ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ

เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ

เมื่อสาวร่างท้วมผู้เกลียดการกินผักเป็นชีวิตจิตใจกลับต้องเผชิญกับบทลงโทษจากสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน เธอถูกส่งย้อนเวลากลับไปยังอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเกษตรกรที่ต้องคลุกคลีอยู่กับแปลงผักที่เธอเคยเบือนหน้าหนี การเดินทางครั้งนี้คือการดัดนิสัยสุดป่วนที่บีบบังคับให้เธอต้องเรียนรู้วิธีเพาะปลูกและเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่ ท่ามกลางความวุ่นวายและเหตุการณ์สุดแปลกประหลาดที่ทำให้เธอต้องอุทานว่าอิหยังวะออกมาไม่หยุดหย่อนในทุกย่างก้าว
ตอน
แชร์

ตอน 2

หิวตาลาย แต่เมื่อขยับตัวเข้าไปบนเถียงนา สิ่งที่เห็น ผัดผัก ผักต้ม ผักดองผักสด

“ไม่กิน”

“ บ้านเจ้าคิดว่าเลือกได้หรือไรหายวันมานี้บ่นแต่เรื่องกินทั้งที่ที่ตัวเองอ้วนจนจะกลิ้งลงจากเขาเหลี่ยงซานได้อยู่แล้ว”เจ็บจี๊ดยัยป้าพูดแทงใจดำ

“ไม่หิว”

“เช่นนั้นก็ไปโกยขี้หมูต่อได้แล้ว พ่อเจ้าจะได้ไปต้องลำบากเพียงลำพัง แต่เดิม จูเจี่ยก็มักจะแอบขโมยไก่ในเล้าไปย่างกินอยู่แล้วนี่คงแอบกินไปแล้วจึงไม่หิว ไก่ในเล้ากลับไปนี่ข้าต้องไปนับว่าหายไปหรือไม่”ขโมยไก่เลยหรือจูเจี่ย เฮ้อร้ายกาจเสียจริง

“ท่านเจ้าบ้านวันนี้ข้านำ คนงานใหม่มาให้ท่านใช้งานฟรีเขาเป็นคนจร ที่ข้าพบเขาระหว่างทางแค่อาศัยได้ข้าวกินในแต่ละวันเขาก็พอใจแล้ว” แป๋ม เหลือบตามองคนอะไรแค่ขอข้าวกิน มองเลยผ่านไปยัง ร่างสูงทว่าผอมบางใบหน้าขะมุกขะมอม หากเป็นสมัยใหม่ก็คงเป็นนายแบบได้สบายๆ แต่เป็นสมัยนี้

“ผอม ขนาดนี้ข้าจะกล้าใช้งานเขาหรือ นายท่าน”นายท่านที่ว่าเป็นพ่อค้าคนกลางที่ส่งผักเข้าไปขายในวังหลวง หัวเราะจนพุงกระเพื่อม

“น่า นึกว่าเอาบุญ ใช้งานหนักงานเบาได้ทั้งหมดที่แรกข้าตั้งใจจะให้เขาทำงานกับข้า แต่ท่านเจ้าบ้านโปรดเห็นใจ ที่พักอาหารข้าก็มีจำกัดท่านพ่อบ้านมีไร่กว้างขวางโรงเก็บพืชพันธุ์มากมาย ให้เขาได้อาศัยหลบหนาวยามค่ำคืน ผักหญ้าท่านก็เยอะแยะพอได้เป็นอาหาร นึกว่าเอาบุญ” พ่อในโลกนี้ของแป๋ม ยิ้มอย่างคนที่ใจดี พยักหน้าน้อยๆ แต่ยายป้านี่สิ

“โอ๊ย มาอยู่น่ะมาอยู่ได้ แต่ต้องช่วยกันทำงานให้มาก ข้าไม่มีปัญญาจะเลี้ยงใครฟรีๆ หรอกนะ”

“ขอรับนายหญิง จะใช้งานข้าล้วนทำได้ทุกอย่าง”แป๋มเบ้ปากตัวผอมบางหุ่นสะโอดสะอง แป๋มตัวใหญ่เหมือนช้างน้ำยังไม่อยากทำเลยงาน

“จูเจี่ย มายืนยิ้มทำไม ไม่กินก็ไปโกยขี้หมูได้แล้ว”ท้องร้องจ๊อกๆ กระโดดขึ้นไปบนกระท่อม หรือเถียงนาน้อย ตักข้าวใส่ถ้วยใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวกับผักใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ

“เสี่ยวซง อยู่ที่นี่ตั้งใจทำงาน”

“ขอรับนายท่าน”นายท่านพ่อค้าผักหันไปเจรจากับท่านพ่อไม่สนใจเสี่ยวซงผู้นั้นอีกต่อไป เขาเดินไปที่กองขี้หมู โกยมันใส่ ตะกร้าสาน แบกไว้บนหลังก้าวเดิน ไปยังแปลงผัก

