ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

เชโรมคือแวมไพร์สายมังสวิรัติผู้แสนอ่อนโยนที่ใช้ชีวิตขัดกับภาพลักษณ์อันเคร่งขรึม เขาเลือกที่จะดูแลกระต่ายแทนการล่าเหยื่อ ทว่ามาศิตาหญิงสาวผู้พิทักษ์กลับมองว่าวิถีชีวิตนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้ามาและเชโรมต้องเผชิญกับความตาย มาศิตาจึงตัดสินใจสละเลือดของตนเองผ่านรอยจูบเพื่อช่วยชีวิตชายที่รัก ทันทีที่เลือดผู้พิทักษ์สัมผัสริมฝีปาก พลังมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ก็ตื่นขึ้น เปลี่ยนแวมไพร์ผู้อ่อนแอให้กลายเป็นนักล่าที่ทรงพลังเกินกว่าใครจะคาดถึง
ตอน
แชร์

ตอน 1

โลกของเราหมุนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ภายใต้ความหมุนเปลี่ยน กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่หยุดนิ่ง

โลกที่เต็มไปด้วยวิวัฒนาการ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย จนทำให้มนุษย์หลงลืมบางสิ่งบางอย่าง นานวันเข้าสิ่งเหล่านั้นกลับเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าขานที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และไร้ซึ่งหลักฐานเพื่อยืนยันความมีตัวตน

“พ่อขา แวมไพร์คืออะไร”

“แวมไพร์คือราชันผู้ยิ่งใหญ่แห่งรัตติกาล” เสียงทุ้มเอ่ยตอบเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตัก เพื่อฟังเรื่องเล่าขานตำนานแวมไพร์จากบิดา ที่มักจะเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ

“จำไว้นะลูก ว่าเราคือผู้พิทักษ์ หากวันใดท่านต้องการความช่วยเหลือ เราต้องไป”

“อะไรคือผู้พิทักษ์คะ” คำถามอย่างไร้เดียงสาดังขึ้น

“ไว้โตขึ้น พ่อจะเล่าให้ลูกฟังทุกอย่าง ตกลงไหมคะ”

“ตกลงค่ะ” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยวัยสี่ขวบเอ่ยรับ ก่อนจะตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องเล่าจากบิดาอย่างตั้งใจ โดยคิดว่านี่เป็นเพียงนิทานก่อนนอนเรื่องหนึ่งเท่านั้น

กระทั่งวันเวลาผ่านไป เด็กน้อยเติบใหญ่เป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก เธอเติบโตในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและเพราะคำๆ นี้ทำให้ผู้คนในยุคที่เรียกว่าไอที ไม่เคยนึกฝัน ว่าเรื่องราวบางอย่างจากอดีต จะยังคงมีอยู่จริง อย่างเช่นเรื่องของ ‘แวมไพร์’

แม้เรื่องราวจะถูกนำมาถ่ายทอดให้ได้รับรู้ ให้ได้เห็นในรูปแบบของละคร ภาพยนตร์ แต่หลายๆ คนกลับคิดว่านั่นเป็นแค่เรื่องเล่า โดยหารู้ไม่ว่านอกเหนือจาก ‘แวมไพร์’ แล้ว ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีหน้าที่พิทักษ์และคอยรับใช้เจ้านายอย่าง ‘แวมไพร์’

คนกลุ่มนี้คือมนุษย์ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ได้เป็นอมตะอย่างเหล่าแวมไพร์ ส่งต่อทายาทรุ่นต่อรุ่นให้สืบทอดหน้าที่มานานนับร้อยๆ ปี และหนึ่งในนั้นคือเธอ

“อ่านอะไรอยู่แก หน้าตานี่เครียดเชียว” เสียงคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถาม ก่อนจะชะเง้อคอยาวมามองว่าเพื่อนสนิทกำลังอ่านอะไรอยู่

“อ้อ…พอดีเปิดฟีดข่าวในเฟสมาเจอเรื่องแวมไพร์เข้าน่ะ เลยอ่านฆ่าเวลา” มาศิตา กระกูลยศยิ่ง ละสายตาจากโทรศัพท์มือถือแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนแล้วยิ้มให้

