ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รุ้งเคียงตะวัน

รุ้งเคียงตะวัน

หทัยชนกต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะแบกรับไหว เมื่อความลับที่ถูกซ่อนไว้พังทลายลงพร้อมกับหัวใจของเธอ สามีที่เธอเคยรักและไว้ใจกลับทรยศความซื่อสัตย์อย่างไม่ใยดี แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกสลายยิ่งกว่าเดิมคือการได้รู้ความจริงว่าผู้หญิงที่เป็นมือที่สามในชีวิตคู่ของเธอไม่ใช่คนอื่นไกล แต่กลับเป็นเกวลิน เพื่อนสนิทที่เธอรักและเชื่อใจมากที่สุด ความสัมพันธ์ที่ถูกหักหลังโดยคนใกล้ชิดกลายเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะลบเลือนในชีวิตของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 1

1

นิ้วเรียวกดปิดแผ่นเสียงที่เพิ่งจบไปได้ไม่กี่วินาที หลังจากที่เธอฟังเพลงระยะสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมานับสิบครั้ง จนจำเนื้อเพลงได้ขึ้นใจทุกตัวอักษร ก่อนจะเอื้อมมือหยิบซองเอกสารที่วางไว้บนเตียงนอน เตียงที่เคยให้ความสุขและความอบอุ่นกับเธอ แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัส เจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บ ทุกข์ทนและกล้ำกลืนอย่างสุดกำลัง ไม่มีคำพูดไหนที่จะสามารถถ่ายทอดความเศร้าโศกเสียใจนี้ได้ มีเพียงหยาดน้ำตาเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเธอในยามทุกข์เช่นนี้

เธอตรวจดูเอกสารที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งอย่างละเอียด ลายเซ็นของเธอกำกับไว้ในช่องของฝ่ายหญิง ส่วนอีกช่องที่เหลือเป็นของฝ่ายชาย รอให้เขามาเซ็นกำกับเท่านั้น แล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบเสียที เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอสอดกระดาษแผ่นนั้นลงในซองสีน้ำตาลเข้ม ก่อนจะนำมาวางที่เตียงนอนอีกครั้ง หมุนร่างเดินตรงไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเตรียมไว้สองใบ ถือกระชับอยู่ในมือ สายตาหวานมองรอบๆ ห้องหอของเธออีกครั้ง บันทึกความทรงจำที่ดีงามไว้ในหัวใจ ตัดใจเดินออกไปจากห้องนั้นทั้งน้ำตา

หทัยชนกเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน เธอมองเห็นเพื่อนรักของเธอที่ยืนเคียงข้างเธอทุกครั้งที่มีความสุข ความทุกข์ หรือเสียใจเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องอย่างหมดเปลือก อัญญาณียืนยิ้มให้กับหทัยชนก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก ความเห็นใจระคนสงสาร ทุกสิ่งทุกอย่างที่อัญญาณีสามารถถ่ายทอดให้เพื่อนคนนี้ได้

“ตัดสินใจแน่แล้วใช่มั้ย?” อัญญาณีถามเพื่อนรักอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“แน่ใจสิ เกตุบอกรุ้งเองไม่ใช่เหรอว่าอยู่ก็เจ็บ ไปก็เจ็บ รุ้งต้องเลือกเองระหว่างเจ็บกับการมองเห็นคนที่เรารักมีคนอื่น กับเจ็บเมื่อไม่มีเขาอยู่ใกล้ นำความเจ็บปวดนี้มาเยียวยารักษาหัวใจของเราให้แข็งแรง รุ้งตัดสินใจอย่างหลัง ไปแบบเจ็บๆ ดีกว่าอยู่ที่นี่ที่เจ็บยิ่งกว่า”

หทัยชนกพูดเสียงหนักแน่น อัญญาณีไม่เคยได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นนี้ แต่เธอรู้ว่าไม่ว่าจะอยู่หรือจะไปจากที่นี่ หทัยชนกไม่มีวันลืมผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามีได้ เพราะแววตาของหทัยชนกเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักเต็มหัวใจ เธอจึงหวังให้เวลาเยียวยาทุกอย่าง

“ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ไป...ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เกตุบอกอย่างหนึ่งว่า หลอกใครก็หลอกได้ แต่มีอย่างหนึ่งที่หลอกไม่ได้ คือหัวใจของตัวเอง เกตุไม่อยากให้รุ้งเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้”

“มันไม่มีอะไรเสียใจมากกว่านี้หรอกเกตุ รุ้งผ่านการเสียใจที่สุดมาแล้ว ไปกันเถอะก่อนที่พวกเขาจะกลับมา” หทัยชนกพูดย้ำ อัญญาณีน้ำตารื้นกับคำพูดของเพื่อนคนนี้

“งั้นไปกัน” เพื่อนรักทั้งสองกุมมือกันแน่น ช่วยกันถือกระเป๋าคนละใบเดินออกไปจากบ้านหลังใหญ่ ที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มีคนรับใช้หลายคนให้ชี้นิ้วสั่ง ทุกสิ่งอย่างเหล่านั้นไม่ได้ทำให้หทัยชนกมีความสุขอีกต่อไป เพราะหลังจากที่ตะวันผู้เป็นสามีได้พาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตคู่ แล้วนับตั้งแต่วันนั้นหทัยชนกรู้จักแต่คำว่าเจ็บปวด ทุกข์ระทมหัวใจอย่างสุดแสน และมันจะไม่เจ็บมากไปกว่านี้

หากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เพื่อนของเธอ...