“พรุ่งนี้ ผักจึงจะส่งเข้าวังหลวง งวดนี้ขอผักกาดขาวกับกะหล่ำปลีเยอะหน่อยช่วงนี้ อาหารขาดแคลน เพราะอากาศหนาวการเก็บเกี่ยวไม่ได้ผลสินค้าที่ส่งเข้าวังหลวงจึงเหลือแต่ข้าเพียงเจ้าเดียว”

“นายท่านก็คงได้กำไรไม่น้อย”

“ส่งผักเข้าวังหลวงแต่ละครั้งล้วนแต่ต้องผ่านการคัดสรร ผักของท่านเจ้าบ้าน แม้จะไร้ที่ติแต่ของคนอื่นก็ล้วนแต่ไม่ผ่านการคัดสรรเท่าที่คิดไว้แม้จะผ่านก็ไม่เป็นดั่งใจหวังท่านเจ้าบ้านและครอบครัวปลูกผักได้น่าพอใจ วังหลวงไม่เคยปฏิเสธผักจากไร่ของท่านเจ้าบ้านเฉิน”แซ่เฉิน มันแซ่ต้นตระกูลของแป๋มนี่ ชักจะอย่างไงอย่างไงซะแล้วหรือว่า แป๋มย้อนเวลามาเพราะเกี่ยวดองกับแซ่เฉินนี่

“ขอบคุณนายท่าน”

“ฝ่าบาทออกปากชื่นชมรสชาติผักของท่านเจ้าบ้านว่าอร่อยสดใหม่ บอกผ่านขันทีมาข้าได้ฟังแล้ว ยิ้มแทบไม่หุบ5555หวังว่าจะคงความสดใหม่แบบนี้ไปนานๆ ”

“พี่จูเจี่ย ท่านเห็นไหม คนผู้นั้นมองท่านตาเป็นมัน”แป๋มเลิกคิ้วสูง จะมาไม้ไหนเจ้าเด็กนรก

“อย่า ดีใจไปเขาไม่ได้มองเจ้าเพราะเจ้าสวยหรอกแม่นางจูเจี่ย แต่เขามองเพราะเขาคงสงสัยว่า ทำไมพวกเราปล่อยหมูออกมาเดินเพ่นพ่าน”มะกอกในมือเขกลงบนหัวเด็กชายดังโป๊ก เจ้าตัวก่อกวน ยกมือขึ้นลูบหัวปอยๆ

“ท่านแม่พี่สาว รังแกข้าอีกแล้ว” แป่มใช้ตะเกียบนมือชี้หน้า เจ้าน้องชายตัวแสบ เสี่ยวซงผู้นั้นอมยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินประโยคทั้งหมดแป๋ม เสมองไปเสียทางอื่น คนอะไรยิ้มสวยเป็นบ้า หากจะหุ่นดีกว่านี้นนี่คงหล่อเลยล่ะ ถึงจะมือเปื้อนขี้หมูทว่าใบหน้ากลับแจ่มใสไร้รอยกังวล ช่าง สุขสันต์กันเสียจริง ไร่แห่งนี้ แต่ละคนล้วนมีใบหน้าสุขสันต์ไม่มีใครที่อมทุกข์แม้แต่คนเดียวไม่เหมือนโลกใบเก่าที่แป๋มอยู่ช่างเคร่งเครียดบีบรัดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ แป๋มเผลอสุดหายใจเข้าลึกๆ สุดเอา อากาศบริสุทธิ์สะอาดของบ้านป่าสมัยที่ไร้มลพิษเข้าไปเต็มปอดความเย็นสดชื่นจนเผลอยิ้ม เฮ้ออย่างน้อยก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด แม้จะมีแม่แบบยายป้ามีน้องนรก พ่อแสนดี และผู้ร่วมงานที่ ดูดีสุดๆ

“จูเจี่ย มาช่วยพ่อเก็บ ผักกาดหัว (หัวไซเท้า) ดีกว่า”เจ้าบ้านเฉินเรียกแป๋มเมื่อเห็นว่ากำลังจะไปโกยขี้หมูจะว่าไปเจ้าบ้านเฉินคงรักลูกคนนี้ไม่น้อยต่างจากยายป้านั่นที่รักแต่เด็กนรก น้องชายตัวแสบ

“จูจิ้น ไม่ช่วยแม่ของเจ้คัดล้างผัก ออกห่างๆ พี่สาวเสียบ้างไม่อย่างนั้นเป็นได้ทะเลาะกัน ท่านเจ้าบ้านพูดดักทาง จูจิ้นที่ทำท่าจะก้าวเดินตามแป๋มก็ชะงักฝีเท้าแป่มหันมาเบ้ปากใส่ยักคิ้วแผล็บๆ

