หน้าปกนวนิยาย รักก่อนดวงอาทิตย์ตก

รักก่อนดวงอาทิตย์ตก

8.1 / 10.0
ซู่เฉียวเหมยกลับมาในรอบสามปีและถูกส่งไปหาจื้อเย่ในฐานะนางสังคม หลังค่ำคืนลึกซึ้งเธอกลับพบว่าเขาจำเธอไม่ได้และยังหลงเสน่ห์ตัวตนใหม่ของเธอ เมื่อเธอลองถามถึงคำสัญญาในอดีต เขากลับตอบอย่างเย็นชาว่ามองเธอเป็นเพียงน้องสาวและต้องการตัดความสัมพันธ์ เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความผูกพันนับสิบปีเพื่อจากไป ทว่าในวันที่เธอจะไปจริงๆ จื้อเย่กลับคุกเข่าอ้อนวอนขอไม่ให้เธอทิ้งเขาไป แต่เธอกลับสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดีพร้อมย้ำเตือนถึงสถานะพี่น้องที่เขาเคยยัดเยียดให้

รักก่อนดวงอาทิตย์ตก ตอนที่ 1

หลังจากสามปี ซวีชิวเหมยกลับประเทศ ถูกส่งไปที่เตียงของชือเยี่ยนในฐานะหญิงสาวที่มีความสัมพันธ์หลายคน คืนแห่งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง

แต่กลับพบว่าชือเยี่ยนไม่รู้จักเธอเลย

เขาหลงใหลในตัวตนใหม่ของเธอ ซวีชิวเหมยจึงไม่เลือกที่จะสารภาพ เธอแอบส่งข้อความไปถามว่า ข้อตกลงแต่งงานที่ชือเยี่ยนเคยสัญญากับเธอยังมีอยู่ไหม

“ฉันมองเธอเป็นแค่น้องสาวมาตลอด ” คำพูดที่เย็นชานั้นแทงใจซวีชิวเหมยทีละนิด “คำพูดเหล่านั้นก็แค่เพื่อให้เธอรักษาตัวอย่างสบายใจที่ต่างประเทศเท่านั้น เราสองคนหมดความสัมพันธ์กันแล้ว อย่าติดต่อกันอีกเลย”

ซวีชิวเหมยปิดโทรศัพท์อย่างเงียบๆ และตัดขาดความคิดถึงสิบปีนี้

แต่ในวันที่เธอจากไป ชือเยี่ยนกลับร้องไห้จนตาแดง ก้มลงที่เท้าเธอขอร้องเบาๆ

“ชิวเหมย...ได้โปรด อย่าทิ้งฉันไปเลย เธอเคยบอกว่าจะมาแต่งงานกับฉัน...”

ซวีชิวเหมยสะบัดเขาออกโดยไม่ปรานี “เป็นเธอเองที่บอกว่า มองฉันเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น”

วันที่เธอกลับประเทศ ฝนตกหนัก ซวีชิวเหมยไปถึงโรงแรมที่ชือเยี่ยนจัดงานวันเกิด ตัวเธอเปียกโชก

แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่ชือเยี่ยนจะครอบครองเธออย่างสมบูรณ์

ทั้งสองคนบนเตียงใหญ่พันกันอย่างลึกซึ้ง เสียงอันเต็มไปด้วยความอายของหญิงสาวกระตุ้นประสาทของชายหนุ่ม

เพราะแรงเกินไป ซวีชิวเหมยขมวดคิ้ว มือดันหน้าอกชือเยี่ยน ขอร้องเป็นช่วงๆ

“ไม่...เบาหน่อย...”

แต่ชือเยี่ยนเหมือนม้าไร้การควบคุม ไม่สามารถหยุดได้

เมื่อเธอรู้สึกว่าจะหมดสติ เขาก็หยุดลง สายตาเกือบโลภไล่ไปทั่วร่างของเธอ

จนเขาหยิบโทรศัพท์เข้าไปในห้องน้ำ ซวีชิวเหมยถึงได้พยายามลุกขึ้นจากเตียง

“ครั้งนี้เธอหามาจากไหน ฉันพอใจมาก ไม่เพียงแต่เป็นสาวบริสุทธิ์ ใบหน้าและรูปร่างก็สมบูรณ์แบบจนไม่มีที่ติ!”