ลมหนาวในช่วงค่ำคืน ณ อุทยานภูกระดึงในวันนี้ดูเหมือนว่าจะเย็นจัดกว่าทุกคืน นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาเยี่ยมชมความสวยงามและต้องการสัมผัสอากาศเย็นสบายในช่วงปลายฤดูหนาว ต่างมานั่งมองดูทัศนียภาพยามค่ำคืน ดื่มด่ำกับราตรีท่ามกลางหมู่ดาวที่ขึ้นพราวระยับประดับฟ้ายามราตรี

ร่างของสามสาวเพื่อนซี้ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสุขอยู่กับธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ มองดูดวงดาวอันไกลโพ้นพร้อมกับพูดคุยกันตามประสา โดยมีผ้าห่มผืนใหญ่คลุมกายร่างของทั้งสามชีวิต

“ท้องฟ้าคืนนี้สวยจังเลยนะ ดาวเต็มฟ้าเลย” หทัยชนกเอ่ยขึ้นขณะที่แหงนมองดูท้องฟ้า รอยยิ้มแห่งความสุขบังเกิดขึ้นบนดวงหน้าสวยของเธอ

“ใช่ สวยดี” อัญญาณีพูดเสริม “แต่ปวดคอชะมัด แหงนมองตั้งหลายนาทีแล้ว เกตุว่านอนดูดาวกันดีกว่า ไม่ต้องปวดคอด้วย” เธอเอ่ยบอกเพื่อนสนิทอีกสองคน ใช้ฝ่ามืออีกข้างบีบตรงท้ายทอยขับไล่อาการปวดเมื่อยที่เข้ามาเยือน

“ก็ได้ นอนก็ได้” เกวลินหรือเดียร์พูดขึ้น ก่อนจะดึงผ้าห่มออกแล้วล้มตัวลงนอนหงายเป็นคนแรก ทำให้อีกสองสาวล้มตัวลงนอนตาม แล้วใช้ผ้าห่มผืนเดิมคลุมกายเอาไว้ ปกป้องความหนาวจากแรงกดอากาศต่ำของค่ำคืน

“เดียร์ไปเรียนต่อเมืองนอก อย่าลืมโทรมาหารุ้งกับเกตุบ้างนะ เกตุไม่มีตังค์โทรไปหาเดียร์บ่อยๆ หรอก งบมันน้อยน่ะ”

อัญญาณีหันมาบอกเกวลินที่กำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโทยังประเทศสหรัฐอเมริกา หากจะพูดได้ว่ารายได้จากคนที่จบมัธยมศึกษาปีที่สามอย่างอัญญาณี คงไม่มีปัญญาจ่ายค่าโทรศัพท์ต่างประเทศที่ค่อนข้างแพงได้ คงจะมีทางเดียวก็คือ ต้องให้เกวลินเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหาเธอแทน

“รู้แล้วน่า เดียร์ก็ต้องโทรมาหาเกตุอยู่แล้ว” เกวลินเข้าใจฐานะของอัญญาณีดีว่าด้อยกว่าเธอมากแค่ไหน ลำพังหาเลี้ยงลูกๆ ทั้งสี่คนซึ่งเป็นภาระแสนหนักอึ้งก็มากพออยู่แล้ว หากจะเพิ่มภาระจ่ายค่าโทรศัพท์ต่างประเทศอีกก็คงไม่ไหว “หรือว่าเดียร์จะให้เงินเกตุไว้เป็นค่าโทรศัพท์หาเดียร์ดี” เกวลินมีความคิดใหม่

“ไม่ล่ะ เกตุกลัวว่าจะเอาเงินไปใช้อย่างอื่นน่ะสิ ตอนนี้ยิ่งชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่ เอาเป็นว่าถ้าเดียร์ว่างแล้วคิดถึงเกตุก็โทรมาหาเกตุก็แล้วกันนะ” อัญญาณีค้านตามเหตุผลที่เอ่ยออกไป

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวรุ้งโทรไปหาเดียร์เอง โทรไปตอนเกตุอยู่ด้วยจะได้คุยพร้อม ๆ กัน เอาอย่างนี้ดีกว่านะ” หทัยชนกลูกสาวเจ้าของร้านทองชื่อดังในตัวเมืองภูเก็ตหาทางออกให้กับเพื่อนทั้งสอง