“จูเจี่ยรู้ไหม หัวไซเท้าจะต้องปลูกอุณหภูมิต่ำไม่ร้อนเกินไปจึงได้ผลผลิตดีแล้วต้องรดน้ำให้ชุ่มตลอดจะได้กรอบอร่อย หากรดน้ำสม่ำเสมอการทำเค็มเป็นหัวใช้โป้จึง อร่อยไม่มีเสี้ยนเนื้อเหนียวนุ่ม กินกับข้าวต้มร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใคร”แป๋มกลืนน้ำลายลงคอเมื่อพูดถึงหัวไช้โป้ กับข้าวต้มกุ้ย อยู่ๆ ทำไมอยากกินขึ้นมา

“พรุ่งนี้เช้า จะให้แม่ของเจ้าต้มข้าวต้มให้คนในบ้านกินเสียเลย สองสามวันมานี้อากาศหนาว ได้ข้าวต้มร้อนๆ ยามเช้า เทพบนสวรรค์ยังต้องโน้มลงมาขอชิม

ท่านเจ้าบ้านเฉินดึงหัวไชเท้าออกมาจากดินง่ายดาย แป๋ม นึกสนุกเลยลอง ดึงบ้านแต่โอ้โห้ต้องใช้แรงอย่างมากเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อ หรือว่าแป๋มไม่เคยจะออกกำลังกายเรื่องแบบนี้จึงถือว่าหนักหนา หงายหลังก้นจ้ำเบ้า เจ้าน้องชายตัวเแสบจูจิ้น หัวเราะตัวงอ

“จูเจี่ย คราวหลังพี่ต้องมีหลักให้ยึดเกาะไม่เช่นนั้นเห็นทีท่านพ่อต้องตามไปเก็บท่านขึ้นมาจากตีนเนินนู่นล่ะ”เจ้าน้องบ้านนี่กัดไม่เลิกใครกันช่าง สอนให้พูดแค่หกขวบทำไมปากร้ายนัก

“จูจิ้นอย่าว่าพี่เขาปกติจุเจี่ยไม่ค่อยชอบออกแรงวันนี้เห็นทีฝนจะตกเพราะพี่สาวเจ้าช่วยท่านพ่อถอนหัวผักกาดด้วย”อ้าว ยายจูเจี่ยนี่ปกติก็ไม่ทำอะไรหรือ เหมือนแป๋มไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้คนอื่นว่าได้ เฮ้อป่านนี้แม่จะเป็นอย่างไรบ้างแม่ที่ไม่เคยบ่นเคยด่าแต่คอยยกทั้งอาหารและของว่างมาวางไว้ให้แป๋มหน้าโต๊ะคอม วันๆ แทบไม่ต้องขยับตัว นอกจากอย่างเข้าห้องน้ำ กินเสร็จก็พิมพ์นิยายพิมพ์ๆๆๆๆ และพิมพ์กินหน้าจอคอมดื่มหน้าจอคอม ดึกๆ ถึงจะคลานลงจากเก้าอี้เข้าที่นอนชีวิตวนเวียนซ้ำๆ จนอ้วนเป็นลูกขนุน ตอนเด็กๆ หน้าตาดี ไม่มีไขมันตอนนี้อ้วนจนบดบังความสวยเสียหมด

“เฮ้อข้าก็อยากผอม แต่จะทำอย่างไรได้ ลดหุ่นมันยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”ท่านเจ้าบ้านยิ้ม

“ไม่ยากแค่เจ้าพูดว่าอยาก ข้าจะหาวิธีให้เอง”แป๋มยิ้มบ้าง มีวิธีจริงๆ หรือ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
ในโลกที่ไร้ความยุติธรรมและเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ วิถีแห่งมารจึงกลายเป็นทางออกเดียว เมื่ออดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้ปัญญาอ่อน ท่ามกลางสังคมที่ยึดถือเพียงพละกำลังเป็นเครื่องตัดสินทุกสิ่ง นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจและพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้าให้สิ้นซาก การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายล้างระเบียบเดิมและสถาปนาความแข็งแกร่งของตนเองในมหาพิภพที่บิดเบี้ยวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หน้าปกนวนิยาย สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
7.8
เมื่อผลท้อสวรรค์หายไป เหยาจีเซียนน้อยผู้ดูแลสวนจึงถูกลงทัณฑ์ให้จุติยังโลกมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า โดยมีมู่สี่เสินทูตผีเสื้อติดตามมาในฐานะพี่ชาย ทว่าหลวนหลงเทพมังกรผู้ควรได้ครองผลท้อกลับตามลงมาเพื่อขัดขวางการปลูกต้นท้อบนดินแดนมนุษย์ ท่ามกลางเหล่าเซียนที่หวังช่วงชิงอำนาจและผลท้อวิเศษ เหยาจีต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งเทพผู้มีอำนาจและเหล่ามหาเทพผู้ปกครองสวรรค์ที่เฝ้ามองอยู่ บทสรุปของการปลูกท้อต้องห้ามและการปะทะกันของเหล่าเทพในร่างมนุษย์จะจบลงเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้