ตั้งแต่เล็กจนโต เรื่องเล่าของแวมไพร์เปรียบเหมือนนิทานที่พ่อมักจะเล่าให้มาศิตาฟังเสมอ แม้จะเรียกว่านิทานแต่นั่นล้วนแต่คือเรื่องจริงทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้มาศิตารับรู้มาตลอด ว่าเธอเกิดมาในครอบครัวที่แตกต่างจากคนอื่นๆ

‘ผู้พิทักษ์’ คำๆ นี้ฟังดูศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่สำหรับมาศิตามาก ยิ่งโตขึ้นเธอยิ่งรับรู้เรื่องราวของแวมไพร์มากขึ้นตามไปด้วย แม้ถึงตอนนี้จะยังไม่มีโอกาสได้เห็นแวมไพร์ตัวจริง เสียงจริง แต่เธอก็มั่นใจว่าบนโลกใบนี้มีแวมไพร์ปะปนอยู่กับมนุษย์ เพียงแค่เธอไม่รู้ว่าใครเป็นหรือไม่เป็น

“นี่มันสมัยไหนแล้วยะ แวมพงแวมไพร์ไม่มีอยู่จริงหรอก” โรซี่คนงามแย้งขึ้นมาทันที

“มันอาจมีจริง เพียงแค่เราไม่รู้ก็ได้มั้งแก คนที่เดินผ่านไปผ่านมา บางทีเขาอาจเป็นแวมไพร์ก็ได้นะแก” มาศิตาแย้ง นั่นเพราะตั้งแต่เธอเกิดมา คำว่าแวมไพร์เหมือนจะอยู่ในหัวตลอด

คำๆ นี้ คนอื่นอาจหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่สำหรับเธอกลับรู้สึกเฉยๆ อาจเพราะได้ยินบ่อยจนชินไปแล้วก็ได้

“แกอ่านข่าวจนเพ้อไปแล้วใช่มั้ย...หืม” โรซี่ส่ายหน้าให้มาศิตา นั่นเพราะเธอไม่เชื่อว่าบนโลกใบนี้มีแวมไพร์ จนกว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง

มาศิตาไม่รู้จะอธิบายให้โรซี่เข้าใจได้ยังไงถึงจะเข้าใจเหมือนกัน

“แวมไพร์มีหรือไม่มีอันนี้ฉันไม่รู้ แต่ที่รู้ว่ามีแน่ๆ คือนี่” เอ่ยจบ โรซี่คนงามก็ส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ ทำเอาคนที่กำลังอ่านเรื่องแวมไพร์ถึงกับตาลุก วาว จ้องมองเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นๆ ของชายหนุ่มที่อยู่ในคลิป

“โอ้ว…ซิกแพค” คำอุทานของคนข้างๆ ทำเอาโรซี่หัวเราะตามไปด้วย นั่นเพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทแพ้ทางให้แก่ซิกแพคผู้ชายหล่อ ยิ่งเป็นลูกครึ่งด้วยแล้ว รายนี้แทบจะคลานเข่าเข้าไปหา

“นี่แหละหนุ่มหล่อแวมไพร์ยุคสองพัน ซิกแพคเป็นซิกแพค กล้ามเป็นกล้าม น่าลากไหมล่ะ”

“นี่แวมไพร์เหรอ จริงอ่ะ” ฟังคำถามเพื่อนแล้ว โรซี่ก็ยิ้มกริ่ม ดูท่าแล้วคนข้างๆ จะเพิ่งเคยดูหนังเรื่องนี้เป็นแน่ ไม่งั้นไม่ออกอาการแบบนี้แน่นอน

“หนังย่ะ ไม่ใช่แวมไพร์ตัวจริง นี่หล่อนอย่าบอกนะว่าไม่เคยดูหนังเรื่องนี้นะศิตา”

“ก็แค่ผ่านๆ ตาบ้าง แต่ยังไม่เคยดูจริงๆ จังๆ จนจบเรื่องสักที”

“ยัยหลังเขา” โรซี่แอบแขวะคนข้างๆ นั่นเพราะหนังเรื่องนี้โด่งดังมาก มากเสียจนเป็นกระแสแวมไพร์ฟีเวอร์ไปทั่วบ้านทั่วเมือง เธอกรี๊ดและอยากได้ทั้งแวมไพร์และหมาป่ามาไว้ในครอบครองมาก

“ย่ะ ก็ฉันเป็นพวกไม่ค่อยชอบดูหนังนี่ จะได้ตามทันกูรูหนังแบบแก”

“เขาเรียกดูเพื่อเปิดโลกทัศน์หรอก แกนี่…หนังเขาออกจะดัง ไม่รู้จักซะงั้น”

“แต่ถ้าแวมไพร์จะหล่อ จะเท่ จะคูล จะน่าดึงดูดขนาดนี้นะ ฉันยอมถวายคอให้ดูดเลือดเลยเอา” มาศิตาเอ่ยแซวคนข้างๆ พร้อมๆ กับเชิดคอขึ้นแล้วยกมือมาลูบๆ คลำๆ คอตัวเองไปด้วย

“เหรอ…แต่ถ้าแวมไพร์มีจริง ฉันว่าคงแก่ หงำเหงือก ผมหงอก ใส่ฟันปลอมแล้วมั้ง ไม่หล่อดูดีน่าลากแบบในหนังนี่หรอก”

“เคยเจอแวมไพร์ตัวเป็นๆ หรือจ๊ะนาง ถึงพูดมั่นใจแบบนี้” ถามออกไปแล้วก็ชวนให้สงสัย นั่นเพราะเธอเองก็ไม่เคยเจอแวมไพร์ตัวเป็นๆ สักที เคยแต่ได้ยินเรื่องเล่าจากพ่อเท่านั้นเอง

“ไม่เคย แล้วก็ไม่อยากเจอด้วย แค่คิดก็เสียวคอจะแย่แล้ว...อึ๋ย” โรซี่ขนลุกเบาๆ

“เท่าที่รู้ แวมไพร์เขาเลือกเหยื่อเพศตรงข้ามย่ะ ถ้ารู้ว่าแกข้ามเพศมา เขาอาจช็อกที่ดูดเลือดจากเพศเดียวกันจนเพี้ยนไปเลยก็ได้นะ” คำพูดของคนข้างๆ ทำเอาโรซี่หันมาแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะงอนตุ๊บป่องเป็นเด็กๆ

“ปากหรือนั่น เดี๋ยวเถอะ”

“ล้อเล่นน่ะ อย่างอนเลยนะโรซี่คนงาม แห่งทุ่งบางกะปิ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธะรักโดยไม่ตั้ง [Bond Of Love - Accidence] SET : Bond Of Love
9.7
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเงินห้าล้านบาทแลกกับการตัดขาดว่าไม่เคยรู้จักกัน ทว่าเพียงหนึ่งปีให้หลังมหาเศรษฐีหนุ่มกลับมาตามง้อจนเธอใจอ่อนยอมสยบในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาเลือกที่จะจากไปเป็นครั้งที่สอง พร้อมทิ้งเงื่อนไขพันธะสุดท้ายให้เธอสัญญาว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีใครอื่นตลอดไปเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเขาให้จากไปตามที่เธอต้องการในครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย หลังขอหย่าก็แพ้ท้อง อดีตสามีผู้เป็นเจ้านายก็ตามจีบแทบบ้า
8.2
ตลอดสองปีในฐานะภรรยา เจียงหนิงถูกเสิ่นซือเหนียนเมินเฉยท่ามกลางข่าวลือฉาวของเขา เธอจึงตัดสินใจขอหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเธอเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาในคืนที่ตั้งใจจะจากมา มิหนำซ้ำอดีตสามียังปรากฏตัวในฐานะเจ้านายใหม่ที่บริษัท ทำให้เธอต้องคอยปกปิดตัวตนและสู้รบกับเขาในที่ทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าเมื่อความลับเริ่มถูกเปิดเผยและหัวใจเริ่มสั่นคลอน บทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ใครบอกว่าเป็นเรื่องงดงามโรแมนติก
8.8
ใครบอกว่าเป็นเรื่องงดงามโรแมนติก:ทุกคนต่างพูดว่า ลู่เฉิน ประธานเย็นชาคนนี้รักเพียงเหยียนเจียคนเดียว แต่ในวันครบรอบแต่งงานเจ็ดปี ลู่เฉินถูกวางยา และไปร่วมเตียงกับคนอื่น รอเธอมาถึงที่เกิดเหตุ ภายในห้องเต็มไปด้วยร่องรอยของความรัก บนพื้นกระจัดกระจายไปด้วยชุดชั้นในที่ถูกฉีกขาด ลู่เฉินคุกเข่าตรงหน้าเธอ แทงลงไปบนหน้าอกของตัวเองเจ็ดครั้ง สาบานว่าจะไม่หักหลังเธอตลอดไป ตั้งแต่วันนั้น ลู่เฉินก็พยายามชดเชยทุกอย่างให้อย่างสุดความสามารถ แต่ในใจของเธอรู้ดีว่า พวกเขาไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว จนกระทั่งรูปหนึ่งปรากฏขึ้น เหยียนเจียตัดสินใจจากไปไม่กลับมาอีก เรื่องราวเริ่มต้นจากชีวิตที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์และความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ ตัวเอกต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งทำให้ชีวิตของเธอ/เขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อความจริงค่อย ๆ ถูกเปิดเผย ความไว้ใจถูกทำลาย ความรักกลายเป็นพันธนาการ และความแค้นเริ่มก่อตัวขึ้น ทุกตัวละครต่างมีแรงจูงใจของตนเองที่ผลักดันให้เรื่องราวดำเนินไปสู่จุดแตกหัก ท่ามกลางความขัดแย้ง ตัวเอกต้องเติบโตและเลือกเส้นทางของตนเอง ระหว่างการให้อภัยหรือการล้างแค้น ระหว่างการยึดติดอดีตหรือการเริ่มต้นใหม่ เรื่องราวเต็มไปด้วยการหักมุม การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ซึ่งค่อย ๆ คลี่คลายไปพร้อมกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ท้ายที่สุด ทุกการตัดสินใจนำไปสู่บทสรุปที่เปลี่ยนชีวิตของทุกคน และสะท้อนถึงพลังของความรัก ความสูญเสีย และการเติบโตภายในจิตใจ
หน้าปกนวนิยาย ตกเป็นเมียของคนทั้งบ้าน
8.7
นัชชาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานเข้าสู่ตระกูลมหาเศรษฐี แต่บารมีผู้เป็นสามีกลับมีความต้องการทางเพศที่ผิดแผก เขาบังคับให้เธอเย้ายวนชายอื่นเพื่อกระตุ้นอารมณ์ตนเอง เมื่อลูกชายทั้งสองคนเริ่มมีพฤติกรรมเกเรและติดอบายมุข บารมีจึงสั่งให้ภรรยาสาวใช้เสน่ห์ล่อลวงลูกเลี้ยงให้เขาดู แผนการดัดนิสัยกลับบานปลายกลายเป็นการสมยอมให้ลูกชายร่วมหลับนอนกับแม่เลี้ยง ความสัมพันธ์ในบ้านจึงถลำลึกสู่ความมั่วซุมแบบสี่คนผัวเมียที่ไร้ซึ่งศีลธรรมและเต็มไปด้วยตัณหา
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมกามเทพ
8.5
เปรม เจนาส นักธุรกิจหนุ่มผู้มีปมในอดีตจนไม่เชื่อในรักแท้ เขาใช้ชีวิตเสเพลและบริหารอาณาจักรเจนาสกรุ๊ปอย่างเย็นชา แม้คุณหญิงย่าจะพยายามติดต่อให้เขากลับไปหาครอบครัวที่ไทยแต่ชายหนุ่มก็เมินเฉยมาตลอด ทว่ากำแพงหัวใจที่ปิดตายกลับสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ กาสะลอง หญิงสาวผู้กตัญญูที่ยอมใช้เสน่ห์และอุบายล่อลวงให้เขาติดกับ เพื่อหวังพาชายหนุ่มหัวแข็งกลับไปตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณตามความต้องการของตระกูล กลายเป็นบทพิสูจน์รักท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยมที่เขาไม่อาจต้านทานได้
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาสาวดุเหลือเกิน คุณลู่ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
9.8
ประธานลู่ผู้เคร่งขรึมและขี้หึงจำใจรับภรรยาสาวแสนซนเข้าบ้าน แม้ช่วงแรกเขาจะประกาศกร้าวว่าต้องหย่ากันทันทีเมื่อครบสัญญาในอีกสองปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น จากที่เคยผลักไสเขากลับกักขังเธอไว้ด้วยความรักและไม่ยอมเซ็นใบหย่าเด็ดขาด แม้เธอจะพยายามหนีหรือหาคนมาช่วยจัดการเรื่องแยกทาง เขาก็ขู่จะจัดการทุกคนที่เข้ามายุ่ง แต่พอภรรยาร้องไห้เขากลับใจอ่อนยวบและอ้อนวอนให้เธออยู่สร้างครอบครัวด้วยกันตลอดไป