“อืม...ก็ดีเหมือนกันนะ เอาเป็นว่าถ้าเดียร์ว่าง เดียร์จะโทรหา ถ้ารุ้งกับเกตุว่างก็โทรหาเดียร์ โอเคนะ”

“โอเค” เสียงของหทัยชนกกับอัญญาณีพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียง

“เดียร์คงคิดถึงเกตุกับรุ้งมากๆ ไปตั้งสองปีกว่าจะกลับ”

เกวลินพูดเสียงเศร้า เมื่อนึกถึงระยะเวลาที่จะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อไปศึกษาต่างประเทศตามความต้องการของบิดา เกวลินเองไม่ต้องการไปเรียนต่อแม้แต่น้อย เนื่องจากเธอเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรีมาเกือบเจ็ดปีแล้ว ความรู้ก็ถูกกลืนหายไปตามเวลา ไปเรียนปริญญาโทคราวนี้เท่ากับว่าต้องเคาะสนิมใหม่

“แล้วเดียร์จะไม่กลับมาช่วงซัมเมอร์เหรอ?” คนที่ผ่านการเรียนเมืองนอกมาก่อนเอ่ยถาม

“คงไม่ล่ะ เพราะไม่รู้ว่าช่วงนั้นจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง พ่อบอกว่าให้กลับมาทีเดียวตอนที่เรียนจบ” คนที่ถูกบังคับให้ไปเรียนต่อตอบกลับยังคงมีน้ำเสียงเศร้าเช่นเดิม

“เอาน่า พ่อให้เรียนก็เรียนไปเถอะ เพื่ออนาคตที่ดีไง เพื่อพ่อด้วยไง”

อัญญาณีจับน้ำเสียงของเพื่อนได้ว่า ไม่มีความปรารถนาจะไปเรียนต่อเลย ถ้าไม่เป็นเพราะเกวลินมีปัญหากับภรรยาใหม่ของผู้เป็นพ่อ ถึงขั้นมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง คนกลางเช่นวิทยาจึงตัดสินใจให้ลูกสาวคนที่สองไปเรียนต่อต่างประเทศ ตัดปัญหาไปในตัว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนที่แปลว่าเมีย
9.2
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทต้องสั่นคลอน เมื่อฝ่ายชายประกาศกร้าวว่าไม่ต้องการเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่อยากข้ามเส้นไปเป็นสามี ทว่าเมื่อถูกถามถึงความรัก เขากลับนิ่งเงียบพร้อมตั้งคำถามว่าการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจำเป็นต้องมีความรู้สึกรักด้วยหรือ ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าเขาเพียงต้องการแค่เรื่องบนเตียงโดยไม่ได้มีใจให้กันเลยแม้แต่น้อย บทสรุปของมิตรภาพที่ไร้ความรักแต่เต็มไปด้วยความต้องการครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในรูปแบบไหน
หน้าปกนวนิยาย ร่ายรักกับดักใจ
9.1
เมื่อไฮโซสาวเจ้าเสน่ห์อย่างเมริยาต้องเข้าพิธีวิวาห์สายฟ้าแลบกับด็อกเตอร์กันตธร หนุ่มมาดเนี้ยบผู้แสนสุภาพ หลังมีภาพหลุดขณะทั้งคู่เข้าโรงแรมด้วยกันกระจายไปทั่ว แต่ตัวตนที่แท้จริงของทั้งสองกลับต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อสุภาพบุรุษจอมปลอมต้องมาปะทะกับสาวแสบในบ้านหลังเดียวกัน สงครามประสาทและการยั่วยวนจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายที่ต่างฝ่ายต่างพยายามไม่ตกหลุมพรางหัวใจของกันและกันในฐานะสามีภรรยาจำเป็น
หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
หน้าปกนวนิยาย ปวีร์แสนร้าย
8.0
ปวีร์ผู้จมอยู่กับความเจ็บปวดจากการที่ครอบครัวแตกแยก เริ่มเปลี่ยนความเสียใจเป็นความแค้นเมื่อพ่อแต่งงานใหม่ เขาปักใจเชื่อว่าแม่เลี้ยงคือมือที่สามที่ทำลายบ้านของเขา ความเกลียดชังนี้ลามไปถึงเฌอเอม ลูกสาววัยยี่สิบสองปีของแม่เลี้ยงที่เขาสนิทสนมด้วยมานาน จากความเคารพรักกลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่แสนทรมาน เฌอเอมสาวน้อยผู้สดใสต้องยอมสละร่างกายและจิตใจเพื่อรองรับอารมณ์ร้ายของปวีร์ เพียงเพราะแม่ของเธอเลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงของเขา