
ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน
ตอน 1
บทที่ 1
บทที่1 เราหย่ากันเถอะ
"หมิงเยี่ย ฉันยังต้องการ...."
หลังจากที่รับสายโทรศัพท์ เสียงที่ได้ยินผ่านเข้าสายมาไม่ใช่เสียงของสามี แต่ทว่ากลับเป็นเสียงลึกลับของผู้หญิง
เสิ่นฉ่ายเวยจิกเล็บลงบนฝ่ามือ แล้วกรอกเสียงใส่ไมโครโฟน “ที่รัก วันนี้คุณจะกลับบ้านรึเปล่า?”
เนิ่นนาน จึงจะได้ยินซ่งหมิงเยี่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงติดรำคาญจากอีกฝ่ายหนึ่ง “เสิ่นฉ่ายเวย เธอไม่รู้หรอว่าฉันกำลังยุ่งอยู่หรือ?”
“หมิงเยี่ย ใครโทรมาหาคุณน่ะ?”
“คนใช้ที่บ้านน่ะ”
เสียงปึงปังดังขึ้น โทรศัพท์ตัดสายไป เหลือเพียงแต่เสียงตู๊ดตู๊ดตู๊ด
ห้องรับประทานอาหารอันว่างเปล่า เวลาบนผนังชี้ไปเป็นเวลาสิบเอ็ดนาฬิกา
วันนี้คือวันเกิดของซ่งหมิงเยี่ย เธอจึงซื้ออาหารมาทำเองเป็นพิเศษและยังจัดแต่งโต๊ะอย่างสวยงาม กลอกตารอคอยอยู่ข้างโต๊ะ ตั้งแต่หกโมงเย็นรอมาจนถึงตอนนี้
สรุปแล้วเธอยังรอคอยอะไรอยู่กันนะ?
ตั้งแต่เริ่มแต่งงานมา จำนวนครั้งที่ฝ่ายชายคนนี้พักอยู่ที่บ้านแทบจะสามารถใช้นิ้วนับได้เลย
เสิ่นฉ่ายเวยอดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่นออกมา เธอรักซ่งหมิงเยี่ยมากเกินไป รักจนเดินทางกลับประเทศในตอนที่ตนเองผ่าตัดเพิ่งเริ่มดีขึ้น เพื่อจะมาแต่งงานกับเขา
ตอนแรกเธอคิดว่าการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหลังจากแต่งงานก็คงจะมีความสุข แต่ใครจะคิดว่าจะเป็นแบบนี้ล่ะ?
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงส้นรองเท้ากระแทกพื้นมาจากหน้าประตูใหญ่ เมื่อกี้ตัวเธอที่กำลังจะคล้อยหลับก็รีบตื่นขึ้นมา หรือว่าซ่งหมิงเยี่ยกลับมาแล้ว?!
วินาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็ผลักประตูเดินเข้ามา ร่างของเขายังมีความหนาวเย็นของข้างนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณคิ้วยังมีหิมะเกาะอยู่
“หมิงเยี่ย…..”ฝ่ายหญิงเอ่ยเสียงงัวเงียแล้วลุกขึ้นยืน พลางรีบตึงเสื้อของตน ต่อมาก็ยิ้มอ่อนแสดงท่าทีสบายใจ “คุณกลับมาแล้ว”
ซ่งหมิงเยี่ยเดินมุ่งตรงไปถอดเสื้อคลุมให้คนใช้ เหมือนกับไม่ได้ยินเสียงนั้น เวลาสายตามองไปยังอุปกรณ์ทานอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ตลตะลึงไปชั่วขณะ “ทำไมเอาอันนี้ออกมาล่ะ?”
