ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด

สามีในมุมมืด

หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 1

“หนานจืออินใช่ไหม คุณตั้งครรภ์แล้ว” สูตินรีแพทย์พูดขึ้น

“...” ว่าไงนะ

หนานจืออินถลึงตาโต รู้สึกไม่อยากเชื่อ

ตัวเองไม่มีแฟน ไม่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามด้วย แล้วจะท้องได้ยังไง

ขณะที่หนานจืออินกำลังรู้สึกสงสัยอยู่นั้น หนานซีซี น้องสาวต่างแม่ที่อยู่ไม่ไกลก็เอามือปิดปากพร้อมกับส่งเสียงร้อง “ว้าย” ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ “พี่ ฉันยังนึกว่าพี่กินของผิดสำแดงที่บ้านเสียอีก ถึงได้มาที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนกับพี่ คิดไม่ถึงว่าจะตั้งท้องทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานแบบนี้ ไม่ได้การแล้ว แบบนี้มันน่ากลัวเกินไป ฉันต้องบอกพ่อกับแม่”

หนานซีซีพูดจบก็รีบโทรศัพท์ทันที

“...” หนานจืออินอึ้งตะลึงไปอีกครั้ง

ตอนที่หมอมองไปหาหนานจืออินในครั้งนี้ สายตาแปลกประหลาด แต่ก็ยังพูดเตือนขึ้นมา “ดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ทางสุขภาพของคุณไม่เสถียรอย่างมาก มีความเสี่ยงในการแท้งบัตรสูงมาก นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้มีบุตรไม่ได้อีกตลอดชีวิต คลอดเด็กออกมาจะดีที่สุด”

หนานจืออินมองไปหาหมอ รู้สึกสับสนงงงวย

พอกลับมาถึงตระกูลหนาน หนานจืออินก็ได้ยินคำพูดตำหนิติเตียนของพ่อกับแม่เลี้ยง

“แกมันไอ้เด็กหน้าไม่อาย ฉันไม่มีลูกสาวแบบแก” หนานเหวินซานโมโหเกรี้ยวกราด

“เห้อ ทำให้ประเพณีอันดีงามของวงศ์ตระกูลเสื่อมเสียจริง ๆ ” สวีซิ่วลี่ทอดถอนใจออกมา ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “ตระกูลของพวกเรากับตระกูลเจียงที่สูงศักดิ์ร่ำรวยมีข้อตกลงการแต่งงานกัน ก่อนหน้านี้นายท่านบอกว่าจะให้หนานจืออินแต่งเข้าไปในตระกูลเจียง แต่ว่าตอนนี้... นี่มัน...”

สวีซิ่วลี่อยากจะพูดอะไรแต่ก็หยุดเอาไว้ ท่าทางหมดหนทาง

หนานเหวินซานพูดตอบ “เธอไม่คู่ควร ให้ซีซีแต่งเข้าไปในตระกูลเจียงแทน”

พอคำพูดนี้ออกมา สวีซิ่วลี่ก็ยิ้มอย่างพออกพอใจ ก่อนจะหันไปสบตากับลูกสาวสุดที่รักที่อยู่ไม่ไกล

หนานซีซียิ้มให้กับแม่อย่างดีอกดีใจ จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างเห็นดีเห็นชอบ “ได้เลย ๆ หนูชอบพี่หยานจือมาโดยตลอด”

หนานเหวินซานพยักหน้า เรื่องนี้ก็ตกลงกันตามนี้เลย จากนั้นก็ตามมาด้วยคำดุด่าของหนานจืออินอีกหนึ่งชุด

หนานจืออินไม่สนใจกับคำดุด่าว่ากล่าวและข้อตกลงการแต่งงานที่พวกเขาพูดถึงเลยแม้แต่นิดเดียว ในหัวเอาแต่รู้สึกสับสนกับเรื่องตั้งท้องอยู่ตลอดเวลา

ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวที่พอจะนึกได้ในตอนนี้ ก็คือตอนที่ตัวเองดื่มไวน์ไปหนึ่งแก้วแล้วเริ่มเมาเล็กน้อยในงานปาร์ตี้เพื่อนร่วมชั้นเมื่อสามเดือนก่อน

