
มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
ตอน 2
“ธันย์ จะทานของว่างอะไรหรือเปล่าคะ เดี๋ยวอรจะไปเอาน้ำมาให้” อิงอรยอมเปิดปากถามก่อนอย่างคนอัธยาศัยดี ไม่อยากจะคิดถึงเรื่องที่ชายหนุ่มแรกรุ่นซึ่งอายุเท่ากัน ทำท่าเหมือนจะเปิดศึกเมื่อตอนอยู่ในห้องรับแขก รังแต่จะทำให้รู้สึกแย่ต่อกันเปล่าๆ
“ไม่จำเป็น! จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ” เขาตะคอกดังลั่น ทำเอาหญิงสาวตกใจจนแทบจะร้องไห้ออกมา
“ฮึกๆ” ร่างบางถอยกายห่างออกมาจากคนตัวโต พร้อมๆ กับน้ำตาไหลอาบแก้มนวลอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเสียงดัง โดยเฉพาะเวลาที่ใครตะโกนหรือพูดตวาดใส่จะรู้สึกกลัวมาก และเขาก็ทำมันกับเธอ
ธันย์ธาดาชะงักค้างไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นคนตรงหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ วูบหนึ่งอดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้ แต่ก็สะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ เมื่อคิดว่าไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมาปลอบโยน เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิด อีกอย่างอิงอรก็ไม่ใช่เด็กน้อยๆ แล้ว ร้องไห้งอแงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเลยสักนิด
“นี่! หยุดร้องซะที น่ารำคาญ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลยนะ” หนุ่มน้อยพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง โดยที่น้ำเสียงไม่ได้เบาลงจากตอนแรกแม้แต่น้อย ทำให้สาวหน้าหวาน หุ่นบางแต่กลมกลึง ตกใจสะอื้นหนักเข้าไปอีก
“ฮือๆๆ”
“โว้ย! บอกให้หยุดร้อง หยุดร้อง หยุด” ธันย์ธาดาปราดเข้าไปจับแขนกลมกลึงทั้งสองข้างเอาไว้แน่น พร้อมกับเขย่าคนตัวเล็กไปมาจนหัวสั่นหัวคลอน
“หยุด!” เขาเอ่ยสั่งคำสั้นๆ เฉียบขาด พร้อมๆ กับจ้องหน้างามเขม็ง ตาคมเข้มวาววับอย่างข่มขู่ ทำให้คนที่กลัวอยู่แล้ว ยิ่งตัวสั่นเข้าไปใหญ่แต่ปากเล็กๆ นั้นก็หุบฉับเม้มเข้าหากันแน่น เพื่อกันไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา แต่น้ำตาเจ้ากรรมยังคงไหลบ่าออกมาเรื่อยๆ จากดวงตาคู่งามที่แดงก่ำ
ไม่รู้ว่าเพราะสายตาหวานเศร้าซึ้ง หรือเพราะหยดน้ำตาของคนตัวเล็กที่ยังคงพรั่งพรูไม่หยุดกันแน่ ที่ทำให้สติของธันย์ธาดาเผลอไผลไปชั่วขณะ มือหนาที่กำแน่นรอบแขนเรียวค่อยๆ คลายออกอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเกลี่ยไล้ปาดน้ำตาออกจากวงหน้าหวานอย่างแผ่วเบา เขากุมแก้มเนียนนุ่มมือนั้นไว้อย่างลืมตัว ก่อนที่ใบหน้าคมจะค่อยๆ โน้มเข้าไปหาใบหน้าหวานที่ห่างไม่ถึงคืบ ราวกับโดนดึงดูดจากมนต์สะกดของสายตาเศร้าหวานคู่นั้น
“ธะ…ธันย์ จะทำอะไรอรเหรอ” มือน้อยยกขึ้นดันอกกว้างไว้เมื่อรู้สึกตัว ก่อนที่ปากหยักและปากอิ่มจะชนกันได้ทันเวลาพอดี ทำให้ชายหนุ่มได้สติและถึงกับชะงัก รู้สึกฉุนกึก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเกือบทำอะไรลงไปกับว่าที่คู่หมั้นที่เขาไม่เคยปรารถนา และตั้งแง่ไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็น เพราะความไม่ชอบการถูกบีบบังคับ
“ฉันไม่มีวันยอมรับเธอเป็นคู่หมั้น และฉันก็จะไม่มีวันแต่งงานกับเธอ จำเอาไว้” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะผลักร่างบางออกห่างจากตัวอย่างแรงจนเธอเซถลา และโชคร้ายสะดุดขาตัวเองล้มจนก้นกระแทก ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่คิดที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครบางคนได้สมเพช
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตัดพ้อ คิดว่าเธอรู้สึกยินดีปรีดานักเหรอ กับการถูกบังคับให้หมั้นหมายกับคนที่ไม่ได้รัก แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อนั่นคือความประสงค์ของบุพการีที่เห็นว่าเหมาะสม แต่เขาทำเหมือนกับว่าเธอนั้นเป็นคนผิด
วูบหนึ่งของความรู้สึกอยากเอาชนะที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก ทำให้อิงอรเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้อีกฝ่ายจงเกลียดจงชังมากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่ว่ายังไง ธันย์ก็จะต้องหมั้นกับอร และอรจะแต่งงานกับธันย์ให้ได้ ไม่เชื่อก็คอยดู”
ชายหนุ่มกัดฟันดังกรอด ก่อนจะหันหลังเดินจากไปทันทีอย่างไม่เหลียวกลับมามองคนที่นั่งเจ็บจุกเอามือกุมข้อเท้าไว้เลยแม้แต่หางตา…
ธันย์ธาดาเดินลิ่วๆ เข้ามาในห้องรับแขก ก่อนจะรีบฝืนปรับสีหน้าที่บึ้งตึงให้ราบเรียบเป็นปกติ เมื่อพ่อแม่ของทั้งเขาและอิงอร หันมามองชายหนุ่มพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
คุณอาจจะชอบ





