ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปวีร์แสนร้าย

ปวีร์แสนร้าย

ปวีร์ผู้จมอยู่กับความเจ็บปวดจากการที่ครอบครัวแตกแยก เริ่มเปลี่ยนความเสียใจเป็นความแค้นเมื่อพ่อแต่งงานใหม่ เขาปักใจเชื่อว่าแม่เลี้ยงคือมือที่สามที่ทำลายบ้านของเขา ความเกลียดชังนี้ลามไปถึงเฌอเอม ลูกสาววัยยี่สิบสองปีของแม่เลี้ยงที่เขาสนิทสนมด้วยมานาน จากความเคารพรักกลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่แสนทรมาน เฌอเอมสาวน้อยผู้สดใสต้องยอมสละร่างกายและจิตใจเพื่อรองรับอารมณ์ร้ายของปวีร์ เพียงเพราะแม่ของเธอเลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ทำไมแม่ต้องขนของออกจากบ้าน”

เสียงของเด็กหนุ่มวัยหัวเลี้ยวหัวต่อเอ่ยถามผู้เป็นแม่ครั้นเห็นหอบหิ้วกระเป๋าหลายใบ ปวีร์ลูกชายคนเดียวของครอบครัวภักเจริญเกียรติ ปีนี้ชายหนุ่มมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ และอีกไม่กี่เดือนจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาชั้นที่หก

ปวีร์เดินลงมาจากห้องนอนของตัวเองในช่วงสิบโมง วันนี้เขาแอบตื่นสายสาเหตุมาจากการเล่นเกมดึกมากกว่าทุกคืน เพราะเป็นวันหยุดเลยไม่ถูกดุอย่างเช่นวันธรรมดาที่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน ทว่าแววตาที่ทอดมองมารดา ยังคงแฝงด้วยความสงสัย ทำไมแม่ถึงขนข้าวของออกไปราวจะไม่อยู่ด้วยกัน

“แม่ต้องไปแล้ว”

“ไปแล้ว – ไปไหน”

เด็กชายเอียงคอถามในความสงสัยนั้น กมลเนตรย่อตัวลง มองใบหน้าลูกชายด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย หากนับตั้งแต่วันนี้ย้อนหลังไปเกือบห้าปี ต้องอยู่กับความอึดอัด ไม่มีความสุขในชีวิตคู่เหมือนแต่ก่อนและทะเลาะกับพ่อของลูกบ่อยครั้ง

“วีร์อยู่ที่นี่กับพ่อนะลูก”

“ทำไมครับแม่ – ทำไมผมต้องอยู่กับพ่อคนเดียว แม่จะไปไหน”

คำถามยังถูกส่งมาถี่ๆ ทำกมลเนตรไม่กล้าเปิดปากในการตัดสินใจของตัวเอง แต่วันนี้จำเป็นต้องพูดเพื่อให้แก้วตาดวงใจอย่างปวีร์ได้เข้าใจ

“พ่อกับแม่ตัดสินใจแล้วว่า...”

“...”

“เราจะแยกทางกัน”

ประโยคที่ได้ยินสะเทือนไปถึงหัวใจปวีร์ เขาไม่ใช่เด็กน้อยเสียจนแปลความหมายไม่ออก รับรู้มาตลอดว่าพ่อกับแม่ระหองระแหงกันมานาน ทว่าคนเป็นลูกก็ย่อมต้องการความรักความอบอุ่นที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมกันสามคนพ่อแม่ลูก

นี่คือสิ่งที่เด็กชายปวีร์ต้องการ...

อีกทั้งไม่นึกว่าวันนี้มันจะมาถึง ต่อให้มีสัญญาณบอกมานานก็ทำใจยอมรับไม่ได้

“แม่ไม่รักพ่อแล้วเหรอ”

ปวีร์ถามเสียงสั่นมองหน้าผู้ให้กำเนิดทั้งดวงตาแดงก่ำ น้ำตาล้นในเบ้าแทบจะร่วงเผาะอาบแก้มอยู่รอมร่อ เช่นเดียวกับกมลเนตร ไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้ก็พลันร่วงพลู หยาดน้ำสีใสไหลอาบแก้ม ต้องเป็นฝ่ายเดินออกจากบ้านหลังนี้และไม่สามารถพาลูกไปได้

“พ่อกับแม่ตัดสินใจกันแล้วนะวีร์”

“ตัดสินใหม่สิครับ ทำไมต้องแยกกัน”

“...”