หลังจากที่หนานเหวินซานและสวีซิ่วลี่ดุด่ามานานมากแล้ว พอเห็นว่าหนานจืออินไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาแต่อย่างใด แล้วก็ไม่ได้หักล้างด้วยเหมือนกัน จึงหมดอารมณ์ไม่ดุด่าต่ออีก ก่อนจะไปดูโทรทัศน์เป็นเพื่อนกับหนานซีซี ลูกสาวสุดที่รัก

ตอนนี้ในโทรทัศน์กำลังออกอากาศข่าวซุบซิบ “ก่อนหน้านี้ทายาทของตระกูลกู้ ตระกูลอันดับหนึ่งของตระกูลร่ำรวยถูกศัตรูคู่อาฆาตตามไล่ล่า ตามตัวถูกแทงหลายแผล ตอนนี้หายสาบสูญไปสามเดือนกว่า ทางตำรวจกับตระกูลกู้พยายามตามหาอย่างสุดกำลัง จนถึงตอนนี้ร่องรอยเบาะแสยังคงไม่แน่ชัด...”

...

สามปีต่อมา ตรงทางออกสถานีรถไฟของเมืองเป่ย หนานจืออินที่รูปร่างผอมบางใส่เสื้อกันลมที่ดูภูมิฐาน ผมดำสั้นประบ่า แต่งหน้าเบา ๆ ทำให้ใบหน้าดูสวยงามละเอียดอ่อน มือหิ้วกระเป๋าเดินทางสีขาวขนาดใหญ่ มืออีกข้างจูงมือเด็กชายตัวน้อยหนึ่งคน

เด็กชายใส่ชุดยีนส์ของเด็กดูหล่อเท่ เขาพูดถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหน่อมแน้ม “หม่ามี๊ พวกเราจะไปหาแม่บุญธรรมตอนนี้เหรอฮะ”

“ไม่ใช่ พวกเรากลับไปที่โรงแรมกันก่อน แล้วตอนค่ำถึงค่อยไปหาแม่บุญธรรมชองลูก” หนานจืออินตอบลูกชาย

ที่ตัวเองกลับมาในครั้งนี้เพราะว่ามีธุระสำคัญที่อยากจะจัดการ เดี๋ยวกลับไปวางกระเป๋าที่โรงแรมเสร็จแล้วก็ต้องไปทำธุระ นอกจากนี้ก่อนที่จะกลับมาก็นัดกับตงเจียเว่ย เพื่อนสาวไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะไปพบปะกินข้าวกันในคืนนี้

“ได้เลยฮะ” เด็กชายตัวน้อยตอบรับอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

หนานจืออินพาลูกชายเดินไปที่ป้ายรอแท็กซี่ เตรียมขึ้นรถไปยังโรงแรม แล้วไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ามีคนสองคนกำลังจ้องมองพวกเธอจากที่ไม่ไกลอยู่ตลอดเวลา

ตรงบริเวณข้างป้ายโฆษณา มีผู้ชายเสื้อสูทรองเท้าหนังสองคน หนึ่งในนั้นรูปร่างสูงใหญ่ดูดีมีราศี แว่นกันแดดปิดบังไปเกือบทั้งหน้า สายตามองที่ตัวของหนานจืออินและเด็กชายตัวน้อย รู้สึกปั่นป่วนอยู่ภายในใจ

“คุณชายสี่ คุณหนานกับคุณชายน้อยน่าจะไปโรงแรมนะครับ” เหออัน ผู้ช่วยพูดรายงานที่ข้างหูของเจ้านาย

เมื่อวานตัวเองตรวจสอบมาแล้วว่า คุณหนานได้ทำการจองโรงแรมที่เมืองเป่ยเอาไว้เป็นเวลาสองวัน

เขาได้ยินแล้วแต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ ยังคงจ้องมองเงาหลังของทั้งสองคนอยู่แบบนั้น

จนกระทั่งร่างนั้นหายไป เขาถึงได้เปิดปากพูดขึ้น “ไปโรงแรม”

บนรถแท็กซี่ หนานจืออินอุ้มลูกชายที่กำลังนอนหลับอยู่ สายตาค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าของลูกชายออกไปข้างนอกหน้าต่าง มองวิวทิวทัศน์ของเมืองที่เลื่อนผ่านไป เริ่มค่อย ๆ จมดิ่งอยู่ในความคิด

สามปีก่อน หลังจากที่ตัวเองตั้งท้องก็ถูกพ่อกับแม่เลี้ยงไล่ออกมาจากตระกูลหนาน เนื่องจากปัญหาสุขภาพทำให้ไม่สามารถเอาเด็กออกได้ ทำได้แค่บากหน้าไปขอพึ่งพิงคุณน้าที่ชนบท

