ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมูน้อยคอยรัก

หมูน้อยคอยรัก

เรื่องราวความรักสุดอบอุ่นระหว่างพี่เรียวชายหนุ่มมาดดุแต่ใจดีกับอุ้ยอ้ายสาวน้อยแก้มป่องที่เขามักเรียกว่าหมูน้อย แม้ภายนอกเขาจะดูเข้มงวดและชอบจับผิดในความดื้อเงียบของเธอ แต่ลึกๆ กลับแฝงไปด้วยความเอ็นดูและคอยดูแลอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความขี้เล่นและการหยอกล้อ โดยเฉพาะเมื่อถึงวันเกิดของพี่เรียวที่อุ้ยอ้ายเตรียมของขวัญสุดพิเศษเป็นของหวานแสนอร่อยมาเซอร์ไพรส์ ท่ามกลางบรรยากาศความรักละมุนหัวใจที่ชวนให้ผู้อ่านต้องอมยิ้มไปกับความน่ารักของทั้งสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ฮะ! พ่อแกนี่นะ น้อยไปสิ อาจะบอกอะไรให้ พ่อหนูน่ะยืนหนึ่งกูมึงเลย”

“อันนั้นมันเป็นสรรพนามคนสนิทคุยกันนี่คะ อ้ายเข้าใจ แต่ให้อ้ายด่าใครอ้ายทำไม่เป็นค่ะ”

ขนิษฐาไม่ได้แอ๊บแบ๊ว เธอถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นแบบนี้จริงๆ และวรฤทธิ์ก็เข้าใจดี คนมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าเลยแนะวิธีใหม่

“มันก็ไม่ได้หมายถึงคำหยาบคายอย่างเดียว อาหมายถึงว่าถ้าใครมาด่ามาว่าเราโดยไม่มีเหตุผล เราก็ต้องรู้จักเถียงหรือตอบโต้แก้ต่างให้ตัวเอง อย่าให้ใครมาใส่ร้ายเราได้ ไม่ใช่เค้าด่าอะไรมาก็ยืนร้องไห้อย่างเดียว”

อธิบายอย่างคนที่รู้จักนิสัยแม่ลูกบ้านนี้ดี ตอนยัยอวบนั่นก็ทีละ ไม่ค่อยจะสู้คน ตอนนี้มันเป็นยุคของหมูน้อย เขาไม่อยากให้หลานโดนรังแกเหมือนที่แม่มันเคยโดน

“อ๋อ...โอเคค่ะ”

คนเพิ่งเก็ตอ๋อซะยาว ก่อนจะยิ้มแฉ่งแล้วเอ่ยขอบคุณคุณอาสุดที่รักเบาๆ จากนั้นก็เอนกายนอนพิงเบาะรถอย่างสบายอารมณ์ ลืมความตื่นเต้นของการฝึกงานวันแรกไปหมดเลย

แต่ครั้นนึกอะไรได้บางอย่างก็ยืดกายมานั่งตัวตรง แล้วจับแขน วรฤทธิ์เขย่าเบาๆ พลางเอ่ยถามเสียงงุ้งงิ้ง

“ลุงเล็กว่าน้องจะทำได้มั้ยคะ อ้ายจะผ่านการฝึกงานหรือเปล่า”

นี่คือสิ่งสำคัญสำหรับขนิษฐาจริงๆ ก็อย่างที่บอกว่าไม่ได้กลัวเลย แค่อยากได้กำลังใจและความเชื่อมั่น

“ได้สิ อาเชื่อว่าหมูน้อยทำได้แน่นอน” แม้จะขัดหูตอนถูกเรียกลุง แต่วรฤทธิ์ก็ให้กำลังใจหลานเต็มที่

พอได้รับพลังบวกอีกรอบหมูน้อยของลุงเล็กก็ยิ้มแฉ่ง จากนั้นสองอาหลานก็พากันสนทนาเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นขนิษฐานั่นแหละที่ช่างคุยช่างเปิดหัวข้อสนทนา แล้วพอมาเจอกับคนพูดมากอย่างวรฤทธิ์อีก เลยกลายเป็นว่าตลอดทางกว่าจะถึงบริษัทที่ฝึกงานในรถนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ...