ปุริมที่ยืนมองจากประตูห้องทำงาน เมื่อคืนเขานอนในห้องนั้น รู้สึกไม่ต่างจากกมลเนตร พยายามสานสัมพันธ์อันสั่นคลอนมานานหลายปี แต่มันก็ไม่เป็นผล ยิ่งอยู่ยิ่งเหมือนคนไม่รู้จักกัน อีกคนมีสังคมจนหลงลืมหน้าที่ของว่าภรรยา อีกคนทำงานจนหลงลืมคำว่าหัวหน้าครอบครัว หันหน้าเข้าหากันคือทะเลาะ ต่างฝ่ายต่างเอาตัวเองเป็นใหญ่ มองความคิดของกันและกันติดลบไปหมด

อยู่กันไปก็มีแต่ทะเลาะ...

เมื่อปัญหาของทัศนคติเกิดขึ้น ปัญหาการใช้ชีวิตคู่ก็ตามมา ปุริมรู้สึกโทษตัวเองที่ประคับประคองคำว่าพ่อแม่ลูกไว้ไม่ได้ ก็อย่างว่า คำว่ารักคำเดียวไม่สามารถทำให้ครอบครัวไปต่อได้ ความรู้สึกที่มีหมดลงชนิดที่ว่าไม่สามารถก่อติดขึ้นมาใหม่ได้ ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือแยกย้าย

“พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันไม่ได้”

“แล้วแม่จะไปไหน”

“ไปต่างประเทศ”

“แม่ไม่ไปได้ไหม”

คนอายุน้อยร้องขอทั้งน้ำตาที่ไม่อาจกลั้น ไม่อยากอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทว่าคำร้องขอนั้นไม่เป็นผล เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองหมดรักกัน ก็เหลือเพียงการทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูกเท่านั้น กมลเนตรกอดลูกชายที่ยืนน้ำตาหลั่งริน จูบเข้าที่หน้าผากหนึ่งทีเป็นการสั่งลาเพราะต่อจากนี้ไม่รู้ว่าจะได้เจอปวีร์อีกตอนไหน

“อยู่กับพ่อนะลูก แม่จะโทรมาหาบ่อยๆ”

“แม่...”

“แม่ไปแล้วนะวีร์”

“ไม่ ไม่ไปนะ”

“...”

กมลเนตรก้าวขาไปทั้งน้ำตา แต่เป็นความรู้สึกเสียใจที่ต้องห่างลูก ไม่ใช่เพราะการเลิกราในครั้งนี้ ความรู้สึกเจ็บปวดบีบรัดกันทั้งสามคน แต่ถ้าฝืนทุกอย่างมันจะพังไปมากกว่านี้

ดวงตาแดงก่ำยืนนิ่งมองรถของแม่ขับออกไป น้ำตาของเด็กผู้ชายไหลรินทว่าเงียบไม่มีเสียง ด้านหลังคือสายตาอ่อนไหวของผู้เป็นพ่อ สงสารลูกไม่น้อยเมื่อครอบครัวต้องสาแหรกออกจากกัน แต่กระนั้นก็ยืนหยัดจะมอบความรักความอบอุ่นให้ลูกชายรู้สึกว่าไม่ขาด

“วีร์”

“...”