ตอนที่ทำการตรวจที่โรงพยาบาลในเมือง ตัวเองถึงได้รู้ว่าตั้งท้องแฝดสาม แต่ในวันที่คลอด เนื่องจากว่าคลอดยากทำให้ต้องผ่าคลอด สุดท้ายเด็กสองคนแรกก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้ เพิ่งจะคลอดออกมาก็หยุดหายใจไปแล้ว มีเพียงแค่เด็กคนสุดท้ายที่มีชีวิตรอดปลอดภัย

ช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังคลอด เธอร้องไห้ฟูมฟายเนื่องจากตัวเองสูญเสียลูกไปตั้งสองคน แต่พอคิดว่าชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ยังมีลูกที่ต้องให้ตัวเองคอยเลี้ยงดูจนเติบโตอยู่อีกหนึ่งคน ดังนั้นเธอจึงเข้มแข็งลุกยืนหยัดใช้ชีวิตต่อไป

สามปีมานี้ เคยลำบาก เคยร้องไห้ เคยเหน็ดเหนื่อย แต่โชคดีที่คุณน้าดูแลเอาใจใส่ลูกชายของตัวเองอย่างมาก ลูกชายก็เป็นเด็กน่ารักเชื่อฟัง ตัวเองรู้สึกปลื้มปีติและปลอบโยน ชีวิตก็ถือว่าพอจะสมดั่งความปรารถนาอยู่บ้าง

ตอนนี้ ตัวเองแค่หวังว่าลูกชายจะเติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัย เรื่องอื่น ๆ ในชีวิตก็พยายามให้ได้ดั่งใจที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หลังจากที่มาถึงโรงแรมไรน์ หนานจืออินก็ปลุกลูกชาย ทั้งสองคนลงจากรถเตรียมจะเข้าไปในโรงแรม ในตอนนี้เอง โทรศัพท์ของหนานจืออินก็ดังขึ้นมา

พอเห็นว่าตงเจียเว่ยเป็นคนโทรมา หนานจืออินก็รีบพูดกับลูกชายทันที “มู่มู่ หม่ามี๊คุยโทรศัพท์ก่อนนะ อย่าวิ่งเถลไถลไปไหนล่ะ”

“ได้ฮะ ผมจะไปดูดอกไม้ตรงนั้น” มู่มู่ตัวน้อยพูดจบ ก็วิ่งตรงไปยังซุ้มดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกล

หนานจืออินมองตัวของลูกชาย อยู่ในสายตาของตัวเอง จึงไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงอะไรอีก ก่อนจะรับโทรศัพท์

“อินอิน เธอกับมู่มู่ถึงเมืองเป่ยแล้วเหรอ” ตงเจียเว่ยที่อยู่ในสายพูดถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

“ถึงแล้ว เว่ยเว่ย พวกเราเพิ่งจะมาถึงโรงแรม อีกเดี๋ยวทำเรื่องเข้าพักเสร็จแล้วฉันจะไปทำธุระที่ซูเฉิง กรุ๊ป” หนานจืออินพูดตอบ

ซูเฉิง กรุ๊ปเป็นบริษัทที่คุณตาทิ้งไว้ให้กับแม่เมื่อตอนนั้น แม่เคยบอกว่ารอตนเองโตแล้วจะให้ตนเองมารับช่วงบริหารต่อ แต่ต่อมาหลังจากที่แม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพ่อก็มาบริหารบริษัทแทน เป็นแบบนี้มาโดยตลอดหลายปีมานี้

ช่วงนี้ มีข่าวรายงานว่าพ่อจะขายซูเฉิง กรุ๊ปแล้วจดทะเบียนบริษัทใหม่ นิติบุคคลคือแม่เลี้ยง ดังนั้นตนเองจึงจำเป็นต้องมาขัดขวาง

ตนเองจะไม่ยอมให้ทรัพย์สมบัติที่คุณตาเหลือทิ้งไว้ให้ถูกขายทิ้งไปแบบนี้เด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นเงินก็ยังยกให้กับสวีซิ่วลี่อีกด้วย ไม่มีทางอย่างแน่นอน

“อื้อ ไปเอาของที่เป็นของเธอกลับคืนมาทั้งหมด ฉันสนับสนุนเธอ” ตงเจียเว่ยที่อยู่ในสายเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