เป็นเวลาสามวันมาแล้วที่ขนิษฐาได้ฝึกงานที่บริษัท ออร์แกนิก เฟรช ซึ่งเป็นบริษัทแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรรายใหญ่ของประเทศไทยแห่งนี้ ความจริงแล้วตอนที่เลือกที่ฝึกงาน ขนิษฐานั้นก็มองหาหลายๆ บริษัท แต่ไม่ได้คิดที่จะมาสมัครที่บริษัทแห่งนี้เลย เพราะอยากไปฝึกงานในองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีมากกว่า

แต่บังเอิญว่าเพื่อนสนิทอย่างวันวิสาข์อยากมาฝึกงานที่นี่และมีเหตุให้ต้องฝึกงานที่บริษัทของพ่อ กรรมเลยมาตกที่ขนิษฐา เพราะวันวิสาข์ขอร้องและอ้อนวอนว่าเพื่อนจ๋ามาฝึกงานที่นี่แทนเค้าทีเถอะ นะๆ พลีสๆ อะไรประมาณนี้ สุดท้ายขนิษฐาก็เลยจัดการยื่นเรื่องต่างๆ นานา แล้วก็ได้มาฝึกงานที่นี่แทนเพื่อนที่อยากมาแต่ไม่ได้มานั่นเอง

หน้าที่ความรับผิดชอบหลักๆ ก็ยังไม่มีอะไรมาก ด้วยว่าเพิ่งมาเริ่มฝึกได้แค่สามวัน งานที่ได้รับมอบหมายส่วนใหญ่จึงเป็นการถ่ายเอกสาร เอาแฟ้มงานไปส่ง ไปรับกาแฟ ไปสั่งขนมเบรก หรือไปคอยเสิร์ฟน้ำให้พี่ๆ ที่เข้าประชุมมากกว่า หรือไม่ก็ไปช่วยพี่ๆ หน่วยธุรการจดรายงานการประชุมและแจกเอกสาร

และวันนี้ก็เป็นวันที่สี่ของการฝึกงาน โชคไม่ดีที่เช้านี้สาวน้อยออกจากบ้านช้ากว่าทุกทีจึงเจอรถติด เมื่อมาถึงที่ออฟฟิศแล้วก็เลยค่อนข้างกระหืดกระหอบนิดๆ ยังโชคดีอยู่บ้างที่ยังเหลือเวลาอีกสิบห้านาทีก่อนจะถึงเวลาเริ่มงาน

ขนิษฐาเข้าไปในลิฟต์ได้ก็รีบกดชั้นที่ต้องการ แต่ก่อนจะกดปุ่มปิดก็มีเสียงขอร้องดังแว่วมาเสียก่อน

“รอด้วยค่า”

ขนิษฐาไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ สาวน้อยรีบกดปุ่มเปิดลิฟต์เพื่อให้คนมาใหม่เดินเข้ามาข้างในได้สะดวก

คนที่เดินเข้ามาในลิฟต์นั้นตัวเล็กบอบบาง อายุราวๆ วัยกลางคน แต่ยังดูสวย หน้าตาท่าทางก็ดูใจดี ดูยังไงก็อาวุโสกว่าขนิษฐาแน่นอน

และในจังหวะที่ผู้อาวุโสกว่าหันมาส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ขนิษฐาก็คิดเองว่าถ้าไม่ใช่ผู้บริหารคนหนึ่งของที่นี่ก็น่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทหรือเปล่า จึงยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีจ้ะ” หญิงสาวผู้แก่กว่าพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะเอ่ยต่ออีก

“รบกวนกดชั้น...ค่ะ”