“ปวีร์”

“เพราะน้าชญาใช่ไหม”

คนอายุน้อยเอ่ยถามทั้งที่ยังให้หันหลังให้พ่อ เขาแอบเห็นว่าชญาณัฐ พนักงานในบริษัทของพ่อสนิทสนมกันเกินงาม ปุริมพลันถอนหายใจ ก้มหน้ามองพื้นเล็กน้อยเหมือนคนรู้สึกผิด เขาสนิทสนมกับพนักงานตัวเองก็จริง แต่มันไม่ใช่สาเหตุของการเลิกราในครั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกมลเนตรได้ตกลงเพื่อยุติมานานเกือบปี ทว่ายังอยู่ด้วยกันเพื่อรอเวลาเหมาะสม ตั้งใจว่าจะรอให้ลูกชายเรียนจบในระดับสูงกว่านี้ ก็เหมือนว่าคนทั้งสองอดทนฝืนต่อไม่ไหว กระทั่งวันนี้มันมาถึง วันที่ปวีร์ต้องรับรู้แล้วว่าพ่อกับแม่ไปต่อด้วยกันไม่ได้

ส่วนชญาณัฐที่เด็กหนุ่มพูดถึง ต้องยอมรับตามตรงว่าเธอคือผู้หญิงคนใหม่ แต่ทว่ามาหลังจากเขาตกลงกับอดีตภรรยาแล้วเรียบร้อย เธอไม่ได้เข้ามาเป็นมือที่สาม ซ้ำยังเป็นกำลังใจในตอนที่เขาสิ้นหวังกับคำว่าครอบครัวอย่างมาก และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นความรู้สึกดีๆ ระหว่างเขากับเธอ

“อย่าเข้าใจผิดตาวีร์”

“ถูกต่างหาก น้าชญาทำให้พ่อเปลี่ยนใจ”

“ไม่ใช่”

“ไม่มีน้าชญา พ่อกับแม่ก็ยังอยู่ด้วยกัน”

เป็นความคิดที่ต้องการเอาครอบครัวที่สมบูรณ์กลับคืนมา ปวีร์กำลังงอแงไม่ฟังในเหตุผลที่มันเกิด คนหมดรักกันไม่สามารถทนฝืนอยู่ด้วยกันได้ ปุริมเข้าใจ กมลเนตรเข้าใจ แต่ปวีร์ไม่ยอมเข้าใจและไม่ยอมรับกับสิ่งที่เผชิญอยู่

“มันขึ้นอยู่กับคนสองคน”

“ขึ้นอยู่กับคนที่สามด้วย!! น้าชญาทำให้ครอบครัวเราเป็นแบบนี้”

เด็กหนุ่มกำลังเสียใจ ปุริมเข้าใจดี พูดหรืออธิบายอะไรออกไป ก็คงไม่ยอมฟังในเหตุผล ในตอนนี้ลูกกำลังโทษผู้หญิงอีกคน เข้ามาทำให้ครอบครัวต้องแยกจากกัน ปวีร์เองที่กำมือแน่น ขบฟันแทบจะแหลกละเอียด ยืนนิ่งทว่าตัวสั่นกระทั่งวิ่งกลับขึ้นห้องตัวเองไปร้องไห้คนเดียว

“อึก”

น้ำตาลูกผู้ชายไหลครั้งแรกเมื่อพ่อแม่แยกทางกัน เคยได้ยินเพื่อนเอาปัญหาแบบนี้มาเล่า เคยปลอบใจให้เพื่อนเข้าใจในปัญญาของผู้ใหญ่ แต่พอเป็นเรื่องครอบครัวตัวเอง ปวีร์กลับไม่เข้าใจและไม่ทำใจยอมรับ