“อื้อ” หนานจืออินยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้นแล้ว ทั้งสองคนพูดคุยกันต่อ

ทางด้านซุ้มดอกไม้ หลังจากที่มู่มู่ตัวน้อยดูดอกไม้ไปสักพัก ก็เห็นคุณปู่คนหนึ่งที่กำลังขายลูกโป่งตัวการ์ตูนอยู่ เขาอยากที่จะวิ่งไปดูด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ

แต่ในขณะที่มู่มู่ตัวน้อยเพิ่งจะวิ่งไปได้สองก้าว ก็เห็นรถจักรยานคันหนึ่งขับตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วจากที่ไม่ไกล จากนั้นก็มีเสียงที่รีบร้อนลนลานดังขึ้นมาที่ข้างหู

“ระวัง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย ตรวนลวง บ่วงดวงมาน
9.2
เกเบรียล ดีไซเนอร์หนุ่มมาดขรึมต้องจำใจแต่งงานกับมารียา หญิงสาวจอมเพี้ยนที่แอบรักพี่ชายของเขาเพราะคำสั่งประกาศิตจากผู้เป็นพ่อ ทางด้านมารียาที่เข้าใจผิดคิดว่าสามีจำเป็นคนนี้เป็นเกย์ จึงตั้งใจใช้เขาเป็นสะพานทอดไปหาชายในดวงใจ ทว่าพันธะลวงกลับกลายเป็นความผูกพันที่ร้อยรัดใจทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา ท่ามกลางเวลาที่แสนจำกัดและบทพิสูจน์แห่งความปรารถนาที่ยากจะปฏิเสธได้ว่าหัวใจของพวกเขาเป็นของใครกันแน่ในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย สัมผัสร้อนซ่อนพิศวาส
9.2
เมื่อความไว้ใจถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของเพื่อนสนิทและคนรักที่ร่วมกันหักหลัง หญิงสาวที่บอบช้ำจึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกของเด็กนั่งดริงก์เพื่อหาทางรอด จนได้พบกับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้มอบสัมผัสอันเร่าร้อนและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนนำไปสู่ข้อตกลงที่ไม่อาจเลี่ยง เมื่อเขาตัดสินใจเปลี่ยนฐานะของเธอให้กลายเป็นนางบำเรอส่วนตัวภายใต้การควบคุมของเขาเพียงผู้เดียวในโลกที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและกามารมณ์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงซ่อนเสน่หา
7.8
แก้วลดาพนักงานฝ่ายการตลาดต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่หลังความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับอนาวิลประธานหนุ่มผู้เย็นชาในงานเลี้ยงบริษัท เรื่องราวบานปลายเมื่อเธอตัดสินใจโกหกเขาเรื่องลูกจนนำไปสู่การถูกลงทัณฑ์อย่างโหดร้าย เมื่อถึงจุดที่ความอดทนสิ้นสุดลงเธอจึงรวบรวมความกล้าถามถึงความชัดเจนระหว่างเธอกับผู้หญิงอีกคน แต่อนาวิลกลับขับไล่เธออย่างไร้เยื่อใยพร้อมประกาศว่าเขาสามารถหาใครมาแทนที่เธอก็ได้ และสั่งห้ามไม่ให้เธอปรากฏตัวให้เขาเห็นอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักเจ้าบ่าวอสูร
8.2
วิลเลี่ยม เนลสัน นายตำรวจทายาทมหาเศรษฐีถูกพักงานเพราะข่าวฉาวเรื่องผู้หญิง เขาใช้ชีวิตเสเพลจนเสียงกิจกรรมรักรบกวนจอมขวัญ เพื่อนบ้านสาวไทยที่เกลียดเขาเข้าไส้ แต่เมื่อจอมขวัญเผชิญวิกฤตหนี้สิน วิลเลี่ยมจึงยื่นข้อเสนอช่วยเครียร์หนี้แลกกับการให้เธอสวมรอยเป็นแฟนกำมะลอเพื่อตบตาคุณย่าที่อยากมีเหลน ทว่าแผนการนี้กลับซ่อนเร้นความต้องการส่วนตัว เมื่อวิลเลี่ยมหวังจะเปลี่ยนสถานะปลอมๆ ให้กลายเป็นความสัมพันธ์เร่าร้อนบนเตียงที่เธอจะไม่มีวันลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา