซนแสนซน ยึดตัวเองเป็นศูนย์รวมของจักรวาล เป็นแวมไพร์น้อย ฟันน้ำนมที่อาจพูดจาไม่รู้เรื่อง จนเธอต้องไปสอนพิเศษหรืออีกนัยคือไปเป็นผู้พิทักษ์ให้ถึงที่บ้าน เฮ้อ...คิดแล้วก็ปวดหัวรอเลยทีเดียว

“ไปถึงแล้วลูกก็จะเห็นเอง เดินทางพรุ่งนี้เช้านะ”

“เดินทางพรุ่งนี้เช้าด้วย” มาศิตาอ้าปากค้างอีกหน นั่นเพราะยังไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจสักเท่าไหร่ อะไรมันจะปุบปับรับโชคสองชั้นขนาดนี้เนี่ย

“ใช่”

“แล้วงานลูกล่ะคะ ใครจะรับผิดชอบ ที่รับปากพ่อว่าจะไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้ ก็คิดว่าใกล้ๆ แล้วก็ไปสอนแค่วันหยุดเท่านั้นเอง” น้ำเสียงอ้อมๆ แอ้มๆ เอ่ยบอก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ขอคืนดีได้ไหม
8.3
ตลอดสามปีในชีวิตคู่ เสิ่นเนียนอันพยายามทำทุกทางเพื่อให้โฮ่วอวินโจวรักเธอ แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าเขายังคงฝังใจกับรักแรกไม่เสื่อมคลาย ในวันที่เธอต้องเผชิญกับนาทีชีวิตขณะคลอดบุตร สามีของเธอกลับเลือกทอดทิ้งเธอไปต่างประเทศพร้อมกับผู้หญิงอีกคน เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างถาวรเพื่อชดใช้หนี้แค้นที่เคยมี ทว่าในวันที่เธอจากไปแล้ว โฮ่วอวินโจวกลับเป็นฝ่ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานและพยายามอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
8.7
หลังเผชิญอดีตที่ขมขื่นและแม่ถูกทำร้าย ฉือเนี่ยนกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เมืองจิง แม้จะถูกตราหน้าว่าไร้การศึกษา แต่ลู่เหยียนสือกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอว่าคืออัจฉริยะผู้เก่งกาจ ทั้งในฐานะหมอฝีมือเยี่ยม แฮ็กเกอร์ระดับโลก และนักปรุงน้ำหอมที่ผู้คนยกย่อง ท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างที่เห็นเขาประคบประคองภรรยาเกินขอบเขต ลู่เหยียนสือยังคงยืนหยัดให้ท้ายเธออย่างเต็มที่ จนเมื่อความลับและความสามารถของเธอถูกเปิดเผย ทั้งเมืองจึงต้องหันมาศิโรราบและยกย่องในความไร้เทียมทานของเธอ
หน้าปกนวนิยาย คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
หลินเทียนต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะปกป้องคนรัก แต่เขากลับถูกเธอและเพื่อนสนิทหักหลังอย่างเลือดเย็น ในช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน เขาได้พบกับหลิวอีเตา หมอเทวดาในตำนานที่มารับเขาเป็นศิษย์พร้อมมอบมรดกมหาศาลให้ครอบครอง ชะตาชีวิตของหลินเทียนจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นยอดหมอผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะโต้กลับทุกคนที่เคยทำร้าย และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างเต็มตัว
หน้าปกนวนิยาย ฉันนี่แหละ ทายาทเศรษฐี
9.3
จ้าวเฉียนพนักงานหนุ่มวัยยี่สิบสามปีต้องทนมีชีวิตที่แสนลำบากด้วยเงินเดือนเพียงห้าพันหยวน เขาถูกเพื่อนร่วมงานตราหน้าว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวจนโดนดูแคลนไปทั่วทั้งบริษัท แม้แต่คนรักที่เคยเคียงข้างก็ยังหมดความอดทนกับความยากจนของเขา จนแอบไปคบชู้กับผู้จัดการหนุ่มเพื่อหวังชีวิตที่ดีกว่า ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและคำดูหมิ่นเพียงลำพังในสังคมที่ตัดสินคนจากฐานะทางการเงินและอำนาจที่มี
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย
หน้าปกนวนิยาย จอมมาร จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.6
ลิโอเนล การ์รัสโซ่ยังคงทรงเสน่ห์จนทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้เวลาจะผ่านไปสองสัปดาห์แต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเขายังคงชัดเจน หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์คลั่งไคล้ที่มีต่อมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เปรียบเสมือนเทพบุตรผู้สูงส่ง ขณะที่เธอมองว่าตนเองนั้นช่างต้อยต่ำ สายตาของเธอไม่อาจละไปจากใบหน้าคมเข้มและริมฝีปากที่เคยบดขยี้เธออย่างรุนแรงได้เลย แม้สัมผัสจากเขานั้นจะดุดันและไร้ความปรานีเพียงใด เธอกลับยังคงโหยหาและเก็บเอาชายหนุ่มที่แสนอันตรายคนนี้ไปฝันถึงในทุกค่ำคืนอย่างไม่อาจถอนตัว