สาวใช้ยิ้มแล้วรีบเอ่ยขึ้น “นายหญิงบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของนายท่าน จึงนำเอาชุดเครื่องถ้วยพวกนี้ออกมาใช้ค่ะ แต่คุณหนูฉ่ายหมุยสายตาดี นี่มันก็ตั้งหลายปีแล้ว สไตล์ของชุดเครื่องถ้วยพวกนี้จึงยังดูทันสมัยอยู่”
เสิ่นฉ่ายเวยได้ยินชื่อนั้นแล้วก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดไปด้วยความเจ็บปวด เสิ่นฉ่ายหมุยคือน้องสาวของเธอ และก็เป็นคนที่ซ่งหมิงเยี่ยอยากจะแต่งงานด้วย
เพียงแวบเดียวหญิงสาวก็เก็บสีหน้าของตัวเองเอาไว้เรียบร้อย เธอยกจานขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หมิงเยี่ย คุณนั่งก่อนสิ อาหารเย็นหมดแล้ว ฉันจะไปอุ่นให้นะ”
ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันลุกออกไปจากที่นั่ง จานในมือก็ถูกซ่งหมิงเยี่ยแย่งคว้าไป สายตาของเขาดูรังเกียจมาก น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นก็ทั้งต่ำทั้งเย็นชา “เธอไม่คู่ควรที่จะสัมผัสสิ่งของที่เธอเลือก คราวหน้าหากมือข้างไหนสัมผัสอีกล่ะก็ ฉันจะทำลายมือข้างนั้นซะ ”
คำพูดประโยคนี้ราวกับถูกค้อนหนักตอกไว้ให้จดจำลงกลางใจ กำแพงที่เธอสร้างมาปิดบังความร้ายแรงด้วยความลำบากถูกทำล้ายปหมด
ฝ่ายชายเหมือนกับไม่ได้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของเธอ ดวงตาสีดำขลับกำลังจ้องมองจานอาหารข้างหน้าตนเอง ราวกับว่ากำลังคิดถึงใครบางคนผ่านสิ่งนี้
เสิ่นฉ่ายเวยรู้สึกเพียงแค่สมองของตนเองชาไป ขมับปวดตุบตุบ ความเจ็บปวดจู่โจมใส่เส้นประสาทของเธอไม่หยุด
“ได้…......”เธอแทบจะควบคุมรอยยิ้มสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ “ฉันรู้แล้วล่ะ ฉันจะไม่ใช้มันอีก”
ซ่งหมิงเยี่ยยังไม่พอใจ เขาจึงเรียกคนใช้มาเก็บอาหารบนโต๊ะไป“ให้คนมาเอาขยะพวกนี้ไปทิ้งซะ หากไม่ได้รับการอนุญาตจากฉัน ชุดเครื่องถ้วยพวกนี้นอกจากฉ่ายหมุยแล้วคนอื่นห้ามใช้ ”
“หมิงเยี่ย ฉันเป็นภรรยาคุณนะ!”เสิ่นฉ่ายเวยก็ทนไม่ไหวแล้ว เธอเงยหน้ามองไปที่ชายหนุ่ม สะอื้นเอ่ยขึ้นเป็นคำๆเสียงแข็ง “ในเมื่อคุณเกลียดฉันขนาดนี้ รังเกียจฉันขนาดนี้ แล้วทำไมตอนแรกถึงแต่งงานกับฉันล่ะ?”
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการหรอกหรอ? คุณผู้หญิงซ่ง!”ชายหนุ่มยิ้มเย็น บรรยากาศรอบกายปกคลุมไปด้วยความเย็นยะเยือก สายตาดูเยือกเย็นจนหนาวเข้ากระดูก“นี่เพิ่งจะเริ่มต้น เธอก็รับไม่ไหวแล้วหรอ? แล้วเธอเคยคิดว่าฉ่ายหมุยสิ้นหวังแค่ไหนไหม?เป็นเพราะเธอต้องนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด! ฉันมองเธอผิดไปจริงๆ ไม่ มันเป็นเพราะฝีมือความเสแสร้งก่อนหน้านี้ของเธอเก่งมาก ฉันถึงได้โง่งมจนเชื่อเธอ!”
ซ่งหมิงเยี่ยพูดจบ เพียงแค่ชั่วครู่ก็ไม่ยอมที่จะอยู่กับเธออีกต่อไป หันกลับไปก็ก้าวขายาวๆมุ่งตรงไปที่ประตูใหญ่
“นั่นคุณจะไปไหนน่ะ! นี่มันดึกมากแล้วนะ.....”เสิ่นฉ่ายเวยรีบตามไป คิดจะเอ่ยห้ามไว้“ดึกขนาดนี้ขับรถไม่ปลอดภัย อยู่บ้านได้ไหม?”
เขาหันกลับมายิ้มร้าย“อยู่กับเธอน่ะสิไม่ปลอดภัย ถ้าอยู่บ้านฉันกลัวว่าวันที่สองมีข่าวแจ้งประกาศมีคนเสียชีวิต ใครจะรู้ว่าในใจของเธอกำลังวางแผนทำร้ายใครต่อไป!”
เธอใช้แรงค่อยๆหลับตาลง พลางกำนิ้วมือไว้แน่นจิกเล็บกับฝ่ามือไว้จนเลือดแทบออก
เสิ่นฉ่ายเวยกั้นน้ำตาทั้งหมดที่กำลังจะไหลลง เมื่อเธอลืมตาอีกครั้ง ในดวงตาที่สวยงามเหล่านั้นเหลือแค่ความตัดสินใจ
“เราหย่ากันเถอะ”
คุณอาจจะชอบ