ขนิษฐารับคำเสียงเบาก่อนจะกดชั้นดังกล่าว ได้ยินคำขอบคุณเบาๆ จากอีกฝ่าย เลยหันกลับไปยิ้มให้ และตอนนั้นเองที่ได้พิจารณาอย่างจริงจัง ถึงได้เห็นว่าคนร่วมโดยสารลิฟต์ถือข้าวของพะรุงพะรังเลยทีเดียว จึงเอ่ยถามอย่างเกรงๆ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่โอเค แต่ความตั้งใจของสาวน้อยคืออยากช่วยจริงๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2
8.6
โชคชะตานำพากลับสู่บรรยากาศอันคุ้นเคยในยุค 90 อีกครั้ง เมื่อความรักและความผูกพันที่แสนลึกซึ้งได้กลายเป็นสายใยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา แม้โลกจะหมุนผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ทว่าความทรงจำที่เคยร่วมสร้างกันมาจะยังคงสลักแน่นอยู่ในหัวใจและคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เตรียมสัมผัสกับเรื่องราวความโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายแฟนตาซีในภาคต่อสุดประทับใจ ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่ารักแท้ที่มั่นคงนั้นจะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
หน้าปกนวนิยาย สายเกินไป สำหรับการอภัยของเขา
8.6
เมื่อชายคนรักขอให้ ‘อรุณา’ บริจาคไตให้แฝดน้องและยอมถอนหมั้นเพื่อให้เธอได้แต่งงานสมใจก่อนตาย ครอบครัวต่างรุมประณามว่าเธอเนรคุณที่ปฏิเสธ โดยหารู้ไม่ว่าห้าปีก่อนเธอคือผู้สละไตให้พ่อตัวจริง แต่ถูกน้องสาววางยาและสวมรอยแย่งความดีไป ทว่าความจริงที่เจ็บปวดกว่าคืออรุณาเหลือไตเพียงข้างเดียวและกำลังป่วยหนักมีชีวิตได้อีกไม่กี่เดือน เมื่อถูกบีบคั้นจนถึงที่สุด เธอจึงตัดสินใจเซ็นสัญญาสละชีวิตเพื่อจบสิ้นทุกพันธนาการที่ไร้ค่านี้เสียที
หน้าปกนวนิยาย รักห้าปี พังทลาย เพราะสายเรียกเข้า
9.3
งานวิวาห์ระหว่างไอย์และภาคินที่คบกันมาห้าปีต้องพังทลายลง เมื่อโคลอี้รักแรกของเขากลับมาพร้อมอาการความจำเสื่อม ภาคินบีบให้ไอย์สวมรอยเป็นแฟนของลภัสผู้เป็นพี่ชายเพื่อหลอกโคลอี้ โดยลดค่าเธอเป็นเพียงของตายที่ไม่มีที่ไป เมื่อความอดทนสิ้นสุด ไอย์จึงตัดสินใจแต่งงานกับลภัสเพื่อแก้แค้น โดยยื่นคำขอสุดท้ายให้ภาคินทำหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวและเดินมาส่งตัวเธอในพิธี เพื่อให้เขาลิ้มรสความเจ็บปวดที่ประเมินค่าเธอต่ำเกินไปในวันที่สายเกินแก้
หน้าปกนวนิยาย ปวีร์แสนร้าย
8.0
ปวีร์ผู้จมอยู่กับความเจ็บปวดจากการที่ครอบครัวแตกแยก เริ่มเปลี่ยนความเสียใจเป็นความแค้นเมื่อพ่อแต่งงานใหม่ เขาปักใจเชื่อว่าแม่เลี้ยงคือมือที่สามที่ทำลายบ้านของเขา ความเกลียดชังนี้ลามไปถึงเฌอเอม ลูกสาววัยยี่สิบสองปีของแม่เลี้ยงที่เขาสนิทสนมด้วยมานาน จากความเคารพรักกลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่แสนทรมาน เฌอเอมสาวน้อยผู้สดใสต้องยอมสละร่างกายและจิตใจเพื่อรองรับอารมณ์ร้ายของปวีร์ เพียงเพราะแม่ของเธอเลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงของเขา
หน้าปกนวนิยาย คืนบาปรักในชาตินี้ให้เธอ
7.6
เฌอรินทุ่มเททุกอย่างเพื่อหวังครอบครองใจของธาม ทว่าความรักที่มากเกินไปกลับกลายเป็นไฟเผาผลาญชีวิตเธอจนย่อยยับ เมื่อถึงวาระสุดท้าย ชายหนุ่มกลับไร้เยื่อใยและออกไปดื่มฉลองการจากไปของเธออย่างเลือดเย็น แต่ท่ามกลางความเมามายนั้น เขากลับเริ่มสับสนกับความว่างเปล่าในใจ จนสหายสนิทต้องเตือนสติว่าเขาเพิ่งทำลายดวงใจของหญิงโง่งมที่รักเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจไปเสียแล้ว โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการหวนคืนสู่อดีต เพื่อสะสางรอยแค้นและชดใช้หนี้กรรมแห่งบาปที่พันธนาการทั้งสองไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บจำเป็น
9.1
เมื่อชลธารตกอยู่ในสภาวะจำยอมต้องใช้เงินก้อนโตถึงสามแสนบาท เธอจึงตัดสินใจเสนอขายเรือนร่างให้แก่ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง แม้ฝ่ายชายจะมองว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนที่เห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายเขากลับตอบตกลงภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ธีร์ยื่นข้อเสนอว่าหากต้องการเงินจำนวนนี้ เธอต้องยอมมาเป็นเมียเก็บของเขาแบบถาวรแทนการซื้อขายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หญิงสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับสถานะนางบำเรอรับใช้เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้