“เพราะคนครอบครัวนั้น – ทำครอบครัวเราเป็นแบบนี้ ผมเกลียด..อึก เกลียด”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย วายุไฟ
9.6
วายุหรือวาคือนายแบบหนุ่มผู้มีรูปร่างสง่างามและใบหน้าสวยหวานราวกับหญิงสาวผู้เลอโฉม แม้เขาจะมีชื่อเสียงโด่งดังบนรันเวย์และในวงการบันเทิง แต่ลึกๆ แล้วเขากลับเฝ้าตามหาชายในฝันมาเนิ่นนาน จนกระทั่งได้พบกับณธีร์หรือธีร์ ข้าราชการหนุ่มผู้มีบุคลิกสุขุมและมีอนาคตไกล ความร้อนแรงดั่งสายลมไฟของวายุจะสามารถแผดเผาหัวใจที่เรียบเฉยของธีร์ได้หรือไม่ และแรงปรารถนาในครั้งนี้จะสมหวังดังใจคิดหรือเปล่า ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวความรักของพวกเขาทั้งสองคนได้เลย
หน้าปกนวนิยาย Start Up เล่ห์ร้าย…เดิมพันรัก
9.6
ลลินา นักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับจุดพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อชายหนุ่มแปลกหน้าสุดฮอตที่เธอมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วยอย่างเร่าร้อน กลับกลายเป็น แทนไท ประธานหนุ่มผู้เป็นศัตรูทางธุรกิจที่จ้องจะเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพของเธออย่างเลือดเย็น แม้ในแง่การทำงานเธอจะเกลียดชังการฉวยโอกาสของเขาเพียงใด แต่ในแง่ของความโหยหาทางกาย ทั้งคู่กลับเข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ลลินจะสามารถแยกแยะเรื่องงานออกจากความต้องการของหัวใจได้หรือไม่ ในเมื่อคู่แข่งที่อันตรายที่สุดคือคนเดียวกับที่เธอปรารถนา
หน้าปกนวนิยาย ของหวงผู้ชายเอาแต่ใจ
9.1
นิยายแนวโรแมนติกที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อันร้อนแรงและเข้มงวด เมื่อเธอตกอยู่ในสถานะผู้หญิงที่เป็นดั่งของหวงเพียงหนึ่งเดียวของเขา ชายหนุ่มผู้มีนิสัยเอาแต่ใจและเต็มไปด้วยความครอบงำอย่างที่สุด เขาขีดเส้นตายไว้อย่างชัดเจนว่าเธอคือสมบัติส่วนตัวที่มีไว้ให้เขาชื่นชมเพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยห้ามไม่ให้ผู้ชายหน้าไหนก็ตามบังอาจเข้ามาแตะต้องหรือเข้าใกล้เธอโดยเด็ดขาด หากใครกล้าลองดีจะต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดของเขาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อปกป้องสิทธิ์ในตัวเธอ
หน้าปกนวนิยาย จอมมาร จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.6
ลิโอเนล การ์รัสโซ่ยังคงทรงเสน่ห์จนทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้เวลาจะผ่านไปสองสัปดาห์แต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเขายังคงชัดเจน หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์คลั่งไคล้ที่มีต่อมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เปรียบเสมือนเทพบุตรผู้สูงส่ง ขณะที่เธอมองว่าตนเองนั้นช่างต้อยต่ำ สายตาของเธอไม่อาจละไปจากใบหน้าคมเข้มและริมฝีปากที่เคยบดขยี้เธออย่างรุนแรงได้เลย แม้สัมผัสจากเขานั้นจะดุดันและไร้ความปรานีเพียงใด เธอกลับยังคงโหยหาและเก็บเอาชายหนุ่มที่แสนอันตรายคนนี้ไปฝันถึงในทุกค่ำคืนอย่างไม่อาจถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เมียแทนรัก
9.5
นภัทสรีย์จำต้องรับหน้าที่เป็นแม่อุ้มบุญให้แก่จเด็จ สามีของเพียงกมลผู้เป็นพี่สาวเพื่อทดแทนบุญคุณ แม้ฝ่ายชายจะตราหน้าว่าเธอหวังฮุบสมบัติและแย่งชิงตำแหน่งเมีย ทว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจกลับทำให้เธอตั้งครรภ์ แต่เมื่อพี่สาวจากไปก่อนกำหนด นภัทสรีย์จึงเลือกเดินจากไปพร้อมลูกในท้องเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าเธอไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากความรักที่แท้จริง ทิ้งให้จเด็จต้องเผชิญกับความจริงในใจว่าเขาขาดเธอไม่ได้และต้องทำทุกทางเพื่อตามหาเมียและลูกกลับมา