เสียงของชือเยี่ยนที่มีรอยยิ้มและเสียงน้ำจากฝักบัวดังเข้าหูเธอชัดเจน

ซวีชิวเหมยเหมือนถูกฟ้าผ่า ไม่อยากเชื่อ

เพราะเธอกับชือเยี่ยนเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน รู้จักกันตั้งแต่ประถม เธอรักเขามาเกือบสิบปีแล้ว

แต่ถึงจะไม่ได้เจอกันสามปี เธอก็เปลี่ยนจากคนอ้วนสามร้อยปอนด์เป็นแค่แปดสิบแปดปอนด์

เมื่อกี้ตอนที่พวกเขาพันกัน เธอคิดว่าชือเยี่ยนจำเธอได้

แม้ในใจจะรู้สึกเปรี้ยว แต่เธอก็ปลอบใจตัวเองว่าชือเยี่ยนไม่จำเธอได้ก็เป็นเรื่องปกติ

เธอกำลังคิดว่าจะสารภาพกับชือเยี่ยนหรือไม่ แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา

ต่างจากความสับสนของเธอ ชือเยี่ยนดูสงบ เดินมานั่งบนตัวเธอ ลูบหัวเธอเบาๆ ด้วยสายตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“เธอ...ชื่ออะไรนะ?”

ซวีชิวเหมยมองหน้าเขาอย่างตกใจ พักหนึ่งถึงจะตอบได้ แต่เธอยังไม่เลือกที่จะสารภาพกับชือเยี่ยน

เธออยากเข้าถึงชีวิตของเขาในรูปแบบใหม่

ชือเยี่ยนโทรให้คนส่งชุดที่ซวีชิวเหมยสามารถใส่มาให้ ขับรถพาเธอไปพบเพื่อนกินมื้อดึก

ชายสามคนที่อยู่ในงานหน้าตาหล่อเหลา แต่ละคนมีสาวนั่งอยู่ข้างๆ คอยรินเหล้าและป้อนผลไม้

ซวีชิวเหมยขมวดคิ้ว คิดในใจว่าเป็นคนเหล่านี้หรือเปล่าที่ทำให้ชือเยี่ยนเปลี่ยนไป ?

ชือเยี่ยนยื่นมือกอดเอวเธอนั่งลง พูดกับชายผมสีเงินว่า “ขอบคุณเฟิงหยวน ฉันชอบคนนี้จริงๆ ดีกว่าที่เธอส่งมาให้ฉันปีที่แล้วไม่รู้กี่เท่า ครั้งหน้าฉันก็จะตั้งใจหาให้เธอบ้าง”

สายตาของทุกคนตกอยู่ที่ซวีชิวเหมย แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาอะไร ในใจเธอคิดถึงคำพูดของชือเยี่ยน ว่าพวกเขาส่งสาวให้กันเหรอ?

ในสามปีที่เธอไม่อยู่ ชือเยี่ยนมีความสัมพันธ์กับสาวนับไม่ถ้วนแล้วหรือ?

เธอคิดย้อนไปถึงตอนที่เธอไปถึงโรงแรม เฟิงหยวนจำเธอผิดเพราะสีผม เธอยังไม่ได้อธิบาย เฟิงหยวนก็ยื่นบัตรห้องให้เธอ “เร็วเข้า ชือเยี่ยนรอเธออยู่ที่ห้อง”

เมื่อเธอได้ยินชื่อชือเยี่ยน เธอคิดว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่เขาเตรียมไว้ให้เธอ

คิดมาถึงตรงนี้ เธอรู้สึกเจ็บปวดที่กระเพาะ สีหน้าซีดลง

ชือเยี่ยนมองเธอด้วยความห่วงใย จับมือเธอถามเบาๆ

เฟิงหยวนกลับพูดขึ้นว่า “อาเยี่ยน ว่าที่เจ้าสาวอ้วนสามร้อยปอนด์ของเธอกำลังจะกลับประเทศแล้ว อย่าลืมพาเธอมาให้เราเจอ ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงอ้วนขนาดนั้นมาก่อนเลย”

ซวีชิวเหมยเงยหน้ามองชือเยี่ยน แต่เห็นแค่สีหน้ารังเกียจของเขา “เธอไม่รังเกียจเหรอ ถ้าเห็นจะกินข้าวไม่ลงสามวัน ฉันยังคิดถึงหน้าของเธอแล้วก็ยังรู้สึกขยะแขยง”

เสียงหัวเราะของพวกเขาเหมือนมีดแทงใจซวีชิวเหมย เธอกำกระโปรงแน่น จดจำสีหน้าชือเยี่ยนในขณะนี้ไว้ในใจ

“และ...” ชือเยี่ยนเล่นกับเส้นผมของซวีชิวเหมยโดยไม่ตั้งใจ “เธอไม่ใช่ว่าที่เจ้าสาวของฉัน ถ้าเธอพูดถึงเธออีก ฉันจะให้เธอแต่งงานกับเธอ”

เฟิงหยวนยกมือปฏิเสธ “เธออ้วนเพราะต้องใช้ยาฮอร์โมนเพื่อรักษาอาการ เธอนี่ไม่มีหัวใจเลย ถ้าเธอกลับมาสวยขึ้นมา คงไม่เอาเธอแล้ว ”

ความคิดของซวีชิวเหมยกลับไปที่สมัยมัธยม เธอเคยลงไปช่วยชือเยี่ยนที่ตกน้ำในทะเลสาบหน้าหนาว

เธอป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อบรรเทาอาการปวดและอักเสบ เธอต้องกินยาฮอร์โมนจำนวนมาก หลายปีเธออ้วนขึ้นถึงสองร้อยกว่าปอนด์

ทุกครั้งที่เธอรู้สึกอับอายเพราะน้ำหนัก หรือโดนเพื่อนล้อว่าจะไม่มีใครเอา ชือเยี่ยนจะบอกเธอครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ไม่มีทางที่จะไม่มีใครเอา ฉันจะแต่งงานกับเธอเอง”

คำพูดนี้เขาพูดมาตั้งแต่อายุสิบสี่จนถึงสิบแปด วันที่ส่งเธอไปต่างประเทศ เขาก็พูดอย่างจริงจัง ซวีชิวเหมยจึงจำไว้ในใจ

ในขณะที่รักษาตัวในต่างประเทศ แม้จะลำบากแค่ไหน เมื่อคิดว่าชือเยี่ยนรอเธออยู่ เธอก็สามารถเช็ดน้ำตาและสู้ต่อไปได้

แต่ตอนนี้ชือเยี่ยนดูไม่สนใจอะไรเลย สายตาของเขาต่างจากที่ซวีชิวเหมยเคยจำไว้

เขาบีบมือเย็นของเธอ เอาเสื้อคลุมให้เธอใส่

ซวีชิวเหมยดึงมือออก ลุกขึ้นพูดว่า “ฉันขอตัวไปห้องน้ำ”

เมื่อหันหลัง น้ำตาก็ไหลออกมาจากใบหน้า

หลังจากจัดการอารมณ์ในห้องน้ำ เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาแม่

“แม่คะ ฉันไม่อยากพัฒนาตัวเองในประเทศแล้ว อีกสัปดาห์หลังเซ็นสัญญาโอน ฉันจะกลับไปหมั้นกับหลุยส์...”

เสียงในโทรศัพท์เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนถามอย่างระมัดระวัง “ชือเยี่ยนเขาไม่อยากแต่งงานกับเธอเหรอ เธอรักเขามาหลายปี ทำเพื่อเขามากมาย

...” “แม่!” ซวีชิวเหมยขัดเสียง ที่มีความสั่นสะเทือน “ฉันเองที่ไม่อยากแต่งกับเขาแล้ว”

อ่านต่อ

สารบัญ รักก่อนดวงอาทิตย์ตก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอจอมบงการ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.2
ธันวา คุณหมอหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ถูกมารดาบังคับให้แต่งงานกับดารัณ หญิงสาวที่เขาเคยพยายามวิ่งหนีเมื่อเก้าปีก่อน ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้ง ความสวยหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจจนเขาถึงขั้นวางแผนลักพาตัวภรรยาตัวเอง เมื่อดารัณเผชิญหน้ากับธันวาในเวลาที่คาดไม่ถึง เขากลับมอบจูบอันเร่าร้อนและดุดันเพื่อลงโทษที่เธอทำให้เขาต้องเป็นห่วงอย่างหนัก ท่ามกลางความสับสนว่าตนทำผิดอะไร ดารัณกลับต้องรับมือกับตัวตนที่แสนร้ายกาจภายใต้ภาพลักษณ์อันอบอุ่นของสามีจอมบงการ
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
ตอน
อ่านเลย
แชร์